ลุ้นรับเงินล้านและของรางวัลมากมายกับ " Spectacular Award " จากสปอนเซอร์ ดึงเสน่ห์ของผลงานคุณออกมาให้พวกเราได้ชม!!
สวัสดี! ผู้มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่ Quaint School Community คอมมูโรงเรียนสำหรับผู้พิการ
แผนที่โรงเรียนและภาพบรรยากาศโรงเรียนใหม่มาแล้ว!! "คลิ๊กที่นี่" พร้อมเปิดให้ชมบรรยากาศรอบโรงเรียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!!

Go down
Nearmoki-2b
INFO.Narin
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน
Star Piece1061
CHIPS+65 M 413 K 676

Lesson 73 : Remember me Narin10

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 0/100Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (0/100)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Lesson 73 : Remember me

on Thu 01 Mar 2018, 12:16
Message reputation : 100% (1 vote)
สวัสดีครับ

ยินดีต้อนรับสู่ภารกิจเนื้อเรื่องครั้งแรกของปี
ครั้งนี่เราจะมารับน้องใหม่ที่ไม่ได้มีกันมานาน!!
จากภารกิจที่แล้ว ผมสังเกตว่าบางครั้งเราก็
ไม่ได้มองตัวละครบางตัวด้วยมุมมองเดียวกับ
ที่เจ้าของตัวละครมอง จึงได้ทำภารกิจนี้ขึ้นเพื่อ
ให้ทุกคนได้ลองนำเสนอตัวละครในมุมที่อยากให้
ผู้อื่นได้เห็น ในรูปแบบที่จำง่ายมากที่สุด


ระยะเวลาภารกิจ พิมพ์ว่า:THU 01/03/18 ; 12.16 TH - THU 15/03/18 ; 23.59 TH

รายละเอียดภารกิจ พิมพ์ว่า:เขียนเรื่องราวตอนทำความรู้จักกับน้องใหม่
จะเลือกหนึ่งคนหรือเขียนถึงทั้งคู่ก็ได้
โดยในเนื้อหาจะต้องนำเสนอคาแรคเตอร์
ของตัวเองต่อน้องใหม่ ในแบบที่จำง่าย
เข้าใจง่าย  ชนิดที่ว่าต่อให้ไม่มองหน้าก็รู้
ว่าเป็นใคร และวาดภาพประกอบเนื้อหาอย่างน้อย
1 รูป ภาพประกอบไม่จำเป็นต้องเป็นรูปตัวละครเท่านั้น

โจทย์สำหรับน้องใหม่ ( เฉพาะ ธีรภัทร ์&เดสมอนด์ )
เขียนเรื่องราวตอนทำความรู้จักกับคนในโรงเรียน
อย่างน้อยหนึ่งคน จะเป็นนักเรียนหรือบุคลากรก็ได้
( เลือกได้ทั้งตัวละครที่มีผู้เล่นและ NPC )
โดยที่จะต้องนำเสนอคาแรคเตอร์ตัวเองออกมา
อย่างชัดเจนจำง่าย ชนิดที่ไม่เห็นหน้าก็จำได้
และวาดภาพประกอบเนื้อหาอย่างน้อย 1 รูป
ภาพประกอบไม่จำเป็นต้องเป็นรูปตัวละครเท่านั้น


.
.
.


แม้จะเป็นภารกิจรับน้อง แต่จุดโฟกัสภารกิจอยู่ที่
ตัวละครของตัวเอง ว่าจะแนะนำตัวอย่างไรให้
ชัดเจนและเป็นที่น่าจดจำมากที่สุด การแนะนำตัว
ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากการบอกเล่าจากปาก
ตัวละครของคุณเท่านั้น สามารถใช้ตัวละครอื่น
สถานการณ์รอบข้างเพื่อทำให้คาแรคเตอร์เด่นชัด
ขึ้นได้เช่นกัน ครั้งนี้อยากให้ลองฝึกการนำเสนอ
ด้วยเนื้อเรื่องกันดูครับ

ภารกิจนี้ได้รับแรงบรรดาลใจจากเดสมอนด๋ที่
จำหน้าใครไม่ได้ ลองนึกกันดูครับว่าสมมุติถ้า
มีคนที่พึ่งรู้จักหรือจำหน้าใครไม่ค่อยได้ เราจะ
ทำอย่างไรให้เขาจำเราได้มากขึ้น

กฏการให้สแตมป์ พิมพ์ว่า:เนื้อหา 70% / ภาพ 30%

เนื้อหาตรวจจากสแตนด์ดาร์ดส่วนบุคคล
ด้านการเขียน ความตรงต่อโจทย์ ว่าสามารถ
แนะนำตัวเองต่อน้องใหม่ได้เข้าใจง่าย จำง่าย
นำเสนอจุดเด่นของตัวเองออกมากน้อยเพียงใด
ภารกิจนี้วัดที่ความเข้าใจที่มีต่อตัวละครตนเอง
โดยอ้างอิงจากนิสัยในแฟ้มประวัติเป็นหลัก
(หากแฟ้มประวัติใครไม่ได้อัพเดท สามารถ
อัพเดทข้อมูลได้ตลอดช่วงเวลาภารกิจ)

ภาพตรวจจากสแตนด์ดาร์ดส่วนบุคคล ความตรง
ต่อโจทย์ และภาพประกอบเข้ากับเนื้อหาหรือไม่





Lesson 73 : Remember me Q-awar12
รางวัลคุณภาพผลงาน

ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 73 : Remember me Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +10 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้


ผู้ที่ทำภารกิจได้ยอดเยี่ยมกว่ามาตรฐาน (80%+)

Lesson 73 : Remember me Q-sym-14  A - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีทับทิม สื่อถึงความหรูหรา มีมูลค่า +80 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน


ผู้ที่ทำภารกิจได้โดดเด่นกว่ามาตรฐาน (75%+)

Lesson 73 : Remember me Q-sym-15  B - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีไพลิน สื่อถึงความลึกล้ำ มีมูลค่า +75 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ดีมากเป็นที่น่าพึงพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน


C. ผู้ที่ทำภารกิจได้ตามมาตรฐานทั่วไป (50%+)

Lesson 73 : Remember me Q-sym-13  C - CLASS STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีมรกต สื่อถึงความมั่นคง มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ปานกลางเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน


D. ผู้ที่ทำภารกิจได้ต่ำกว่ามาตรฐานควรแก่การพัฒนา (35%+)

Lesson 73 : Remember me Q-sym-14  D - CLASS STAMP
ตราประทับระดับต่ำในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีแอเมทิสต์ สื่อถึงความเรียบง่าย มีมูลค่า +35 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจผ่านเกณฑ์ตามที่ได้รับมอบหมายไว้






รางวัลแห่งความขยัน

.....รางวัลสำหรับแจกให้กับผู้ที่ส่งภารกิจเป็นคนแรกเท่านั้น เพื่อให้กำลังใจผู้ที่มี
ความขยันในการทำภารกิจส่งผู้อำนวยการโรงเรียน


Lesson 73 : Remember me Presen10  กล่องแห่งความขยัน
กล่องของขวัญที่ทางโรงเรียนมอบให้กับผู้ส่งภารกิจหลักเป็นคนแรก เมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถเลือกรับสกิลบัฟจำนวน 1 สกิลได้ดังนี้...

Lesson 73 : Remember me Skill_10 Lesson 73 : Remember me Skill_12 Lesson 73 : Remember me Skill_14 Lesson 73 : Remember me Skill_16 Lesson 73 : Remember me Skill_24 Lesson 73 : Remember me Skill_22

หรือสามารถใช้ STAR PIECE จำนวน 20 ชิ้นแลกการใช้งานสกิลบัฟ 1 สกิลจาก...

Lesson 73 : Remember me Skill_11 Lesson 73 : Remember me Skill_13 Lesson 73 : Remember me Skill_15 Lesson 73 : Remember me Skill_17 Lesson 73 : Remember me Skill_25 Lesson 73 : Remember me Skill_23

อ่านข้อมูลสกิลบัฟได้ที่ "คลิ๊กที่นี่"






รางวัลเกียรติยศแห่งความสร้างสรรค์

.....ถ้วยรางวัลแต่ละชนิดจะถูกมอบให้กับ นักเรียน-อาจารย์ ที่มีผลงานสร้างสรรค์
เกินขอบเขตของจินตนาการ โดยระดับถ้วยเกียรติยศและจำนวนที่จะมอบให้นั้นขึ้น
อยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น แม้ผลงานที่เพอร์เฟ็คแต่ถ้าขาดความสร้างสรรค์
ก็จะไม่ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศก็เป็นได้ ในทางกลับกันหากผลงานไม่ได้สวยจน
น่าตะลึง แต่ถ้าหากมีความสร้างสรรค์ผู้อำนวยการก็สามารถมอบถ้วยเกียรติยศให้ได้...


Lesson 73 : Remember me Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

Lesson 73 : Remember me Trophy14  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ

Lesson 73 : Remember me Trophy15  BRONZE HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองแดง มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าดึงดูดใจผู้อำนวยการ






Spectacular Award

รางวัล Spectacular จะถูกมอบให้สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานได้ประทับใจสปอนเซอร์
จากบริษัท THE NOBLEMAN เป็นอย่างมาก โดยผลงานนั้นจะต้องมีเสน่ห์ในรูปแบบต่างๆ
ที่ดึงดูดสายตาและจิตใจของสปอนเซอร์ ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพผลงานแต่อย่างใด
แต่จะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ เสน่ห์ของผลงาน ความกลมกล่อมของ
ภาพรวม เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนี้จะได้รับการประกาศเกียรติคุณ ณ ความคิดเห็นที่
ลงผลงาน และใต้ชื่อกระทู้ภารกิจในหน้ากระดานภารกิจ พร้อมทั้งของรางวัล ดังนี้

** อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัลนี้ได้โดย "คลิ๊กที่นี่" **

Lesson 73 : Remember me Q-item10  +1,000,000 CHIPS
เหรียญตราที่ใช้ในการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในโรงเรียนหรือการร่วมกิจกรรมพิเศษที่ทางบริษัท NOBLEMAN จัดขึ้น โดยสามารถใช้แต้มสะสมจาก Spirit Point ในการแลกได้

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +20 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้


Signature ------------------------------------------------>
Lesson 73 : Remember me Ckbaw
avatar
ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Sun 04 Mar 2018, 15:11
เป็นเนื้อหาการโรลของวีกัับรุ่นพี่คนหนึ่งในโรงเรียนนั้นก็คือพี่ยู ความพิการคือออทิสติก(โดยกำเนิด)(ตามประวัติ)
โดยผมคิดว่าผมได้นำเสนอคาแรคเตอร์ตัวเอง;0; คือ พิการเเขนข้างซ้ายไม่ใส่เเขนเทียมเเต่ใช้เสื้อเเขนยาวปกปิด เป็นคนขี้อายมากๆเเต่หน้าเเตกบ่อยมาก... ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ชอบพูดขอโทษบ่อยๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว...


มีเนื้อหาการโรลดังนี้
[วี]
เด็กใหม่ ม.1 สูง158หน่อยๆเดินมายังโรงอาหารครั้งเเรกด้วยสีหน้างงงวย การใส่ชุดนักเรียนก็เเปลกๆเพราะใส่เสื้อเเขนยาวสีเทาด้านในอีกที เสื้อเเขนยาวที่ปกปิดว่าเเขนข้างซ้ายขาดไปครึ่งหนึ่ง เขาเดินมาหยุดที่หน้าเค้าเตอร์ มองไปรอบๆ
"ตรงไหนนะ._."

ไม่ชอบบรรยาการเเบบนี้เลยยืนโง่ๆอยู่คนเดียว
หิว..;-;

[ยู]
พักเที่ยงวันนี้สหรัฐกึ่งวิ่งกึ่งเดินมายังโรงอาหาร เมื่อเช้าเขาตื่นสายจึงได้กินไปแค่ขนมปังชิ้นเดียว เขาตั้งใจว่าถ้ารีบมาแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องต่อคิวนานนัก ได้กินข้าวไวๆ

เมื่อเดินมาถึงเค้าเตอร์ก็พบว่าก่อนหน้าเขามีนักเรียนชั้นม.1 คนนึงยืนอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงเดินไปต่อหลัง

ผ่านไปสักพัก

"..."

สหรัฐมองไปที่รุ่นน้องคนนั้น
ทำไมยังไม่สั่งนะ? เขาเริ่มหิวเล็กน้อย

หรือว่าจะไม่ได้ต่อคิวอยู่?

เขาเอื้อมมือไปสะกิดคนข้างหน้า
"น..น้องครับ..ต่อแถวอยู่..รึเปล่าครับ" สหรัฐพูดอย่างเนิบช้า

[วี]
"ครับ?ขอโทษนะครับ นี้จุดสั่งอาหารหรอครับ..;0;ขอโทษครับ"

พอมองไปยังเสียงที่ได้ยินก็พบว่ามีรุ่นพี่ยืนอยู่ข้างหลังกำลังพูดกับตนอยู่
เริ่มอายนิดๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เเค่สั่งอาหารง่ายๆเเค่นี้ เริ่มรู้ตัวว่าควรจะสั่งอาหารได้เเล้ว เดี๋ยวจะลำบากคนอื่นเขา

"เอ่อ..ขอโทษนะครับผมเอาข้าวราดเเกงพะเเนงครับ..."
พอสั่งเสร็จก็งงว่าต้องรอรับหรือให้ไปรับข้าวที่ไหน..เเล้วก็ยืนงงๆตรงนั้น
เริ่มไม่ชอบบรรยากาศที่เป็นอยู่เพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นมองมั้ย ที่เขายืนงงๆอยู่คนเดี๋ยว..
เอาไงดี..

"เอ่อ..พี่ครับ รับข้าวที่ไหนหรอครับ.."
ถะถามออกไปเเล้ว

[ยู]
พอสะกิดทักไปกลายเป็นว่าโดนรุ่นน้องคนนี้ก้มตาขอโทษเสียยกใหญ่ สหรัฐมองอย่าง งงๆ

..ตกลงต่อคิวอยู่รึเปล่านะ?

ยังไม่ทันได้ถามหรือตอบโต้อะไร เด็กรุ่นน้องก็หันไปพูดสั่งข้าวกับพี่สาวประจำเค้าเตอร์ แต่พอฟังเมนูที่สั่งสหรัฐก็อดขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้ ถ้าจำไม่ผิดในเมนูวันนี้ไม่มีแพนงไม่ใช่หรอ?

ตอนแรกตั้งใจจะกินผัดซีอิ๊ว แต่ถ้าวันนี้มีแพนงเขากินด้วยดีไหมนะ อืม..

ขณะที่กำลังคิดถึงเมนู จู่ก็โดนคนที่ยืนข้างหน้าเรียกถาม

[วี]
"เอ่อ..น่าจะมีนะครับผมไม่เเน่ใจ;0;"
พอมองไปที่รุ่นพี่ที่ไม่มั่นใจในอาหารที่เขาสั่ง หรือสับสนอะไรก็ตาม วีก็ขาดความมั่นใจในสิ่งที่ตนพึ่งสั่งไป
ไม่จริงหน่า.. นี่เขาหน้าเเตกอีกเเล้วหรอ;///;
เขาไม่เเน่ใจว่าวันนี้มีรึป่าว เเต่เค้าเตอร์กก็ไม่ได้พูดอะไร

"พี่สั่งต่อได้เลยนะครับ..."
กำลังกลัวว่าจะรบกวนเวลาพี่เขามากเกินไป..



Lesson 73 : Remember me 11h5q9i
ที่ส่งเร็วเพราะมีข้ออ้างเหมือนเดิมครับจะสอบเเล้ว....//โดนตบ
จริงๆก็ไม่อยากดองจนสอบเสร็จเพราะไม่ได้ทำหลายภาระกิจมากๆ..;/\;ขอโทษครับ..ถ้าเผา..
ขอขอบคุณพี่ยูมากๆนะครับ



Lesson 73 : Remember me Q-sym-13  C - CLASS STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีมรกต สื่อถึงความมั่นคง มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ปานกลางเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Presen10  กล่องแห่งความขยัน
กล่องของขวัญที่ทางโรงเรียนมอบให้กับผู้ส่งภารกิจหลักเป็นคนแรก เมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถเลือกรับสกิลบัฟจำนวน 1 สกิลได้ดังนี้...

Lesson 73 : Remember me Skill_10 Lesson 73 : Remember me Skill_12 Lesson 73 : Remember me Skill_14 Lesson 73 : Remember me Skill_16 Lesson 73 : Remember me Skill_24 Lesson 73 : Remember me Skill_22

หรือสามารถใช้ STAR PIECE จำนวน 20 ชิ้นแลกการใช้งานสกิลบัฟ 1 สกิลจาก...

Lesson 73 : Remember me Skill_11 Lesson 73 : Remember me Skill_13 Lesson 73 : Remember me Skill_15 Lesson 73 : Remember me Skill_17 Lesson 73 : Remember me Skill_25 Lesson 73 : Remember me Skill_23

อ่านข้อมูลสกิลบัฟได้ที่ "คลิ๊กที่นี่"



Narin's Comment:
ขอบคุณสำหรับภารกิจแรกครับ
ชอบไอเดียในการโรลเพื่อทำภารกิจ
แต่อยากให้นำตัวโรลมาดัดแปลง
มากกว่านี้หน่อยนะครับ เช่นใช้โรล
เป็นเรฟในการเขียนนิยาย นำมา
ปรับปรุงเพิ่มเติมแล้วค่อยนำมาใช้
เพราะถ้านำมาใช้เลยมันจะเหมือนว่า
แบ่งกับยูทำคนละครึ่ง ทำให้มีโอกาส
ได้สแตมป์ลดลงครับ

อยากอ่านต่อจัง ยังรู้สึกเหมือนไม่จบเลย
รออ่านภารกิจต่อไปของวีอยู่นะครับ!!

รอบหน้าอยากให้ส่งรูปขนาดใหญ่กว่านี้
หน่อยนะครับ เล็กๆแล้วเห็นไม่ชัดเลย
อยากเห็นหน้าคนหล่อชััดๆ ฮี่ๆๆ
Randel
INFO.Varg Achira
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Star Piece456
CHIPS+7 M 377 K 826

Lesson 73 : Remember me Varg10

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 475/880Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (475/880)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Mon 05 Mar 2018, 03:00
Message reputation : 100% (1 vote)
เนื้อเรื่อง:






Remember me






1



ผมเคยคิดว่าทำไมมนุษย์ถึงไม่สามารถงอกอวัยวะที่หายไปให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ อย่างปลาดาว ไส้เดือน หรือปลิง
แต่จะว่าไปถ้ามันงอกออกมาได้ คงต้องใช้เวลาสมควรเลยนะนั่น คนที่แขนขาดต้องใช้เวลากี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปีให้มันงอกออกมาเป็นเหมือนเดิมล่ะ
ผมหยิบสมาร์ทโฟนออกมาและเสิร์จข้อมูลที่ต้องการ

โอ๊ะ นี่ไง มันเรียกว่า “การงอกใหม่”

เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าแผลเป็นเลยทำให้ไม่สามารถงอกใหม่ได้งั้นหรอ ผมจ้องข้อมูลในหน้าจออย่างฉงน อืม เขาบอกว่าเพราะมนุษย์มีเซลล์ที่ซับซ้อนมากกว่า
ทำให้ไม่สามารถสร้างอวัยวะใหม่ได้ ตามธรรมชาติร่างกายคงรอให้มันงอกไม่ไหว ก็เลยหยุดเลือดและสร้างเนื้อมาหุ้มแทนเพื่อความง่าย

“โฮ่ ฉลาดนี่” ผมเอนหลังกับพนักพิงโซฟา เลื่อนนิ้วไปยังข้อมูลบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างสนอกสนใจโดยที่ไม่ได้หันมองบุคคลที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยสักนิด
ซีโร่มองผมพลางเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่ได้เข้ามากวน แต่เหมือนกำลังสำรวจผมอยู่มากกว่า วันนี้ผมไม่สบายก็เลยขอลาพัก แต่ก็ดันมีึความคิดแปลกๆ ขึ้นมาว่าถ้าร่างกายงอกอวัยวะขึ้นมาใหม่ได้ก็คงดี

“รันเดล นายควรจะนอนพัก”

ผมเมินต่อเสียงนั่น ไขว้ห้างไม่สนใจเสียงที่ไม่มีอยู่จริง ถึงเขาจะดูจริงมากแค่ไหนก็เถอะ ซีโร่หายใจฟึดฟัดอารมณ์เสียและเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์จากมือผมไป
ผมหันมองเขา ถลึงตาอย่างไม่พอใจใส่เช่นกัน

“เอาคืนมานะครับ อย่าเสียมารยาท” แววตาเขาดูดุดันขึ้นมาเมื่อผมพูดแบบนั้น ริมฝีปากเหยียดยิ้มเหมือนอยากหัวเราะอยู่กรายๆ

“ใครกันแน่ที่เสียมารยาท”

“อะไรของนาย”

