ลุ้นรับเงินล้านและของรางวัลมากมายกับ "Spectacular Award" จากสปอนเซอร์ ดึงเสน่ห์ของผลงานคุณออกมาให้พวกเราได้ชม!!
สวัสดี! ผู้มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่ Quaint School Community คอมมูโรงเรียนสำหรับผู้พิการ
แผนที่โรงเรียนและภาพบรรยากาศโรงเรียนใหม่มาแล้ว!! "คลิ๊กที่นี่" พร้อมเปิดจองห้องพักแล้ววันนี้เป็นต้นไป!!

Share
Go down
avatar
Quaint Foundation
Quaint Foundation
ClassLv.50
INFO.Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Star Piece1046
CHIPS+90 M 891 K 68



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Tue 31 Jan 2017, 17:57
สวัสดีครับ

และแล้วเราก็กลับมาอีกครั้งกับภารกิจรูมเมทครั้งใหม่
ไฉไลกว่าเดิม!! เพราะครั้งนี้ทางโรงเรียนได้ออกมา
บอกว่าชายหญิงนอนห้องเดียวกันนั้นเป็นเรื่องขัดต่อ
วัฒนธรรมไทยอันดีงาม!! (พึ่งรู้ตัวเรอะ..)

เราจึงจะทำการ 'สู่มรูมเมท' กันใหม่เกือบทั้งหมด
โดยมียกเว้นกรณีสำหรับบางห้องที่เป็นเพศเดียวกัน
อยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งบางห้องที่เป็นเพศเดียวกันแต่มีการ
ทำเรื่องย้ายห้องก็จะได้รับการสุ่มใหม่ในครั้งนี้เช่นกัน

เด็กๆสามารถสุ่มรูมเมทได้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจนถึง
เวลาสิ้นสุดภารกิจ แต่ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจรูมเมท
ที่ทุกคู่จำเป็นต้องปรึกษาหารือกัน เพราะฉะนั้นยิ่งสุ่ม
ไวก็จะยิ่งได้เปรียบในเรื่องเวลาทำภารกิจนั่นเอง!!

รอช้าอยู่ใย ตามไปสุ่มรูมเมทใหม่กันได้ด้วยวิธีดัง
ต่อไปนี้!!

คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านวิธีการใช้ Risky Dice สุ่มรูมเมท

1. สำหรับใครที่ตัวละครเป็นเพศชายให้เลือกหัวข้อ "สุ่มรูมเมทชาย"
2. สำหรับใครที่ตัวละครเป็นเพศหญิงให้เลือกหัวข้อ "สุ่มรูมเมทหญิง"
3. กำหนดเลขข้างหลังเป็นเลข 3 เท่านั้น
4. หากหนึ่งในคนที่คุณสุ่มได้ สุ่มได้คุณเช่นกัน จะเป็นรูมเมทกันทันที
5. หากมีคนสุ่มตรงกันเกินสองคน จะนับจากคนแรกที่สุ่มได้คุณ
6. หากคนที่คุณสุ่มได้ทั้งหมด ไม่มีใครสุ่มได้คุณ คุณจะต้องสุ่มใหม่อีกครั้ง





เนื้อเรื่องภารกิจ

เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลแห่งความรักที่จะมาถึงนี้
ทางโรงเรียนได้เรียนเชิญเชฟมิชลิน 3 ดาวประจำ
ร้านขนมจากประเทศฝรั่งเศสมาสอนอบขนมเค้ก
ช็อคโกแลตกันแบบเอ็กคลูซีฟสุดใกล้ชิด!!

นักเรียนและคณะบุคลากรทุกคนต่างชื่นชอบเค้กที่
'เชฟปิแอร์' ได้ตั้งใจรังสรรค์เค้กสูตรพิเศษหวังอยาก
ให้พวกเราได้มอบความรู้สึกดีๆให้กันอย่างเต็มเปี่ยม
แต่หารู้ไม่ว่าอาจจะตั้งใจเกินไปนิ๊ดดดนึง เพราะทุกคน
ที่ทานเค้กไปดันตื่นมาสลับร่างกับคนที่นอนด้วยเสียนี่!!

แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะทีนี้!?!

ขณะนี้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันที่โรงเรียนควิ้นท์กำลัง
ชุลมุนเพราะทุกคนได้สลับร่างกับรูมเมทตัวเองเข้า!!
หากไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็จะต้องดำเนินชีวิต
ทำหน้าที่ของตนให้ดีต่อไป มาลองใช้ชีวิตของรูมเมท
ให้เต็มที่กันดูสักวันดีกว่า!!

*เนื้อเรื่องในครั้งนี้ถือเป็น spin-off ไม่เกี่ยวข้องกับ
เนื้อเรื่องจริงแต่อย่างใด เนื่องจากเนื้อหาแฟนตาซีเหนือ
ความเป็นจริงซึ่งขัดแย้งต่อตีมคอมมูซึ่งเป็นตึม real life*

รายละเอียดเนื้อเรื่องเพิ่มเติม

- NPC รัตติกาล จิคาโกะ เอลิท เกลิน ไม่ได้สลับร่าง
กับใคร

- วิธีการกลับร่างเดิมคือการนอนห้องเดียวกับคู่สลับร่าง
แล้วจะกลับคืนร่างเองในเช้าวันต่อมา

- โรงเรียนเปิดสอนปกติในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

- ทุกคนในโรงเรียนรู้ว่ามีการสลับร่างเกิดขึ้น หากรู้
รายละเอียดมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับตัวละคร
และเนื้อเรื่องที่แต่งว่าตัวละครได้สืบหาข้อเท็จจริง
มากน้อยเพียงใด เป็นคนช่างสังเกตขนาดไหน

ใครมีคำถามเพิ่มเติมหรือมีสิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
สามารถถามผมได้ตลอดเวลาเลยครับผม






รายชื่อรูมเมทที่ได้อยู่ห้องเดิม ไม่จำเป็นต้องสุ่ม
(เนื่องจากตัวละครมีเพศเดียวกันอยู่แล้ว)

Room 206
Supha + Mex Kilan

Room 311
Isara Pattanasak

Room 515
Caroline Losgun + Napassawan Budwat

Room 611
Phee + Randel Waller Donovan

Room 615
Jinn





สรุปผลคู่รูมเมทที่มาจากการสุ่ม

Taira Payakaroon + Peace Oliver
Phumin Prabaripye + Dasakorn Anekkarn
Rin Sukho + Hisoka Kazuki
Say + Mayin
Annabelle Ballard + Aksorn Pasin
Hanna Rogan + Yuminori Keniji
Nam + Raphael de Meraunual





กรณีที่อยู่ห้องคนเดียว หรือรูมเมทไม่ว่าง สามารถแจ้ง
ได้ทุกเมื่อ แล้วผมจะทำการจับคู่กับ NPC ให้แทนครับ

รายชื่อสมาชิกที่ได้สลับร่างกับ NPC

Jinn + Maxwell Sonner (NPC)
Isara Pattanasak + Narin (NPC)
Saharat Chaiyakul + Kriangkrai (NPC)

สามารถสอบถามข้อมูล NPC เพิ่มเติมได้กับเจ้าของ
ตัวละครเลยนะครับ





ระยะเวลาภารกิจ พิมพ์ว่า:WED 01/02/17 ; 00.00 TH - WED 15/02/17 ; 23.59 TH

รายละเอียดภารกิจ พิมพ์ว่า:1.เลือกห้องพักและลงทะเบียนหอพัก (สำหรับคนยังไม่มีห้อง)
วิธีการลงทะเบียนหอพัก:
ขั้นตอนการลงทะเบียนหอพัก
- ดูเลขห้องพักได้ ที่นี่
- คลิ๊ก ที่นี่ เพื่อเข้าฟอรั่ม ห้องปกครอง
- ตัวแทนรูมมเมทตั้งกระทู้เพื่อลงทะเบียนหอพัก
จากนั้นจึงให้รูมเมทอีกคนหนึ่งตอบกระทู้เพื่อยืนยัน
การลงทะเบียน ดูตัวอย่างได้ ที่นี่
- เมื่อยืนยันการจองแล้วทางระบบจะทำการตั้งกระทู้
ข้อมูลห้องให้ทางฟอรั่ม ห้องพักส่วนบุคคล

2.เขียนบรรยายเหตุการณ์ระหว่างสลับร่างกับรูมเมท
โดยตัวละครของคุณจะต้องดำเนินชีวิตในแบบที่
รูมเมทมักทำในชีวิตประจำวัน เช่นนักเรียนจะต้อง
ไปเรียนแทนเพื่อนในชั้นเรียนที่แตกต่างกันออกไป
หรือบุคลากรจะต้องไปทำงานแทนบุคลากรอีกคนหนึ่ง

มีเพียงจิตใจเท่านั้นที่ถูกโยกย้ายไปยังร่างของรูมเมท
ความพิการทางกายจะยังอยู่คงเดิม เช่นถ้าได้สลับร่าง
กับคนพิการทางสายตา คุณก็จะมองไม่เห็น ในขณะที่
รูมเมทที่เคยมองไม่เห็น จะมองเห็นด้วยร่างของคุณ

ความพิการทางจิตใจเป็นเคสพิเศษที่จะพิจารณาราย
บุคคลว่าจะมีผลต่อการสลับร่างหรือไม่ ขอให้ปรึกษา
เจ้าของตัวละครรวมทั้งผู้อำนวยการก่อนเริ่มทำภารกิจ

ความยาวเนื้อหาไม่จำกัด แต่เนื้อหาจำเป็นต้องประกอบ
ไปด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

- เหตุการณ์ระหว่างสลับร่างกัน การใช้ชีวิตประจำวัน
ของผู้อื่นในร่างของเขา
- ความแตกต่างทางสภาพร่างกายตอนสลับร่าง


ภารกิจครั้งนี้เป็น 'ภารกิจเขียน' สามารถวาดรูปประกอบ
ได้หากต้องการ แต่จะไม่มีผลต่อสแตมป์ จะมีเพียงถ้วย
รางวัลแจกรายบุคคลตามระดับผลงานที่ส่งเท่านั้น

รูมเมททั้งสองคนจะต้องส่งภารกิจในมุมมองของตัวเอง
(มุมมองตัวเองที่สลับร่างกับเพื่อนรูมเมท) ข้อมูลต่างๆ
เกี่ยวกับรูมเมทจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ขอให้ปรึกษาเพื่อน
อยู่เสมอหากไม่แน่ใจข้อมูลด้านใดเป็นพิเศษ

ที่เป็นภารกิจเขียนล้วนเพราะอยากให้ทุกคนมีเวลาใส่ใจ
กับเรื่องข้อมูลรูมเมทโดยเฉพาะ ขอแนะนำว่ายิ่งมีข้อมูล
เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของรูมเมทมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมี
โอกาสได้สแตมป์สูงมากเท่านั้น!!

ในกรณีที่คู่รูมเมทส่งเพียงคนเดียว จะมีเพียงคนนั้นที่ได้
สแตมป์ หากส่งสองคนจะตรวจโดยวัดจากสแตนด์ดาร์ด
ส่วนบุคคลโดยคร่าวของทั้งคู่



กฏการให้สแตมป์ พิมพ์ว่า:วิธีการเขียน 60%/เนื้อหา+ความถูกต้องของข้อมูลรูมเมท 40%

วิธีการเขียนนับจากภาษาที่ใช้ การเว้นวรรค การจัดบรรทัด
หากพิมพ์ผิดระดับหนึ่งอาจมีผลต่อสแตมป์ได้ เนื้อหาและ
ความถูกต้องของข้อมูลในที่นี้หมายถึงข้อมูลรูมเมทที่ถูก
นำมาใช้นั้นตรงต่อแฟ้มประวัติหรือเป็นความจริงหรือไม่
ได้ปรึกษากันมากน้อยเพียงใด ยิ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับชีวิต
ประจำวันของรูมเมทเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อสแตมป์มาก
เท่านั้น หากรูมเมทห้องเดียวกันมีเนื้อหาขัดแย้งกันจะ
ทำให้สามารถโดนลดสแตมป์ลงได้

ตัวอย่างการขัดแย้งทางเนื้อหาระหว่างคู่รูมเมท

เดียร์แลกแคลเป็นรูมเมทกัน ตามเนื้อเรื่องแล้วเดียร์เขียน
ว่าแคลไม่ได้ทานข้าว แต่แคลเขียนว่าตนได้ทานข้าวไป
สามชาม เป็นต้น





A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

B. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เกือบเพอร์เฟ็ค 90% - 100&

  GRAND PENTAGON STAMP
ตราประทับระดับสูงมากในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นห้าเหลี่ยมเทอร์ควอยซ์ผสมทองคำแท้ มีมูลค่า +150 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้สุดยอดเป็นที่น่าปลาบปลื้มแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +2,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

C. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้ยอดเยี่ยมมาก 80% - 90%

  ULTRA SQUARE STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเพชรสีชมพูผสมทองคำแท้ มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจอย่างยอดเยี่ยมเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

D. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้ปานกลาง 65% - 80%

  GREAT SQUARE STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมแซฟไฟร์ มีมูลค่า +75 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้อย่างดีเป็นที่น่าชื่นชมแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +1,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

E. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้ผ่านเกณฑ์ 50% - 65%

  JEWEL SQUARE STAMP
ตราประทับระดับทั่วไปในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมอัญมณีล้ำค่า มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้อย่างสำเร็จเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง


รางวัลแห่งความขยัน

.....รางวัลสำหรับแจกให้กับผู้ที่ส่งภารกิจเป็นคนแรกเท่านั้น เพื่อให้กำลังใจผู้ที่มี
ความขยันในการทำภารกิจส่งผู้อำนวยการโรงเรียน


  +10 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย


รางวัลเกียรติยศแห่งความสร้างสรรค์

.....ถ้วยรางวัลแต่ละชนิดจะถูกมอบให้กับ นักเรียน-อาจารย์ ที่มีผลงานสร้างสรรค์
เกินขอบเขตของจินตนาการ โดยระดับถ้วยเกียรติยศและจำนวนที่จะมอบให้นั้นขึ้น
อยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น แม้ผลงานที่เพอร์เฟ็คแต่ถ้าขาดความสร้างสรรค์
ก็จะไม่ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศก็เป็นได้ ในทางกลับกันหากผลงานไม่ได้สวยจน
น่าตะลึง แต่ถ้าหากมีความสร้างสรรค์ผู้อำนวยการก็สามารถมอบถ้วยเกียรติยศให้ได้...