“ฉันพูดด้วย ทำไมไม่ตอบ” ผมถอนหายใจหนักๆ ออกมา แน่นอนว่าจงใจให้เขารู้ด้วย

“อย่างี่เง่าไปหน่อยเลยครับ” ผมตบที่แก้มเขาสองทีไม่เบานักก่อนจะลุกขึ้น คว้าโทรศัพท์จากมือเขาและเดินไปที่ประตู ผมไม่ใช่เด็กที่จะเดินตามเขาอีกต่อไปแล้วนะ
ปีหน้าผมก็จะอายุ 18 ผมจะสามารถสอบใบขับขี่และดื่มแอลกอฮอลได้แล้ว

“จะไปไหน มีไข้อยู่ไม่ใช่หรอ” ผมไม่สนใจเขาอีกแต่ปิดประตูใส่ห้องที่ว่างเปล่า ใช่แล้ว ห้องที่ ‘ว่างเปล่า’ มันไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
ที่โซฟานั่นก็มีแต่รอยยับจากผม ผมยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เดินออกมาจากห้องถึงแม้จะยังรู้สึกมึนหัวอยู่ก็ตาม
ลมหายใจของผมร้อนไม่รู้เพราะอากาศหรือเพราะอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้นกันแน่

โรคที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้ มันไม่เคยหายไปเลยสักวินาทีเดียว ตอนแรกผมหวังว่ามันจะหายได้ ผมจะกลับมาเป็นปกติ
แต่ยิ่งนานวันเข้าสิ่งที่ร่างกายผมแสดงออกมากลับตรงกันข้าม เหมือนมันบอกผมทุกวันว่าให้หยุดฝันลมๆ แล้งๆ และยอมรับซะ ยัดเยียดโชคชะตาบ้าบอใส่มือผม
แล้วก็ยิ้มเยาะผม แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ แม้แต่ร่างกายก็ไม่ใช่ของผมอีกต่อไปแล้ว จิตใจก็ไม่ใช่อีกแล้ว




2



ผมมาโรงเรียนปกติในวันถัดมา คุณพี รูมเมทของผมบอกให้พักผ่อน แต่ผมเบื่อที่จะนอนในห้องเฉยๆ ก็เลยตัดสินใจมาเรียนโดยสัญญากับเขา
ว่าจะกินยาให้ตรงเวลาและระวังตัวเองไม่ให้โดนแดดมากเกินไป ผมเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องเรียน อีกแค่ห้านาทีก็จะเป็นพักกลางวัน
นักเรียนคนอื่นๆ ก็คงรอเวลาพักเหมือนกันเพราะไม่มีคนสนใจสิ่งที่ครูสอนเลย

“วันนี้พอแค่นี้แล้วกันค่ะ”

เห็นไหมล่ะ พอคุณครูพูดแบบนั้นก็กรูกันออกจากห้องเรียนไปเลย ผมเก็บของลงกระเป๋าสะพายสีแดงใบโปรดและเดินไปที่โรงอาหารบ้าง
โรงเรียนควิ้นท์นี่ใหญ่อลังการมาก กว่าผมจะจำเส้นทางได้ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน โรงอาหารนี่ยังมีตั้งหลายชั้น แถมระบบ wristband ก็ไฮโซมากเสียจนผมทำตัวแทบไม่ถูก

ระหว่างที่ผมจะเดินไปที่นั่งประจำก็เหลือบไปเห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งเข้า เนคไทด์สีขาว? อาฮะ เด็กมัธยมต้นสินะ เหมือนจะเพิ่งเข้ามาใหม่ซะด้วยสิเพราะเขาดูสับสนกับที่นี่ไปหมด

“น้องครับ” ผมตัดสินใจทักออกไป ถึงจะรู้สึกเขินก็เถอะแต่ผมเข้าใจว่าถ้าไม่รู้จักใครเลยแล้วมายืนเคว้งคว้างในที่แปลกใหม่มันคงจะน่ากลัวสำหรับเด็กตัวเล็กๆ แบบนี้

“ครับ เอ่อ.. คือ”

ผมเหลือบมองแขนของเขาเล็กน้อยและรีบถอนสายตาออกมาเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท ผมยิ้มให้เขาเท่าที่คิดว่าคงดูเป็นมิตรที่สุดและชวนเขาไปด้วยกัน

“สั่งอาหารหรือยังครับ” เขามองผมตื่นๆ มือไม้สั่นไปหมด

“ครับ สั่งแล้วครับ” ผมพยักหน้า

“ผมกินข้าวคนเดียว ถ้าไม่รังเกียจมากินด้วยกันไหมครับ” เขาดูตกใจแต่ก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี ผมพัฒนาขึ้นนะ เห็นไหม
เมื่อก่อนคงไม่กล้าคุยกับคนอื่นแบบนี้หรอก แต่ผมเรียนรู้แล้วว่าถ้าหากไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ความต้องการ ผมเลยพูดขึ้นเยอะมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อน

“พูดภาษาไทยชัดจังเลยนะครับ”

ผมยิ้มรับ ก่อนจะอธิบายให้เขาฟังว่าผมมีแม่เป็นคนไทยและพูดมาตั้งแต่เด็กแล้ว เด็กตรงหน้าผมชื่อ วี ที่จริงเขาบอกชื่อจริงผมด้วยแต่ผมจำไม่ได้
เขาก็เลยบอกชื่อเล่นผมแทน ส่วนเขาเองก็จำชื่อยาวๆ ของผมไม่ได้เหมือนกันจึงบอกให้เขาเรียกแค่ชื่อต้นเหมือนคนอื่นๆ

ระหว่างคุยผมก็จ้องแขนเขาไม่วางตา ถึงจะรูู้ว่าเสียมารยาทและพยายามเบียงสายตาออกมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
อาจเพราะช่วงนี้ผมหมกมุ่นกับเรื่องนี้มาสักพัก ทำให้สมองเอาแต่คิดว่าถ้าแขนเขายังอยู่มันก็คงจะเหมือนกับอีกข้างหนึ่งสินะ
อีกอย่างความสามารถในการทำอะไรด้วยแขนข้างเดียวทำให้ผมรู้สึกทึ่ง เขากินข้าวด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่วและเรียบร้อย แถมยังรวดเร็วมากด้วย

บนโต๊ะอาหารไม่ค่อยมีบทสนามากนักเพราะเขาขี้อายมาก ผมเองก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไร มื้ออาหารของเราจึงผ่านไปอย่างเงียบๆ

“เจ็บไหมครับ” ผมโพล่งขึ้น หลังจากที่เอาแต่คิดคนเดียวเป็นเวลานาน

“เอ๊ะ? ครับ”

“แขนคุณ”

“อ่า..”

ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเพราะเขาทำหน้าเศร้าขึ้นมา ผมกำลังจะบอกเขาว่าไม่ต้องตอบแต่เขาก็เงยหน้าสบตากับผมพลางบอกว่ามันไม่เจ็บแล้ว






Image:
Lesson 73 : Remember me Begin328






“ถ้าไม่เจ็บ.. ก็ดีแล้วครับ” ผมยิ้มตอบเขา แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเองให้เสร็จ

“แล้วคุณ… เอ่อ ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ” ผมเลิกคิ้วขึ้นบ้างเพราะคำถามที่กำกวม ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเขาขยายความ

“คุณดู… ปกติ”

“ไม่ครับ ผมผิดปกติ” เขาดูแปลกใจ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรเพิ่ม และเพราะเรายังไม่ได้สนิทอะไรผมจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดแบบลงลึกมากนัก

“ผมเป็นโรคจิตเภทน่ะ”

“อ๋ออ” เขาพยักหน้า ผมไม่แน่ใจนักว่าเขาเข้าใจโรคนี้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพราะเวลาที่เริ่มหมดลง คาบวิชาต่อไปของผมจะเริ่มในไม่ช้าและผมคิดว่าผมควรไป

“ยินดีที่ได้พบนะครับ ผมต้องไปแล้ว” เขาพยักหน้าให้ผมเร็วๆ ก่อนจะอวยพรให้ผมเสียดิบดี

“ถ้ามีโอกาสก็มากินข้าวด้วยกันอีกนะครับ”

“แน่นอนครับ”




3



ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากในตอนกลางคืนเพราะลำคอแห้งผาก แม้แต่น้ำลายก็เหมือนจะผ่านไปไม่ได้

“บอกแล้วว่าให้พัก ดื้อจริงนะนาย” ซีโร่ท้าวแขนมองหน้าผม ดวงตาสีฟ้าของเขายังสะท้อนแสงได้แม้จะอยู่ในความมืด
คุณพีหลับไปแล้ว ผมก็ด้วย แต่เพราะความกระหายเลยทำให้ต้องตื่นมากลางดึกแบบนี้

“น้ำ” เสียงผมแทบไม่ออกมาจากคอ มันแสบไปหมดและผมไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้ว ซีโร่ไม่ว่าอะไร
เขาหันไปหยิบแก้วบนหัวเตียงแล้วส่งให้ผม ท้าวมือกับศีรษะและมองผมกระดกน้ำ ชักรู้สึกว่าช่วงนี้เจอเขาบ่อยเกินไปแล้ว
เพราะร่างกายอ่อนแอแน่ๆ ผมทิ้งหัวลงหมอนและไม่สนใจเขาอีก ซีโร่แนบมือลงกับหน้าผากผมและพึมพำในสิ่งที่ผมฟังไม่รู้เรื่องเพราะง่วงมาก

“ช่วงนี้นายเย็นชากับฉันจัง”

“Shut up...”

“หึ เดี๋ยวนี้หัดพูดไม่เพราะนะ”





ผมตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า ในเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มเรียน!! คุณพีไปเรียนแล้วเหลือแค่ผมที่กำลังกุลีกุจอแต่งตัวอยู่ในห้อง
พิษไข้ทำให้ผมรู้สึกเพลียกว่าปกติก็เลยไม่ยอมตื่น ที่จริงผมจะนอนต่อก็ได้แต่เพราะคำว่าความรับผิดชอบมันค้ำคอทำให้ผมรู้สึกไม่ดีนักที่ไม่ได้ทำอะไรให้เรียบร้อย

ผมใช้นิ้วชี้เกี่ยวผ้าใบคู่เน่าให้เข้าที่และวิ่งออกมาจากห้องทันที ให้ตายสิ สายแน่ๆ ผมไม่เคยไปเรียนสายเลยสักครั้งหวังว่าครูจะปราณีนะ
ผมของผมชี้โด่เหมือนโพงหญ้าแต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลาจะสนใจเรื่องนั้นหรอก ผมวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางอย่างเร่งรีบ และเข้าเรียนทันก่อนเริ่มเรียนเพียงห้านาทีเท่านั้น

แต่ครูสังเกตเห็นว่าผมไม่ค่อยสบายก็เลยไล่กลับซะงั้น ระหว่างทางผมหิวมากเพราะกินข้าวเช้าไม่ทัน จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าร้านขนม La Pastel
เพื่อซื้อนมช็อกโกแลตและครัวซองมากินรองท้อง ของโปรดผมล่ะ

อาจเพราะความหิวหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมดื่มนมช็อกโกแลตเข้าไปตั้งสองแก้ว ครัวซองเองก็อร่อยมากจนกินแค่ชิ้นเดียวไม่พอ
ผมก็เลยสั่งมาเพิ่มอีก กะว่าจะซื้อไปฝากคุณพีด้วยเหมือนกัน

บอกเลยว่าถึงไข้ขึ้น 40 องศาผมก็ต้องกินมัน

“กินเข้าไปขนาดนั้นเดี๋ยวก็ปวดท้อง”

“ผมกินได้”

“ฉันรู้ แต่นายควรจะเพลาลงบ้าง เดี๋ยวกระเพาะแตกกันพอดี”

ผมหรี่ตามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ชักรู้แล้วว่าซีโร่มักจะโผล่มาตอนที่ผมอ่อนแอแลต้องการความดูแล เขาเหมือนอัศวินของผมนั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบเขาแล้ว

“นายหยุดโผล่มาสักทีได้ไหม”

“หืม? ท่าจะยากนะ”

ผมมองเขาอย่างไม่พอใจนัก ถึงจะกระซิบพูดด้วยแล้วก็ตามแต่คนอื่นก็ต้องมองเห็นว่าผมคุยคนเดียวอยู่ดี และนั่นมันทำให้ผมดูเหมือนคนเสียสติ

บ้าจริง ผมต้องรีบหายจากไข้หวัดนี่ซะ

“นายไม่อยากให้ฉันหายไปหรอก เชื่อสิ”

“เหอะ”

ผมกระแทกเสียงใส่เขา และเหลือบตาขึ้นเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งจ้องมองผมอยู่พอดี เขาดูไม่ตกใจเลยแม้ว่าจะสบตากับผมแล้ว

“เขาจ้องนายตาไม่กระพริบเลย” ซีโร่พูดขำๆ ผมจึงเอาศอกกระทุ้งเอวเขาไป เด็กผู้ชายคนนั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมทำแบบนั้น
เขายังมองผมอยู่ และผมมองเขา แต่เหมือนเขาไม่ได้ ‘มอง’ มาที่ผมจริงๆ เพราะลูกตาเขามองอย่างสำรวจและหันมองข้างตัวผมที่มีซีโร่นั่งอยู่

เขามีผมบลอนด์สีเข้ม และดวงตาสีเหลืองแบบชาวตะวันตก นั่งห่างจากผมไปไม่กี่โต๊ะ เขาคงจะมากับผู้ปกครอง หรือใครสักคน
เพราะเวลานี้ไม่มีนักเรียนคนไหนมานั่งกินของว่างนอกจากผมหรอก

ผมมองสำรวจเขาบ้าง และเขาก็เริ่มขมวดคิ้วเมือเห็นว่าผมนิ่งมาสักพัก เขาเริ่มหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาจดอะไรสักอย่าง
แต่ผมก็ยังไม่สามารถเดาได้อยู่ดีว่าเขามีความผิดปกติอะไร อ่า ชักรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทจริงๆ ที่เอาแต่หาความผิดปกติของคนอื่น
เด็กชายตรงหน้าผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ผมจึงนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมา

“บู!” ผมส่งเสียงออกไปเบาๆ และยกมือขึ้นเหมือนผีหลอกเด็ก ได้ผล! เขาตกใจด้วยล่ะ

ผมยิ้ม และตัดสินใจลุกขึ้น เดินไปสั่งขนมปังไปฝากคุณพีพร้อมกับซีโร่ที่เดินตามหลังผมมาด้วย






Image:
Lesson 73 : Remember me Begin329






“เมื่อไรนายจะหายไปสักที” ผมพูดพึมพำ นอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมพูดกับซีโร่

“ฝัน” เขาวางมือลงบนหัวผม ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นว่ายังไง แต่ถ้าผมไม่ถูกวินิจฉัยว่าตัวเองเป็นโรคจิตเภทล่ะก็ผมคงคิดว่าตัวเองมีสัมผัสที่หกอะไรแบบนั้นแน่
และซีโร่ก็เป็นวิญญาณเรร่อนที่ตามหลอกหลอนผม ทุกวันนี้ผมรู้สึกตัวว่าตัวเองป่วยก็ดีแค่ไหนแล้ว แต่อาจเพราะผมรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาการจึงไม่ได้อันตรายนัก

“สักวัน นายจะหายไปแน่” ผมพูด และหัันหลังกลับก็ดันเจอเข้ากับเด็กผู้ชายคนเมื่อกี้

“He really talks to himself… (เขาพูดคนเดียวจริงๆ ด้วยอะ)” เขาพูดเสียงเบามาก
แต่เพราะมีแค่ผมที่อยู่ใกล้เขาที่สุดก็เลยได้ยินเต็มสองรูหูเลย เอาไงล่ะ ผมควรจะแก้ไขความเข้าใจผิดนั่นดีไหม แต่มันก็ไม่เชิงว่าผิด ผมพูดคนเดียวจริงๆ นี่นา

“Kind of… Are you curious? (ก็ประมาณนั้น… คุณอยากรู้หรอ?)” ผมลองถามเขาดู เพราะเขาดูจะสนใจผมมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
เด็กผู้ชายตรงหน้าผมตกใจใหญ่เลยเมื่อเขารู้ตัวว่าผมคุยด้วย ผมไม่ว่าอะไรหรอกถ้าเขาจะถาม ลองคิดว่ามีคนมีนั่งพูดคนเดียวให้เห็นมันก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วล่ะ

“I’m sorry. I didn’t mean to… (ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะ...)”

“It’s okay (ไม่เป็นไรหรอกครับ)” ผมถืิอโอกาสนี้สำรวจเขาบ้าง เขาพูดได้ ไม่ได้หูหนวก ประสาทสัมผัสดี แถมเข้าใจภาษาด้วย
แต่จากการที่เขามักจะหลบตาผมตลอดนั่นต้องมีอะไรสักอย่าง ขี้อายหรอ?

“ขนมปังได้แล้วค่ะ” พนักงานเรียกผมทำให้ผมต้องหยุดการวิเคราะห์ไว้เท่านั้นและหันไปจ่ายเงินให้เธอ หันกลับมาเด็กผู้ชายคนนี้ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

“กลับกันเถอะรัน นายต้องพักผ่อน” เสียงทุ้มของซีโร่ยังดังอยู่ข้างๆ แต่ผมตัดสินใจเมินเขาเหมือนเดิมแล้วพูดกับเด็กผู้ชายตรงหน้าแทน

“Where are your parents? (ผู้ปกครองอยู่ไหนครับ?)”

“They.. they said I should wait here and they’ll come back (เขาบอกให้ผมรออยู่ที่นี่ แล้วเขาจะกลับมาครับ)”

“You go lost, didn’t you? (หลงทางใช่ไหมครับ?)” ผมลองหยังเชิงดู เขาดูจะสะอึกไปเล็กน้อย เพราะเด็กนักเรียนไทด์ขาวแบบนี้ไม่น่ามาอยู่ในร้านเบเกอรี่
ในเวลาเช้าขนาดนี้หรอก ผมกอดอกและยืนรอให้เขาตอบ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่พูดอะไร

“Sorry. I am not going to bother you anymore. I’ll go now (ขอโทษนะ จะไม่กวนแล้วล่ะ ผมจะไปแล้วล่ะครับ)” ผมตัดสินใจพูดออกไปเพราะเริ่มรู้สึกเพลียขึ้นมา
ถ้าเขาบอกว่าพ่อกับแม่บอกให้รอจริงๆ ล่ะก็ เดี๋ยวก็คงมารับเองแหละ ตอนนี้ผมควรจะลากตัวเองขึ้นเตียงและหลับสักสองสามชั่วโมงซะ

ผมเดินเลี่ยงเขาออกมาแต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงของเด็กคนนั้น

“Actually.. actually, I can’t find them. (จริงๆ แล้วผมหาพวกเขาไม่เจอครับ)”

อ่า ก็หลงทางไม่ใช่รึไง

“Come with me, then (งั้นก็มากับผม)” ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาดูท่าทางขี้อายแล้วก็เกรงใจมากๆ แต่เพราะคงไม่มีตัวเลือกจริงๆ ถึงได้ยอมพูดออกมา
ผมจะพาเขาไปที่ประชาสัมพันธ์ แบบนั้นเขาน่าจะหาผู้ปกครองได้ง่ายขึ้น ระหว่างนั้นเขาก็เดินตามหลังผมมาเงียบๆ

“นายจะทำตัวเป็นคนดีไปทำไม บอกพนักงานที่ร้านก็ได้นี่” ซีโร่ยื่นหน้ามาถาม เขายังอยู่อีก ผมล่ะอยากจะบ้า คอยดูนะ ถ้ากลับถึงห้องเมื่อไรผมจะหลับหนีเขาไปนานๆ เลย

“เรื่องของผม” ผมกัดฟันพูดออกไปเพราะไม่อยากให้คนที่กำลังเดินตามได้ยิน

“Hey, can you speak Thai? (นี่ พูดไทยได้ไหมครับ?)” ผมหันไปถามเขา เพราะถ้าจะมาเรียนถึงที่นี่ก็คงจะพูดไทยได้บ้าง โรงเรียนควิ้นท์ไม่ใช่โรงเรียนอินเทอร์ที่พูดแต่ภาษาอังกฤษนี่นะ

“Yeah. I can (พูดได้ครับ)”

“Great (งั้นก็ดีครับ)”

ผมไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะเขาหยิบสมุดขึ้นมาจดอะไรหยุกหยิกอีกแล้ว จากที่เหลือบดูเขาเขียนมันเป็นภาษาอังกฤษ คงเพราะมันเป็นภาษาที่เขาถนัดที่สุด

“What’s your name? (ชื่ออะไรครับ)”

“My name is Desmond Henry Ashton (ผมชื่อ เดสมอนด์ เฮนรี่ แอชทัน ครับ)”

“Too long (ยาวไป)” ผมเบ้หน้าเล็กน้อยเพราะเขาแนะนำตัวเสียเต็มยศ

“Please call me Desmond or D (เรียกว่าเดสมอนด์หรือดีก็ได้ครับ)”

“I will (จะเรียกนะ)”

“And… you?” เขาส่งเสียงกลับมาเมื่อผมไม่ยอมแนะนำตัวกลับไป อ้าว ลืมไปเลย

“I’m Randel Waller Donovan. Just call Randel”

“That’s cool name (เป็นชื่อที่เท่ดีนะครับ)”

“Thanks, yours too (ขอบคุณ ชื่อนายก็เหมือนกัน)”

“Thank you”

เพราะโรงเรียนมันใหญ่มากจึงต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเดินมาถึง ระหว่างนั้นผมก็ชวนเขาคุยไปเรื่อย เขาเพิ่งย้ายมาจากอเมริกา บ้านเกิดผมเลย
ก็เลยคุยกันเยอะหน่อย เขาถามผมด้วยว่าทำไมถึงคุยคนเดียวผมก็เลยบอกเขาไปว่าเป็นงานอดิเรก เดสมอนด์ทำหน้าตาตลกสุดๆ ไปเลยตอนผมพูดแบบนั้น
เขาพยายามถามผมอีกหลายครั้งว่ามันเป็นเรื่องจริงหรอ

ผมก็ตอบไปเหมือนเดิม ขี้เกียจอธิบายน่ะ

“What is your disorder? (คุณมีึความผิดปกติอะไรหรอ?)” ผมถาม ตอนแรกเขาทำหน้าตาลำบากใจแต่ก็เริ่มอธิบายว่าเขาจำหน้าคนไม่ได้
เพราะความผิดปกติของสมอง มันฟังดูซับซ้อนแต่ผมก็พยายามตั้งใจฟัง เขาบอกว่าต้องจำอย่างอื่นแทนอย่างเช่นเสียง และท่าทาง

“I can’t even see my face (ผมมองหน้าตัวเองยังไม่ได้เลย)”

เขาบอกผมแบบนั้น

“Will you remember me, then?” ผมถามว่าเขาจะจำผมได้ไหม เขาขมวดคิ้วแต่ไม่ได้ตอบทันที

“Maybe..”

“...”

ไม่คิดเลยว่าจะมีโรคแปลกๆ แบบนี้ด้วย มันต้องลำบากมากแน่เพราะงั้นเขาถึงได้จดอะไรตลอดเวลาเลยสินะ หน้าพ่อกับแม่ก็จำไม่ได้ แบบนั้นคงทรมานน่าดู

“But I’ll try to remember you (แต่ผมจะพยายามจำคุณให้ได้นะ)”

“You don’t have to (ไม่ต้องหรอกครับ)” ผมหัวเราะเบาๆ เพราะเขารีบพูดขึ้นมาเมื่อเห็นผมเงียบไป ดูสิ ทำหน้าตารู้สึกผิดใหญ่เลย

“No, I will” เขาทำสีหน้ามุ่งมั่นมากๆ แล้วก็เดินตามผมเข้าไปในประชาสัมพันธ์ ผมบอกข้อมูลของเดสมอนด์ให้พนักงานรู้ และหันไปบอกเขา

“I have to go now. Nice to see you (ผมต้องไปแล้ว ดีใจที่ได้เจอนะครับ)” เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ อีกไม่นานพ่อกับแม่ก็คงจะมารับ เขาขมวดคิ้วแล้วหันมามองผม

“Give me something… (ให้ผมสักอย่าง)”

“What? (อะไรครับ)”

“Please give me something to remember you (ให้อะไรสักอย่างที่ผมจะจำคุณได้)”

โอ้… ผมนิ่งไปสักพัก ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเขาดี ในกระเป๋าก็มีแต่หนังสือเรียน

“Let me see (ขอดูก่อนนะ)” ผมวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา หาสิ่งที่คิดว่าน่าจะเตือนความจำได้ดีแต่ก็หาไม่เจอ สุดท้ายก็เหลือบไปเห็นขนมปังที่เพิ่งซื้อมาแทน

“I’ll give you my bread. Every time you see it, you’ll remember me. Okay? (ผมจะให้ขนมปังนี่ ทุกครั้งที่เห็นคุณจะได้จำผมได้ โอเคไหมครับ)”

หน้าเขาดูเหวอมาก แต่ก็รับครัวซองจากผมไป ผมที่ง่วงเป็นทุนเดิมเพราะพิษไข้ก็อยากจะรอเป็นเพื่อนเขาจนกว่าพ่อกับแม่กลับมาอยู่หรอก แต่ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็เลยรีบขอตัวมา

“Thank you so much”

“You’re welcome”




ผมเดินไวๆ กลับมาที่ห้องและทิ้งตัวลงทันที พนันเลยว่าอีกไม่นานไข้ต้องขึ้นแหง

“ดื้อจริง”

เสียงซีโร่ดังเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผมจะไม่รับรู้อะไรอีก



-END-



Lesson 73 : Remember me Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +10 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้



Narin's Comment:
อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจคาแรคเตอร์รันเดลมากขึ้น
สามารถเข้าใจภารกิจที่แล้วที่เปรียบรันเดลเป็น
หมาป่าได้มากขึ้น บรรยากาศในเรื่องเหมือน
ผู้ชายสองคนอยู่ด้วยกันจริงๆเลยครับ บางทีที่
ผู้หญิงเล่นตัวละครก็อาจจะติดใส่นิสัยผู้หญิงๆ
ลงไปโดยไม่รู้ตัว (ผมเป็นบ่อย) แต่นี่ไม่มีเลย
ภาษารอบนี้อ่านง่ายและอ่านลื่นมากเลยครับ
ลุ้นให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ งานนี้ดูเป็นงานตั้งใจ
ทั้งในการเขียนและวาด โทนสีที่ใช้รอบนี้ก็สวย
ดูตั้งใจให้หม่น คุมโทนเป็นเซ็ตกัน ถ้าชอบลอง
ไปทางนี้ต่อดูได้นะครับ ขอบคุณสำหรับความ
ตั้งใจนี้ครับ


แก้ไขล่าสุดโดย Randel เมื่อ Sun 11 Mar 2018, 17:59, ทั้งหมด 12 ครั้ง
U
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Saharat Chaiyakul
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-3% Grade Exp.

Star Piece97
CHIPS+8 M 28 K 301

Lesson 73 : Remember me Sahara11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 125/1470Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (125/1470)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Wed 07 Mar 2018, 06:15
Message reputation : 100% (2 votes)
เรื่องการพบกันครั้งแรกในพักเที่ยงวันหนึ่ง ระหว่างยูและเด็กใหม่ทั้งสอง

Lesson 73 :


เมื่อพบกัน 1 (ธีรภัทร์):


กริ๊งงง.. เสียงกริ่งบอกสัญญาหมดคาบดังขึ้น

“งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะ ส่วนใบงานที่ให้ทำไป ส่งให้เวรวันนี้รวบรวมส่งให้ครูก่อนเลิกเรียนนะครับ” คุณครูประจำวิชาวิทยาศาสตร์กล่าวพลางทำภาษามือประกอบ
"นักเรียนทำความเคารพ”

“ขอบพระคุณครับ” “ขอบพระคุณค่ะ"

สหรัฐเก็บหนังสือและกล่องดินสอลงใต้เก๊ะอย่างรวดเร็ว เขาถือชีทใบงานเดินไปส่งให้อักษรเพื่อนร่วมชั้นผู้เป็นเวรประจำวันนี้

“ทำชีทเสร็จแล้วหรอยู?” รันเดลที่ยังนั่งเขียนใบงานอยู่ข้างๆ อักษรกล่าว

“..อือ” สหรัฐพยักหน้า เหลือบมองชีทใบงานตัวเอง เขาเขียนคำตอบลงไปครบทุกข้อแล้ว ไม่มีข้อไหนที่เว้นว่างไว้ ถือว่าเสร็จแล้วล่ะนะ

“ไปนะ” เขาโบกมือให้เพื่อนๆ และรีบเดินออกจากห้องเรียนไป

“ทำไมวันนี้ยูดูรีบจัง” รันเดลคุยกับอักษร พลางมองตามหลังสหรัฐที่เดินออกไป
“ไม่รู้สิ..” อักษรมองตาม “หิวมั้ง?"

สหรัฐกึ่งวิ่งกึ่งเดินมายังโรงอาหาร อันที่จริงเมื่อเช้าเขาตื่นค่อนข้างสายจึงไม่ทันได้กินอาหารเช้า เขาได้รองไปแค่ขนมปังชิ้นเดียวกับนมกล่องหนึ่งเท่านั้น เรียกได้ว่าตอนนี้ภายในท้องของเขาเหมือนมีทหารตัวจิ๋วกำลังรัวกลองเดินพาเรดกันอยู่ทีเดียว

เขาตั้งใจว่าถ้ารีบมาแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องต่อคิวนานนัก ได้กินข้าวไวๆ แถมอันทีจริง.. สหรัฐมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สองวันก่อนฝนตก เมื่อวานสนามหญ้าก็ยังเปียกชื้นอยู่ แต่วันนี้สนามแห้งแล้ว อากาศดี ช่างเป็นวันที่เหมาะกับการนอนดูเมฆสุดๆ

ที่โรงอาหาร นักเรียนยังบางตาจนแทบจะนับคนได้ คงเพราะพึ่งเริ่มพักเที่ยงได้ไม่นาน แถมเวลาพักเที่ยงก็ค่อนข้างยาว ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ไม่รีบลงมาทานข้าวทันที

สหรัฐเดินไปต่อคิวสั่งอาหารที่เคาเตอร์ คิวก่อนหน้าเขามีเด็กชายรุ่นน้องชั้นมัธยมหนึ่งซึ่งตัวเล็กกว่าเขานิดหน่อยแค่คนเดียว

“…”

ผ่านมาหลายนาทีแล้วแต่เด็กรุ่นน้องข้างหน้าก็ยังไม่สั่งอาหาร เหล่าทหารจิ๋วในท้องเขายิ่งนานยิ่งเดินพาเรดกันรุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ

..หิว

..ทำไมยังไม่สั่งนะ?

..หรือว่าจะไม่ได้ต่อคิว

สหรัฐเอื้อมมือไปสะกิดไหล่คนข้างหน้า

"น..น้องครับ..ต่อแถวอยู่..รึเปล่าครับ” เขาพูดอย่างเนิบช้า

“ครับ? ขอโทษนะครับ” เด็กรุ่นน้องเกร็งตัวเล็กน้อยแล้วหันมาหาสหรัฐ "นี้จุดสั่งอาหารหรอครับ..ขอโทษครับ”

เด็กคนนั้นพูดพลางทำหน้าเสียและขอโทษเขาหลายครั้ง แล้วรีบหมุนตัวกลับไป
สหรัฐยังยืนงงอยู่พักนึง ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงโดนขอโทษ แต่ยังไม่ทันได้ถามหรือตอบโต้อะไร เด็กชายก็สั่งอาหารกับพี่สาวประจำเคาเตอร์  

"เอ่อ..ขอโทษนะครับผมเอาข้าวราดเเกงพะเเนงครับ..."

เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กคนนั้นสั่ง สหรัฐก็อดขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้ ถ้าจำไม่ผิดในเมนูวันนี้ไม่มีแพนงไม่ใช่หรอ? หรือจะเป็นเขาที่จำผิดวันนะ? จากในใจตอนแรกที่เขาคิดจะทานผัดซีอิ๊ว เพราะไม่มีรู้จะกินอะไรดี พอมีแพนงเพิ่มเข้ามา จึงเริ่มรู้สึกเอนเอียง

..ผัดซีอิ๊ว

..แพนง

..จะเผ็ดไหมนะ

..งั้นผัดซีอิ๊วอาจจะดีกว่า

..แต่ก็บอกได้ว่าไม่เอาเผ็ด

ขณะที่กำลังคิดถึงเมนู คนที่ยืนข้างหน้าก็หมุนตัวกลับมาหาเขาอีกรอบ

"เอ่อ..พี่ครับ รับข้าวที่ไหนหรอครับ..” เด็กชายถาม

..งั้นแพนง

..เอ..แต่ว่า

"วัน..นี้..มีแพนงหรอครับ?” สหรัฐตอบออกไปไม่ตรงคำถาม ในหัวยังมีแต่เรื่องเมนูจึงไม่ได้ฟังสิ่งที่รุ่นน้องข้างหน้าถามมาได้

"เอ่อ..” เด็กชายรุ่นน้องอำอึงไปเล็กน้อย "น่าจะมีนะครับผมไม่เเน่ใจ..”

ฟังจากที่รุ่นน้องพูด สหรัฐถึงทำความเข้าใจได้ในที่สุด

..สั่งออกไปโดยไม่แน่ใจว่ามีไหมหรอกหรอ

..ไม่แน่ใจว่ามีไหม

..คงเพราะไม่รู้เมนู?

"พี่สั่งต่อได้เลยนะครับ...” เด็กชายพูดพลางขยับตัวออกจากเคาเตอร์เล็กน้อย

สหรัฐมองรุ่นน้องข้างหน้าที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ท่าทางจะเสียความมั่นใจไปจนหมดสิ้น

เขาก็อยากสั่งอยู่หรอกแต่รุ่นน้องยังสั่งไม่เสร็จนินา เขาไม่ชอบแซงคิว

"..เม..นู อยู่ตรงนั้นครับ"

เขาชี้ไปที่ป้ายขนาดกลางซึ่งวางอยู่บนพื้นข้างๆ เคาเตอร์ บนป้ายมีเขียนเมนูประจำวันอยู่ 5-6 เมนู และมีมีเขียนเมนูของหวานไว้ในบรรทัดถัดไป

"พี่..ไม่แซงคิว" สหรัฐบอกความตั้งใจตัวเองออกไป

เด็กชายรุ่นน้องนิ่งไป ดูเหมือนว่าจะสงบลงเล็กน้อย “ขอบคุณนะครับ..” เขาก้มหัวเล็กน้อยและกล่าวขอบคุณพร้อมอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะรีบหันกลับไปมองเมนู และค่อยๆ เลือกสั่งอาหารอย่างใจเย็น

หลังจากเด็กรุ่นน้องข้างหน้าสั่งอาหารของตัวเองเรียบร้อย สหรัฐก็สั่งบ้าง เมื่อรับสายริสแบนด์และเดินออกมาจากเคาเตอร์ เขาสังเกตเห็นรุ่นน้องคนเดิมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางโรงอาหาร

...ไม่นั่งหรอ?

จากเมื่อครู่ที่สั่งอาหารผิด สหรัฐจึงเดาว่าเด็กชายคงไม่รู้ว่าต้องนั่งรอก่อน ข้าวถึงจะมา เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็นึกไปถึงเวลาที่ตัวเองไม่เข้าใจเรื่องต่างๆ และทำตัวไม่ถูก เวลานั้นเขามักได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นเสมอ

ปกติตัวเขาไม่ค่อยได้มีโอกาสเป็นฝ่ายช่วยใครเท่าไรนัก สหรัฐเริ่มรู้สึกฮึกเฮิม(?) ใจนึกไปถึงรุ่นพี่ประธานนักเรียนที่เขาเคารพ ยังจำท่าทางของรุ่นพี่เวลาเข้าช่วยเหลือคนอื่นได้ดี เขาเองก็อยากทำบ้าง

"นี้.." เขาเดินเข้าไปทักรุ่นน้องอย่างมั่นใจที่สุดเท่าที่จะมั่นใจได้

"น้อง..ต้องนั่งครับ" สหรัฐชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง กล่าวพร้อมยิ้มด้วยรอยยิ้มกว้างเป็นเส้นตรง “พี่ช่วยครับ"

เด็กชายตกใจเล็กน้อยในตอนแรก แล้วจึงยิ้มให้เขา

“ขอบคุณนะครับ"

สหรัฐเอื้อมจับมือของเด็กรุ่นน้องและจูงมือพาเดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ติดหน้าต่าง เขาพาให้เด็กรุ่นน้องไปนั่ง และตัดสินใจนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเป็นเพื่อน เมื่อทั้งสองนั่งเงียบๆ ได้สักพัก เด็กชายก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

"ผมชื่อวีนะครับ.." จากนั้นก็เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่สงสัย "ละ..เเล้วพี่ไม่ทานกับเพื่อนหรอครับ”

"เพื่อน..ยังไม่ทานข้าวครับ” สหรัฐนิ่งและคิดไปพักนึง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้ เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเส้นตรงอีกครั้ง และพูดประโยคแนะนำตัวอย่างฉะฉาน "สวัสดีครับ พี่ชื่อยูครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

"..ครับพี่ยู ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ธีรภัทร์ยิ้มอย่างจริงใจตอบกลับไป

เพียงไม่กี่นาทีต่อมาอาหารที่สั่งไว้ก็ถูกยกมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว พวกเขาเริ่มลงมือทานข้าวและแทบไม่ได้คุยอะไรกันต่ออีก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงผ่านไปอย่างเงียบสงบ


เมื่อพบกัน 2 (เดสมอนด์):


“พี่..ไปก่อนนะครับ”

หลังจากทานข้าวกลางวัน และเก็บจานกันเสร็จเรียบร้อย สหรัฐก็บอกลารุ่นน้องและโบกมือให้ ที่หน้าโรงอาหาร

“ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยในโรงอาหาร” ธีรภัทร์โบกมือตอบ "พี่ยังไม่กลับห้องเรียนหรอครับ"

“อืม วันนี้..อากาศดี” สหรัฐตอบ สายตาลอดมองผ่านกระจกไปที่นาฬิกาซึ่งแขวนอยู่ในโรงอาหาร เหลือเวลาอีกมากกว่าชั่วโมงครึ่งถึงจะหมดคาบพักกลางวัน ธีรภัทร์ทำสีหน้างงงวยเล็กน้อย และมองขึ้นฟ้า

“วันนี้อากาศดีจริงด้วยครับ” เขากล่าวตอบและยิ้มให้

เมื่อบอกลาธีรภัทร์เรียบร้อยสหรัฐก็เลี้ยวขวาออกจากหน้าโรงอาหาร เดินผ่านสวนสมุนไพรไปหน่อยก็เจอสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ระหว่างตึกเรียนและหอพัก

สหรัฐเดินเข้าสวนไปอย่างอารมณ์ดี ข้าวเที่ยงก็อร่อย ใบงานการบ้านก็เสร็จหมดแล้ว พักกลางวันก็ไม่มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษ เวลาก็ยังเหลือเฟือ ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศไม่ร้อนอบอ้าว เป็นวันที่เหมาะกับนอนดูเมฆมากๆ เลย !

แถวนี้เขาเดินผ่านทุกวัน จนแทบจะหลับตาเดินได้ จึงเดินไปพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มองทางเท่าไร กว่าจะรู้ตัวขาก็เผลอไปกระทบโดนบางอย่างโดยได้ไม่ตั้งใจ

“โอ๊ะ”

สหรัฐเซไปเล็กน้อยจึงตั้งหลักยืนได้

“Ah! No!!!”

เสียงร้องอุทานดังขึ้น ทำให้เขาพึ่งเห็นว่าที่ตัวเองเตะโดนไปเมื่อครู่เป็นเด็กคนหนึ่ง และยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากขอโทษ ดูเหมือนสถานการณ์ตรงหน้าจะแย่กว่าเดิมเสียแล้ว

แค่พริบตาเดียว ที่เด็กคนนั้นกำลังยื่นมือไปรับขวดน้ำซึ่งเปิดฝาทิ้งไว้ข้างตัว เขาก็เผลอปัดชนของรอบกายล้มระเนระนาดไปหมด พร้อมๆ กับเสียงโหยหวนที่ดังขึ้นอีกระลอก

"Nooooo!”