  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก
  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ
  BRONZE HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองแดง มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าดึงดูดใจผู้อำนวยการ


Spectacular Award

.....รางวัล Spectacular จะถูกมอบให้สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานได้ประทับใจ
สปอนเซอร์จากบริษัท NOBLEMAN (EST.1990) เป็นอย่างมาก โดยผลงานนั้น
จะต้องมีเสน่ห์ในรูปแบบต่างๆที่ดึงดูดสายตาและจิตใจของสปอนเซอร์ ซึ่งไม่ได้ขึ้น
อยู่กับคุณภาพผลงานแต่อย่างใด แต่จะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์, จินตนาการ,
เสน่ห์ของผลงาน, ความกลมกล่อมของภาพรวม เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนี้จะได้
รับการประกาศเกียรติคุณ ณ ความคิดเห็นที่ลงผลงาน และใต้ชื่อกระทู้ภารกิจในหน้า
กระดานภารกิจ พร้อมทั้งของรางวัลดังนี้...

** อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัลนี้ได้โดย "คลิ๊กที่นี่" **

  +1,000,000 CHIPS
เหรียญตราที่ใช้ในการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในโรงเรียนหรือการร่วมกิจกรรมพิเศษที่ทางบริษัท NOBLEMAN จัดขึ้น โดยสามารถใช้แต้มสะสมจาก Spirit Point ในการแลกได้
  +30 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Thu 16 Feb 2017, 00:51, ทั้งหมด 12 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 00:25
The member 'pangkawjoa' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Peace Oliver"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 07:09
The member 'Rokutodes' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Phumin Prabaripye"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 15:32
The member 'zerosaber' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Taira Payakaroon"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 18:34
The member 'gotspinner' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Hisoka Kazuki"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 19:06
The member 'blenderblniiz' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Dasakorn Anekkarn"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 01 Feb 2017, 22:16
The member 'revan.r' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Mayin"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Thu 02 Feb 2017, 16:58
The member 'Hisoka' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Rin Sukho"

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Fri 03 Feb 2017, 23:51
The member 'mayinstar' has done the following action : RISKY DICE
ขอแสดงความยินดี...!
รูมเมทของคุณคือ "Say"
avatar
ประธานนักเรียน
ประธานนักเรียน
INFO.Taira Payakaroon
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-4% Grade Exp. | สามารถจัดกิจกรรมเสริมได้อย่างอิสระ 1 ครั้ง/เดือน

Star Piece464
CHIPS+19 M 289 K 407



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
3310/3333  (3310/3333)
[ EVENT ]:
+50 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Thu 09 Feb 2017, 01:07
Message reputation : 100% (1 vote)
ส่งภารกิจครับผม  


เมื่อไทระและพีชสลับร่างกัน:


      “อร่อยมากเลย~”

      นักเรียนหลายคนต่างพูดเป็นคำเดียวกันหลังจากได้ลองชิม ‘ช็อกโกแลตสูตรพิเศษ’ ฝีมือปรุงแต่งของ ‘เชฟปิแอร์’ ที่ทางโรงเรียนควิ้นท์ได้เชิญมา เพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์เทศกาลแห่งความรัก

      ผมค่อนข้างชอบเทศกาลนี้มากเพราะนอกจากได้ทานช็อกโกแลตฟรีแล้ว ยังเป็นช่วงที่ถือกำเนิดคู่รักอีกหลายคู่ และผมก็หวังว่าวาเลนไทน์ปีนี้จะช่วยทำให้ ‘คนใกล้ตัว’ ของผมได้กลายเป็นคู่รักกับเขาบ้าง แต่ผมไม่บอกหรอกว่าหมายถึงใคร หึๆ

      ไม่รู้ว่าผมเผลอแสยะยิ้มหลอนหรือเปล่าถึงทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำท่าระแวงชอบกล ไอ้บทจะถามอีกฝ่ายว่าเป็นอะไรก็ดูไม่ค่อยเหมาะ ผมเลยรีบทานช็อกโกแลตที่อยู่ในมือให้หมดแล้วทำทีลุกไปหยิบอันใหม่ เผื่อระหว่างนี้เพื่อนจะหายกลัวได้บ้าง

      ช็อกโกแลตวางเรียงรายจนเลือกไม่ถูกเลย ผมเดินวนไปวนมาแล้วก็เห็นว่ามีช็อกโกแลตแบบหนึ่งที่เหลืออยู่แค่ชิ้นเดียว แสดงว่ามันต้องอร่อยมากแน่แถมอันนั้นผมยังไม่ได้ลองทานเลย งั้นลองดูหน่อยแล้วกัน

      ผมจับที่คีบไว้มั่นแล้วเอื้อมมือออกไปหมายจะจับกุมเจ้าช็อกโกแลต แต่อนิจจามีใครบางคนยื่นที่คีบมาทางเดียวกันจนชนเข้ากับที่คีบของผม ผมชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายแล้วก็เห็นว่าเป็น ‘พีช’ ยืนอยู่ หนุ่มเชื้อชาติอังกฤษคนนี้กำลังยืนมองมาทางผมเช่นกัน

      ถึงจะอยู่ชั้นมัธยมปีที่ห้าเหมือนกันแต่ผมกับพีชไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ พอมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เลยทำให้เกิดอาการเกร็ง เราสองคนมองกันอีกหลายวินาทีก่อนที่จะเบนสายตาไปทางช็อกโกแลตพร้อมกัน

      “แบ่งครึ่งกันไหมครับ” ผมเห็นพีชขยับปากเลยหันไปอ่าน แล้วเขาก็บอกมาแบบนั้น จากนั้นหนุ่มชาวอังกฤษก็จัดการแบ่งครึ่งช็อกโกแลตเสร็จสรรพแล้วเดินกลับไปนั่งที่ ผมเลยรีบคีบส่วนที่เหลือมาใส่จานตัวเองบ้าง

      เอ่อ...อยากเข้าไปขอบคุณที่แบ่งให้ชะมัด แต่ตอนนี้พีชกำลังนั่งอยู่กับพี่ ‘แคล’ แถมดูบรรยากาศละมุนละไมน่ารักจังเลยแฮะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยไปขอบคุณทีหลังแล้วกัน เพราะยังไงต้องได้เจอกันทุกวันอยู่แล้ว ในเมื่อตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนรูมเมท ซึ่งรูมเมทของผมคือพีชนี่แหละ




++++++++++++++++++++++++++++++



      หลังจากหมดช่วงอิ่มอร่อยกับช็อกโกแลตจึงถึงเวลาแยกย้ายกลับหอพัก ผมเองก็กลับมาเช่นกันแต่เป็นห้องใหม่ที่ไม่ใช่ห้องเดิม พร้อมด้วยรูมเมทคนใหม่ที่กำลังนั่งจัดข้าวของอยู่ เห็นแบบนั้นแล้วผมเลยเข้าไปทัก

      “สวัสดีฮะพีช”

      “สวัสดีครับ” พีชหันมาเพื่อให้ผมอ่านปากได้ชัดๆ แล้วเขาก็หันกลับไปจัดของต่อ

      “เมื่อกี้ขอบใจนะที่แบ่งช็อกโกแลตให้”

      “ครับ ไม่เป็นไร” แล้วพีชก็ทำอย่างเดิมคือหันมาตอบแล้วหันกลับไปอีก

      “...” ผมยืนมองผู้ชายตรงหน้าอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงที่พื้นตรงข้างหลังเขา คือผมคาใจอะไรบางอย่างอ่ะ ยังไงขอทดสอบหน่อยแล้วกัน “ช็อกโกแลตอร่อยเนอะ”

      “ครับ” พีชยังคงหันมาให้ผมอ่านปากแล้วหันกลับไป

      “อยากกินอีกจัง พีชอยากกินอีกไหม”

      “อยากกินครับ” พีชหันมาแล้วก็หันไป

      “ผมชอบดาร์กช็อกโกแลต แล้วพีชล่ะ”

      “หวานหน่อยก็ดีครับ” หันมาแล้วก็หันไปเหมือนเดิม

      “งั้นว่างๆ ไปขอให้ชมรมตะหลิวทำให้กินดีไหมฮะ ไปด้วยกันนะ”

      “ได้ครับ” หันมาแล้วก็...หันกลับไปเหมือนเดิม

      “พีชนี่...ใจดีจังแฮะ”

      กึก!
      พีชชะงักไปแวบหนึ่งเลยแฮะ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันมาทำหน้าฉงนใส่ ผมนี่แทบหลุดหัวเราะเลย

      เมื่อกี้บอกไปแล้วใช่ไหมว่ามีเรื่องอยากทดสอบนิดหน่อย คือผมคาใจว่าพีชเป็นคนยังไงกันแน่ ปกติเขาดูเหมือนเป็นคนพูดน้อย ผมเลยกลัวว่าเขาจะรำคาญผมที่เป็นคนค่อนข้างพูดเก่งหรือเปล่า แต่ดูจากเมื่อกี้ที่เขาอุตส่าห์หันมาหันไปเพื่อให้ผมอ่านปากแถมยังตั้งใจตอบคำถามอย่างดีด้วย เลยทำให้รู้ว่านอกจากไม่ได้รำคาญแล้วยังใจดีไม่ว่าอะไรที่ผมเซ้าซี้อีกต่างหาก

      เห็นปฏิกิริยาตอนตกใจจนงงนี่มันก็ฮาดีนะ เป็นอีกคนที่น่าแกล้งเล่นจริงๆ

      ผมยังคงคุยจ้อไปอีกหน่อยก่อนจะปล่อยให้พีชจัดข้าวของได้สะดวก เพราะผมเองก็ต้องจัดของตัวเองเหมือนกัน วันนี้ผมได้รู้แล้วว่ารูมเมทคนใหม่คนนี้เป็นคนใจดี เอาไว้ค่อยๆ ศึกษานิสัยส่วนอื่นไปทีละนิดดีกว่า เพื่อที่เราสองคนจะได้ปรับตัวเข้าหากันและเป็นเพื่อนซี้กันได้ในเร็ววัน

      แต่ตอนนี้ผมง่วงแล้วล่ะ ไปอาบน้ำนอนดีกว่า หาววว~




++++++++++++++++++++++++++++++






      เช้าวันรุ่งขึ้น

      ขวับๆๆ
      ผมรู้สึกเหมือนโดนเขย่าตัวแต่ก็ยังไม่ได้สนใจอะไร

      ขวับๆๆ
      “ไทระครับ! ไม่สิ...หรือเรียกพีชดี จะอะไรก็ช่างเถอะ ตื่นก่อนนะ!”

      คราวนี้ทั้งเขย่าทั้งร้องเรียกเลยจนผมต้องหรี่ตาดู แล้วก็เห็นว่าเป็นไทระนั่นเองที่กำลังพยายามปลุกผมอยู่...อืม...เอ๋...ใครนะ...ไทระ...หะ! เดี๋ยวก่อน! ไทระนั่นมันคือผมไม่ใช่เหรอ!?

      พรึบ!
      ผมลุกพรวดนั่งนิ่งอยู่สามวิก่อนจะหันไปมองด้านข้าง ตรงนั้นมี ‘ไทระ’ อยู่จริงๆ ด้วย เดี๋ยวสิ...ถ้านั่นคือไทระ แล้วผมที่อยู่ตรงนี้ล่ะ?

      ผมรีบลนลานไปส่องกระจกแล้วก็ต้องอึ้งค้าง พร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองที่มัน ‘ไม่ใช่ของผม’ ไม่ว่าจะมองมุมไหนคนที่อยู่ในกระจกก็คือพีชชัดๆ เลย!

      “พีชฮะ!” ผมหันไปหมายจะเรียกชายหนุ่มชาวอังกฤษ แล้วก็ต้องตกใจรอบสามเพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าได้ยินเสียงตัวเอง ไม่สิ...ต้องบอกว่าได้ยินเสียงของพีชต่างหาก

      นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!?

      พีชในร่างของผมทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนที่เขาจะบอกออกมาอย่างหวาดหวั่น และเหมือนเขาระบายกับตัวเองมากกว่าพูดกับผม “ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น”

      “...”

      “พอตื่นมาผมก็มาอยู่ในร่างไทระแล้ว”

      “...”

      “แถมผม...ผม...ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้ยินอะไรเลย”

      นี่เป็นอีกครั้งที่ผมได้ยินเสียงของตัวเอง เสียงของไทระ...มันต่างไปจากเมื่อก่อน มันเป็นน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและมีความหวานแฝงอยู่ เป็นเสียงที่ฟังแล้วค่อนข้างสบายใจ ทว่าตอนนี้ผมกลับไม่รู้สึกยินดีเอาเสียเลย ในขณะที่ผมสามารถได้ยินเสียงอีกครั้ง แต่พีชกลับไม่ได้ยินอะไรเลย ผมรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหนเพราะผมก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมามาแล้ว

      ช่วงเวลาที่ต้องอยู่ในโลกแห่งความเงียบ

      ผมเดินเข้าไปแตะไหล่พีชในร่างไทระเบาๆ พร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรนะฮะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันหาทางกลับคืนร่างกันนะ”

      พีชมองมาด้วยสีหน้างุนงง หรือว่าถึงจะอยู่ในร่างของไทระแล้ว พีชก็ไม่มีสกิลการอ่านปากกันนะ งั้นคงต้องเขียน ผมเลยหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์บอกเขาตามที่พูดไปเมื่อกี้ หนุ่มชาวอังกฤษพยักหน้ารับทันที

      ทำไมอยู่ๆ ถึงสลับร่างกันได้เนี่ย แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร ยังไงก็ต้องคืนร่างให้เร็วสุดท้าย ไม่งั้นคงได้วุ่นวายกันยกใหญ่แน่




++++++++++++++++++++++++++++++






      ถึงจะเกิดปาฏิหาริย์ทำให้ผมสลับร่างกับพีช แต่โชคดีที่เราเรียนห้องเดียวกันเลยได้อยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน คาบเรียนที่หนึ่งกับสองผ่านไปได้ด้วยดี จนมาถึงคาบเรียนที่สามนี่แหละ ที่เป็นอุปสรรคขนาดใหญ่เลย

      ด้วยความที่ผมชอบเล่นกีฬาเลยชอบคาบที่สามของวันอังคารมาก เพราะเป็นคาบเรียนเทนนิส ได้วิ่งได้ตีลูกโต้ตอบกับเพื่อนนี่มันสนุกๆ จริง แต่นั่นมันคือตอนที่ผมอยู่ในร่างของตัวเองนะ ส่วนตอนนี้ที่อยู่ในร่างของพีช ผมไม่ค่อยกล้าวิ่งเท่าไหร่ ได้ยินมาว่าปอดของเขาไม่ค่อยแข็งแรง ผมเลยคิดว่าถ้าออกกำลังกายมากๆ อาจเป็นอันตรายได้

      แต่ว่า...