Lesson 73 : Remember me Q73_110

สหรัฐเผลอหลับตาปี๋ ปิดหูด้วยความตกใจเสียงดังที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

พอลืมตามองไปก็เห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนชาวต่างชาติ ผมสีน้ำตาลทอง ตัวเล็กกว่าเขา กำลังนั่งคอตกอยู่บนพื้นหญ้า อุปกรณ์ข้าวของที่ระเกะระกะเลอะเทอะอยู่รอบๆ มีทั้งเครื่องเขียน ถาดสี สมุดวาดภาพ และอื่นๆ

"ขอ..ขอโทษครับ"

เขาตั้งสติและพยายามกล่าวคำขอโทษออกไป

..ต้องช่วยเก็บ

คิดแล้วก็ทรุดตัวลง ยื่นมือไปเก็บดินสอ พู่กันอย่างเลิกลั่ก

"Uhh- อ๊ะ ขอบคุณครับ” เด็กชายส่งเสียงขอบคุณ พร้อมยิ้มกว้างให้เขา แล้วค่อยๆ ปิดฝาขวดน้ำอย่างระมัดระวัง

สหรัฐเงยหน้ามองคนตรงข้าม ดูจากสีไทด์คงจะเป็นเด็กชั้นมัธยมหนึ่ง ทั้งที่เมื่อกี้ร้องเสียขนาดนั้น แต่กลับมาขอบคุณ แถมยังส่งยิ้มที่กว้างสุดๆ มาให้อีก พอหันไปมองกระดาษที่มีรอยเปื้อนน้ำก็อดสงสัยไม่ได้ ปกติถ้าเป็นคนอื่นโดนชนคงโกรธเขาไม่น้อย

...ไม่โกรธ..งั้นหรอ

..ไม่เป็นไรจริงๆ หรอ

เขานั่งนิ่งใช้ความคิด พยายามวิเคราะห์ว่าทำไมอีกฝ่ายไม่โกรธ ระหว่างนั้นฝ่ายตรงข้ามก็พยายามเก็บกวาดของรอบตัวใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ คงกลัวว่าจะมีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้ เด็กชายขยับเข้ามาใกล้เพื่อเก็บของที่กลิ้งมาตรงที่เขานั่งแล้วเงยหน้ามองมา

"..เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”

เสียงทักทำให้สหรัฐหลุดจากภวังค์ความคิด เขาหลีกเลี่ยงที่จะมองตาอีกฝ่าย วิเคราะห์คำพูดอีกฝ่าย นึกไปว่าช่วงนี้ตัวเองป่วยไข้อะไรรึเปล่า

“..สบายดีครับ"
“เป็น..อะไรไหมครับ”

เขาตอบรับและถามพร้อมกับชี้นิ้วไปทางกระดาษวาดรูปของอีกฝ่าย ใจจริงอยากถามไปว่ารูปภาพนั้นเป็นอะไรรึเปล่า เลอะมากไหม ขาดรึเปล่า เป็นการบ้านที่ต้องส่งคุณครูใช่ไหม แต่พอคิดหลายอย่างพร้อมๆ กัน หัวมันก็ตื้อไปหมด คิดคำพูดอะไรไม่ออก

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา คุณเองก็ขอโทษแล้วด้วย”

เด็กชายกล่าว มองไปที่กระดาษแล้วยิ้มแหย หางคิ้วตกลง แล้วยื่นมือไปหยิบกระดาษหน้าที่เลอะขึ้นมาพินิจดูเงียบๆ จากนั้นพูดต่อเสียงเบา

"อาจจะ.. เสียดายนิดหน่อย” เขาพลิกหน้ากระดาษสมุดปิดไปแล้วพูดต่อทันทีด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเก่า  "แต่ว่าถ้าขอโทษแล้วก็ไม่เป็นไรแล้วครับ!” พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างจนกว้างไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

Lesson 73 : Remember me Q73_210

สหรัฐไม่มีความสามารถในการวิเคราะห์ความรู้สึกของคู่สนทนาเท่าไรนัก เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็นไร แถมยังยิ้มกว้าง เขาจึงรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างนิดหน่อย ที่ไม่ได้ไปทำให้ใครเสียใจ

แต่ยังไงก็ทำของๆ คนอื่นเสียหายไปแล้ว ตั้งแต่เด็กตัวเขาเองก็ถูกสอนมาเสมอว่า ถ้าไปทำข้าวของใครเสียหาย จะต้องรับผิดชอบแก้ไขซ่อมแซมให้กลับมาเหมือนเดิม

เมื่อเขาช่วยเด็กชายรุ่นน้องเก็บข้าวของกระจัดกระจายที่เหลือหมดแล้วจึงลองถามออกไป

..กระดาษที่เลอะ

"ให้..ช่วยซ่อมไหม..” เขาพูดพลางยื่นพู่กันแท่งสุดท้ายส่งให้

เด็กชายเอียงคอมองเขา ขณะรับพู่กันไป คิดอยู่ครู่นึง

"จะวาดรูปใหม่ด้วยกันหรอครับ? แบบนั้นก็ได้นะ!” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงเจือความตื่นเต้น ยืดตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยและมองตาแป๋ว

..ซ่อมหมายถึง

..วาดรูป?

"อืม..วาดรูปใหม่ได้” สหรัฐพยักหน้าหงึกๆ แม้อันที่จริงจะยังไม่แน่ใจเท่าไรว่าที่ตัวเขาพูดว่าซ่อมมันหมายถึงวาดรูปใหม่รึเปล่า แต่ดูจากท่าทางตื่นเต้นดีใจของอีกฝ่ายแล้ว เขาคิดว่าน่าจะใช่แหละ

..จะวาดรูปต้องใช้

ลองจับกระเป๋ากางเกง ก็พบว่ามีดินสอแท่งเล็กๆ อยู่

..ดินสอมี

..กระดาษ..

"ไม่มี..กระดาษ” เขาพูดพึมพำ นึกไปถึงโต๊ะในห้องเรียน มีกระดาษเปล่าอยู่ในเก๊ะสองสามแผ่น จึงขยับตัวลุกพรวดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ทำให้อีกฝ่ายที่นั่งข้างๆ ตกใจ "อ เอ๊ะ?” เอื้อมมือขวาขากางเกงเขาไว้

"เกิดอะไรขึ้น-“ เด็กชายพูดและชะงักไป

สหรัฐสะดุ้งตัวเมื่อโดนจับขากางเกงกระทันหัน เมื่อหันไปมองที่ขาจึงพบว่าเป็นมือของคนที่นั่งข้างๆ เขา

"ถ้ากระดาษล่ะก็แบ่งไปจากสมุดผมก็ได้ครับ”

เด็กชายพูดขึ้นอีกครั้ง พร้อมยกสมุดวาดรูปขึ้นโบกน้อยๆ ให้เขาเห็น

"…"

..แบ่งไป? คืออะไร แบ่งปันเหรอ?

..หมายถึงแบ่งให้ยูรึเปล่านะ?

..แบ่งครึ่ง?

..พับแล้วฉีกแบ่ง?

..อืม? เอ๋?

"แบ่ง..ยังไงครับ?” สหรัฐถามออกไปอย่างสงสัย

"เอ๋? เอ่อ.. ก็....” เด็กชายขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่ายศรีษะแล้วปล่อยมือที่จับชายกางเกงของเขา แล้วเปิดสมุดดึงกระดาษหน้าที่ยังว่างออกมาสองหน้า ยื่นแผ่นนึงส่งมาให้

"นี่ครับ! แบ่งกัน! แผ่นนึงของผมแผ่นนึงของคุณนะ”

เมื่ออีกฝ่ายยื่นส่งกระดาษมาให้กระทันหัน สหรัฐชะงักไปเล็กน้อย แล้วจึงยืนมือออกไปรับ

"ขอบ..คุณครับ..”

..อืม ยูมีกระดาษ

..ดินสอก็มีแล้ว

..อือ..? หากระดาษมาทำไมนะ?

“…”

เหมือนสมองว่างเปล่าไป เขายืนนิ่ง พยายามคิดว่าเมื่อครู่หากระดาษทำไม

"..นั่งก่อนไหมครับ?” เด็กชายมองเขา พลางตบมือไปที่พื้นหญ้าข้างตัว แล้วหันไปหยิบดินสอของตนขึ้นมา

สหรัฐนั่งลงตามคำบอกของเด็กรุ่นน้องอย่างว่าง่าย เขาล้วงกระเป๋าหยิบดินสอแท่งเล็กของตัวเองเลียนแบบคนข้างๆ เมื่อมองไปอีกฝ่ายก็เริ่มลงมือร่างภาพบนกระดาษแล้ว

..วาดรูป

..ยูจะวาดรูปสินะ

เมื่อนึกออกในที่สุดว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร เขาจึงเริ่มขีดเส้นลงบนกระดาษแล้วก็หยุดชะงักอีกครั้ง

...วาด..อะไรหว่า?

ในหัวคิดอะไรไม่ออก เลยได้แต่เหลือบมองเด็กชายหวังจะเลียนแบบอีกครั้ง เขามองดูคนข้างๆ ขีดเขียนบนกระดาษอย่างเพลิดพลิน มองดูเส้นโค้งคงเป็นสายรุ้ง ส่วนขีดๆ นั้น..ต้นไม้รึเปล่า?


"Oh!!”

Lesson 73 : Remember me Q73_310

ระหว่างที่กำลังมองเพลิน จู่ๆ อีกฝ่ายก็ส่งเสียงพร้อมยืดตัวขึ้นอย่างกระทันหัน..อีกแล้ว! สหรัฐสะดุ้งกระเถิบตัวหนีออกมาอย่างตกใจ พยายามรั้งมือตัวเองไว้ไม่ให้เผลอไปผลักเด็กชายที่หันหน้ามาหาเขา

"ลืมไปเลย! ผมชื่อเดสมอนด์นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เดสมอนด์แนะนำตัวเองพร้อมส่งยิ้มกว้างๆ ให้

สหรัฐสูดหายใจเข้าและปล่อยออกเบาๆ สงบสติอารมณ์ตัวเองเล็กน้อย ดูเหมือนว่ารุ่นน้องคนนี้จะชอบทำอะไรกระทันหัน ทำให้เขาตกใจบ่อยไปแล้ว

..เป็นคน..ร่าเริงจัง

"เออ..สวัสดีครับ พี่ชื่อยูครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขาตอบกลับอย่างไม่ติดขัด เพราะประโยคแนะนำตัวคือประโยคเดียวที่ตัวเขาสามารถพูดได้อย่างไหลลื่น เมื่อพูดจบก็ส่งยิ้มกลับไป แม้ว่าปากจะดูเป็นเส้นตรงก็เถอะ

เดสมอนด์พยักหน้าหงึกๆ สายตามองมาที่กระดาษซึ่งมีขีดดินสอเพียงเดียวพร้อมพูดพึมพำ

"ปรกติแล้ว.. ไม่ค่อยชอบวาดรูปรึเปล่านะ?”

สหรัฐได้ยินเสียงพูดเบาๆ แต่จับใจความทั้งหมดไม่ได้

..ไม่ค่อย

..ไม่ค่อยชอบวาด?

..หมายถึง

"เด..เดส..เดส..” เขาพูดสะดุด ยังไม่ชินกับชื่อของรุ่นน้องเท่าไร

เดสมอนด์พยักหน้าหงึกๆ อย่างตั้งใจฟัง

"เดส..มอนด์ไม่ชอบ..วาดรูปหรอครับ?”

"อ๊ะ ไม่ใช่นะครับ” เด็กชายที่ยังพยักหน้าค้างอยู่ร้องเอ๋ แล้วรีบพูดแก้ไขความเข้าใจผิด "ผมชอบวาดรูปนะ!”

"แล้วก็ เรียกผมว่า ดี ก็ได้ครับ”

สหรัฐพยักหน้าตอบ

"ดี..ชอบวาดรูป” เขาพูดแล้วชี้นิ้วไปที่ตัวเอง "ชอบเหมือนกัน"

อันที่จริงตัวเขาก็ชอบขีดเขียน ชอบระบายสี เรียกได้ว่าชอบวาดรูปอยู่พอสมควรเลยแหละ

เดสมอนด์พยักหน้าตอบรับ

"คุณยูคิดว่าจะวาดอะไรหรอครับ?” เด็กชายถาม พลางชี้ที่กระดาษ

"ยู..อือ..พี่จะวาด..” สหรัฐก้มมองที่กระดาษตัวเอง เขาตั้งใจจะวาดอะไรนะ?

Lesson 73 : Remember me Q73_410

..เอ๋?

..วาด

..วาด

"วาด..แบบนี้"

เขาชี้ที่กระดาษในมือเดสมอนด์

..รึเปล่า?

เด็กชายร้องอ๋อเบาๆ

"ภาพวิวสินะครับ!"
"ว่าไปแล้ว สวนที่นี่ก็สวย คุณชอบวิวที่ไหนที่สุดในโรงเรียนหรอ?”

ชอบที่สุด..? หมายถึงชอบอันดับหนึ่ง? สหรัฐพยายามคิดตาม ที่ๆ เขาชอบในโรงเรียนมีเยอะมากๆ ห้องเรียนก็ชอบ ห้องสมุดก็ชอบ ห้องพักครู ห้องศิลปะ ห้องน้ำ ทางเดินชั้นสอง โรงยิม สนามฟุตบอล ยังมีอีกหลายที่จนพูดไม่หมด แต่ว่าชอบอันดับหนึ่ง

..อืม

..อืมมมม

..อืออออออ

..คงเป็น

"ตรง..นั้น"

สหรัฐยืดแขนจนสุดชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า เหนือศรีษะตัวเอง เขาคิดว่าตรงนั้นคือตรงที่ชอบที่สุด

"ชอบสุด”

เดสมอนด์มองตามมือขึ้นไป

"ท้องฟ้าหรอครับ?"

"อือ.. ก็จริงนะ!” เด็กชายพยักหน้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง มองมาที่เขาอยู่พักนึงแล้วชูมือของตนขึ้นฟ้าบ้าง แต่เพราะเงยเยอะเกินไปเลยเกือบจะหงายหลังแทน ดีว่ายันมือรับตัวเองไว้ทัน จากนั้นก็หัวเราะแบบเขินๆ

สหรัฐไม่เข้าใจเท่าไรว่า 'ก็จริงนะ’ หมายความว่าอะไร เขามองเดสมอนด์ที่หัวเราะเบาๆ แล้วก็เอนตัวนอนลงไปบนพื้นบ้างพลางส่งเสียง "เหอะๆ" เลียนแบบเด็กชาย

"มอง..แบบนี้เห็นชัดกว่า” เขาพูดและหันไปมองเด็กชายรุ่นน้องอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองขึ้นไปบนฟ้า

เดสมอนด์ไหลตัวลงไปนอนแบบเต็มๆ บ้าง

วันนี้อากาศดี ที่กลางสวนสาธารณะมีบึงขนาดใหญ่คอยแผ่ความเย็น บริเวณที่พวกเขานอนเอนกายเองอยู่มีเงาของต้นไม้ปกคลุมอยู่ อีกทั้งยังมีลมจากทะเลที่พัดผ่านเข้ามาทางช่องตรงกลางตึกหอพัก เวลาเที่ยงกว่าๆ ที่ควรจะร้อนจึงไม่ร้อน

.
.
.

เวลาผ่านไปหลายนาทีโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา ต่างฝ่ายต่างเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

เดสมอนด์ยกมือขึ้นปิดปากพลางหาววอด

เดิมสหรัฐตั้งใจมางีบอยู่แล้ว พอเห็นคนข้างๆ อ้าปากหาว เขาก็หาวตามเกือบจะพร้อมๆ กัน เริ่มรู้สึกง่วงนิดหน่อย เขาเหม่อมองมองเมฆที่ล่องลอยไปมาตามกระแสลมอย่างช้าๆ หนังตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

เดสมอนด์พลิกตัวเล็กน้อย โกยสมุดและอุปกรณ์วาดรูปไปทางกระเป๋า ก่อนจะนอนลงอีกครั้งในท่าที่ดูสบายขึ้น

สายลมพัดเย็นสบาย ผสานกับแสงแดดที่อบอุ่นอย่างลงตัว ทำให้ไม่รู้สึกร้อนหรือเย็นจนเกินไป เสียงใบไม้ต้องลมเสียดสีกัน นกสองสามตัวกำลังร้องหยอกล้อกัน ถัดไปไกลๆ มีเสียงนักเรียนกำลังพูดคุยกันไปเดินไปคลอมาเบาๆ

Lesson 73 : Remember me Q73_511

สหรัฐฟังเสียงต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน

เห็นคนข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรอีกไหม

ถึงหน้าจะยังเงยมองฟ้าอยู่ แต่ดวงตาของเขาก็ปิดลงไปแล้ว

ในหัวลืมยังไม่เรื่องวาดรูปแต่พักไว้ก่อนคงไม่เป็นไร

ส่วนตอนนี้..

.

.

.

หลับปุ๋ย


ความดีความชอบครั้งนี้ต้องขอบคุณเด็กใหม่ทั้งสองคนที่มาโรลด้วยกัน
จริง ๆ โรลแยกแต่พอดูเนื้อเรื่องแล้วมันดันต่อกันได้เลยจับมาโยงเนื้อเข้าด้วยกันเสียเลย
แล้วก็ขอบคุณวีมากๆ ที่ยอมโรลต่อจากเรื่องจุดที่ตัดจบไปในตอนแรก เลยทำให้ได้เนื้อหาที่สบูรณ์ขึ้น

ภาพของส่วนของวีไม่รู้จะทันไหม จะพยายามปั่นอย่างสุดความสามารถ!!!



Lesson 73 : Remember me Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +10 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้

Lesson 73 : Remember me Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก



Narin's Comment:
เนื้อเรื่องออกมาสบายๆแฝงความอบอุ่นสไตล์ยู
ครั้งนี้ก็ยังทำออกมาได้ลงตัวเช่นเคย ชอบไอเดีย
ภาพดุ๊กดิ๊กมากเลยครับ เข้ากับเนื้อเรื่องมากๆ
หลายภาพที่ขยายทำให้อินกับเนื้อหาได้มากขึ้น
ตีโจทย์ภาพประกอบได้แตกเลยทีเดียว เสียดายที่
ภาพไม่ใช่โจทย์หลักของภารกิจครั้งนี้ ไม่งั้นคงได้
รางวัล Spectacular ไปแล้ว ครั้งนี้เอาถ้วยทองไป
ก่อนแล้วกันนะครับ รู้สึกว่ายูเขาโตขึ้น คิดอะไรได้
ลึกซึ้งมากขึ้น เอ็นดูในการเติบโตของยูจังเลยครับ
ชื่นใจที่ได้เห็นภารกิจดีๆแบบนี้ อ่านแล้วมีความสุขจัง
ขอบคุณนะครับ


แก้ไขล่าสุดโดย U เมื่อ Thu 15 Mar 2018, 07:00, ทั้งหมด 3 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>
สัมเพเหระสหรัฐ
revan.r
INFO.Say
อาจารย์ฝึกสอน
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 3%

Star Piece344
CHIPS+4 M 433 K 675

Lesson 73 : Remember me Say11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 78/620Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (78/620)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Thu 08 Mar 2018, 03:53
Message reputation : 100% (1 vote)
Remember me:

  "หนึ่งพันเก้าสิบเจ็ด"
  ติ๊ก
  "หนึ่งพันเก้าสิบแปด"
  ติ๊ก
  "หนึ่งพันเก้าสิบเก้า"
  ติ๊ก
  "หนึ่งพันเก้าสิบสิบ"
  "..เอ่อมันต้องหนึ่งพันหนึ่งร้อยไม่ใช่หรอครับภูมิ"
  "ว่าไงนะครับสุภะ มันไม่ใช่ว่าเก้าแล้วต้องเป็นสิบหรอ ต่อจากเก้าก็ต้องเป็นสิบสิคร้าบบบ"
  ติ๊ดๆๆๆๆ ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดๆๆ ติ๊ด ติ๊ดๆ ติ๊ดๆๆ ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดๆๆๆ
  "เก้าแล้วสิบก็ถูก แต่ที่นับอยู่คือหลักสิบแล้วต่อจากหลักสิบก็ต้องเป็นหลักร้อยสิ"
  "อ้อออ จริงด้วย งั้นผมต้องนับหลักร้อยต่อสินะครับ"
  ติ๊ก
  "หนึ่งร้อย"
  ติ๊ก
  "หนึ่งร้อยหนึ่ง"
  "เอ่อ เมื่อกี้นับถึงพันแล้วไม่ใช่หรอครับ?"
  "อ๊าาาาาก จริงด้วย!! โอ๊ะ แล้วสรุปแล้วผมต้องนับต่อยังไงเนี่ย แล้วที่นับที่ผ่านมาผมนับถูกมั้ยเนี่ย ผมไม่นับต่อแล้ว งง!!"
  สุภะ ภูมิ เซย์ อยู่ในห้องเรียนประจำของชั้นมอหก ถึงแม้ว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์แต่เด็กนักเรียนมอหกก็ต้องมาติวเพื่อจบการศึกษาเช่นกันกับนักเรียนชั้นมอสามก็ต้องติวเพื่อต่อชั้นมอสี่
  หลังจากที่หมดคาบติวไปสองชั่วโมงเต็ม เราสามคนก็มานั่งติวกันต่ออีกนิดหน่อย แต่ก็ติวได้ไม่นานดูเหมือนว่าภูมิจะไม่สนใจซะแล้ว และยังคงนับเลขตามเสียงเข็มวิของนาฬิกาต่อไป

  ครืดดดด~
  เสียงประตูห้องเรียนมอหกเปิดออก เด็กสาวผมสั้นประบ่าหน้าตาไม่คุ้นใส่ชุดพละยืนมองเราจากตรงประตู
  "โอ๊ะ อยู่นี่จริงๆด้วย"
  เธอส่งเสียงเบาๆ ทันทีที่มองเข้ามา
  "โย่ ว่าไงเด็กใหม่ มาหาฉันหรอ?" ภูมิทักทายกับเธออย่างเป็นกันเอง ในขณะที่เซย์และสุภะมองเธออย่างงงๆว่าเธอคือใคร และเหมือนเคยภูมิเดาออกว่าเราสงสัยอะไร
  "น้องใหม่ที่ชมรมน่ะ เพิ่งมาสมัครได้ไม่นาน" ภูมิหันมาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกวักมือเรียกเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าเล็กน้อย
  "เอ่อ..แค่จะมาถามพี่ภูมิน่ะค่ะ ว่าวันนี้จะไปเตะบอลไหม" เด็กสาวหน้าแดงทันทีที่เอ่ยถาม
  "โอ้ จริงสิ ไปๆเกือบลืมเลยนะเนี่ย"
   ภูมิเก็บปากกาใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินไปหาเด็กสาว
  "วันนี้ขอไม่ติวแล้วกันนะ เบื่อแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ" เขาระเบิดหัวเราะออกมากก่อนเดินออกจากห้องไป
   เด็กสาวมองมาแล้วย่อลงให้เราเล็กน้อยก่อนจะวิ่งตามภูมิออกไป
  "งั้นสงสัยเราต้องติวกันสองคนอีกแล้วสินะครับ ฮ่าๆ" สุภะพูดพลางยิ้มไปเหมือนทุกทีที่ภูมิมักจะหนีติวต่อตลอด เซย์ส่ายหัวเบาๆอย่างอดไม่ได้
  'จะจบพร้อมกันไหมน้า ภูมิเนี่ย'