      ผัวะ!!!
      พอได้เห็นได้ยินเสียงเพื่อนๆ ฟาดลูกเทนนิสแล้วผมก็อยากเล่นบ้างอ่ะ!

      “ไท...เอ่อ...พีชอยากเล่นเหรอครับ” สงสัยผมคงอยากเล่นมากจนแสดงออกทางสีหน้า พีชที่อยู่ในร่างไทระเลยหันมาถาม “ไปเล่นก็ได้นะ”

      [ แต่ปอด ] ผมหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ให้อีกฝ่ายอ่าน

      “ไม่เป็นไรครับ ผมแข็งแรงขึ้นมาก พอจะเล่นกีฬาได้บ้างแล้ว”

      พอได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของร่างผมเลยตัดสินใจว่าจะเล่นเทนนิสทันที แต่จะไปเล่นคนเดียวมันก็กระไรอยู่ งั้นชวนอีกฝ่ายด้วยดีกว่า

      [ ไปเล่นด้วยกันนะฮะ ] ผมพิมพ์ยิกๆ อีกครั้ง

      “...”

      [ นะๆ ไปเล่นกันเถอะ ] คราวนี้ผมทั้งพิมพ์กับพูดก่อนจะลากพีชในร่างไทระมาด้วยกัน ผมรู้ว่าเขาคงกลัวเล่นไม่ได้เพราะไม่ได้ยินเสียง แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะเทนนิสไม่จำเป็นต้องฟังอะไร ขอแค่มองให้ดีตีลูกให้ถูกก็พอแล้ว

      โชคดีที่คาบนี้อาจารย์เกรียงไกรที่สอนพละปล่อยให้นักเรียนเล่นกันตามอิสระ พวกผมสองคนเลยเล่นตีโต้กันได้อย่างสบายใจ

      ตอนแรกผมนึกว่าพีชจะไม่เก่งกีฬาซะอีก แต่ที่ไหนได้...เขารับลูกตบของผมได้เกือบหมดแล้วยังตีโต้กลับมาได้ด้วย แถมไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยสักนิด ต่างจากผมที่เริ่มออกอาการหอบ ทว่าผมยังอยากเล่นอยู่เลยได้แข่งกันอีกหลายเกม เป็นเวลาเกือบร่วมชั่วโมงที่เราหวดเทนนิสกันอย่างดุเดือด

      พีชในร่างของไทระเริ่มเหงื่อไหลพลางหอบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีท่าทีเหนื่อยเท่ากับผมในร่างของพีช สารภาพตามตรงว่ารู้สึกเหมือนร่างกายอ่อนล้ามากจนต้องทรุดลงนั่งบนพื้น การหายใจเริ่มติดขัดจนแทบหายใจไม่ออก

      “แฮ่กๆๆ” สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือพยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด แต่มันช่างยากเหลือเกิน

      ความทรมานที่เหมือนกับถูกดูดเอาอากาศหายใจออกไปกะหันทันทำให้ผมต้องกุมหน้าอกตัวเอง เสื้อพละถูกบิดไปมาราวกับมันกำลังถูกใช้เป็นที่ระบายความอึดอัด ไม่นานนักผมได้ยินเสียงคนร้องเรียกพร้อมกับเห็นร่างไทระกำลังรีบวิ่งเข้ามาหา จากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรแล้วเพราะทำได้แค่ก้มหน้าอดทนต่อความทรมานเท่านั้น

      พรึบ!
      ทว่าไม่ทันไรร่างกายกลับถูกพลิกจนใบหน้าปะทะแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ระหว่างที่ผมพยายามมองว่าเกิดอะไรขึ้นนั้นก็มีมือของใครบางคนมาบีบคางของผมไว้จนต้องอ้าปาก จากนั้นมีบางสิ่งถูกฉีดเข้ามาในปาก ถึงจะรู้สึกแปลกกับรสชาติแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น

      จากที่หอบหายใจจนตัวโยนก็บรรเทาลงและค่อยๆ กลับมาหายใจได้ปกติ ผมนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงดันตัวลุกขึ้นนั่ง ด้านข้างมีพีชในร่างไทระที่ทำหน้าตกใจอยู่ เพิ่งเคยเห็นหน้าตัวเองตอนตกใจแบบจะๆ ก็คราวนี้แหละ

      ไม่ใช่สิ...ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนี้สักหน่อย

      “เมื่อกี้ผม...”

      ตอนแรกผมตั้งใจจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็น ‘ยาพ่น’ ที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายแล้วเลยทำให้พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เมื่อกี้ผมคงเล่นมากไปหน่อย ร่างกายของพีชเลยรับไม่ไหวจนแสดงอาการออกมา ทำให้พีชต้องรีบวิ่งมาฉีดยาพ่นช่วยเหลือสินะ พอรู้แบบนี้แล้วผมเลยเปลี่ยนจากตั้งคำถามเป็นพูดเสียงอ่อน

      “ขอโทษฮะ”

      “...”

      “ผมไม่ทันระวังเลยเกิดเรื่องขึ้น”

      “...”

      “ต่อไปผมจะดูแลร่างพีชให้ดีกว่านี้”

      “...”

      “ขอโทษจริงๆ ฮะ”

      ผมพยายามสำนึกผิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่พูดอะไรออกมาสักคำเลยยิ่งทำให้ผมลนลานเข้าไปอีก แต่ก็ร้อนใจเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นพีชก็สะกิดพร้อมกับบอกว่า

      “คือ...ขอโทษครับ แต่ผมไม่รู้ว่าไท...พีช...พูดอะไร”

      แล้วพีชก็ยิ้มบางๆ ออกมาเหมือนกำลังเกรงใจ ผมลืมไปเลยว่าพีชอ่านปากไม่ได้ งั้นคงต้องพิมพ์บอกอีกครั้งสินะ ซึ่งทุกอย่างก็จบลงด้วยดี

     พีชไม่ได้โกรธอะไรเพียงแค่เป็นห่วงเท่านั้น ห่วงว่าร่างกายของตัวเองจะแสดงอาการมากไหมและห่วงผมที่อยู่ในร่างว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะเขารู้ดีที่สุดว่ามันทรมานมากแค่ไหนในการที่ต้องเผชิญกับอาการผิดปกติของร่างกาย

     ผมรู้ซึ้งแล้วว่าควรระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง




++++++++++++++++++++++++++++++






      ตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์ในคาบเรียนเทนนิสมา ผมก็ระวังตัวมากกว่าเดิมเพื่อไม่ให้ร่างกายของพีชเป็นอันตรายอีก และในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียนสักที ผมอยากรีบกลับห้องทว่าพีชในร่างของผมดันบอกว่า...

      “เดี๋ยวไท...เอ่อ...พีชต้องไปห้องชมรมโสตนะ” พีชเกือบหลุดเรียกชื่อผมหลายรอบแต่เปลี่ยนทัน ซึ่งผมเองก็เป็นเช่นกัน “วันนี้คุณเอลีทนัดประชุมเรื่องที่จะจัดอีเว้นท์นิดหน่อยครับ”

      “...”

      “คงใช้เวลาไม่มาก ยังไงฝากด้วยนะครับ” พีชที่อยู่ในร่างผมผงกหัวให้หงึกหงัก “เดี๋ยวหลังจากนี้ไท...เอ่อ...หมายถึงผมในร่างนี้ต้องไปชมรมกีฬาใช่ไหมครับ”

      [ ใช่ฮะ ] ผมพิมพ์ข้อความในมือถือให้อีกฝ่ายอ่าน “พอดีนัดเล่นบาสกับเพื่อนๆ ในชมรมไว้ฮะ”

      “โอเค ผมก็พยายามในส่วนของไทระนะ”

      จากนั้นเราสองคนก็แยกย้ายกันไปเพื่อทำหน้าที่แทนในส่วนของอีกฝ่าย ผมเดินมาได้สองสามก้าวแล้วก็ต้องหยุดคิดว่าผมจะประชุมได้ไหมเนี่ย แถมต้องประชุมกับคุณเอลีทด้วย รู้สึกเกร็งขึ้นมาเลย!

      หวังว่าผมจะผ่านไปได้ด้วยดี และ 'พบเจอแต่สิ่งดีๆ' ในการประชุมครั้งนี้นะ...

     ระหว่างประชุม ผมพยายามจดรายละเอียดอย่างสุดความสามารถ เพราะอยากให้พีชเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด พอได้มาอยู่ในร่างพีชแล้วทำให้รู้เลยว่ามีอะไรหลายๆ อย่างที่พีชต้องระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกกำลังกาย เรื่องที่ต้องอยู่ในที่สะอาดสะอ้าน ไม่งั้นจะมีผลกระทบต่อร่างกาย แล้วก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบสูงด้วย คือการเป็นหัวหน้าและดูแลชมรมโสตแห่งนี้นั่นเอง

     ผมยอมรับเลยครับว่าพีชเก่งมากที่ทำทุกอย่างให้ออกมาได้ด้วยดี ยิ่งคิดแบบนี้ผมก็ยิ่งอยากกลับคืนร่างตัวเอง เพราะผมคงทำแบบพีชไปตลอดไม่ไหวแน่

      ขอกราบเหล่าสิ่งลี้ลับทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นท่านเทพผมทอง ท่านเทพแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ รูมเมทในห้องผู้อำนวยการนรินทร์ วิญญาณสาวน้อยในห้องปิงปอง น้องหมาชิสุที่เพิ่งฝันเห็นเมื่อไม่นานนี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ ช่วยดลบัลดาลให้ผมกับพีชคืนร่างเดิมกันด้วยเถอะครับ!

      สาธุล่ะฮะ! ไม่งั้นผมอาจทำงานในส่วนของชมรมโสตพังก็ได้ ฮือออ~

      แล้ววันรุ่งขึ้นคำอธิษฐานของผมก็เป็นจริง เมื่อพวกเราสองคนคืนร่างเดิมได้สำเร็จ ทั้งผมทั้งพีชนี่ดีใจสุดๆ เลย แต่เรื่องสลับร่างมันก็มีส่วนดีอยู่อย่างนะ คือมันทำให้พวกผมสนิทกันมากขึ้นและจากนี้ไปก็หวังว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้

      มันช่างเป็นวันวาเลนไทน์ที่แสนวุ่นวายแต่ก็สนุกไม่เบาเลย!


แถมครับ - เป็นมุกที่กะใส่ในเรื่อง แต่ไม่ได้ใส่ เลยมาวาดเล่นแทน 555+:





อันนี้ลิงก์รูปใหญ่ครับ >>> https://www.mx7.com/view2/zFaX54mLzHGZQviZ



A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ


รางวัลแห่งความขยัน

.....รางวัลสำหรับแจกให้กับผู้ที่ส่งภารกิจเป็นคนแรกเท่านั้น เพื่อให้กำลังใจผู้ที่มี
ความขยันในการทำภารกิจส่งผู้อำนวยการโรงเรียน


  +10 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย

Narin's Comment:
พล็อตครั้งนี้เป็นอะไรที่ฉลาดเลือกมากครับ นำโจทย์
'หน้าที่ของอีกฝ่าย' กับ 'ร่างกายของอีกฝ่าย' มามิกซ์
รวมกันเป็นคาบเรียนวิชาพละที่ทำให้เห็นสภาพร่างกาย
ของพีชที่เป็นโรคปอด โอ้โห เลือกเล่นได้ลงตัวสุดๆ

นอกจากเรื่องโจทย์ภารกิจแล้วยังมีแซมเรื่องการทำ
ความรู้จักตัวละครพีชซึ่งต้องบอกว่าคงคาแรคเตอร์
ได้ดีมากสำหรับการเรียนครั้งแรก เขียนออกมาให้
เข้าถึงคาแรคเตอร์พีชได้ง่ายมากๆ

เมื่อเทียบกับคู่อื่นๆแล้วคู่นี้ดูตื่นตูมกับสถานการณ์
น้อยที่สุด ซึ่งเข้ากับนิสัยมองโลกในแง่ดีของไทระ
และความนิ่งของพีช ดูเป็นคู่รูมเมทคนละขั้วที่เกื้อ-
หนุนกันได้ดี หวังว่าไทระและพีชจะสร้างความ
ทรงจำดีๆด้วยกันต่อไปนะครับ!!
avatar
INFO.Saharat Chaiyakul
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-3% Grade Exp.

Star Piece379
CHIPS+10 M 535 K 276



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
125/1470  (125/1470)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Fri 10 Feb 2017, 19:00
Message reputation : 100% (2 votes)
ส่งภารกิจครับ

ยูกับครูไมค์ และกะเพราไก่ไข่ดาวไม่สุก:


เช้าวันจันทร์ที่สดใสวันนี้จะมีเชฟมาสาธิตการทำขนมให้เด็กนักเรียนดู ทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ นอกจากเรื่องเชฟแล้วก็มีเรื่องวุ่นวายเล็ก ๆ เกิดขึ้นในหอพักด้วย

“หวาย ห้องนี้โดนพายุถล่มหรือไงฮะ” ไทระมองสภาพห้องของสหรัฐเด็กชายรุ่นน้อง ที่ตอนนี้เละเทะราวกับพึ่งมีพายุฝนพัดเข้ามาเมื่อคืน บนพื้นห้องมีน้ำเจิ่งนองไปทั่ว ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม และอีกสารพัดสิ่งถูกนำมาใช้เช็ดพื้น

“ดูเหมือนว่าเมื่อคืนก๊อกน้ำในห้องยูจะแตกน่ะ ยูคงพยายามแก้ไขสถานการณ์เอง สภาพก็เลยเละเทะอย่างนี้” ครูจิณณ์พูดพลางมองไปที่สหรัฐซึ่งมีท่าทีซึมอย่างเห็นได้ชัด นั่งอยู่ที่มุมห้องมีผ้าเช็ดตัวคลุมอยู่

"ห้อง..ฮัดชิ้ว...เปียก” สหรัฐจามไปด้วยขณะที่บ่นงึมงำไปมา เมื่อคืนเด็กชายพยายามเช็ดห้องเกือบทั้งคืน ก่อนจะหลับคาโซฟาเพราะสู้ความง่วงไม่ไหว

“ก๊อกน้ำต้องพังขนาดไหนกัน ถึงทำให้ห้องเปียกขนาดนี้ฮะ” ไทระพูดพลางขำแล้วเดินไปดูห้องน้ำที่เกิดเหตุ

“อ๊ะ เดี๋ยว”

ไม่ทันที่ครูจิณณ์จะได้ห้ามอะไร เด็กหนุ่มก็เปิดประตูห้องน้ำเสียก่อน

ฟู่------

มวลน้ำจำนวนมากพุ่งมากระแทกหน้าไทระอย่างจัง

“โทษที กำลังจะบอกเลยว่าก๊อกมันยังไม่ได้ซ่อม” ครูจิณณ์พูดอย่างขำ ๆ เห็นสภาพไทระแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ก็เล่นหัวเปียกซกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย

“สบู่ครับ”  สหรัฐเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ พอเห็นไทระเปียกจึงส่งสบู่ให้ด้วยความหวังดี เขานึกว่ารุ่นพี่กำลังจะอาบน้ำ

“ฮะ..ฮะ.. ขอบใจนะ แต่พี่ยังไม่เอาดีกว่า” ไทระยิ้มแหย ๆ เอามือลูกผมตัวเอง

Spoiler:

“แล้วสรุปว่าคืนนี้ยูต้องไปนอนห้องอื่นก่อนใช่ไหมฮะ” ไทระถามพลางใช้ผ้าขุนหนูขยี้หัวตัวเอง

“อือ เห็นว่าห้องต้องใช้เวลาอีกสักวันสองวันในการทำความสะอาดน่ะ คงปล่อยให้ยูนอนชื้น ๆ แบบนี้ไม่ได้”

“เอ๊ะ งั้นให้มานอนกับไทระไหมฮะม๊า”

“ไม่ได้หรอก ห้องไทระมีพีซเป็นรูมเมทแล้ว นอนสามคนจะเบียดไป อีกอย่างผอ.เขาหาห้องให้ยูไว้แล้วด้วย”

“นอนกับใครหรอครับ?”

“ครูไมค์น่ะ”


ค่ำวันนั้น

“ยูจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหนเนี้ย ลุกขึ้นเถอะ” ครูเกรียงไกรพูดอย่างลำบากใจ สหรัฐนั่งตัวแข็งอยู่บนพื้นไม่กระดุกกระดิกอย่างนี้มาเกือบสิบนาทีแล้ว

“…ฟืด” สหรัฐไม่ตอบ เอาแต่นั่งสั่งน้ำมูก ไม่ยอมหันมามองหน้า

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับครูไมค์” แม็กซ์เวลที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญถามขึ้น

“อ้าวแม็กซ์ วันนี้ผอ.ให้ยูมานอนกับผมน่ะ แต่แกไม่ยอมตามผมเข้ามาในห้องนอนเสียที เอาแต่นั่งเงียบอยู่ตรงนี้เหมือนจะประท้วงอะไรสักอย่าง”

“ประท้วงหรอครับ?”

“เขาคงไม่อยากนอนกับผมมั้ง เพราะยูเขาจะไม่ชอบผมน่ะครับ”

“ยูไม่ชอบครูไมค์?"

"อืม ทั้งในคาบเรียน ในชมรมกีฬา เวลาผมเข้าหาเขาก็ชอบเดินหนี ไม่ค่อยยอมคุยด้วย ผมรู้สึกเหมือนเขาจะเกลียดขี้หน้าผมยังไงก็ไม่รู้ครับ”

“หืมมม?” แม็กซ์เวลตอบรับอย่างสนใจ แล้วเดินเข้าไปหาสหรัฐที่นั่งกอดเข่าอยู่

“ยู”

สหรัฐมองตามเสียงเรียก ก็เจอกับคนที่เขาคุ้นหน้า จึงตอบรับด้วยน้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อยจากน้ำมูก

“ช่างซ่อม..ลุงแม็กซ์”

“ยังจำเรื่องนั้นได้อีกหรอ..ช่างเถอะ ยูไม่ชอบครูไมค์หรอ?”

“ไม่ชอบครับ”

สหรัฐตอบรับอย่างหนักแน่น จนครูเกรียงไกรที่ยืนฟังอยู่ห่าง ๆ ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ชีวิตนี้ก็เจอคนไม่ชอบขี้หน้าตัวเองมาบ้างนะ แต่ก็ไม่เคยมีใครมาพูดต่อหน้าอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้เลยแฮะ

“เห แล้วมีเหตุผลไหมครับ ทำไมยูไม่ชอบครูไมค์หรอ?”

“แสบตาครับ”

“แสบตา?”

“ครูไมค์ สีแดง..เยอะ..สีส้ม.. สด..แสบตา” สหรัฐปิดตาชี้ไปทางครูเกรียงไกรซึ่งอยู่ในชุด เสื้อสีแดงเชิ้ตเน็คไทสีฟ้า เสื้อคลุมสีส้ม กางเกงสีม่วงสดใส มาพร้อมผมสีรุ้ง เมื่อแม็กซ์เวลมองไปก็พอจะเข้าใจในสิ่งที่สหรัฐต้องการสื่อ

หลังจากที่แม็กซ์เวลมาช่วยเจรจาสักพัก สหรัฐก็ยอมตกลงที่ข้อเสนอตรงกลาง คือครูเกรียงไกรต้องนำผ้าขุนหนูมาโพกศรีษะไว้ตลอดคืน
คืนนั้นหลังปิดไฟ ครูเกรียงไกรถึงกับนอนกายหน้าผากคิดว่าจะมีวิธีไหนให้เด็กชายสามารถเผชิญหน้ากับความกลัวได้บ้าง
เห็นทีพรุ่งนี้ต้องลองไปปรึกษาครูเกลินเสียแล้ว


——————————


แสงอาทิตย์พึ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า ด้านนอกมีเสียงนกร้องเบา ๆ เหมือนจะขับกล่อมเราให้นอนต่อ ยูพลิกตัวกลับมาอีกด้านของเตียงเพื่อดึงเอาหมอนข้างมากอด เอ๋? ทำไมหมอนข้างวันนี้มันแข็ง ๆ แถมยังอุ่น ๆ

“หืม?” เอ๊ะ อ้าว? เสียง? ทำไมมันแตก ๆ ยูไม่สบายหรอ? อืมมม ก็เมื่อวานรู้สึกมีน้ำมูกทั้งวันเลยนินา นึกว่าไม่เป็นไรซะอีก

พอลองมองหมอนข้างที่ตัวเองกอดก็ตกใจจนต้องขยี้ตา ยูกอดตัวเอง? ทำไมมียูสองคน? หรือว่ายูยังไม่ตื่น ฝันหรอ?

“งึมๆ” ระหว่างที่นอนคิดนู้นนี้อยู่ ยูอีกคนดูเหมือนจะตื่นแล้ว อา อย่างน้อยต้องทักทายอะไรสักหน่อย

“อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงยูแตกจริง ๆ นั้นแหละ ยูพูดทักทายตัวยูอีกคน

“…” เขาไม่ตอบยูอ่ะ เอาแต่จ้องตาแป๊ว แล้วก็หลับตานอนต่อ

ไม่ตอบก็ไม่ง้อหรอกนะ ยูลุกขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟัง เอ๋ ทำไมอ่างมันเตี้ยจังเลยแฮะ? เพราะพึ่งอาบน้ำ กระจกในห้องน้ำเลยมั่ว ๆ แต่ยูไม่ค่อยส่องอยู่แล้วเลยไม่ได้สนใจ เช็ดตัวเสร็จก็หยิบชุดนักเรียนมาใส่แต่ดูเหมือนว่ามันจะคับไปหน่อยติดกระดุมไม่ได้ กางเกงก็พยายามอยู่นานก็รูดซิปไม่ได้ เลยไม่รูดแล้วกัน เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าถ้านอนหัวค่ำจะโตเร็ว ในที่สุดก็เห็นผลแล้วสินะ

วันนี้แต่งตัวไม่เรียบร้อยเลย จะถูกดุไหมเนี้ย?

ยูปล่อยให้ตัวยูอีกคนนอนไปก่อน ส่วนตัวเองก็สะพายกระเป๋าเดินออกมาจากห้องครูไมค์ จะว่าไปไม่เห็นครูไมค์เลยแหะ ไปไหนของเขาน้า?

ยูเดินไปตางทางเดินได้สักพักก็เจอครูจิณณ์กับลุงช่างซ่อม..หมายถึงลุงแม็กซ์ จึงเดินเข้าไปทักทายตามปกติ

“อรุณสวัสดิ์ครับ” เอ๋? สองคนนี้ปกติตัวเท่านี้หรอ? ยูจำได้ว่าลุงแม็กซ์ตัวยังกับยักษ์เลยนินา

ครูจิณณ์มองมาทางยูเหมือนเจอผี เป็นอะไรรึเปล่าเนี้ย?

“ครูจิณณ์? เป็นอะไรครับ?”

ส่วนลุงแม็กซ์หลังจากเอาแต่ยืนตะลึงมองยู ร้องเสียงหลงขึ้นมา

“ยู?”

“ครับ ลุงแม็กซ์ ยูไง?”

“ยู สหรัฐ?”

“สหรัฐ ชัยกูลครับ” อยู่ลุงแม็กซ์ก็เหมือนอยากทบทวนชื่อยูขึ้นมายูเลยตอบให้

“งั้นยูลงไปทานข้าวก่อนนะครับ” ตอนที่จะเดินผ่านครูจิณณ์กับลุงแม็กซ์ไป กลับโดนลุงแม็กซ์ดึงข้อมือไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว!”

“อะไรหรอครับ?”

“เห็น..ตัวเองในกระจกรึยัง?” ลุงแม็กซ์ถามเสียงจริงจังนิดหน่อย

“กระจก? ยังครับ ทำไมหรอ?” ยูยังพูดไม่ทันจบประโยคดี พวกลุงแม็กซ์ก็พายูกลับไปที่ห้องครูไมค์

“ทุกคนเป็นอะไรครับเนี้ย ยูหิวข้าวนะ”

พอเปิดประตูเข้าไป ครูจิณณ์ก็ร้องอือ ๆ อา ๆ แล้วเดินไปดูยูอีกคนที่นอนอยู่บนเตียง ส่วนลุงแม็กซ์ก็ดึงยูเข้าห้องน้ำ ในกระจกมีภาพครูไมค์ในชุดนักเรียนตึง ๆ ดูตลกชะมัดเลย

“ครูไมค์ตลกจัง” ยูพูดขึ้น

“ยูในกระจกนั้นคือยู ตอนนี้ยูอยู่ในร่างครูไมค์” ลุงแม็กซ์ พูดเสียงเครียด

“ครับ?” ยูไม่เข้าใจที่ลุงแม็กซ์พูดสักนิดเดียว กระจก? ยู? ครูไมค์? คืออะไร? “ลุกแม็กซ์ทำหน้าซีเรียสจังเลยครับ ปกติยูไม่เคยฝันเหมือนจริงขนาดนี้เลยนะเนี้ย” ยูพูดพลางเอานิ้วไปจิ้ม ๆ หน้าลุงแม็กซ์ แต่ลุงแม็กซ์จับมือยูออก

“ยูไม่ได้ฝัน ตอนนี้ยูอยู่ในร่างครูไมค์จริง ๆ ส่วนตัวยูที่นอนตรงนั้นมีวิญญาณครูไมค์อยู่” ลุงแม็กซ์อธิบายยูอย่างใจเย็น

ไม่ได้ฝัน? ยูหันไปมองภาพในกระจกชัด ๆ มองยังไงก็ครูไมค์ พอยกมือตัวเองขึ้นมาดู แขนใหญ่แล้วผิวก็คล้ำ ไม่มีทางยูฝันแน่ ๆ

เพี้ย--

เพี้ย เพี้ย เพี้ย

“เจ็บบบบ” ยูจับแก้มทั้งสองข้างที่ตัวเองเอามือตีไป ไม่จริงน่า เจ็บ เจ็บมากด้วย ทำไมมือหนักจัง

เดี๋ยวนะ..

ยูดึงกางเกงตัวเองดู

“ไม่น้าาาาาาา” น้องชายยูหายไป มีอะไรไม่รู้มาแทน ไม่เอาไม่อยากได้น้องชายครูไมค์



“ดูไม่ได้มีแต่ยูกับครูไมค์หรอกที่สลับ ครูกับแม็กซ์ก็สลับกัน” ลุงแม็กซ์ หรือต้องเรียกว่าครูจิณณ์ในร่างลุงแม็กซ์พูดกับยูพร้อมลูบศรีษะ ขอบคุณครับครูจิณณ์ คงอยากปลอบสินะครับ ยูดีขึ้นแล้วครับ ครูจิณณ์รู้ไหมพอมองภายนอกเหมือนลุงแม็กซ์กำลังลูบศรีษะครูไมค์ มันดูประหลาดยังไงไม่รู้นะครับ..