Remember me:
 "ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับ"
  เซย์ยิ้มและพยักหน้ารับ
   สุภะแยกไปทานข้าวที่โรงอาหารของที่อยู่ทางซ้ายของอาคารเรียน เพราะมีนัดทานข้าวกลางวันกับรูมเมท ส่วนเซย์จะแวะไป Walking street เพื่อแวะซื้อน้ำแร่และแซนวิสก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องพัก
  เซย์เดินออกมาทางหลังอาคารเรียน และเดินตามในร่มอ้อมสวนธารณะมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าหอพัก
  '..แดดแรงจริงๆ แฮะ'
  เซย์คิดก่อนจะมองไปยังสะพานข้ามระหว่างอาคารเรียนและหอพัก ปกติเลิกเรียนช่วงเย็นๆ เซย์จะใช้สะพานนี้เสมอ แต่พอเป็นตอนสายๆ ถึงบ่ายแดดก็แรงเกินไป ยิ่งเป็นช่วงเข้าหน้าร้อนแบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายๆ คนต้องยอมเดินอ้อมแน่นอน

  สายตาเซย์ไปสะดุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ติดกับสะพาน
  '..อ่า แปลกคนแฮะ แดดร้อนๆ แบบนี้ไม่น่าจะมีใครไปนั่งตรงนั้นแท้ๆ ถึงจะมีร่มไม้ก็เถอะ'
  แต่ทว่าลองมองดูดีๆ แล้วจะเห็นว่าผมและเสื้อของเด็กชายขยับบ้างเล็กน้อย
  '..อ๋อ ก็ยังพอมีลมพัดมาสินะ'
  เซย์เผลอจ้องมองเด็กชายเข้าซะแล้ว
  ไม่ทันได้ละสายตาเด็กชายก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังมา
  '..อ๊ะ!' เซย์อุทานในใจ
  สายตาของเด็กชายและเซย์สบกันเข้าพอดี เขารีบหันกลับไปแล้วนั่งลงอย่างเดิม
  '..เมื่อกี้เห็นว่ามองอยู่สินะ สบตาซะด้วยสิ'
  เซย์ตัดสินใจเดินข้ามเลนวิ่งไปหา เด็กชายดูเหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเซย์ เขานิ่งไม่ขยับ

Spoiler:
Lesson 73 : Remember me PsYkbyqX

  ติ๊ด ติ๊ดๆๆ
  "สวัสดีค่ะ" เซย์หยุดอยู่ข้างหลังระยะห่างประมาณสองช่วงแขนและกดเครื่องสื่อสารทักทาย
  เด็กชายค่อยๆหันมามองด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าคิ้วขมวดเข้ม
  '..อาา น้องใหม่รึเปล่านะ ไม่ค่อยคุ้นเลยแฮะ'
  "นั่งทำอะไรอยู่หรอคะ?"
  เด็กชายอ้ำอึ้งเหมือนจะตอบแต่ไม่ได้ตอบ ทำหน้าคิดหนัก เซย์เห็นท่าไม่ดีเลยหาเรื่องคุยพร้อมกับเข้าไปนั่งข้างๆ แต่ก็ห่างพอประมาณ
  "ไม่ร้อนหรอคะ?" เซย์กดเครื่องสื่อสารถาม ก่อนที่จะสัมผัสได้กับลมที่พัดเข้ามา เป็นลมที่อ่อนเบาแต่ก็ได้พัดเอาความร้อนหายไป
  '..แบบนี้นี่เอง'
  "อ๋อ ลมค่อนข้างดีนะคะเนี่ย ไม่รู้มาก่อนเลย" เซย์ยังคงกดคุยอยู่เรื่อยๆ
  เด็กชายมองเครื่องมือสื่อสารตาไม่กระพริบ เขาค่อยๆ สูดลมเข้าลึก ก่อนจะมองมาที่เซย์
  "เดสมอนด์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เขายิ้มด้วยเล็กน้อยคิ้วก็คลายขมวดออก
  "เซย์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน" ถึงจะตกใจนิดหน่อยแต่เซย์ก็รีบกดตอบทันที
  เด็กชายที่แนะนำตัวว่าชื่อเดสมอนด์กำลังมองเครื่องมือสื่อสารอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง
  "เราไม่เคยเจอกันสินะ" เขาพูดจบก็ก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงสมุดที่ถืออยู่แต่แรกอยู่แล้ว เซย์เห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะคุยอะไรต่อได้แต่นั่งมองเขาอยู่อย่างนั้น พยายามจะอ่านสิ่งที่เขาเขียน
  '..อ๊ะ! ไม่ได้สิ ไปแอบอ่านได้ไงเนี่ย'
  "เอ่อ..อยู่ชั้นมอไหนหรอครับ ทำไมวันอาทิตย์ถึงใส่ชุดนักเรียนล่ะ"
  เซย์สะดุ้งเล็กน้อย รีบย้ายสายตาจากสมุดมาที่เครื่องสื่อสารแล้วกดตอบ
  "อยู่มอหกค่ะ ทุกวันอาทิตย์มอหกและมอสามจะมีติวตอนเช้า วันนี้เซย์เลยใส่ชุดนักเรียน แต่จะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ" เซย์ยิ้มตอบในขณะที่ปล่อยให้เครื่องสื่อสารอ่านที่เซย์กดไป
  "อ๋อ ผมเพิ่งเข้ามาใหม่ครับอยู่มอหนึ่ง ว่าแต่เครื่องนั้นคืออะไรหรอ?"
  เซย์ใช้เวลากดข้อความสักพักใหญ่ เพราะต้องเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้เขาเข้าใจง่ายๆ ด้วย
  "เป็นเครื่องสื่อสารค่ะ เซย์พูดไม่ได้เลยต้องใช้เครื่องนี้แทน พอกดคำที่อยากพูดออกไปจนหมดแล้วกด Enter ก็จะมีเสียงอิเล็กทรอนิกส์พูดออกมาแบบที่ได้ยินนี่แหละค่ะ"
  "แบบนี้ก็เหมือนเสียงนี้เป็นเสียงของคุณเลยนี่ครับ"
  "จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ"
  "เอ..แล้วคนอื่นๆ ล่ะครับ หมายถึง...คนที่..." เดสมอนด์เอามือปิดที่ปากเหมือนจะสื่อถึงคนที่พูดไม่ได้แบบเซย์ แต่คงจะไม่อยากพูดคำนั้นออกมา
  "หมายถึงคนที่พูดไม่ได้แบบเซย์สินะคะ"
  เขาพยักหน้ารับ
  "ในโรงเรียนนี้ไม่มีใครใช้เครื่องนี้หรอกค่ะ เซย์ใช้คนเดียวเพราะได้มาจากคนรู้จักที่เก่งทางด้านอิเล็กทรอนิกทดลองส์ประดิษฐ์แล้วส่งมาให้ลองใช้ ส่วนคนอื่นๆ ใครที่เขียนหนังสือไวๆ ก็จะเขียนโต้ตอบเอา หรือบางคนก็ใช้วิธีกดในมือถือแล้วเอาให้อีกฝ่ายอ่าน.. อยากลองใช้เครื่องนี้ดูไหมคะ?"
  ทันทีที่เครื่องอ่านจบประโยคเซย์ก็ยื่นให้เดสมอนด์ดู
  "ก ก็ได้ครับ"
  เดสมอนด์รับไปถือไว้แล้วมองอย่างเดียว เซย์เลยขยับเข้าไปใกล้ แล้วชี้บอกให้ลองกดดู
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดๆ ติ๊ด
  เขาค่อยๆ กดทีละตัว มีข้อความขึ้นให้อ่านเหมือนหน้าจอมือถือทั่วไป แล้วเขาก็กด Enter
  "สวัสดีครับ"
  "โอ มาย ก็อดด~"
  เขาเผลออุทานออกมา ทำตาโตแล้วหันกลับมามอง เซย์ยิ้มรับ
  จริงๆ แล้วเจ้าเครื่องนี้มีโหมดบันทึกข้อความที่เราใช้บ่อยๆ ด้วย จะได้ไม่ต้องกดใหม่เรื่อยๆ แต่เป็นเพียงข้อความสั้นๆเท่านั้น ถ้าเป็นข้อความยาวจะขึ้นให้เห็นไม่หมด แต่เซย์ก็ไม่ได้อธิบายให้ฟัง และเดสมอนด์ก็ขอกดเล่นไปสักพักใหญ่ๆ
  ระหว่างนั้นเขาก็อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับโรคที่เป็น เพราะเป็นโรคที่จำใบ้หน้าใครไม่ได้ จึงต้องจดลงสมุดถึงลักษณะเด่นของคนที่รู้จักไว้เสมอ และเมื่อมีเวลาว่างก็จะมานั่งอ่านเพื่อฝึกแยกแยะเพื่อนๆ
  เราพูดคุยกันถึงวิธีการใช้ชีวิตประจำวันที่ผ่านมาอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดเราก็ต่างแยกกันกลับหอ

Spoiler:
Lesson 73 : Remember me Q8Cvgwje


Remember me:
 '..อะไรกัน โรคแบบนี้ไม่โหดร้ายไปหน่อยหรอเนี่ย'
  เซย์แวะไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อไปซื้อน้ำแร่ตามที่ตั้งใจไว้ แต่ว่าต้องซื้อเป็นลังเลยเพราะที่ห้องก็เหลือไม่กี่ขวด
  วันอาทิตย์เนี่ยพนักงานคงยุ่งน่าดู จะขอให้ช่วยดีมั้ยนะ..แต่ก็ซื้อแล้วซะด้วยสิ
  '..ถ้าภูมิอยู่ด้วยก็คงจะ..'
  ความคิดนี้แล่นเข้ามาหัวเซย์ทันที
  'เฮ้อ จะขอให้ช่วยไปตลอดไม่ได้หรอกนะ ลองมองหาพนักงานแล้วขอให้ช่วยดีกว่า'
  เซย์กดเข้าโหมดหาคำที่ใช้ประจำ แต่เหมือนมีบางข้อความถูกบันทึกเข้ามาใหม่ ยังไม่ทันได้ดูก็มีเสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง
  "เซย์!"
  'เสียงที่คุ้นหู..ภูมิจริงๆ ด้วย'
  ภูมิเดินเข้ามาหาพร้อมกับเด็กสาวที่ไปหาตอนกำลังติวอยู่
  "ผมมาซื้อสปอนเซอร์น่ะ กำลังจะกลับขึ้นหอ เตะบอลนี่เหนื่อยดีแต่ก็สนุกชะมัด"
  ภูมิเหงื่อท่วมหน้าแดงก่ำ เด็กสาวก้มหัวเล็กน้อยทักทายเซย์
  "โอ้ ซื้อน้ำหรอ? ทำไมไม่ส่งข้อความหาผมล่ะ ผมจะได้มาช่วยยกจะได้ไม่ต้องรบกวนพี่พนักงาน มือถือเนี่ยผมก็เคยซื้อให้นี่ครับ"
  "เอออ๋!!?" เด็กสาวที่มากับภูมิส่งเสียงประหลาดใจ
  "ท ทำไมถึงต้องซื้อให้ด้วยล่ะ?"
  ภูมิทำหน้างง เกาหัวแกรกๆ แล้วตอบห้วนๆ ว่า
  "ไม่รู้"
  "หาาาาาา!!!?" ได้ยินคำตอบแบบนั้นเธอยิ่งงงเข้าไปใหญ่ คิ้วขมวดจนแทบจะติดกัน "พี่บอกว่าไม่รู้หรอ! บ้าไปแล้ว พี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หนูงอนแล้ว!!" พูดจบเด็กสาวก็เดินสะบัดหน้าออกจากร้านไป
  '...'
  "..."
  'อ๋าาา....อย่าบอกนะว่า..'
  "เห้ๆ อย่าทำหน้าเหมือนว่ารู้อะไรเข้าแล้วงั้นสิ ...เอ้าฮึบ!"
  ภูมิยกลังน้ำแร่ขึ้น
  "ปะ เดี๋ยวผมคนหล่อจะยกไปให้ส่งเองครับ ฮ่าๆๆๆ"
  'เอ่อ..เรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย แต่ทำไมถึงซื้อบื้อขนาดนี้นะหมอนี่'
ถึงจะเป็นคนที่แปลกแต่ก็จิตใจดีอยู่บ้างล่ะนะ 'ขอบคุณนะ'
  .
  .
  .
  .
  "โอ๊ะ! ลืมถามเรื่องขวดน้ำแฮะ น่าจะสะพายไปไหนอยู่ตลอดมั้ยนะ ยังไงก็ลองจดไว้ก่อนแล้วกัน"
  "อืมมม จะได้อ่านบันทึกที่เพิ่มไปไหมเนี่ย..จดไว้ด้วยดีมั้ยนะว่าบันทึกว่าอะไรไป...ก็น่าจะดีนะ"
  "ถ้าเจอกันครั้งหน้า ผมอาจจะจำหน้าคุณไม่ได้ แต่ถ้าโชว์เครื่องสื่อสารให้ดู ผมจำเสียงได้แน่นอน แล้วก็ขอบคุณนะครับที่เข้ามาทักผม ไว้เจอกันใหม่นะ"


รูปจะตามมาหลังสอบเสร็จนะคะ อันนี้ลงไว้ก่อนเผื่อเดสอยากจะให้เปลี่ยนตรงไหนก็บอกได้เลยนะคะ สอบเสร็จเดี๋ยวมาแก้ให้ค่ะ 
.
.
ขออนุญาตแก้ไขข้อความเล็กน้อยและใส่รูปภาพนะคะ/กราบงามๆLesson 73 : Remember me 63299138



Lesson 73 : Remember me Q-sym-13  C - CLASS STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีมรกต สื่อถึงความมั่นคง มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ปานกลางเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน



Narin's Comment:
ประทับใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
ที่ทำให้เรื่องดูเรียลและสมจริงขึ้น
เช่นฉากซื้อน้ำแร่ขึ้นห้อง หรือฉาก
เดินอ้อมอาคารเพื่อเลี่ยงอากาศร้อน
โดยเฉพาะการเดินอ้อมนี่เป็นสิ่งที่
ผมไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย อ่านแล้ว
รู้สึกว้าวมาก รู้สึกว่าเซย์โตขึ้นแล้ว
สดใสขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น

ชอบจุดที่นำจุดเด่นของตัวเอง(เป็นใบ้)
มาใช้เป็นประเด็นเนื้อเรื่อง ทำให้น้อง
และผู้อ่านเข้าใจตัวละครมากขึ้น
ครั้งนี้ทำเนื้อหาออกมาได้ลงตัวมาก

เสียดายที่ส่งรูปเลท เพราะฉะนั้นจึง
นับสแตมป์รูปให้ไม่ได้ กระซิกๆ



แก้ไขล่าสุดโดย revan.r เมื่อ Fri 16 Mar 2018, 00:13, ทั้งหมด 2 ครั้ง
pangkawjoa
INFO.Taira Payakaroon
ผช.ศ. ภาควิชาภาษาไทย
ได้รับเงินเดิมพันจากคาสิโนคืน 50% ในกรณีที่เดิมพันแพ้เจ้ามือ

Star Piece515
CHIPS+146 M 425 K 787

+60% โอกาสได้รับ Star Piece เพิ่มขึ้นเมื่อ Login เข้าเว็บบอร์ดในแต่ละวัน | +2% อัตราดอกเบี้ย CHIPS ต่อเดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 549/4400Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (549/4400)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Sat 10 Mar 2018, 23:26
ส่งภารกิจครับ

     
ยินดีที่ได้รู้จักนะ!:


      หลังเลิกเรียน

      “งั้นเจอกันที่ห้องพักนะฮะ”

      “โอเคครับ”

      ผมบอกภูมิแล้วอีกฝ่ายก็ขานรับก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปชมรมที่ตัวเองสังกัด ช่วงนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมอยู่หลายอย่าง เลยทำให้งานของสภานักเรียน ( ผมอยู่ชมรมนี้น่ะ ) มีมากกว่าปกติ จนผมและสมาชิกคนอื่นๆ ต้องขยันเข้าชมรมกันบ่อยกว่าเดิมหน่อย

      ส่วนภูมิน่ะเหรอ? รายนั้นไปชมรมกีฬา เมื่อก่อนผมก็อยู่ชมรมกีฬานะแต่พอได้เป็นประธานนักเรียนเลยต้องออกมาอยู่กับสภานักเรียน ซึ่งผมก็ชอบทั้งสองชมรมนั่นแหละ

      อืมมม~ ไปชมรมดีกว่า ฮึบๆๆ

      ผมเดินไปพลางยืดแขนจนสุดหวังบิดขี้เกียจนิดหนึ่ง แล้วก็แกว่งแขนไปมาเพื่อยืดเส้นยืดสาย แล้วก็…

      !!?
      ผมรู้สึกเหมือนแขนทั้งสองข้างกระแทกอะไรบางอย่าง ถึงหูของผมจะไม่ได้ยินเสียงอะไรแต่ก็พอสัมผัสได้ว่ากระแทกแรงอยู่ ผมเลยรีบหันขวับไปดูแล้วก็เห็นเด็กผู้ชายสองคนกำลังยืนจับแก้มตัวเอง สีหน้าเหยเกพอสมควร ดูจากสีของเนคไทแล้วคงเป็นนักเรียนมัธยมหนึ่งสินะ

      “ขอโทษๆ เจ็บกันมากไหมฮะ พอดีพี่ไม่ทันดู” ผมเหวี่ยงแขนไปโดนน้องสองคนนี้แน่ๆ

      เด็กทั้งสองคนยังยืนกุมแก้มแต่ก็แค่เดี๋ยวเดียว แล้วทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

      “ไม่เป็นไรครับ! ขอโทษครับ!”

      “ไม่เป็นไรครับ! ขอโทษครับ!”

      แถมขยับปากพร้อมกันด้วย

      “ไม่สิๆ ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษ” ดูเหมือนน้องเขาจะกลัวเกรงผมอยู่พอสมควร อาจเป็นเพราะผมตัวสูงใหญ่บวกกับพวกน้องเขาเพิ่งเข้ามาใหม่ เลยมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง ดีล่ะ! งั้นผมพยายามตีสนิทเพื่อให้เขาหายกลัว ( ตัวผมเนี่ย ) ดีกว่า “เอ่อ น้องสองคนเป็นเด็กใหม่กันสินะฮะ”

      พยักหน้าหงึกหงักพร้อมกันทั้งคู่เลย น่ารักเชียว~

      “แล้วมาทำอะไรที่ชั้นของม.6 เหรอฮะ”

      ทั้งคู่ทำหน้าลำบากใจก่อนที่เด็กชายที่แขนข้างซ้ายขาดจะเป็นคนบอก “คือ...เอ่อ...ที่จริงพวกเราหลงทางครับ”

      “อ๋อ”

      “ตอนแรกว่าจะหาที่เงียบๆ นั่งเล่นกัน แต่ไม่รู้ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ ขะ...ขอโทษครับ!”

      “เอ๊ย! ไม่ต้องขอโทษๆ ไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อยนี่ฮะ”

      น้องคนนี้ชอบพูดขอโทษจังแฮะ สงสัยจะเป็นคนขี้เกรงใจแน่ๆ ส่วนอีกคนที่อยู่ข้างๆ นั่น ผมดูไม่ออกว่าเขาพิการอะไร แต่เข้ามาเรียนที่ควิ้นท์คงมีความผิดปกติอะไรสักอย่างนั่นแหละ แล้วที่แน่ใจอีกอย่างคือน้องคนนี้ก็ดูขี้เกรงใจเหมือนกันชัวร์

      ผมแอบอมยิ้มเอ็นดูในความไร้เดียงสาของเด็กน้อยสองคน เห็นแล้วอยากโผเข้าไปหนุบหนับ ( ? ) เล่นด้วยชะมัด แต่ตอนนี้ขอทำหน้าที่รุ่นพี่ที่ดีก่อนแล้วกัน

      “หลงทางกันสินะฮะ” ผมเริ่มพูดต่อพลางยังอมยิ้มน้อยๆ “งั้นเอางี้ไหม เดี๋ยวพี่พาทัวร์โรงเรียนแล้วเดี๋ยวพาไปส่งเอง คราวหน้าจะได้ไม่หลงอีก”

      “...”

      “วันนี้อาจจะทัวร์ไม่หมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้ทางเลย”

      “...”

      “โอเคกันไหมฮะ?”

      ตอนแรกน้องสองคนก็ดูลังเลอยู่บ้างแต่สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจพยักหน้าตกลง แล้วทัวร์แลนด์แดนควิ้นท์โดยไทระก็เริ่มต้นขึ้น ณ บัด Now!