พวกเราเดินออกไปหาครูจิณณ์ หรือก็คือลุงแม็กซ์ในร่างครูจิณณ์ ดูเหมือนลุงแม็กซ์เมื่อมาอยู่ในร่างครูจิณณ์จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ยูพูด ยูพึ่งรู้นะเนี้ยว่า ว่าครูจิณณ์ไม่ได้ยินแต่ใช่วิธีอ่านปาก เพราะมัวแต่มองตัวเองที่นอนอยู่เลยไม่รู้ว่าสุดท้ายสองคนนั้นเขาสื่อสารกันยังไง

“แม็กซ์บอกว่ายูไข้ขึ้นน่ะ” ครูจิณณ์ในร่างลุงแม็กซ์พูดขึ้น

“ยูสบายดีครับ”

“ไม่ใช่ ๆ หมายถึงร่างของยูน่ะ ครูไมค์ที่นอนอยู่ตรงนี้ไข้ขึ้น คงมาจากที่นอนในห้องชื้น ๆ เมื่อวันก่อน”

ยูเดินไปมองร่างตัวเอง ที่นอนหน้าแดงอยู่บนเตียง ดูทรมาณมาก ๆ จนยูรู้สึกผิดต่อครูไมค์ที่ทำตัวเองไม่สบายจัง

“เอาเป็นว่า เดี๋ยวยูเปลี่ยนเป็นชุคของครูไมค์ก่อนแล้วเราพาครูไมค์ไปห้องพยาบาลกัน”

ยูเปลี่ยนชุดโดยหาชุดที่ดูเรียบ ๆ สุดในตู้ครูไมค์ก็เลยตัดสินใจหยิบเสื้อยืดตราห่านคู่มาใส่คู่กับกางเกงวอร์มตัวเมื่อเช้า หลังเปลี่ยนชุดเสร็จ ยูก็อาสาอุ้มพาครูไมค์มาห้องพยาบาล จะได้ไม้ต้องรบกวนพวกครูจิณณ์

“38.5 องศา” ครูเกลินบอก “ยาลดไข้ก็ทานแล้วเรียบร้อย อีกสักพักอาการคงดีขึ้น”

“เข้าใจแล้วครับ” ยูดึงเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ เตียงคนไข้

“นี้ครูไมค์ คุณไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวฉันดูแลเขาให้ จะได้เวลาเคารพธงชาติแล้วไม่ใช่หรอคะ?” ครูเกลินพูดพลางชี้นาฬิกา

“ครับ..” ยูรู้สึกกังวลนิดหน่อยที่โดนไล่ออกมาจากห้องพยาบาล เพราะทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่เดินคอตกไปเข้าแถว


เพื่อน ๆ เริ่มทยอยออกมาเข้าแถวกันแล้ว ยูเลยเดินเข้าไปยืนประจำจุดที่เคยยืน ในเด็กชั้นมัธยมหนึ่งทั้งหมด ยูตัวเล็กสุดเพราะงั้นจึงได้ยืนหน้า

“ครูคะ” เพื่อนผู้หญิงที่ยืนต่อจากยูส่งเสียงเรียกพร้อมสะกิด
เอ๋..เด็กผู้หญิงหัวจุกคนนี้ชื่ออะไรหว่า? อัง ๆ อะไรสักอย่างรึเปล่า?

“อะไรหรอครับ?” ยูหันมาตอบ พอมาอยู่ในความสูงครูไมค์แล้วทุกคนตัวเล็กจัง ครูไมค์ยืนคุยกับเด็กคงเมื่อยคอแย่

“ครูต้องไปยืนรวมกับคุณครูตรงนั้นไม่ใช่หรอคะ?” เธอชี้ไปทางกลุ่มคุณครู

จริงด้วยตอนนี้ยูไม่ใช่ยูนินา จะมายืนตรงที่ ๆ ปกติยืนไม่ได้


หลังเพลงชาติจบ วันนี้ผอ.ดูแปลก ๆ กว่าทุกวันยังไงไม่รู้ ดูเถื่อนขึ้นนิด ๆ รึเปล่านะ? เพราะยูฟังบ้างไม่ฟังบ้างมัวแต่มองก้อนเมฆ เลยจับใจความไม่ได้เท่าไรแฮะ แต่เหมือนผอ.จะพูดแนว ๆ ว่าถึงจะมีอะไรน่าตื่นตกใจเกิดขึ้นก็ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แล้วทำตัวตามปกติ ลองเป็นคนอื่น อะไรประมาณนี้

ตอนแรกฟังก็ไม่เข้าใจเท่าไรนะ แต่ก็ครูไอน์ก็เข้ามาอธิบายอย่างเป็นกันเองให้ฟัง เลยเข้าใจ สรุปว่าวันนี้...

ยูจะเป็นครูไมค์หนึ่งวัน!!

.
.
.

หลังเคารพธงชาติยูก็เดินไปห้องพักครูพร้อมพวกครู ๆ บนโต๊ะครูไมค์ มีตารางสอนแปะไว้อยู่

อืมม วันนี้ วันอะไรหว่า? อังคาร? ต้องสอนห้องไหนบ้างเนี้ย ปิงปองคาบเช้าม.สอง, เทนนิสคาบก่อบพักเที่ยงม.ห้า แล้วก็บาสเก็ตบอลหลังพักเที่ยงม.สาม สามห้องสินะ น่าสนุกจังเลย

ยูมองไปรอบ ๆ โต๊ะครูไมค์ ปกติครูพละต้องเตรียมอะไรไปสอนบ้างเนี้ย คิดไปคิดมา สายตาก็เหลือบไปเจอนกหวีดสีเขียวของคู่กายครูไมค์ อืมมม ต้องมี..นกหวีด.. กับ..จิตใจ?

ยูคว้านกหวีดมาสวมคอแล้วเดินไปชั้นมัธยมสองซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ห้องพักครู คือว่าเมื่อกี้มันก็คึกคักดีอยู่หรอก แต่ยูเป็นเด็กม.หนึ่งเองนะ จะให้โผล่พรวดเข้าไปในห้องพี่ ๆ เขาได้ไงอ่ะ แต่ แต่ถ้าเราไม่เข้าไปก็เท่ากับว่าทำหน้าที่ครูไมค์ไม่สำเร็จ พอคิดได้แบบนั้นก็เลยรวบรวมความกล้ากระโจนเข้าไปในห้องเป่านกหวีดแล้วตะโกนสุดเสียง

“ปี๊ดดดดด ไป..ไปตีปิงปองกันครับ!!”

ในชั่วโมงปิงปองก็ผ่านไปได้ด้วยดี ยูได้วิ่งเก็บลูกปิงปองที่หล่นตามพื้นมาคืนให้พวกพี่ ๆ ด้วย แน่นอนยูไม่ยอมแพ้ความเร็วพี่ ๆ หรอกนะ พอปิงปองทำท่าจะตกพื้นปุ๊ปนะ ยูก็พุ่งเข้าไปรับเลยครับ ได้รับคำขอบคุณด้วย ถึงพี่ ๆ เขาจะทำหน้าตื่น ๆ หน่อยนึงก็เถอะ

หลังชั่วโมงเช้าจบลงยูก็วิ่งไปยืนรอหน้าห้องม.ห้าทันที ระหว่างที่รอกริ่งเปลี่ยนชั่วโมงดัง ยูก็นั่งมองก้อนเมฆอยู่ตรงหน้าต่างใกล้ ๆ ห้องม.ห้า พอมายืนในความสูงครูไมค์แล้ววิวมันเหมือนจะเปลี่ยนไปรึเปล่านะ รู้สึกว่าก้อนเมฆมันเข้ามาใกล้เรามาขึ้น พอคิดแบบนั้นรู้ตัวอีกทีก็เกือบจะปีนหน้าต่างออกไปแล้วครับ แต่เพราะเสียงกริ่งดังขึ้นก็เลยหยุดปีนแล้ววิ่งเข้าไปในห้องม.ห้า

คราวนี้ยูไม่กังวลเท่าเมื่อเช้าแล้วครับ จริง ๆ แล้วมันไม่น่ากลัวอย่างที่ยูคิด พี่ ๆ ใจดีกันจะตาย พอคิดไปคิดมาก็รู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง เลยคิดว่าคราวนี้จะขอแสดงบทบาทครูพละให้เต็มที่เลยยยย

“สวัสดีครับ”

พอเดินเข้าไปทักทาย พี่ ๆ ในห้องก็สวัสดียูกลับ

ปี๊ด-- ยูหยิบนกหวีดมาเป่า

“จับแถวเรียงหนึ่งครับ เราจะไปสนามเทนนิสกัน เย้!” ดูเหมือนพี่ ๆ จะตกใจนิดหน่อยที่เห็นยูชูมือขึ้นฟ้าสรุปว่าร่าเริงไปก็ไม่ดีสินะครับ
ยูให้พี่คนที่อยู่หน้าสุดจับเอวยูไว้ แล้วเราก็เดินแบบรถไฟ ไปสนามเทนนิส สนุกจังเลย

ปี๊บ-ปี้-ปี๊ด  ปี๊ป-ปี้-ปี๊ด

“ออกกำลังกายตามยู- ไม่สิ.. ทำตามครูไมค์นะครับ ยกแขนครับ! ซ้าย! ขวา! ซ้าย!”

“ยืดขาให้กว้างกว่านี้ครับ ใช่ครับแบบนั้นแหละ”

“ต่อไปเป็นทุกคนจับคู่กันตีอิสระเลยครับ”

“ครูไมค์เก็บบอลเองครับ อ๊า ระวังงงง”

“พี่พีซครับ พักบ้างก็ได้นะครับ"

“พี่ครับ ครูไมค์ขอกินน้ำด้วยสิครับ”

“พี่ทุกคนครับบบ วันนี้พอแค่นี้นะครับ พักเที่ยงแล้วทานข้าวให้อร่อยนะครับ!”

ยูวิ่งไปวิ่งมาทั้งคาบ คุยกับพี่คนนู้นคนนี้จนหมดคาบ ยูพึ่งสังเกตเห็นพี่ไทระ เพราะปกติพี่ไทระจะร่าเริงมาก ๆ แต่วันนี้ดูซึม ๆ เลยไม่ทันเห็น พอยูเข้าไปทักพี่ไทระก็แค่ยิ้ม ๆ ให้ แต่ไม่ได้พูดอะไร เป็นอะไรรึเปล่านะ?



“เอากะเพราไก่ไข่ดาวครับ”

ยูบอกเมนูที่ตัวเองต้องการทานกับพี่สาวที่เคาเตอร์ในโรงอาหาร

“เอ๊ะ ไข่ดาวไม่สุกนะครับ ไม่เผ็ด ใบกะเพราะน้อย ๆ ครับ”

“เข้าใจแล้วค่ะ นี้ค่ะ” ยูรับริสแบนที่ระบุเลขที่นั่งมาจากพี่สาวแล้วกล่าวขอบคุณ อาหารที่ถูกเอามาเสิร์ฟก็ตามที่ได้สั่งไป เป็นข้าวกะเพราะไก่ไข่ดาวไม่สุกเกินไป ยูเอาส้อมไปจิ้มไข่แดงให้แตกออกมา เอาน้ำไข่แดงใส่ข้าวกับไก่ แล้วตักเข้าปาก

“อร่อยจัง” รสชาติกำลังดีไม่เผ็ดมาก ไข่ขาวก็กรอบนิด ๆ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ตามแบบที่อยากกินเพราะงั้นก็เลยกินจนหมดจานรวดเดียวเลย


คาบบาสเก็ตบอลหลังพักเที่ยงก็ผ่านไปได้ด้วยดี ยูพาพี่ ๆ ยังคงทำหน้าที่เด็กเก็บบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมีเรื่องให้คิดเยอะแยะทั้งวันเลยพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ไปดูครูไมค์เลยว่าเป็นไงบ้าง

“ม๊ายยยยยยยยย”

ยูได้ยินเสียงตัวเองดังมาจากทางสวนสมุนไพร จึงรีบวิ่งไปดู ก็เห็นครูไมค์หรือก็คือครูไมค์ในร่างยู กำลังโดนดึงโดยครูเกลิน โชคดีตอนนี้เป็นคาบสุดท้ายเลยไม่มีใครอยู่ด้านนอก

“ครูไมค์ใจเย็น ๆ สิคะ”

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับครูเกลิน” ยูเดินเข้าไปหาครูเกลิน

“ยูมาพอดีเลย ช่วยครูหน่อยสิ”

ครูเกลินรู้อยู่แล้วว่ายูกับครูไมค์สลับร่างกัน ครูเรียกให้ยูเข้าไปช่วยจับครูไมค์เพราะโดนคุณย่าจับบ่อย ๆ รึเปล่าก็ไม่รู้ยูเลยจำได้ว่าต้องจับแบบไหนให้ครูไมค์อยู่นิ่ง

“ครูพยายามจะจับแบบที่เคยทำตามปกติแล้วนะ แต่ไม่รู้ทำไมครูไมค์แรงเยอะจัง ทั้ง ๆ ไม่สบายอยู่แท้ ๆ “

“ปล่อยยยย ค่อกๆ ฮือออออ” ครูไมค์ตะโกนเสียงดังจนเจ็บคอ แล้วก็ร้องไห้ด้วย

“ทำไมครูไมค์เป็นแบบนี้ล่ะครับ?” ยูถามครูเกลิน

“เมื่อกี้พอตื่นนอนมา แกก็เริ่มโวยวายแล้วจู่ ๆ ก็วิ่งออกจากห้องมา”

“ออกจากห้องหรอครับ?”

“ใช่จ๊ะ พอถามก็ไม่ตอบว่าจะออกไปไหน”

ยูมองครูไมค์ที่ยังคงร้องไห้และดิ้น ครูไมค์คงอยากไปไหนสักแห่ง เลยลองถามดู

“ครูไมค์จะไปไหนหรอครับ”

“...ฮือ”

“ครูไมค์อยากออกข้างนอกหรอครับ"

“…”

ถามยังไม่ครูไมค์ก็ไม่ตอบอย่างที่ครูเกลินว่า แถมยังไม่มีท่าทีจะสงบลง เหมือนกับว่ามีเรื่องอะไรที่สำคัญมากจนยอมไม่ได้ สุดท้ายพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้ครูไมค์หมดแรงไปเอง

ยูแบกครูไมค์ที่หลับไปแล้วขึ้นหลัง เดินกลับห้องพยาบาล ยูพึ่งรู้ว่าร่างของยูเล็กแล้วก็เบามาก เมื่อเทียบกับร่างครูไมค์

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ครูไมค์ร้องไห้กันนะ เพราะยูพึ่งรู้จักครูไมค์ได้ไม่นานเลยไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเรื่องสำคัญคือเรื่องอะไร แต่ครูไมค์ดูอึดอัดและอยากพูดมันออกมา ยูเข้าใจความรู้สึกที่อยากอธิบายแต่ทำไม่ได้นะ มันคงแย่มาก ๆ เลยสำหรับครูไมค์

วันนี้ยูคิดอะไรก็พูดออกมาได้หมดเลย อยากได้อะไรก็ได้แบบที่ตัวเองต้องการ พอมาคิด ๆ ดูแล้วจากปกติที่ได้กินอาหารแบบที่ไม่ค่อยชอบจนทำให้กินได้ไม่หมด จนโดนคนอื่นทักบ่อย ๆ วันนี้ก็บอกได้เป็นข้อ ๆ เลยว่าอยากได้แบบไหน

ยูนั่งมองครูไมค์ในร่างยูนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องพยาบาล ตัวยังร้อน ๆ อยู่เลย ตาก็บวมคงเพราะร้องไห้ไปเยอะมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวยูเองไม่เคยร้องไห้แท้ ๆ... ยูก็ชอบนะที่ตัวเองได้คิดได้พูดอย่างที่ใจต้องการ แถมวิวจากความสูงของครูไมค์พอยืนมองท้องฟ้าแล้วก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แต่ยูไม่อยากเห็นครูไมค์กลายเป็นแบบนี้เลย ครูไมค์ที่ปกติร่าเริงขนาดนั้นต้องมาร้องไห้แบบนี้ไม่ดีเลย

ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน ที่พอตื่นมาทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมคงดีครูไมค์จะได้ร่าเริงเหมือนเดิม

พอคิดแบบนั้นได้สักพัก ยูก็นอนฟุบลงที่ขอบเตียงแล้วหลับไป..