++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






      ทัวร์ของผมเริ่มต้นด้วยการออกจากอาคารเรียนแล้วไปที่สวน ผมว่าที่นี่มันเงียบสงบและร่มรื่นดีก็เลยอยากพาน้องทั้งสองคนมาดูก่อน เพราะคิดว่าน่าจะชอบที่แบบนี้กัน

      “ตอนกลางวันเราก็มาแอบงีบที่นี่ได้นะฮะ” ผมสอนน้องแบบนี้ถูกไหมนะ อืม...ถูกล่ะมั้ง ก็ผมยังทำประจำเลย!

      ผมพาน้องๆ เดินดูรอบสวนแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งยองๆ ตรงแปลงผักแปลกดอกไม้อยู่ นั่นมันยูนี่นา เข้าไปทักหน่อยดีกว่า

      “ยู~!”

      อา...ผมคงทักเสียงดังไปหน่อยมั้ง ( ผมไม่รู้ระดับเสียงตัวเองอ่ะ ก็ไม่ได้ยินนี่นา ) แถมเผลอเข้าไปอุ้มยูตัวลอยเลย ไม่รู้ผมเป็นอะไร เวลาเจอเด็กมีออร่าตะมุตะมิแบบนี้แล้วอยากจะเข้าไปฟัดเล่นแล้วอุ้มแบบนี้แหละ

      ยูตัวแข็งทื่อไปเลย ผมเลยรีบวางยูลง ยูหันมามองผมแล้วขยับปากทันที

      “พี่ไทระ” แล้วยูก็ยิ้มเป็นเส้นตรง

      “อืม~ พี่เอง ยูกำลังทำอะไรเหรอ”

      “ยูดูดอกไม้ครับ ดอกไม้น่ารัก”

      ผมมองไปที่แปลงดอกไม้บ้าง “โอ้ สีสวยน่ารักจริงๆ ด้วย ยูชอบดอกไม้เหรอฮะ”

      “...อืม...ก็ชอบครับ”

      ยูยิ้มเป็นเส้นตรงอีกแล้วแต่ดูจะเป็นเส้นตรงที่นุ่มนวลกว่าตอนแรกที่เข้ามาเรียน ผมเห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ “ดอกไม้ต้องดีใจแน่เลยฮะที่ได้รับความรักจากยู”

      ผมคุยกับยูอีกหน่อยแล้วค่อยขอตัว พอหันกลับมาหาเด็กใหม่สองคนก็เห็นหนึ่งในนั้นกำลังจดอะไรสักอย่างลงสมุด มันก็มีส่วนที่อยากรู้นะว่าน้องเขาเขียนอะไร แต่ถามไปก็ดูจะเสียมารยาทชอบกล เอาเป็นว่าพาทัวร์ต่อดีกว่า

      ผมเริ่มพาเด็กทั้งสองคนเดินทัวร์ต่อ ระหว่างเดินทัวร์ก็มีคนมาทักทายเยอะพอสมควร ด้วยตำแหน่งประธานนักเรียนทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารู้จักผมกันทั้งโรงเรียนหรือยัง คิดไปคิดมาผมก็พาน้องๆ มาถึงสนามบาส มีหลายคนกำลังเล่นบาสอยู่ สงสัยจะเป็นสมาชิกชมรมกีฬา

      “นี่เป็นส่วนหนึ่งของชมรมกีฬานะ” ผมทำหน้าที่ไกด์ อธิบายให้น้องสองคนฟัง “มีทั้งบาส บอล วอลเล่ย์ แล้วก็อีกหลายอย่าง ถ้าสนใจก็ลองสมัครดูได้นะ”

      น้องสองคนมองมาทางผมก่อนจะเบนสายตาไปทางกลุ่มคนที่เล่นบาสกันอยู่ ทั้งคู่ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อยก่อนจะขยับปากพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาขยับปากกันนิดเดียว ผมเลยอ่านปากไม่ถนัด นั่นแหละเลยทำให้ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้พวกเขา

      !!!
      แล้วเขาก็ทำหน้าตกใจกัน

      “โทษทีๆ พอดีพี่หูหนวกน่ะ” พอบอกไปยิ่งทำให้ทั้งคู่ตกใจกว่าเดิมอีก “พี่เลยอ่านปากพวกเราแทน พอมองไม่ค่อยเห็นปากเลยไม่รู้ว่าพูดอะไร”

      ทั้งสองคนนิ่งกันไปเลยจนในที่สุดหนึ่งเด็กที่แขนขาดก็เริ่มขยับปากก่อน คราวนี้ให้ผมเห็นได้อย่างชัดเจน “ชมรมกีฬาน่าสนใจดีนะครับ แต่ผมไม่ค่อยถนัดอยู่ในที่ที่มีคนเยอะเท่าไหร่ ขอโทษครับ…”

      ส่วนอีกคนที่เหลือก็จดอะไรสักอย่างลงสมุดอีกแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาให้ผมอ่านปากบ้าง “ผมเองก็ไม่ถนัดเหมือนกันครับ”

      “งั้นเหรอ… น่าเสียดายจังฮะ”

      “...”

      “แต่ไม่เป็นไรหรอก คนเรามันก็ต้องมีสิ่งที่ไม่ถนัดกันทั้งนั้น ถ้าอยากเข้าชมรมก็ยังมีชมรมอื่นอีกนะฮะ สนใจชมรมไหนก็บอกได้นะ”

      น้องสองคนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วบอกพร้อมกัน

      “ขอบคุณครับ”

      “ขอบคุณครับ”

      ผมเลยส่งยิ้มให้บ้างก่อนจะหันไปมองทางคนที่เล่นบาสอยู่ ตั้งแต่ออกจากชมรมไปก็ไม่ค่อยได้เล่นเลย พอเห็นอย่างนี้เลยอยากเล่นซะแล้วสิ แต่ว่าพาน้องใหม่ทัวร์อยู่ ถ้าแวะเล่นสักสิบนาทีจะเป็นอะไรไหมนะ อืม…

      เอาไงดี…

      อืม…

      อืมมมมม~.......

      กระตุกๆ
      ระหว่างที่ผมกำลังคิดไม่ตกก็รู้สึกเหมือนมีใครมาดึงชายเสื้อ แล้วก็เห็นว่าเป็นคนที่ชอบจดสมุดกำลังกำชายเสื้อผมอยู่

      “เอ่อ...อยากเล่นเหรอครับ” น้องเขาถาม “เห็นพี่หันตัวไปทางนั้นตลอด”

      รุ่นน้องชี้ไปทางสนามบาส นี่ผมแสดงท่าทางอยากเล่นมากเลยเหรอเนี่ย

      “เอ่อคือ…” จะบอกว่ายังไงดีนะ

      “ลองไปเล่นสักหน่อยไหมครับ”

      ผมมองน้องเขาแล้วก็เห็นเขายิ้ม แต่ว่า “ทั้งสองคนไม่ชอบที่คนเยอะๆ ไม่ใช่เหรอฮะ ถ้าพี่ไปเล่นก็ต้องเจอคนเยอะๆ นะ”

      “ไม่เป็นไรครับ” เขายิ้มอีกแล้วสิ “เดี๋ยวพวกผมนั่งรอตรงนั้นก็ได้”

      ผมมองไปตามทางที่น้องชี้ ตรงนั้นคือที่นั่งของผู้ชมที่หลบมุมสักหน่อย ไม่ค่อยมีใครนั่งตรงนั้นมากนัก อันที่จริงเรียกว่าไม่มีเลยจะถูกกว่า พอเห็นแบบนั้นแล้วผมเลยตัดสินใจขอทำตามใจตัวเองสักนิด

      “ถ้างั้นขอสิบนาทีนะฮะ!”





++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






      หลังจากที่ตัดสินใจเล่นบาส ผมก็ขอยืมรองเท้าผ้าใบของเพื่อนที่อยู่นั่งดูอยู่ในสนาม แล้วถอดรองเท้าบูท ( เดี๋ยวนี้ผมใส่รองเท้าบูทแล้วล่ะ ) กับต่างหูกางเขนที่เป็นชอบใส่ประจำฝากไว้ที่น้องทั้งสองคน พอเตรียมตัวเรียบร้อยผมก็จับสายรัดข้อมือสีดำทั้งสองข้างที่ใส่ติดตัวตลอดให้เข้าที่เข้าทาง

      “งั้นเดี๋ยวพี่มานะ ช่วยเชียร์พี่ด้วยนะฮะ” ผมบอกน้องสองคนที่นั่งอยู่ตรงโซนผู้ชม แล้ววิ่งไปหาพวกเพื่อนๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ผมก็ยังชอบเล่นบาสอยู่ มันสนุกจริงๆ เลยล่ะครับ!

      …..
      …….
      ……….

      และแล้วเวลาก็ผ่านไป

      ผมรีบวิ่งกลับมาหาน้องใหม่ทั้งสองคนที่ยังนั่งรออยู่ พอวิ่งมาถึงผมก็รีบพูดเร็วปรื๋อทันที “ขอโทษๆ ฮะ พี่เล่นเพลินไป เลยเวลามาเยอะเลย”

      ตอนนี้ค่อนข้างเย็นมากคงจะพาทัวร์ที่อื่นไม่ทันแล้ว ให้ตายสิ! ตัวเองสัญญากับน้องไว้แท้ๆ ดันเล่นเพลินจนลืมเวลาเลย

      แต่ถึงอย่างนั้น น้องทั้งสองคนก็ยังไม่ว่าอะไรผมสักคำ

      “ไม่เป็นไรครับ ไว้เดินกันต่อวันหลังก็ได้ครับ” น้องคนที่แขนขาดบอก

      “ใช่ครับ ถึงไม่ได้เดินทัวร์ แต่ก็ทำให้ผมรู้จักพี่มากขึ้น นี่ก็สำคัญครับ” ส่วนนี่ก็น้องอีกคน สำคัญเหรอ...หมายความว่ายังไงนะ ผมไม่ค่อยเข้าใจที่น้องบอกเท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ถามมากนัก

      ผมมองน้องสองคนก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วก็เผลอยื่นมือออกไปขยี้ผมทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู อ๊ะ! เอาอีกแล้วสิ ผมเผลอสกินชิพอีกแล้ว ผมเลยรีบดึงมือกลับ โชคดีที่น้องๆ เขาไม่ได้ว่าอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้กันเท่านั้น





++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






      จากนั้นผมกับน้องทั้งสองก็เดินมาถึงหอพัก ก่อนจะแยกย้ายกัน ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมถามเรื่องสำคัญที่สุดไป มันสำคัญสุดๆ เลย

      “เออจริงสิ แล้วชื่ออะไรกันบ้างฮะ”

      นี่ไง ผมลืมถามชื่อ อาเมน…

      น้องคนที่แขนข้างซ้ายขาดเริ่มก่อน “ขอโทษที่แนะนำตัวช้าครับ ผมชื่อวีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

      จากนั้นก็ต่อด้วยน้องอีกคน

      “เดสมอนด์ครับ เรียกดีก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”



Lesson 73 : Remember me Quset_26


      “โอเค…”

      “ถ้าเจอกันครั้งหน้า ช่วยแนะนำตัวกับผมใหม่แล้วบอกว่าเราเคยเจอกันที่ไหนเพราะว่าผมแยกแยะคนอื่นๆ ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะครับ”

      ผมยังพูดไม่ทันจบ ดีก็รัวพูดต่อจนผมแอบสตั้นไปสามวินาทีเหมือนกัน เขาแยกแยะคนอื่นไม่ออกเหรอ หรือนี่จะเป็นความพิการของเขา? แล้วที่เขาบอกว่าการได้รู้จักผมเพิ่มเป็นสิ่งสำคัญ นั่นหมายถึงสำคัญเพื่อที่เขาจะแยกแยะผมได้เหรอ?

      จะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ การที่แยกแยะคนไม่ได้นี่ก็น่าจะลำบากน่าดูเลยแฮะ

      ผมมองทั้งดีทั้งวีแล้วเริ่มพูดต่อบ้าง “โอเคฮะ พี่จะแนะนำตัวทุกครั้งนะ งั้นตอนนี้ขอแนะนำครั้งแรกก่อน พี่ชื่อ…”

      “พี่ไทระ” วีพูดขึ้นมาก่อน “เป็นประธานนักเรียน เป็นที่รู้จักของทุกคนด้วยครับ”

      พอเห็นผมทำหน้าฉงนวีเลยรีบอธิบาย

      “ใครๆ ก็เรียกคุณแบบนั้น ผมเลยรู้ครับ”

      “งั้นเหรอ” ผมแอบยิ้มเล็กน้อย “ถ้างั้นวีก็เรียกพี่ว่าพี่บ้างก็ได้นะ เรียกคุณแล้วมันดูห่างเหินจัง”

      “เอ่อ ครับ”

      “ดีก็ด้วยนะ” คราวนี้ผมหันไปหาดี “เรียกว่าพี่ไทระก็ได้…”

      พอพูดไปแบบนั้นแล้วเพิ่งนึกได้ว่าดีจะยอมเรียกไหมนะ ก็เขาแยกแยะคนอื่นไม่ได้ แล้วเขาจะเรียกชื่อแต่ละคนถูกไหม ทว่าดีกลับพยักหน้าแล้วกางสมุดเล่มที่เขาชอบหยิบขึ้นมาจดอะไรบางอย่าง มากางให้ผมดู

      “พี่ไทระ ตัวสูง ผิวแทน เล่นบาส ใจดี ชอบสกินชิพ ใส่ต่างหูกางเขนสี ใส่รองเท้าบูท และรองเท้าเด่นมากครับ!”

      “...”

       “I'll try my best to remember you!” ( ผมจะพยายามจำคุณให้ได้นะ! )

      “แถมเสียงก็นุ่มเป็นเอกลักษณ์ ฟังสบายด้วยครับ” ส่วนนี่เป็นวีที่ขยับปากบอก

      “เอ่อ...ขอบคุณนะฮะ แหะๆ” ผมเขินจริงจังนะเนี่ย เล่นถูกชมตรงๆ แบบนี้~ “ขอบคุณที่พยายามทำความรู้จักพี่นะฮะ พี่ก็จะทำความรู้จักเราสองคนให้มากขึ้นนะ”

      “ครับ” วีขยับริมฝีปาก

      “ครับ” ดีขยับริมฝีปากบ้าง

      แล้วนี่ก็คือการพบกันครั้งแรกของผมกับ ‘วี’ และ ‘ดี’ เด็กใหม่ที่ทั้งขี้เกรงใจและขี้อายแต่ก็น่าเอ็นดู หวังว่าเราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไปอีกนะ!




ปล. เพิ่มเติมเล็กน้อยครับ:
ไทระวิ่งไปถามวีมาว่าวีพิการแขนข้างไหน
วีบอกว่าวีถนัดขวา และแขนที่พิการคือแขนซ้าย
ไทระเลยวาดรูปวีมีแขนขวาครับ


ขอบคุณครับผม Lesson 73 : Remember me 3934420607



Lesson 73 : Remember me Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +10 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้



Narin's Comment:
อ่านแล้วทำให้เห็นว่าวีกับดีมีจุดคล้ายกัน
หลายจุดเลย ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยครับ
นำเสนอคาแรคเตอร์ไทระได้น่าสนใจ
เขาเป็นคนเข้าใจง่ายอยู่แล้วเพราะฉะนั้น
จึงเล่นกับโจทย์ได้ค่อนข้างกว้าง ซึ่งคิดว่า
ดึงจุดเด่นๆของไทระออกมาได้ครบถ้วน
เลยทีเดียว

การลงสกรีนโทนครั้งนี้ดูมีเงาและรายละเอียด
มากขึ้น ทำให้เห็นลึกตื้นหนาบางมากขึ้น
พัฒนามาอีกขั้นแล้วนะครับ สู้ต่อไปนะ!!

Signature ------------------------------------------------>
初めまして、どうぞよろしくお願いします

Lesson 73 : Remember me Head_013
DesmondD
INFO.Desmond Henry Ashton
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
-2% Grade Exp.

Star Piece539
CHIPS+5 M 917 K 721

Lesson 73 : Remember me Desmon11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 205/780Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (205/780)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Wed 14 Mar 2018, 20:59
มาส่งภารกิจครับ!

remember me:

วันนี้เป็นวันนัดสัมภาษณ์กับผู้อำนวยการโรงเรียนควินท์

นาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าใน'บ้าน'หลังใหม่ ท่ามกลางกล่องของที่ยังไม่ได้แกะออกมาจัด ทุกคนจัดการธุระส่วนตัว แต่งตัวชุดสุภาพ หลังจากที่ทานข้าวเช้าเสร็จ แม่ของเดสมอนด์ก็กวักมือเรียกให้เขานั่งลงก่อนจะหวีผมให้อย่างเบามือ

"Nervous? (กังวลอยู่หรอ?)" พ่อของเขาถาม เดสมอนด์เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ ก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังขมวดคิ้วมุ่น

"Watch it, you might gain an old man line! (ระวังล่ะ เดี๋ยวก็หน้าย่นเหมือนคนแก่)" พ่อพูดปนหัวเราะ ยื่นมือมากดคลายปมคิ้วของเขาออก ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่อ่อนลง "It's alright. We're going together after all. (ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไงพวกเราก็ไปด้วยกัน)"

"Just remember, no matter what happen, mom and dad will always support you, son (แค่จำไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่ก็จะคอยช่วยเหลือสนับสนุนลูกเสมอ)"

เขาพยักหน้าหงึกๆ สูดลมหายใจเข้าก่อนจะพูดขอบคุณออกไปเบาๆ

***

ช่วงเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนกระพริบตาครั้งหนึ่ง เดสมอนด์ก็พบตัวเองมายืนรออยู่หน้าห้องผอ.แล้ว พ่อแม่ของเขากำลังคุยอยู่กับอาจารย์คนหนึ่ง เขาบีบสมุดจดเล่นเล็กในมือแน่นเหมือนเป็นเส้นรั้งชีวิต  เขาพลิกเปิดหน้ากระดาษ อ่านย้ำสิ่งที่จดลงไปเกี่ยวกับโรงเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก พยายามสูดคลายความรู้สึกอึดอัดในช่องอก พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สายตาก็สะดุดกับภาพเด็กชายคนหนึ่งที่มองกลับมาจากอีกด้านของกระจก

เขาใช้เวลาอยู่สักครู่หนึ่งถึงรู้สึกตัวขึ้นมาว่าไม่ใช่จากอีกด้าน นั่นคือภาพสะท้อนของตัวเขาเอง เดสมอนด์ยกขึ้นข้างหนึ่งขึ้นแตะไฝที่ใต้ตา เสียงของแม่ดังขึ้นมาจากความทรงจำ

"ลูกมีไฝที่ใต้ตาข้างขวา" สัมผัสจากปลายนิ้วมือ "แล้วก็ใต้ปาก ผมทองปนน้ำตาลเหมือนกับพ่อของลูก
แล้วก็ดวงตา เหมือนกับอัญมณีอำพัน เหมือนคาราเมลเชื่อม เป็นนัยตาที่สวยมากๆ เหทือนกับกวางน้อย"
ฝ่ามือประคองแก้มเปียกน้ำตา รอยยิ้ม

ใฝที่ใต้ตา ใต้ปาก ผมสีบลอนด์เข้ม ตาสีเหมือนคาราเมล

นี่คือ เขา

เดสมอนด์หลับตาลง ก่อนจะมองไปที่ภาพสะท้อนของตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

"First impression" เขาทวนคำกับตัวเองเบาๆ

ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญ

ภาพสะท้อนของเขายิ้มตอบกลับมา มือจัดผมตนเองเล็กน้อยแม้จะไม่ได้ดูยุ่งเหยิง

ได้ยินเสียงของพ่อเรียกชื่อตัวเอง พอหันไป ก็เห็นว่ากำลังกวักมือให้เขาเดินไปหา อาจารย์ที่เคยคุยอยู่ผลักประตูห้องผอ.เข้าไป

เดสมอนด์สูดลมหายใจเข้า

เงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างๆให้กับชายผมดำร่างสูง ใส่เสื้อสีดำแบบที่ดูไม่คุ้นตา ยื่นมือขวาออกไปรอเช็คแฮนด์พร้อมกับรอยยิ้มกว้างๆ
"ผมชื่อเดสมอนด์ครับ เดสมอนด์ เฮนรี่ แอชทัน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

Lesson 73 : Remember me 7245b42b180aaf7497098f1449266b73
(ไทม์ไลน์ก่อนเข้าโรงเรียนก็เลยเป็นชุดไปรเวทนะครับ)

#หลังจากนั้นดีก็ได้รู้ว่าผอ.ตาบอดแล้วก็ขอโทษขอโพยยกใหญ่ #rip

อันนี้Side storyแถม จากตัวละครที่ได้วาดในอีเวนท์ลูกอมเสี่ยงทาย เห็นใส่ไว้ว่าแอบชอบน้องเลยอยากเอามาลองเขียนดูครับ 5555555

remember him(?):

ตอนนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง ที่คุณเห็นพวกเขาเดินผ่านไปทางประชาสัมพันธ์

ช่วงนี้มีเด็กและผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่มาสัมภาษณ์กับผอ.เพื่อเข้าเรียนในชั้นม.1ปีหน้า แต่ไม่รู้ทำไม ภาพของครอบครัวนี้กลับสะดุดตาคุณเป็นพิเศษ

เด็กชายคนนั้นมีผมสีบลอนด์เข้มหยักศกดูนุ่มมือ ข้างๆกันเป็นหญิงชายคู่หนึ่งที่(น่าจะ)เป็นพ่อและแม่ แม่เป็นผู้หญิงหน้าไทย ผมดำ ตาดำ ส่วนคนพ่อนั้นเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว เหมือนถอดแบบกันมาจากคนลูก หรือจะพูดให้ถูกก็คือคนลูกนั้นถอดแบบจากพ่อมา สีตาเดียวกัน สีผมเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

พวกคุณสบตากัน

เด็กชายคนนั้นหลุบนัยตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากคลี่เป็นลอยยิ้มเล็กๆอย่างเขินอายส่งตรงมาให้คุณ

คุณยิ้มกว้างๆตอบกลับไป และสิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มของเด็กคนนั้นที่กว้างขึ้นอีกนิด นัยตาของเขาหยีลง ดูสดใส มุ้งมิ้ง โมเอ๊

คุณมองเด็กคนนั้นถูกเรียกชื่อ เดสมอนด์ และเดินตามพ่อแม่ออกไป

แน่นอน หลังจากนั้นคุณไม่ได้คอยตามสตอล์ก-- อะแฮ่ม แวะเวียนไปทักทายเมื่อมีโอกาศ

ไม่ได้เจียดเนื้อควักตังเปย์สีน้ำให้ตอนวันวาเลนไทน์ด้วย

จริงๆนะ



Lesson 73 : Remember me Q-sym-14  A - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีทับทิม สื่อถึงความหรูหรา มีมูลค่า +80 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน



Narin's Comment:
ขอบคุณสำหรับภารกิจแรกครับ
ทำออกมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามโจทย์
ถือว่าดีมากเลยสำหรับการส่งครั้งแรก
แต่แอบสั้นไปนิ๊ดดนึง เหมือนเพิ่มเริ่ม
เปิดเรื่องก็จบซะแล้ว แอบอยากอ่าน
ต่อจังเลยครับ จริงๆแล้วส่งสั้นๆได้นะครับ
ภารกิจที่เนื้อหายาวไม่ได้แปลว่าเป็น
ภารกิจที่ดีเสมอไป ขึ้นอยู่กับคุณภาพ
เนื้อหามากกว่า แต่ครั้งนี้ดีก็ถ่ายทอด
คาแรคเตอร์ออกมาได้เข้าถึงง่าย
เรียบง่าย อบอุ่น และน่ารักมากครับ
Blue' Bear
INFO.Supha
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-2% Grade Exp.

Star Piece337
CHIPS+11 M 672 K 13

Lesson 73 : Remember me Supha11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 73 : Remember me Left_bar_bleue 1560/2220Lesson 73 : Remember me Empty_bar_bleue  (1560/2220)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Lesson 73 : Remember me Empty Re: Lesson 73 : Remember me

on Thu 15 Mar 2018, 22:23
ก็พบกับไอศกรีมสองโคนที่หายวับไปกับตา...:

“อ๊ะ มาถึงห้องเรียนเร็วจังเลยนะครับ”


ทันทีที่เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนก้าวเข้ามาในห้องเรียนของนักเรียนระดับชั้นมอหนึ่งในยามเช้าตรู่ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มเรือนผมสีทองอมน้ำตาลอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องด้วยสีหน้าที่ยิ้มๆ ปนอายหน่อยๆ


อีกฝ่ายนอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมห้องที่เข้ามาใหม่ด้วยกันแล้ว ยังเป็นรูมเมทของเขาอีกด้วยล่ะ!


สาเหตุที่พวกเขามาห้องเรียนไม่พร้อมกัน อันที่จริงพวกเขาก็ออกจากห้องพักพร้อมกันนะ แต่วีนึกขึ้นได้ว่าตนลืมกล่องใส่ดินสอไว้บนเตียง รูมเมทจึงขอตัวเดินไปก่อน พอวีเดินตามไปทีหลังก็พบว่ารูมเมทนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องเรียนแล้ว
เรียบร้อย



เดินไวจังเลยแฮะ!



เสียงทักทายของวีที่ดังขึ้นทำให้เด็กหนุ่มอีกคนนามว่าเดสมอนด์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ เมื่อได้มองหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่เหนือหัว จากสีหน้าที่เคยนิ่งเรียบก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่วิตกกังวลขึ้นมา เขาเคยเจอคนคนนี้ด้วยงั้นเหรอ…?


“เอ่อ..ขอโทษนะครับ คุณ…”
เดสมอนด์เงียบไป เขาไม่รู้ว่าควรจะเรียกอีกฝ่ายอย่างไรดี
“อ๊ะ ขอโทษครับ ผมวีครับเป็นรูมเมทคุณ เมื่อกี้เราเพิ่งเจอกันที่ห้องพักน่ะครับ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรอีก
วีก็รีบเอ่ยขอโทษพร้อมแนะนำตัวเองอีกรอบ
“อ๋อ วีสินะครับ” เดสมอนด์ยิ้มแห้งๆ ก่อนที่เขาจะคว้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งกับปากกาขึ้นมาเตรียมจะจดข้อมูลของวี แต่ทว่าหน้าล่าสุดของสมุดมีข้อมูลของวีเขียนไว้บ้างนิดหน่อยแล้ว “ผมจดข้อมูลวีไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่นา ลืมสนิทเลย ถ้าผมหยิบออกมาเร็วกว่านี้ก็น่าจะจำวีได้แท้ๆ ขอโทษนะครับ”

“ผ...ผมเองก็ขอโทษครับ” วีว่าพลางลูบท้ายทอยอย่างอายๆ ก่อนที่เขาจะหลบสายตาอีกฝ่ายด้วยการมองไปรอบๆ ห้องที่ยังคงไร้นักเรียนคนอื่นนอกจากพวกเขาสองคน พอเห็นว่ายังไม่มีใครมาสักทีมันก็ทำให้เขาอดขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้


“วันนี้ห้องเรียนดูเงียบๆ นะครับ หรือพวกเรามาเช้าเกินไป”
“นั่นสินะครับ” เดสมอนด์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้บอกเวลาเจ็ดโมงกว่า

“น่าจะใกล้เวลาเข้าเรียนแล้วล่ะมั้งครับ เดี๋ยวทุกคนก็คงมา”
“ถ้างั้นผมไปนั่งที่ก่อนนะครับ” วีว่าก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ส่วนเดสมอนด์ก็กลับไปให้ความสนใจกับหนังสือในมือที่ยังคงอ่านค้างเอาไว้



ไม่นานเด็กหนุ่มทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนมากมายที่กำลังใกล้เข้ามา เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเพื่อนร่วมห้องของพวกเขาซึ่งเป็นเด็กใหม่เหมือนกันกำลังทยอยๆ เข้ามาในห้องเรียนทีละคนๆ จากที่วีเคยคิดว่าบรรยากาศของห้องเรียนนั้นเงียบเชียบเอามากๆ ถึงขนาดที่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ก็ต้องกลับกลายเป็นว่าตอนนี้มันเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ และซึ่งเป็นสภาวะปกติที่วีเห็นมาได้ 2 วันแล้ว


..
.
.
.
.



“ฮึบบบบ!”

หลังจากที่ครูประจำคาบสุดท้ายของช่วงเช้าเดินออกไปจากห้อง วีก็บิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อย การได้ขยับร่างกายหลังจากนั่งอยู่ท่าเดิมๆ ตั้งสามชั่วโมงนี่มันช่างดีจริงๆ เขาคิดก่อนจะปิดหนังสือเรียนลงและเก็บมันเข้ากระเป๋า



โครกกกก
อา...ชักหิวแล้วสิ -v-)...




วันนี้วีตัดสินใจว่าเขาจะลองไปกินข้าวที่โรงอาหารดูบ้าง ถือซะว่าเป็นการสำรวจไปด้วยเลย เพราะเขาก็ไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง อ๊ะ! ถ้าชวนรูมเมทไปด้วยก็น่าจะเข้าท่านะ

เมื่อคิดได้ดังนั้นวีก็รีบลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วตรงไปที่โต๊ะของเดสมอนด์แทบจะในทันที เขาทำท่าจะเอ่ยชวนอีกฝ่ายที่ยัง
นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่ แต่ทว่าพอสายตาได้เหลือบไปเห็นสิ่งที่เดสมอนด์กำลังเขียนมันก็ทำให้เขาลืมคำพูดที่จะพูดก่อนหน้านี้ไปในทันที

“ดีวาดรูปสวยจังครับ” วีเอ่ยชม ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “อ๊ะ ผมวีนะครับ”
“ขอบคุณครับ” เดสมอนด์ยิ้มรับพลางเงยหน้าขึ้นจากรูปวิวท้องฟ้านอกหน้าต่างที่เขากำลังวาดอยู่ “ผมชอบวาดพวกวิวสวยๆ มากเลยน่ะครับ”
“ผมก็ชอบวาดรูปครับ แต่ชอบระบายสีน้ำมากกว่า”
“ผมก็ชอบสีน้ำครับ” เดสมอนด์ได้ฟังก็ยิ้มกว้าง “เหมือนผมกับวีจะมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกันเลยนะครับ”
“จริงด้วยครับ ฮะๆ” วีว่าพลางหัวเราะน้อยๆ “ไปทานข้าวที่โรงอาหารด้วยกันไหมครับ”
“ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
“อ๊ะ ขอโทษนะครับที่ชวนทั้งที่ดีไม่หิว”
“ไม่หรอกครับ เชิญวีตามสบายเลยครับ”
“ถ...ถ้างั้นผมจะซื้อไอศกรีมมาฝากนะครับ”

วีรู้สึกว่าอย่างน้อยเขาที่ได้ไปหาอะไรรองท้องก็ควรจะซื้อขนมติดไม้ติดมือมาเผื่อเดสมอนด์บ้าง แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรเนี่ยสิ...อีกทั้งเขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไรเลยเผลอบอกไปว่าจะซื้อไอศกรีมมาฝาก ซึ่งที่จริงมันเป็นของชอบของเขาเอง



เอาน่า! เขาชอบดีก็คงจะชอบน่ะแหละ!



พอได้ยินวีว่ามาแบบนั้น เดสมอนด์ก็สัมผัสได้ถึงความหวังดีของเจ้าตัวที่คงไม่อยากปล่อยให้เขานั่งหิวไส้กิ่ว ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ยังไม่มีในสมุดบันทึกของเขา เดสมอนด์ถึงกับยิ้มด้วยความเขินอาย…

“ขอบคุณนะครับ”


..
.
.
.
.


การเข้าโรงอาหารครั้งแรกของเด็กหนุ่มช่างเป็นอะไรที่น่าอายมากๆ เพราะเขายังไม่ค่อยรู้ระบบของโรงอาหารเท่าไหร่เลยได้แต่สั่งข้าวมากินแบบงงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะน่าอายไปซะทั้งหมดหรอกนะ เพราะมันทำให้เขาได้รู้จักกับพี่ยูและพี่รันเดลเป็นครั้งแรกด้วย

หลังจากที่ทานข้าวกลางวันที่โรงอาหารจนอิ่มแปล้ วีก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาควรจะกลับห้องเรียนได้แล้ว ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็เดินออกมาจากโรงอาหารแล้วตรงไปที่อาคารเรียนทันที

แต่ทว่าทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก…



“ถ...ถ้างั้นผมจะซื้อไอศกรีมมาฝากนะครับ”  



จู่ๆ ภาพตอนคุยกับเดสมอนด์ที่ห้องเรียนเมื่อช่วงกลางวันก็วนลูปกลับเข้ามาในหัว พาให้วีต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าอาคารเรียนลง

“ไอศกรีม...ไอศกรีม...” เขานึกสิ่งที่ตัวเองจะต้องไปซื้อด้วยการพึมพำออกมาเบาๆ ว่าแล้วก็หมุนตัวกลับหมายจะตรงไปที่ร้าน La pastel แต่ทว่าเขากลับไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนเดินตามหลังเขามาแบบติดๆ เลยทำให้เกิดการปะทะกันเข้า…



ตุบ!


“โอ๊ย!” วีถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อเขาขนเข้ากับอีกร่างอย่างจังเสียจนล้มก้นกระแทกพื้นดังตุบ เขาหันไปลูบก้นตัวเองป้อยๆ โชคดีที่ไม่ได้ล้มแรงมากนัก


“ล..ลุกไหวไหมครับ...”

เมื่อวีหันไปมองตามเสียงของคู่กรณีก็เห็นว่าเป็นเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูตัวเท่ากันๆ กำลังนั่งยองๆ ลงและมีไม้อันหนึ่งถูกยื่นมาให้ตรงหน้าเขา วีกระพริบตาปริบๆ กับการช่วยเหลือของคู่กรณีที่ดูจะแปลกไปสักหน่อย



ปกติเขาต้องยื่นมือมาให้กันไม่ใช่เหรอ…



“ค..ครับ ขอโทษนะครับ”

วีอาศัยมือที่มีเพียงข้างเดียวของตัวเองจับไม้เอาไว้แน่น โชคดีที่เขาได้อีกฝ่ายเข้ามาช่วยพยุงด้วยเลยทำให้ลุกขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม หลังจากที่ยืนตบฝุ่นที่กางเกงอยู่สักพักวีก็ก้มหัวขอโทษคู่กรณีอีกครั้ง

“ขอโทษนะครับ”
“ผมก็ขอโทษที่เหม่อครับ..” อีกฝ่ายเองก็ก้มหัวขอโทษวีเช่นกัน

และด้วยเหตุการณ์การปะทะกันเมื่อกี้ทำให้นักเรียนที่เดินสัญจรไปมามากมายเริ่มหยุดแล้วหันมามองพวกเขาด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น ตัววีที่รับรู้ถึงสายตามากมายเหล่านั้นได้ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เขาไม่ชอบกลายเป็นจุดเด่นและคนเยอะๆ ถูกมองแบบนี้เลย มันแปลกงั้นเหรอที่มีคนก้มหัวขอโทษให้กันและกันน่ะ? หรือว่าเขาทำอะไรผิดไปนะ?

แต่ว่าตอนนี้เขาต้องทำอะไรสักอย่าง…



“ขอโทษครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่รีบร้อนไปหน่อย ผมขอตัวก่อนนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ”
“อ..เอ่อ...”

โดยไม่ทันรอให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้อะไรวีก็ก้มหัวให้อีกครั้งแล้วรีบผละออกมาจากตรงนั้นโดยเร็ว เขาอยากจะขอโทษคนเมื่อกี้อีกสักครั้ง แต่พอถูกคนอื่นจ้องมองแบบนั้นมันก็ทำให้เขาตัวเกร็ง ทำอะไรไม่ถูกเลย ถ้ามีโอกาสได้เจอกันคราวหน้าเขาก็อยากจะขอโทษนะ แย่จังแฮะ...


ทางด้านเด็กหนุ่มอีกคนทำได้เพียงแค่มองทางที่เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนวิ่งไป เขาแค่อยากจะถามว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเปล่า แต่ทว่าเจ้าตัวก็รีบวิ่งจากไปเสียก่อนราวกับกำลังหนีจากอะไรบางอย่าง หรือน้องใหม่คนนั้นจะวิ่งหนีเขากันนะ?


..
.
.
.
.



“ร้อนจังเลยแฮะ”


ทันทีที่ก้าวออกมาจากร้าน La pastel สิ่งที่เด็กหนุ่มรับรู้ได้เป็นอย่างแรกก็คือแสงอาทิตย์ที่จ่อลงตรงกลางหัวของเขา เพราะมือถือไอศกรีมของเดสมอนด์แล้ว เขาจึงยกมันขึ้นมาบังแดดที่ส่องหน้าไม่ได้ ซึ่งมันก็ทำให้เขาต้องมุ่ยหน้าพลางคิดว่ารีบวิ่งกลับไปที่อาคารเรียนจะดีกว่า ไอติมเองถ้าอยู่กลางแดดนานๆ ก็ได้ละลายหมดเสียของกันพอดี

เขาวิ่งกลับมาตรงจุดที่เคยชนกับเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าอีกรอบ เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นถุงอะไรบางอย่างอยู่บนพื้น เลยปลายเท้าของเขาไปอีกนิด


“ของใครนะ”
วีพึมพำเบาๆ ด้วยความสงสัยพลางใช้นิ้วเขี่ยขึ้นมาดู เขาเห็นแค่ด้านหน้าของมันเท่านั้น มันเป็นถุงผ้าสีดำ มีหน้าตัวอะไรสักอย่างด้วย เขาพยายามที่จะใช้นิ้วทำให้ถุงพลิกไปด้านหลัง แต่ยากลำบากเหลือเกิน สุดท้ายวีก็เลิกสนใจมันแล้วถามหาเจ้าของจากนักเรียนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น


“เอาไปให้ประชาสัมพันธ์ดีไหมนะ”

แต่สุดท้ายเขาก็หาเจ้าของไม่เจอ ในขณะที่กำลังคิดว่าควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาสัมพันธ์ดีไหม จู่ๆ เขาก็นึกถึง
คู่กรณีที่เคยชนกันตรงนี้ แต่ทว่าตอนนี้เจ้าตัวไม่อยู่แล้ว วีคิดว่ามันอาจจะเป็นของของคนนั้นก็ได้ คงจะร่วงตอนที่ชนกัน แต่ว่า...อีกฝ่ายเป็นใครกันล่ะ…????




อืมมม...วีพยายามที่จะนึกลักษณะคร่าวๆ ของอีกฝ่ายจากที่เขาเห็น...

…ผมกับตาสีน้ำตาล
...ดูแปลกๆ แต่ก็ดูใจดี
...ตัวเท่ากัน
...ใส่เสื้อลายอะไรสักอย่าง
...และก็ถือไม้ด้วย


นั่นคือทั้งหมดที่เขานึกออก แต่มันก็ไม่ได้เป็นเบาะแสช่วยสักเท่าไหร่เลย รู้แบบนี้เขาน่าจะสังเกตเนคไทไว้เสียหน่อย


“ถือไม้น่าจะเห็นง่ายสุด”

วีพูดเพราะคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้เขาหาตัวเจ้าของได้ง่ายที่สุด เขาเองก็อยู่ที่นี่มาจะสามวันแล้ว เห็นนักเรียน ครูและบุคลากรมาก็หลายคน แต่ยังไม่เคยเห็นใครถือไม้แบบนั้นนอกจากเด็กหนุ่มคนนั้นเลย หลังจากสรุปกับตัวเองได้เขาก็เดินกลับเข้าไปในอาคารเรียน ระหว่างนั้นก็สอดส่ายสายตามองหาคนที่ถือไม้ที่ว่าไปพลางแต่ทว่ากลับไม่พบใครที่ใกล้เคียงเลย


..
.
.



เดสมอนด์สะดุ้งหน่อยๆ ที่จู่ๆ ก็มีไอศกรีมโคนรสวานิลลาปรากฎต่อหน้าเขาราวกับถูกเสกมา ดวงตาคู่สีอำพันละสายตาจากวิวท้องฟ้าที่วาดอยู่

และเขาก็ได้พบกับเด็กหนุ่มอีกคน…


“ผมวีนะครับ ที่เราเจอกัน…”
“ผมเริ่มจำเสียงวีได้แล้วครับ ไม่ต้องแนะนำตัวแล้วก็ได้ครับ” เดสมอนด์ว่าอย่างยิ้มๆ ก่อนจะรับไอศกรีมจากอีกฝ่าย “ขอบคุณสำหรับไอศกรีมนะครับ”
“อ่าครับ ขอโทษนะครับ” วีรู้สึกดีใจหน่อยๆ ที่รูมเมทเริ่มจำเขาได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าพูดขอโทษเรื่องอะไร


“แล้วนั่นคืออะไรเหรอครับ?”


หลังจากที่วีไม่ได้พูดอะไรอีกและทำท่าจะกลับไปนั่งที่โต๊ะ แต่ทว่าเสียงที่บ่งบอกถึงความแปลกใจของเดสมอนด์ก็ดึงขึ้นแทรกพร้อมกับนิ้วที่ชี้มายังถุงสีดำบนมือของวี วีชะงักการกระทำเมื่อครู่ลงแล้วหันมามองด้วยสายตาที่สงสัยไม่แพ้กับสายตาของเดสมอนด์

“อ๋อ นี่น่ะเหรอครับ…”

วีเล่าเรื่องที่ตนเผลอเดินชนกับนักเรียนคนหนึ่งรวมถึงเรื่องที่ตนเก็บถุงสีดำอันนี้ได้ให้อีกฝ่ายฟัง ซึ่งเดสมอนด์เองก็นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อจนไม่ได้แตะรูปวิวท้องฟ้าต่อเลย


“ผมเจอเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในนี้ก็คิดว่าเจ้าของต้องเดือดร้อนแน่ๆ ก็เลยอยากคืน แต่ผมไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นใครน่ะครับ”
“ผมคิดว่าอาจจะเป็นของคนที่วีเดินชนล่ะมั้งครับ”
พอได้ยินเดสมอนด์คาดเดาออกมาแบบนั้น วีก็ถึงกับตาเป็นประกาย “อ๊ะ ผมก็คิดแบบดีเลยครับ แต่อยู่มอไหนเนี่ยสิ”




“ขอดูถุงนั่นได้ไหมครับ เผื่อผมพอจะช่วยได้”


ทันใดนั้นเองก็มีเสียงของผู้มาเยือนใหม่ดังขึ้นที่ข้างหลังของวี พาให้ทั้งคู่ต่างตกใจกับการมาแบบกะทันหันของเด็กหนุ่มหน้ามนคนหนึ่ง เขามีผมสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ถูกเจลแต่งแต้มจนเรียบแปล้และมีกระบนใบหน้าเล็กน้อย เจ้าตัวเดินเข้ามาหาวีและดีด้วยสีหน้าที่มีความมั่นใจเต็มร้อย นิ้วชี้ข้างหนึ่งก็ดันแว่นกรอบสีดำหนาเตอะให้เข้าที่

“ครับ” วีส่งถุงในมือให้กับเด็กหนุ่มอีกคน ซึ่งเจ้าตัวก็ใช้เวลาสำรวจถุงปริศนานั่นอยู่สักพักก่อนที่จะชี้ไปที่ด้านหลังของถุงแล้วพูดขึ้น วีกับดีพยายามเพ่งเล็งมองตรงจุดที่อีกฝ่ายชี้ มองป้ายเล็กๆ ที่เหมือนจะเขียนข้อความอะไรบางอย่างไว้ที่คล้ายๆ กับชื่อคน…


“ผมพอจะรู้จักเจ้าของถุงนี้นะ เป็นรุ่นพี่สุภะที่อยู่มอหกน่ะ”
“เขาหน้าตาเป็นไงเหรอครับ?” วีถาม
“ผมก็ยังจำหน้าตารุ่นพี่ในโรงเรียนไม่ค่อยแม่นทุกคนนะ แต่จำลักษณะอย่างอื่นได้…”


Lesson 73 : Remember me 2hchydz


เขาต้องเป็นห้องสมุดเดินได้แน่ๆ!!



“รู้เยอะจังเลยนะครับ” วีเอ่ยชมอีกฝ่ายในขณะที่เดสมอนด์ปรบมือด้วยความทึ่ง
“ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่ผมศึกษาข้อมูลพวกรุ่นพี่ไว้น่ะ”
เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มว่าพร้อมกับหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะขอตัวไปนั่งที่เนื่องจากครูประจำคาบช่วงบ่ายมาแล้ว ซึ่งวีก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณอีกฝ่ายด้วย



งั้นเย็นนี้ไปคืนเลยแล้วกัน พี่สุภะสินะ….
วีคิด ก่อนที่เขาจะไปนั่งประจำที่ด้วยเช่นกัน

....
..
.
.
.
.



เมื่อคาบสุดท้ายของวันจบลง วีก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเรียน คว้ากระเป๋าพร้อมถุงสีดำแล้วเดินออกจากห้องเรียนทันที เขาไม่ลืมที่จะเอ่ยลาเด็กหนุ่มผมทองอมน้ำตาลที่ยังนั่งทำการบ้านอยู่ จนเดสมอนด์อดแปลกใจไม่ได้ที่วันนี้วีเก็บของเร็วกว่าทุกวัน เพราะปกติพวกเขาจะเก็บของพร้อมกันและเดินกลับห้องพักด้วยกันเสมอ




“ห้องมอหก...ห้องมอหก…”

ในระหว่างที่กำลังเดินไปวีก็เหลือบมองข้างทางซ้ายขวาสลับกันไปมาพลางพึมพำชื่อห้องที่เขาต้องตามหา นี่ถ้าเขาไม่ได้พี่นักเรียนหญิงมอสี่คนหนึ่งที่ผมสั้นสีดำๆ มัดจุกด้วยหนังยางสีแดง ท่าทางร่าเริงสดใสคนนั้นบอกทางล่ะก็ เขาคงจะไปเดินหลงอยู่ที่ชั้นสองเสียแล้วสิ


“อ๊ะ เจอแล้ว” ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เดินมาถึงหน้าห้องของรุ่นพี่มอหกจนได้ พอลองมองย้อนกลับไปทางที่ตัวเองเดินมาก็พบว่ามันอยู่ใกล้แค่นี้เอง… -v-)


วีแอบชะโงกมองผ่านประตูที่เปิดแง้มออกหน่อยๆ เพื่อสอดส่องว่าคนที่เขามาตามหาอยู่ในห้องหรือไม่ และเพราะด้วยคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมห้องสวมแว่นคนนั้นก็ทำให้เขาหาตัวรุ่นพี่ได้ไม่ยากเลย โชคดีจัง...วีนึกกับตัวเองพลางลอบยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเก็บข้าวของอยู่



แต่ทว่าเขากลับไม่กล้าเอาของไปคืนให้เนี่ยสิ…
ก็นักเรียนในห้องเต็มไปหมดเลย ถ้าขืนเขาตะโกนเรียกรุ่นพี่ไปแบบนั้นมีหวังได้กลายเป็นจุดเด่นกันพอดีน่ะสิ!




ครืด!!

“มีธุระอะไรหรือเปล่าฮะ เห็นวีด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว”
“เอ่อคือ...”

ไทระนั่นเองที่เปิดประตูเดินออกมาเสียจนเขาสะดุ้งตกใจ วีเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ที่ตัวสูงกว่าประมาณยี่สิบเซนติเมตรพลางฉีกยิ้มแห้งๆ เขาเพิ่งจะได้รู้จักกับพี่ไทระเมื่อวานนี้เอง “ผมมาหาพี่สุภะน่ะครับ มีของจะคืนให้พี่เขา”
“อ๋อ ถ้างั้นวีจะเข้าไปก็ได้นะฮะ พี่มอหกที่นี่น่ารักทุกคน ไม่ทำร้ายวีหรอกฮะ” เพราะในระหว่างที่วีกำลังพูดกับเขาก็มีท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ด้วย ไทระจึงฉีกยิ้มด้วยความขี้เล่นแล้วพูดเพื่อให้รุ่นน้องรู้สึกสบายใจขึ้น



ซึ่งมันก็ได้ผล...วีรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย แต่พอมองไปที่รุ่นพี่อีกรอบมันก็ชักจะทำให้เขาคิดว่า ถ้าหากเขาเข้าไปตอนนี้จะเป็นการรบกวนหรือเปล่านะ?



“ไม่เป็นไรครับ ขอโทษนะครับ รบกวนพี่…”
“อ๊ะ สุภะมาพอดีเลยฮะวี”
ในขณะที่วีกำลังคิดว่าจะฝากของให้พี่ไทระไปคืนอีกฝ่ายดีไหม เสียงของคนตรงหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้งพาให้ความคิดทั้งหมดพลันหยุดลง



ห...เห๊ะ!?



วีพูดอะไรต่อไม่ออกแล้วมองไปยังรุ่นพี่อีกคนที่กำลังเดินตรงมาที่ประตู ซึ่งก็คือจุดที่เขากับไทระกำลังยืนอยู่ พี่เขากำลังจะกลับห้องพักสินะ...วีคิดเมื่อเห็นสุภะสะพายกระเป๋าเป้สีส้มใบหนึ่งมาด้วยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขามองไทระที่กำลังยืนคุยอะไรสักอย่างกับสุภะแถมเจ้าตัวยังเหลือบมามองเขาเป็นระยะๆ ด้วย

หลังจากที่ไทระขอตัวไปห้องชมรมสภานักเรียน หน้าห้องเรียนก็เหลือเพียงแค่วีกับสุภะที่ยืนจ้องหน้ากันแค่สองคน ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดอะไรกันเลย วีไม่รู้จะพูดเกริ่นว่าอะไรก่อนดีแถมยังถูกรุ่นพี่จ้องมาแบบนั้นมันก็ทำให้เขาอยากรีบปลีกตัวออกมา แต่ไม่ได้สิ! เขามาที่นี่เพื่อจะมาคืนของนี่นา!


ทางด้านสุภะเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เขาเพิ่งจะได้เห็นอีกฝ่ายแบบชัดๆ จึงนึกออกว่าเป็นคนเดียวกับคนที่เขาเดินชนเมื่อตอนกลางวัน และเขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าน้องไม่มีแขนข้างหนึ่งด้วย…





“ผม…”
“ผม…”
“อ๊ะ”
“เอ่อ...”

เด็กหนุ่มทั้งสองต่างมองกันตาปริบๆ ที่จู่ๆ บรรยากาศก็กดดันให้พวกเขาโพล่งขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองผละจากกันเล็กน้อยก่อนที่สุภะเงียบไปแทนเพื่อให้น้องได้เป็นฝ่ายพูดก่อน

“ผม...ผมชื่อวีอยู่มอหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ร..เรื่องเมื่อตอนกลางวันขอโทษด้วยนะครับ แล้วก็...ผมเก็บของของพี่ได้น่ะครับ”
วีรีบเอ่ยแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ พร้อมกับยื่นมือที่ถือถุงสีดำไว้ไปตรงหน้าของอีกฝ่ายอย่างเร็วไว เพราะกลัวรุ่นพี่จะโกรธหากเขายังถือของของรุ่นพี่ราวกับเป็นของตัวเองไว้อยู่แบบนี้ แต่ทว่าในทางกลับกันแล้วสุภะยังคงยืนมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ทั้งที่ในใจกลับรู้สึกดีใจที่เห็นกระเป๋าเงินอยู่ในมือของรุ่นน้อง นึกว่าเขาจะไม่มีทางได้เห็นมันแล้วเสียอีก…


เพราะหลังจากที่รู้ตัวว่ามีของหายเขาก็รีบเดินกลับมาตรงจุดที่ที่เคยชนกับวีทันที แม้มันจะเลยเวลาเข้าเรียนมาห้านาทีแล้วก็ตาม แต่ทว่าเมื่อไปถึงกลับไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่เงา ซึ่งมันทำให้เขาร้อนใจมากๆ และก็นั่งกังวลเกี่ยวกับมันมาตลอดเลย



สุภะก้มหัวหน่อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณหลังจากที่ได้รับของจากวี “ขอบคุณครับ...ผมก็ต้องขอโทษด้วย...”

“แล้ว...วีเจ็บไหมครับ...”
“ไม่เลยครับ” วียิ้มบางด้วยความอาย ก่อนที่จะถามกลับบ้างตามมารยาท “แล้วพี่เจ็บตรงไหนไหมครับ?”

ซึ่งสุภะได้ฟังก็ส่ายหัวเป็นการตอบแล้วเงียบไป


วีเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเช่นกันเลยพาให้บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาเงียบลงในฉับพลัน มีเพียงแค่เสียงของคนในห้องเรียนที่ยังคงดังเซ็งแซ่แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้วก็ตาม วีคิดว่าธุระของตัวเองน่าจะเสร็จแล้วแต่เขากลับไม่กล้าผละออกมา ยิ่งรุ่นพี่ไม่ยอมพูดอะไรด้วยแล้วแบบนี้มันก็ทำให้เขาเดาความคิดอีกฝ่ายไม่ออกเลย


วีสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆ คนตรงหน้าก็เปลี่ยนมาควานหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าเป้ของตัวเอง เขาได้ยินอีกฝ่ายพึมพำแต่คำว่า ‘ไม่มีๆ’ ซึ่งมันทำให้เขาเกิดความสงสัยจนต้องมองและเลิกคิ้วสูง รุ่นพี่ทำอะไรหายอีกงั้นเหรอ?



ลองถามออกไปดีไหมนะ...วีคิดกับตัวเอง
แต่ในขณะที่กำลังอ้าปากเตรียมจะถาม สุภะก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาเสียก่อน…


Lesson 73 : Remember me 2q1f2v9


เขาคงอยากรู้ของที่เราชอบสินะ…



วีไม่ค่อยเข้าใจคำถามของสุภะเท่าไหร่ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงถามแบบนั้น เขาเลยตอบไปตามความคิดของตัวเอง ซึ่งถึงแม้คนฟังอย่างสุภะจะรับรู้ได้ว่ารูปประโยคคำตอบมันแปลกๆ แต่เขาก็พอที่จะเข้าใจ

สองขาของสุภะก้าวฉับๆ ตรงไปยังทางออกของอาคารเรียนทันที แต่ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นว่ารุ่นน้องไม่ได้เดินตามมาด้วยแถมยังมองเขาด้วยสายตาสงสัย

“ไม่ไปเหรอครับ...” เขาเอ่ยถาม



...เห๊ะ?



และก็เป็นอีกครั้งที่วีไม่เข้าใจคำถามของรุ่นพี่ เขาไม่รู้ว่าสถานที่ที่รุ่นพี่จะ ไป คือที่ไหนและไม่รู้ว่าทำไมถึงชวนเขาด้วย หรือว่ารุ่นพี่มีอะไรอยากให้เขาดูเหรอ? หรือยังไงกันนะ...ถึงในหัวจะมีคำถามมากมายเพียงใด แต่เขาก็ทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงักแล้วเร่งฝีเท้าตามอีกฝ่ายไปเท่านั้น เพราะรู้สึกว่าไม่อยากเซ้าซี้และอีกอย่างก็คือเขาอายเกินกว่าที่จะถาม


..
.
.
.
.



วีเดินตามสุภะมาเรื่อยๆ จนถึงร้าน La pastel...ใช่ มันคือร้าน La pastel จริงๆ เขาคงจะไม่เข้าใจไปอีกนานถ้าหากสุภะไม่บอกกับเขาว่าเขาสามารถสั่งเมนูอะไรก็ได้ตามใจเพราะเจ้าตัวจะเลี้ยงเป็นการตอบแทนเอง จริงๆ วีก็รู้สึกเกรงใจอีกฝ่ายเลยยืนเก้ๆ กังๆ หน้าเค้าน์เตอร์อยู่นาน แต่ท้องเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงน่าอายออกมาประชดเสียนี่ ทำเอาเขาแทบอยากจะมุดลงใต้โต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด!

ถ้าพูดถึงของกินที่ร้านนี้เขาก็อดที่จะนึกถึงไอศกรีมโคนไม่ได้...แบบเดียวกับที่เขาเคยซื้อให้เดสมอนด์เมื่อตอนกลางวัน



งั้นเอาอันนี้ล่ะกัน!



“ขอไอศกรีมโคนรสวานิลลาหนึ่งอัน กับ...กับรสช็อกโกแลตหนึ่งอันครับ”

ทันทีที่ได้ยินวีสั่งออเดอร์กับพี่พนักงานที่เค้าน์เตอร์ สุภะก็อดแปลกใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายก็ตัวเกือบเท่าๆ กัน แต่ทำไมถึงสั่งไอศกรีมตั้งสองโคน แต่เขาก็ไม่ได้เอะใจหรือสงสัยมากนักแล้วรีบควักเงินให้พี่พนักงานไป หลังจากยืนรอรับไอศกรีมที่สั่งไปสักพัก (เห็นว่าวีมีแขนข้างเดียวแต่ต้องถือไอศกรีมสองโคนเลยเข้าไปช่วยถืออันหนึ่ง) พวกเขาก็เดินออกมาจากร้านพร้อมกัน โดยมีเสียงกล่าวขอบคุณของพี่พนักงานดังไล่ตามหลังมา


วันนี้สุภะไม่ได้ไปห้องสมุดอย่างทุกทีเพราะเห็นว่าเวลาเริ่มเย็นมากแล้ว เขาเลยตกลงที่จะเดินกลับห้องพักไปพร้อมกับวี

“ขอบคุณนะครับ” จู่ๆ วีก็เปรยขึ้นและเห็นว่ารุ่นพี่ไม่แตะไอศกรีมในมือเลย “ไม่กินเหรอครับ..ผมให้ครับ”
“ไม่เป็นไรครับ...” เมื่อรู้ว่ามันเป็นของที่มีรสชาติหวานสุภะก็รีบเซย์โนทันที เขาเงียบไปสักพักก่อนที่จะนึกคำถามบางอย่างออกเลยหันไปคุยกับวีอีกครั้ง  “วีหาผมเจอได้ไงครับ…”



ลึกๆ เขาก็แอบสงสัยว่าน้องหาตัวเขาเจอได้อย่างไร จำได้ว่าเขาเขียนแค่ชื่อติดไว้ที่กระเป๋าเงินนี่นา….  



เสียงของคนข้างกายทำให้วีหยุดกินไอศกรีมแล้วครุ่นคิดด้วยการเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็น คำถามนี้เป็นคำถามที่สองที่เขาเข้าใจ “เพื่อนที่ห้องบอกผมครับ เขาบอกว่าเป็นพี่มอหก พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงสีหน้า ชอบใส่เสื้อกันหนาวลายทางดำสลับขาว ถือไม้ค้ำยาวๆ ติดตัวและก็ตัวเท่าๆ ผมด้วย”



อันหลังวีเติมไปเข้าเองตามความคิดของเขา...

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้นที่ในที่สุดก็ได้คุยกับรุ่นพี่และดีใจที่ได้รู้จักรุ่นพี่เพิ่มขึ้นอีกคน



“เหรอครับ…”

ทางด้านสุภะเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนสังเกตเขาด้วยก็เลยอดทึ่งในตัววีไม่ได้ เขาเองก็ได้ยินเรื่องของน้องใหม่มาบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ยังจำลักษณะของน้องไม่ได้สักที สงสัยต้องพยายามขึ้นอีกสักนิดแล้วล่ะ
.
.


“แล้วก็…”
ทันใดนั้นวีก็ทำท่าจะพูดต่ออีก สุภะเลยเงียบเพื่อรอฟัง
.
.



“ผมคิดว่า...ถึงพี่จะพูดน้อยและก็แปลกๆ...แต่ก็ใจดีครับ”
“.....”
“อ๊ะ ขอโทษนะครับที่พูดว่าแปลกๆ”
“ไม่หรอกครับ...” สุภะส่ายหัวอีกรอบ “ผมก็คิดว่า (ตัวเอง) แปลกเหมือนกัน…”
“ฮะๆ “ วีได้ฟังก็ถึงกับหัวเราะน้อยๆ ออกมา แม้เขาจะไม่รู้ว่าคนที่แปลกที่อีกฝ่ายว่าหมายถึงใครกันแน่



เด็กหนุ่มทั้งสองยังคงเดินควบคู่กันไปเรื่อยๆ ในยามโพล้เพล้
มีบ้างที่บทสนทนาเล็กๆ จะเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา แม้ส่วนใหญ่จะเป็นวีที่เป็นฝ่ายเริ่มก็ตาม
แต่พอรู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็มาถึงอาคารหอพักแล้ว
เมื่อสุภะหันไปมองวีอีกครั้งก่อนที่จะต้องแยกย้ายกัน
ก็พบกับไอศกรีมสองโคนที่หายวับไปกับตา...

-----------------------------------------------------------------



Lesson 73 : Remember me Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน

Lesson 73 : Remember me Q-item20  +10 STAR PIECE
ชิ้นส่วนดวงดาวที่ใช้สะสมรวมกันในขวดโหล สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลกับทางโรงเรียนได้



Narin's Comment:
เหมือนสกิลสีไม้อัพขึ้นอีกระดับนึงแล้ว
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า สีผมเงาสวยมากกก
เริ่มมีการใช้เทปในภาพ เป็นการทุ่นแรงที่ดี
เข้าใจคิดดีครับ ใช้ได้เรื่อยๆเลยนะ ขอแค่
อุปกรณ์เสริมเหล่านี้ไม่เด่นไปกว่าตัวละคร
และมีส่วนที่ระบายเองมากกว่าแปะเอาก็พอ
ทำแบบครั้งนี้ต่อไปได้เลยครับ

เนื้อหาครั้งนี้ รู้สึกว่าจะเข้าถึงคาแรคเตอร์วี
ได้ดีเป็นพิเศษ ทำให้วีออกมาโดดเด่นมากๆ
เผลอๆเด่นกว่าสุภะอีก แต่ผมเข้าใจว่าตั้งใจ
จะใช้วีในการดึงคาแรคเตอร์สุภะออกมา
เป็นสุภะในมุมมองของวี ซึ่งก็ทำออกมาได้ดี
รู้สึกว่าสุภะโตขึ้น มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น
กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น เหมือนเม่นจริงๆ

แม้ลายเส้นจะทำให้สุภะดูหน้าหวานมาก
ไหนจะตัวเล็กอีก แต่คาแรคเตอร์ที่ได้เห็น
ครั้งนี้ให้ฟิลลูกผู้ชายแมนๆคนหนึ่งเลย
ให้อารมณ์รุ่นพี่ที่ดูเย็นชาแต่จริงๆแล้วใจดี
คาแรคเตอร์สุภะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
และค่อยๆลงตัว กลมกล่อมขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้มีแต่จะชอบตัวละครตัวนี้มากขึ้น
เรื่อยๆเลยครับ

ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
2012 © QUAINT | Powered by CHAIRMANS ®