A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ

Narin's Comment:
สำหรับผมแล้วยูเป็นคนที่ได้รับโจทย์ยากที่สุดในครั้งนี้
เพราะโรคออทิสติกคือสิ่งที่ทำให้ยูเป็นยู แต่จะตัดออก
ยังไงโดยที่จะคงคาแรคเตอร์ของยูเอาไว้?

ซึ่งยูก็ตีความออกมาได้ดีมากครับ ถึงแม้จะไม่มีภาพ
แต่ก็ยังสื่อออกมาได้ดีมากๆ ผมเห็นรายละเอียดเล็กๆ
มากมายในงานเขียนชิ้นนี้ ในแบบเดียวกับที่คุณบอก
ว่าคุณชอบใส่รายละเอียดเล็กๆลงในภาพวาดของคุณ
ไม่รู้คุณจะทันสังเกตหรือเปล่า แต่มันมีอยู่ในงานเขียน
เช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนเลยคือเรื่องการทำการบ้าน ทั้ง
เรื่องเกี่ยวกับตัวเองและตัวละครรอบข้าง เห็นเลยว่า
ใส่ใจและให้เวลา คิดกับมันโดยละเอียด คาแรคเตอร์
ไร้เดียงสาของยู ฉากที่ยูได้กินกะเพราไข่ดาวแบบที่
อยากกินนั้นเป็นฉากที่ทำให้เห็นความดีใจของยูชัด
เจนมาก เป็นฉากที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญแต่กลับ
เป็นฉากที่อธิบายการสลับร่างครั้งนี้ได้ชัดที่สุด

รายละเอียดเกี่ยวกับคนรอบข้างก็ลงลึกไม่แพ้กัน
เช่นอะไรบางอย่างในจิตใจครูไมค์ที่ทำให้เขาร้องไห้
โวยวายในร่างของยู หรือฉากที่จิณณ์กับแม็กคุยกัน
ในแบบที่ยูไม่เข้าใจ ซึ่งจริงๆแล้วพวกเขาใช้ภาษากาย
ในแบบที่เขาเข้าใจกันสองคน แต่ยูตีความได้เองใน
แบบที่ตรงกับเนื้อเรื่องฝั่งพวกเรา ผมกับจิณณ์นี่อึ้งไป
เลยครับ

Signature ------------------------------------------------>
สัมเพเหระสหรัฐ
avatar
ClassLv. 2
INFO.Isara Pattanasak
ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
-10% Grade Exp.

Star Piece675
CHIPS+92 M 140 K 16

เพิ่มอัตราดอกเบี้ยสินทรัพย์ประเภท CHIPS +3.0%/เดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
79/176  (79/176)
[ EVENT ]:
+55 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัวhttp://dongseng23.deviantart.com

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Sun 12 Feb 2017, 00:47
Message reputation : 100% (1 vote)
Spoiler:


ติ๊ดๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆ

เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังถี่ๆ อยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียงปลุกให้ผมตื่น ผมงัวเงียคว้าสะเปะสปะไปปิดเสียงตามประสาคนไม่ค่อยถูกฉโลกกับตอนเช้า ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ค่อยถูกกับการที่ต้องตื่นนอนมากกว่า

ตุบ!

ผมวางมือถือไว้บนหัวเตียงอย่างลวกๆ ความรู้สึกแรกหลังรู้สึกตัวคือ...เวียนหัว ถึงผมจะไม่ค่อยชอบช่วงเวลาที่ต้องตื่นนอนเพราะความสบายตัวหายไป แต่ผมไม่เคยเวียนหัวหนักๆ แบบนี้มาก่อนเลย มันเวียนหัวและ...มีความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกตีกันอยู่ ผมจึงลุกขึ้นนั่งขยี้ๆ ที่ตา ถ้ายกหนังตาขึ้นได้ก็น่าจะสติมา ที่เวียนหัวคงเพราะเมื่อคืนนอนน้อย

แต่...ทำไมพอผมกระพริบตา มันดู...แปลก แปลกไป...

'วันนี้ปราศรัยอะไรดีนะ...'

หืม? ทำไมผมถึงคิดที่จะปราศรัย? นั่นมันหน้าที่ผอ.ต่างหาก... แถมตื่นเกือบสายขนาดนี้จะมีเวลาไปเตรียมตัวปราศรัยหน้าเสาธงได้ยังไงกัน ผมยักไหล่ให้ตัวเอง สะบัดหัวเล็กน้อยแล้วลุกสโลเสลไปที่ห้องน้ำ ถ้าล้างหน้าล้างตาซักหน่อยก็อาจจะทำให้ผมหายเวียนหัวมากขึ้น

ผมอาบน้ำล้างตัวตามปกติ เผื่อว่าน้ำเย็นๆ จะดึงสติผมมาได้บ้าง แต่เปล่าเลย มันยังคงรู้สึกวิ้งๆ อยู่เหมือนเดิม ผมเริ่มนึกย้อนเมื่อวานไปว่าทำอะไรบาง ถึงได้เวียนหัวขนาดนี้ แต่ก็นึกไม่ออกเลยว่าไปทำอะไร หรือผมอาจจะไม่สบาย แต่ผมนอนห่มผ้าห่มทั้งคืนนะ เพราะเพื่อนร่วมห้องผมขาชอบเปิดแอร์นอนตลอด ผมจงต้องดูแลตัวเองด้วยการห่มผ้านอน

ระหว่างเช็ดตัว สิ่งผิดปกติอย่างต่อมาในเช้านี้คือ ผมกระพริบตาแล้วเห็นสิ่งแปลกปลอม...ถ้าจำไม่ผิด มันคือ 'แสง' แสงงั้นเหรอ? เดี๋ยวนะ...คือผมตาบอดสนิท แล้วผมจะเห็นแสงได้ยังไง ผมทุบๆ หัวตัวเองอีกที มือก็เผลอลูบลงไปที่คอ สิ่งผิดปกติอีกอย่างคือ..สร้อยคอของผมมันหายไป

"!?"

ผมรู้สึกใจหายวาบ มันคือสิ่งสำคัญมากสำหรับผม ผมแน่ใจและจำได้ชัดเลยว่าผมไม่เคยถอดสร้อยคอผมออกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่ามีอีกคนอยู่ด้วยเสมอ แต่ตอนนี้ สร้อยเส้นนั้นมันหายไป ทั้งแสงนี่อีก...ทำไมผมถึงมองเห็น?

"หายไปไหน...เดี๋ยว..."

ระหว่างที่ผมกำลังตกใจที่สร้อยหาย เสียงที่ผมอุทานออกมา...มันไม่ใช่เสียงของผม

"เสียง...เสียง"

ผมนิ่งงันเมื่อเสียงที่ออกมาไม่ใช่เสียงของผม แต่เป็นเสียงของคนที่ใกล้ตัวผมที่สุด คนที่นอนห้องเดียวกันกับผมเมื่อคืน และตื่นเช้ากว่าผมทุกวัน ผมจับที่เส้นผมของตัวเอง มันยาวกว่าที่เคย ผมไม่มีทางผมยาวได้ 5 เซนติเมตรใน 1 วันแน่ๆ เมื่อลูบไปส่วนอื่นตามลำตัว ถึงมันจะดูคุ้นมือ แต่...แต่มันไม่ใช่ของของผม

"เฮ้ย!!!!"

ในที่สุด...ผมก็ยืนยันได้แล้วว่า ตอนนี้ผม...อยู่ในร่างของผอ.นรินทร์นั่นเอง

"ชิบ! บ้าอะไรเนี่ย"

โดยปกติผมเป็นคนลืมตา ถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่มันทำให้รู้ตัวว่าเราไม่ได้กำลังหลับ (ก็ผมชอบนอนนี่นะ) แต่...เพราะตอนนี้ผมอยู่ในร่างของผอ. การลืมตาทำให้ผมเห็นแสงเล็กน้อย และมันทำให้ผมเครียด อีกอย่างผอ.ไม่ลืมตาต่อหน้าคนอื่นๆ ผมจึงเลือกที่จะหลับตาเพื่อให้ตัวเองที่ชินกับความมืดสนิทได้สะดวกขึ้นและเพื่อร่างของผอ.เอง จากนั้นก็รีบแต่งตัว เพราะเมื่อดูนาฬิกา อีกแค่ 15 นาทีการปราศรัยตอนเช้าก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และดูเหมือนตอนนี้ร่างของผมก็หายไป...ถ้าผมเดาไม่ผิด ผอ.ต้องเอาร่างผมไปแน่นอนเลย แต่...เพื่อความแน่ใจผมต้องตามหา 'ผอ.ตัวจริง' ให้เจอเสียก่อน

'ฮ่าๆๆๆ' เสียงผู้หญิงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นแวบนึงระหว่างที่ผมกำลังเลือกเสื้อผ้า ตัวผมนั้นไม่เคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน แต่สมองของร่างนี้มันบอกผมว่านั่นคือเสียงของ 'เรเน่' เรเน่งั้นเหรอ? ผมชะงักไปเล็กน้อยแต่เลิกคิดเรื่องอื่น ตอนนี้หน้าที่ของร่างนี้คือการปราศรัยในอีกไม่ถึง 10 นาที โอ้ย...แล้วผมจะทำยังไงเนี่ย มือไม้ผมมันสั่นไปหมด หัวของผมก็เริ่มปวดหนึบๆ หยิบเสื้อผ้ามาผิดๆ ถูกๆ... ใจเย็นสิอิสรา ผอ.ต้องใส่เสื้อของผอ.นะ...

ผมใช้เวลาไปเกือบ 5 นาทีในการแต่งตัว ก่อนจะกระหืดกระหอบออกมาจากห้อง ระหว่างนั้นก็ใช้มือถือตัวเองโทรตามหา 'ผอ.ตัวจริง' ที่ไม่รู้ว่าแกจะถือมือถือไปด้วยรึเปล่า แต่โทรจนตัดไปสองครั้งก็ไม่รับ คาดว่าผอ.คงไม่ได้เอามือถือไป

"ม มันบ้าอะไรเนี่ย"

ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ โชคยังดีที่เรามีความพิการคล้ายกัน ผมจึงไม่รู้สึกว่าร่างกายนี้ลำบากอะไร แต่ในหัวของผมนี่สิ มีเสียงสัมผัสและความทรงจำที่สับสนปนเปจนผมแยกไม่ถูกว่าอันไหนคือความคิดของผม อันนี้คือความทรงจำที่ติดอยู่ในสมองของเจ้าของร่าง

เด็กๆ เริ่มทยอยกันเข้าแถวแล้ว เหลือไม่ถึง 10 นาทีที่จะต้องขึ้นปราศรัย ระหว่างที่ผมกำลังเครียดและพยายามสงบจิตใจอยู่ เสียงทักทายของเด็กนักเรียนก็ดังขึ้นไม่ห่างจากด้านหน้าของผม

"ครูไอน์ขา วันนี้มาเช้าจังเลยค่ะ"

ผมเกือบจะอ้าปากตอบไปแล้ว แต่แล้วผมก็รู้ว่านักเรียนคนนั้นไม่ได้พูดกับผม แต่พูดกับคนที่อาจจะอยู่ตรงหน้าของผม ผมรีบสาวเท้าเข้าไปให้ไวที่สุด ภาวนาขอให้คนในร่างผมเป็นคนที่ผมรู้จัก ร่างผม...ผมเจอร่างผมแล้ว จะใช่ผอ.ที่อยู่ในร่างของผมหรือไม่นะ...

"คุณอิสรา" อึก...นี่ผมกำลังเรียกตัวเอง ด้วยเสียงผอ.
"หื้ม?" เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงของผม เสียงที่ผมใช้มาตลอด 24 ปี อ่า...นี่เรากำลังยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองเหรอเนี่ย มันไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย ตั้งแต่ตื่นมาผมไม่อยากจะคิดเลยว่ามันคือความจริง เป็นแค่ผมฝันไป แต่...นี่มันคือความจริงใช่มั้ย ผมตัดสินใจคว้ามือแบบเดาๆ ไปที่คนตรงหน้า ก่อนจะดึงร่างนั้นอย่างช้าๆ มาที่มุมเงียบมุมหนึ่ง

"คุณ คุณคือใคร?"
"เห...ตะกี้คุณเรียกผมว่าอิสราอยู่นี่ครับ"

ผมสูดหายใจ อิสราคือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหากเล่า นายเป็นใครมาเข้าร่างฉันเนี่ย!

"เปล่า ผมต่างหากคืออิสรา คุณอาจจะหาว่าผมบ้าแต่ว่า ตอนนี้...ผมคืออิสรา...ที่อยู่ในร่างของผอ.นรินทร์ บอกผมมาผมรู้ว่าคุณรู้ตัว...ว่าคุณคือใคร" ถึงอย่างจะคิดว่านี้คือวามฝัน แต่สัมผัสที่มือ บรรยากาศโดยรอบมันคือความจริง เสียงที่เปล่งออกมานี่ก็เช่นกัน มันคือเสียงของผอ. มันไม่ใช่เสียงของผม แต่ผมกลับเป็นคนใช้เสียง ใช้ร่างกายของผอ.อยู่

"คุณไม่ใช่อิสราแน่ๆ คุณคือใคร"
"..."

ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน มือบีบที่ข้อมือคนตรงหน้าแน่น ร่างนั้นเงียบไป ก่อนเสียงรำพึงจะดังขึ้น...

"นึกว่าเป็นคนเสียงเหมือนกัน..."
"คุณเป็นใคร ให้ตายเถอะบอกผมมา!" ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว เหมือนครูคนอื่นๆ จะเริ่มเดินเข้ามาใกล้แล้วด้วย ฟังจากเสียงซุบซิบที่มีชื่อของผอ.และชื่อของผมอยู่ในประโยค
"จ ใจเย็นนะครับ คือ..."
"คุณอยู่ในร่างของผม ผมคืออิสรา บอกผมมาคุณคือใคร!"

ฉับพลัน ร่างกายที่ผมอาศัยอยู่นี้ก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่คุ้นเคย ร่างตรงหน้าดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่น แล้วกระซิบเสียงต่ำที่ข้างหู

"ไอน์"

คนที่เรียกชื่อเล่นของผมด้วยโทนเสียงแบบนี้ มีแค่คนเดียว...คนเดียวเท่านั้นที่ผมจำได้ขึ้นใจ...

"คุณคือ... ผอ..."
"ใช่ ฉันเอง"

แรงกอดที่ด้านหลังผมแน่นขึ้นพร้อมกับมือที่ลูบหลังผมอย่างปลอบโยน

"ใจเย็นๆนะ จะไม่เป็นไร เธอจะไม่เป็นไร"
"ผม... ผมสับสน..."

ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมสับสนมาก ความทรงจำมันผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่แน่ๆ ผมยังคงเป็นผมอยู่ แต่มัน...ไม่ชินเอาเสียเลย ผมไม่เคยใช้ร่างกายคนอื่น ไม่เคยสัมผัสถึงแสง...มันน่ากลัว

แต่แล้วสมองก็สั่งให้ผมดันตัวออกก่อนที่ใครจะมาเห็น เพราะมันจะทำให้คนตรงหน้าดูไม่ดีและไม่เหมาะสมกับสถานที่ อีกทั้งผมยังต้องขึ้นปราศรัย ในฐานะของผู้อำนวยการโรงเรียน

"คือผม.. ผมต้องทำหน้าที่แทนคุณ"
"อืม ใจเย็นๆ นะ เธอทำได้แน่นอน"
"ครับ"

ผมผละออกจากสัมผัสของผอ.ก่อนจะก้าวขึ้นเวทีหน้าเสาธง ผม...อาจจะเคยยืนอยู่จุดๆ นี้บ้างเมื่อตอนเป็นประธานนักเรียน แต่นั่นก็ผ่านมานานมากแล้ว ผมจะพูดกล่าวปราศรัยได้ดีใช่มั้ยนะ

"เอ่อ... สวัสดีครับทุกคน"
"..."

เด็กๆ เงียบเสียงเจี๊ยวจ๊าวรอฟังผมกล่าว ผมเริ่มสั่นๆ ขึ้นมานิดๆ คือถ้าผมจะพูดอะไรแปลกๆ ออกไปมันจะไม่เป็นไรเลยถ้านั่นคือคนที่มีใบหน้าเป็น 'ตัวผมจริงๆ' แต่นี่...ที่ทุกคนที่มองเห็น ที่ได้ยินเสียง ทุกคนจะเข้าใจว่า นี่คือ 'ผู้อำนวยการนรินทร์' ไม่ใช่ 'ครูอิสรา' ฉะนั้น...จะทำอะไร ควรนึกถึงเจ้าของร่างนี้ให้มากๆ นะ อิสรา

"วันนี้อากาศแจ่มใส ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียน ขอบคุณครับ"

ผม...พูดออกไปแล้ว และนี่คงเป็นการปราศรัยที่สั้นที่สุดของผอ.แล้วล่ะ ผมรีบก้าวลงจากเวที แล้วรีบเรียกหาผอ.ทันที

"ผอ.! เอ้ย...คุณอิสรา อยู่มั้ยครับ"
"ผมอยู่ตรงนี้--"

ปัก!!!

เสียงคล้ายคนกำลังสะดุดล้มอยู่ตรงหน้า ครูคนอื่นรวมทั้งผมรีบปรี่เข้าไปหา แต่ผมกะตำแหน่งได้ไม่แน่ชัด เลยไม่กล้าผลีผล่ามเข้าไป

"ครูไอน์คะ ระวังนะคะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า" น้ำเสียงของครูจีจี้ไต่ถามถึงผอ.ในร่างของผม ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่านั่นใช่ครูจีจี้จริงหรือเปล่า เพราะตอนนี้ขนาดผมเองยังอยู่ในร่างของผอ.เลย
"ส สบายมากครับ ขอบคุณครับ"
"จีจี้พยุงไปหาผอ.นะคะ ถ้าเจ็บมากไปห้องพยาบาลนะ"
"ขอบคุณครับ"

ซักพักผอ.สัมผัสที่แขนของผม ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินเพียงสองคนกับผอ.

"ไปคุยกันที่ห้องทำงานนะครับ"
"อืม"

**********************************

"ผมควรทำยังไงดีครับ" ผมเป็นคนเปิดประโยคนี้เมื่อถึงภายในห้องทำงานของผอ. โดยขอร้องให้คุณรัตติกาลออกไปรอด้านนอกก่อน ซึ่งเธอก็ทำตามคำขอร้องของผมในร่างผอ.อย่างดี สัมผัสอุ่นๆ โอบรอบมือของผมที่กำลังบีบกันแน่นอีกครั้ง

"เธอกังวลเหรอ?"
"ผม.. คือผมแค่กลัว ว่าผมจะทำหน้าที่ผอ.ได้ไม่ดี และกลัวว่าผอ.จะไม่สะดวกกับร่างกายของผมเอง"

อีกอย่างที่ผมไม่ได้บอกไปเพราะกลัวแกจะเป็นห่วงมากกว่าเดิมคือ ความทรงจำบางอย่างของผอ.ที่ผมไม่เคยรู้ ผมก็ได้รับรู้เมื่อผมมาอยู่ในร่างนี้ บางความทรงจำมี 'ภาพ' ที่มันทำให้ผมรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย มันจะมาเป็นบางคราวเท่านั้น และผมไม่รู้ว่าถ้าผมบอกไปว่าผมรับรู้ความทรงจำบางอย่างได้ ผอ.อาจจะรู้สึกเครียดตามผมไปด้วย ซึ่งผมไม่อยากให้แกเครียดมาก ผมจึงพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นอยู่

"เธอต้องทำได้แน่นอนอยู่แล้วล่ะ ก็รู้นี่นาวันๆ ฉันทำอะไรบ้าง" ผอ.พูดติดจะกลั้วหัวเราะเล็กน้อย
"คิดว่าเราจะกลับเข้าร่างตัวเองมั้ยครับ"
"อืม... ไม่รู้สิ เธอไม่สะดวกใจเหรอ ที่อยู่ในร่างของฉัน"
"ผอ.ล่ะครับ สะดวกใจรึเปล่า ที่ผมใช้ร่างผอ." ผมถามกลับในคำถามคล้ายๆ กัน
"ฉันไม่เป็นไรหรอก"

ผอ.กล่าวพร้อมกับลูบศีรษะผม น่าแปลกที่เหมือนสัมผัสของเขามีพลังแปลกประหลาด มันทำให้ผมสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ผมดึงมือที่เปลี่ยนจากลูบศีรษะมาเป็นลูบแก้มมาจูบเบาๆ ที่ฝ่ามือ แต่เมื่อผมจะไปแตะถูกอะไรบางอย่างเข้า

"อ๊ะ!" ผอ.จะชักมือกลับ แต่ผมดึงเอาไว้
"เดี๋ยวนะครับ..."

แน่นอนว่าประสาทรับกลิ่นของคนตาบอดย่อมไม่ธรรมดา ผมสัมผัสไถึงกลิ่นเลือดจางๆ และริมฝีปากของร่างนี้ก็สัมผัสได้ถึงรอยถลอกเล็กน้อยบนฝ่ามือนั่น...

"คุณบาดเจ็บ"
"เล็กน้อยน่ะ ไม่เป็นไรหรอก"
"แต่ผอ.เจ็บนะครับ" ผมลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ เดินหากล้องพยาบาลที่พอจะจำได้ว่าอยู่ตรงไหนของห้อง ก่อนจะกลับมานั่งแปะพลาสเตอร์ให้ผอ.ที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนโซฟา

"ก่อนหน้านั้นคุณล้มด้วยนี่นา เจ็บตรงไหนรึเปล่า บอกผมนะครับ"
"ฉันสบายมากไอน์ แต่ร่างกายเธอนี่สิ"
"ร่างผมทำไมครับ" หรือว่า...ผอ.จะรู้สึกสับสนแบบเดียวกับผม?
"ร่างเธอมีแผล ฉันทำเธอมีแผล"
"แล้วผมเจ็บเหรอครับ"
"..."

คำถามนี้ทำให้ผอ.นิ่งไป

"ตอนนี้คนเจ็บคือผอ.นะครับ คุณไม่สะดวกกับร่างกายผมใช่มั้ย"
"เอ่อ ก็...นิดหน่อย"

ผมพอรู้ว่าปกติผอ.จะมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งที่ติดตัวอยู่ ทำให้แกสามารถสัมผัสผมหรือจับตำแหน่งใครต่อใครหรือสิ่งของได้แม่นยำเพราะมีสิ่งพิเศษสิ่งนั้น แต่ตอนนี้ผอ.อยู่ในร่างที่ไม่มีสิ่งพิเศษสิ่งนั้น คนที่ใช้ชีวิตร่วมกับมันมาตลอดสามสิบกว่าปีจนชินชา เมื่อขาดมันไปแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันไม่น้อย ผมรู้เลยว่าผอ.อาจจะต้องกะระยะผิดพลาดแบบนี้จนต้องเจ็บตัวไปทั้งวันแน่นอน

ผมไม่ได้ห่วงร่างกายของผม ที่ผมห่วงคือผอ.มากกว่า ร่างกายของผมไม่ทนต่อความหนาวและไม่มีสิ่งพิเศษสิ่งนั้น มันอาจจะสร้างความลำบากให้ผอ.ไม่น้อย และตอนนี้ผมก็ไม่อยากก้าวกาย 'ความทรงจำ' ของเจ้าของร่างด้วย การรีบกลับเข้าร่างของตัวเองนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

"ผมต้องรีบหาทางกลับร่าง"
"...เธอรู้เหรอจะทำยังไง"
"ผมไม่ทราบครับ" เอาจริงๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงสลับร่างกันได้

เราสองคนนั่งเงียบไปสองสามนาทีเพราะกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

"แต่ก่อนอื่น ฉันว่าเราควรใช้ชีวิตแบบปกติไปก่อนนะ เอ่อ แบบที่ปกติร่างนั้นทำอะไร และร่างของเธอทำอะไรน่ะ"
"...นั่นสินะครับ"

ผอ.พูดถูก เราอาจจะสลับร่างกันแค่สองคน หากจะป่าวประกาศว่า 'พวกเราสลับร่างกันนะครับ' คงถูกมองว่าบ้า และคงเสียเวลาอธิบายไปไม่น้อย สู้ค่อยๆ หาทางกลับร่างไปพร้อมกับการดำเนินชีวิตประจำวันแบบนี้ดีกว่า

"อีก 20 นาทีผมมีสอน ผอ.รู้ตารางสอนผมใช่มั้ยครับ"
"อื้ม รู้สิ"

ฮือ.. มันไม่ชินที่ได้ยินเสียงตัวเองพูดแบบนี้จริงๆ

"งั้นเดี๋ยวผมเดินไปส่งนะครับ"
"ไม่ต้องๆ ฉันไปเองได้"
"แต่ผม..."
"ระหว่างนั้นฉันก็ขอฝากหน้าที่ของฉันด้วยนะ ก็แค่เดินวนรอบโรงเรียน เธออาจจะพบวิธีกลับร่างก็ได้"

ร่างที่เตี้ยกว่าร่างของผมเอื้อมมาลูบศีรษะผมเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะผละไป

"ฉันไปสอนเด็กๆ ก่อนนะ"

ติ๊งต่องๆ
“ผอ.คร้าบบบ อยู่มั้ยคร้าบบ”
เสียงแบบนี้...นี่มันเสียงเจ้าแม็กเวล ไม่รู้ทำไม พอได้ยินเสียงวอแวของเพื่อนตัวแสบ ผมกลับรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที รู้สึกว่ามัน...น่ารัก หืม? นี่ผมนอกจากจะสลับร่างแล้วยังเพี้ยนไปอีกเหรอเนี่ย ที่คิดว่าเพื่อนตัวแสบมันน่ารัก

คนข้างตัวผมขยับเหมือนจะลุกไปเปิดประตูให้ แต่ผมรั้งเอาไว้ก่อน เพราะคนที่แม็กเวลมาหาไม่ใช่อิสรา เวลานี้โดยปกติผมจะออกไปเตรียมการสอนที่ห้องพักครูแล้ว ถ้าเป็นอิสรายิ้มร่าไปเปิดต้อนรับแม็กเวล เห็นจะไม่ใช่เรื่อง ให้ผมเป็นคนไปเปิดดีกว่า

“แม็กเวลมา... พอดีฉันจะได้ออกไปเลย ใกล้เวลาสอนของเธอแล้ว”
“ครับ”
“กับข้าวอยู่ในตู้เย็นนะ เอามาอุ่นก่อน ฉันไปละเดี๋ยวไปสอนสาย”
“ค ครับ” ผอ.รู้ว่าผมยังไม่ทานข้าวเช้างั้นเหรอ

ผมกับผอ.ลุกออกจากโซฟากลางห้องโถงพร้อมๆ กัน แต่ผมเป็นคนไปเปิดประตูต้อนรับเจ้าเพื่อนตัวแสบ ก็พอรู้นะว่าเวลาผอ.อยู่กับเจ้าเพื่อนพูดมากคนนี้เป็นยังไง และผมก็คิดว่าผมทำได้ค่อนข้างดีเสียด้วย เพราะแม็กเวลไม่มีท่าทีสงสัยเลยว่าคนในร่างนี้ ไม่ใช่ผอ.ตัวจริง เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว

“วันนี้ไปสอนสายนะเพื่อน”
“อืม ไปละ”
ผอ.เองก็เนียนใช่ย่อย...
“หิวง่ะ วันนี้มีอะไรทานรึเปล่าฮะ” พอผอ.หายไปจากตรงนั้นแล้ว เจ้าเพื่อนตัวแสบก็เหมือนจะเปลี่ยนโหมดทันที
“หืม?” ผมเลิกคิ้วสงสัย แต่ก็เข้าใจในทันทีว่า กิจวัตรประจำวันของหมอนี่ นอกจากเป็นทูตที่ทำงานแทนผอ.แล้ว มันก็เป็นเหมือนแมวมาขอส่วนบุญส่วนอาหารกับผอ.นี่เอง

‘กับข้าวอยู่ในตู้เย็นนะ เอามาอุ่นก่อน’


เสียงของตัวผมเองที่มีผอ.เป็นคนกล่าวลอยขึ้นในความทรงจำ เพราะผอ.รู้ว่าแม็กเวลจะมาขออาศัยอาหารที่ผอ.ทำเองนี่เอง ถึงได้กล่าวไว้กับผมก่อนออกไปสอนแทนผม ผมจึงยิ้มรับคำออดอ้อนขอกินข้าวของแม็กเวลเล็กน้อย ก่อนจะตรงเข้าไปที่ครัวเล็กๆ ของห้องพัก หยิบเอากล่องถนอมอาหารไปอุ่น ซึ่งเจ้าเพื่อนตัวแสบก็แสนรู้งาน นั่งแหม็กลงบนโต๊ะทันที

“หอมจัง ทานละนะครับ”
“กินเยอะๆ ล่ะ”

ผมเองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเหมือนกัน จึงหยิบข้าวสวยมาทานด้วย 1 ใบ

“ผอ.ยังไม่ทานข้าวเช้าเหรอฮะ”
“อืม” เพราะมัวแต่แตกตื่นจนลืมทานข้าวไปเลย เพิ่งจะมารู้สึกหิวก็ตอนที่แม็กมาหานี่แหละ เฮ้อ...แต่ยังดี ที่พอเจอแม็กแล้วผมไม่รู้สึกเครียดเท่าไหร่ ออกจะสบายใจด้วยซ้ำ คงเพราะพวกเราเป็นเพื่อนกันล่ะมั้ง

แม็กเวลใช้เวลาในการยัดเอาอาหารไม่นาน เจ้าตัวก็ขอตัวออกไปทำงาน เพราะวันนี้มาสายนิดหน่อย เลยไม่ได้อยู่พูดคุยอะไรกันมาก มันทำให้ผมโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เพราะไม่ต้องแสดงท่าทางเป็นผอ. แต่ตอนที่มีเจ้าแม็กอยู่ด้วย ผมก็ไม่ได้รู้สึกเกร็งอะไรมากมายนะ

เมื่อแม็กเวลออกไปแล้ว ก็ถึงเวลาของ ‘ผู้อำนวยการโรงเรียน’ ที่จะต้องจัดการเอกสารงานต่างๆ ของโรงเรียน ผมนั่งลงที่เก้าอี้ที่ผอ.นั่งเป็นประจำ สัมผัสได้ถึงภาระหน้าที่ที่ผอ.ต้องรับผิดชอบ แฟ้มงานเอกสารที่ถูกแปลเป็นภาษาเบรลล์เรียบร้อยแล้ววางอยู่ตรงหน้า ครึ่งเช้านี้คงเป็นการจัดการเอกสารสินะ

ติ๊งต่อง


“ดิฉันเองค่ะผอ.”

คุณรัตติกาล เลขาของผอ.ที่เมื่อเช้าผมขอให้เธอออกไปก่อน ส่งเสียงผ่านอินเตอร์โฟนเข้ามา ผมขานรับพร้อมลุกออกจากเก้าอี้เพื่อไปเปิดประตูให้ คุณรัตติกาลเดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างรู้หน้าที่
“ตอนที่ผอ.ขอให้ดิฉันออกไป ดิฉันเลยถือโอกาสแวะไปฝ่ายการเงินเสียหน่อย เลยได้ผลการดำเนินโครงการบริจาคมาค่ะ”
“โครงการบริจาคเหรอ”
“ค่ะ โครงการบริจาคเงินช่วยเหลือสถานสงเคราะห์”

ไม่รู้ทำไม พอได้ยินคำว่าสถานสงเคราะห์ ความรู้สึกวูบโหวงและหวาดกลัวกระแทกเข้าที่สมองของผม ผมชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษที่คุณรัตติส่งมาให้ จนเธอต้องส่งเสียงเรียกสติ

“ผอ.คะ?”
“อ เอ่อ ผ่านไปด้วยดีสินะครับ”
“ค่ะ”

ผมข่มความรู้สึกแย่ๆ ที่มันเกิดขึ้นในอกเอาไว้ ก่อนจะตั้งใจอ่านรายงานผล ผมจะต้องจดจำรายละเอียดเพื่อที่จะได้เล่าให้ผอ.ฟังได้ กรณีที่ผมยังไม่กลับร่างตัวเองน่ะนะ

จนเกือบเที่ยง คุณรัตติก็ขอตัวออกไปทานข้าว เวลานี้ผอ.น่าจะไม่ได้สอนนักเรียนแล้ว ผมจึงแวะไปที่โรงอาหารกลางของเรียน เผื่อว่าจะเจอผอ. และก็เป็นไปตามคาด ที่โซนทานอาหารสำหรับบุคลากร มีเสียงของผมที่กำลังหัวเราะกับมุขตลกของเพื่อนครูอยู่ การปรากฏตัวของผมทำให้เหล่าครูอาจารย์ลุกขึ้นส่งเสียงต้อนรับ

“ผอ.มาทานข้าวที่นี่เหรอคะ”
“นั่งก่อนนะครับผอ. ทางนี้ครับ”

ทั้งครูชายหญิงช่างบริการผอ.ได้ดีเยี่ยมจริงๆ และทุกคนก็ช่างเป็นงาน จัดแจงที่นั่งให้ ‘ผอ.’ได้นั่งข้างๆ ‘ครูไอน์’ ซะด้วย

“เป็นยังไงบ้างครับ” ผมกระซิบถามผอ.ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“ก็ดีนะ เธอล่ะ โอเครึเปล่า”
“ผมโอเคครับ”
“ยังเครียดอยู่มั้ย”

ที่ใต้โต๊ะทานอาหาร ผอ.เอื้อมมือมากุมมือผมไว้ ส่งผ่านความห่วงใยมาถึงผม ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงกัน ตอนนี้ผมเริ่มชินกับร่างกายนี้แล้ว ผมจึงใช้มืออีกข้างวางทับที่มือของร่างตัวเองที่มีผอ.เป็นคนควบคุมไว้

“ไม่เครียดแล้วครับ แต่ผมยังไม่ลองหาวิธีดูเลย”
“ฉันก็นึกไม่ออกว่าจะทำยังไง”
“ถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆ... จะทำยังไงครับ”
“อืม...”

ผอ.นิ่งไปเหมือนคิดอยู่

“ผอ.ก็คงกลายเป็นครูอิสรา ครูอิสราก็กลายเป็นผอ.ไง”
“ง่ายขนาดนั้นเลย”
“ฮะๆ”

เหมือนผอ.กำลังทำให้เรื่องเครียดๆ กลายเป็นเรื่องตลกขบขันไป ผมเองก็พลอยยิ้มไปกับคำพูดง่ายๆ  นั้นด้วย นั่นสินะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็อย่าไปฝืนซะดีกว่า
ผมใช้เวลาบนโต๊ะอาหารค่อนข้างนาน จนเหลือแต่เพียงผมและผอ.บนโต๊ะอาหารนั้น ใจจริงผอ.อยากจะอยู่เป็นเพื่อนเพราะยังห่วงผมอยู่ แต่ผมตอบปฏิเสธไป เพราะตอนนี้ผมไม่เป็นไรจริงๆ คำปลอบใจจากผอ.ให้กำลังใจผมได้ค่อนข้างเยอะ และทำให้ผมหายสับสน มีสติมากขึ้น

“ถ้ามีอะไรไม่สบาย บอกฉันได้ตลอดนะ”
“ครับ ไปสอนเถอะครับ เดี๋ยวเด็กๆ จะรอ”
“อืม”

ผอ.ลูบศีรษะผมเพียงชั่วครู่ คงเพราะลืมตัวไป อีกทั้งนี่อยู่กลางโรงอาหาร ถึงจะไม่ค่อยมีคนแล้ว แต่ภาพครูผู้สอนลูบผมผู้อำนวยการนี่คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก ผมขำเล็กน้อยตอนที่ผอ.รีบชักมือกลับพร้อมกระแอ่มไอ

เวลาช่วงบ่ายผมเดินไปรอบๆ โรงเรียน สำรวจสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างที่ผอ.ชอบทำเป็นปกติ เผื่อจะได้ไอเดียในการกลับร่าง แต่เปล่าเลย ผมนึกอะไรไม่ออกซักอย่างเดียว จึงเดินคอตกกลับมาที่ห้องทำงานของผอ.ในเวลาเลิกเรียนพอดี ได้แต่ปลงตกว่าถ้าจะอยู่ในร่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็คงต้องบอกความจริงกับทุกคนแล้วล่ะ ใครจะหาว่าบ้าก็ช่างเถอะ แต่จะให้ผมแทนตัวเป็นผอ.ตลอดไป ผมไม่ทำหรอกนะ

“เป็นอะไรไป ทำไมเงียบ”

พอเข้ามานั่งเงียบๆ ในห้อง ผอ.ที่มารออยู่ก่อนแล้วก็ส่งเสียงทักทายขึ้น

“...”
“เครียดอีกแล้ว”
“...ครับ” ผมถอนหายใจก่อนจะเดินคอตกไปซบที่ไหล่ของร่างตัวเอง ง่ะ...เตี้ยแหะเรา
“ทำใจให้สบายๆ นะ อย่าเพิ่งคิดมาก ฉันไม่อยากให้เธอเครียดเลย แต่ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ”

ฝ่ามือที่มีพลาสเตอร์แปะอยู่ลูบศีรษะผมเบาๆ อย่างปลอบประโลม อือ...รู้สึกดีจริงๆ

“เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะนอนกอดเธอทั้งคืนเลย เผื่อว่าวิญญาณฉันจะโหยหาร่างตัวเอง”
“คุณก็กอดผม...ทุกคืนอยู่แล้วนี่” ผมตอบเสียงอ้อมแอ้ม หวา ผอ.ตอนทำเสียงแบบนี้น่ารักชะมัดเลย อยากได้ยินเสียงแบบนี้ตอนพูดกับผมจัง อ๊ะ! นี่ผมคิดอะไรไปเรื่อยนะ
แล้วคืนนันทั้งคืนผอ.ก็กอดผมไม่ยอมปล่อยดังคำสัญญา กอดจนผมผล่อยหลับไปตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาแล้วสัมผัสที่คอ สร้อยเส้นสำคัญก็กลับมาอยู่ที่ตัวผม

เฮ้อ~~ ผมกลับคืนร่างตัวเองแล้วสินะ...




A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ป๊าดดด พล็อตลึกมากกก การเห็นความทรงจำของร่าง
เป็นพล็อตที่ใหม่สำหรับผมมากเลยครับ รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
มาก ฮ่าๆๆ แต่เพราะว่าพล็อตมันลึกมาก จึงต้องการการ
อธิบายที่ค่อนข้างลึกและละเอียดเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้ว
ในจุดนี้แล้วยังพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้อีกนะครับ ผมเข้าใจ
เนื้อหาทั้งหมดเพราะได้รับการอธิบายพล็อตมาก่อนหน้า
แต่ถ้าคนที่ไม่รู้พล็อตล่วงหน้าก็อาจจะสับสนได้นิดหน่อย

แต่ยังไงก็ตามภารกิจนี้ก็ยังตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน
ผมให้สแตมป์ทองเพราะความกล้าที่จะเล่นพล็อตนี้
จะรอชมพล็อตลึกๆดีๆแบบนี้อีกในคราวหน้านะครับ!!

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

avatar
Quaint Foundation
Quaint Foundation
ClassLv.50
INFO.Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Star Piece1046
CHIPS+90 M 891 K 68



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Sun 12 Feb 2017, 03:39
Message reputation : 100% (1 vote)
Echovacation:
หนาวชะมัด!!

ผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหนาวที่
เหมือนจะมาทักทายกันลึกถึงกระดูก มิน่าล่ะถึงได้ฝันว่ากำลัง
นั่งดื่มไอซ์คอฟฟี่อยู่กับชาวเอสกิโมที่ขั้วโลกเหนือ!!

ผมค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งด้วยความงัวเงีย สงสัยจะเปิดแอร์แรงไป
ว่าแล้วจึงหยิบรีโมตปรับอุณหภูมิขึ้นเสียหน่อย ขนาดผมยัง
หนาวขนาดนี้ แล้วไอน์ที่นอนอยู่ข้างๆจะหนาวขนาดไหน
เด็กคนนั้นยิ่งขี้หนาวอยู่ด้วย ผมอดนึกโทษตัวเองไม่ได้
ที่ปล่อยให้เขาต้องมาทนหนาวตลอดคืน

ว่าแล้วจึงใช้มือควานหาคนร่วมห้อง แต่สิ่งที่สัมผัสได้มีเพียง
ลมและความว่างเปล่า

เอ๊ะ? ปกติไอน์นอนฝั่งนี้ตลอดนี่นา? พอเปลี่ยนมาคลำหา
อีกฝั่งจึงพบกับคนที่ตามหา ผมกระชับผ้าห่มคลุมร่างนั้น
ให้มิดชิดขึ้นก่อนจะลูบเรือนผมของเขา หืม? ผมยาวขนาด
นี้แล้วเหรอ ปกติจะไม่ปล่อยให้ผมตัวเองยาวเลยนี่นา ฮันแน่?
อยากเป็นหนุ่มเซอร์แบบผมล่ะซี่?

หรือจะงานเยอะจนไม่ว่างไปตัดผม เป็นเพราะต้องช่วยงานผม
จนดึกดื่นหรือเปล่านะ? ไม่ไหวเลยนะเรา จากนี้ต้องพยายาม
ให้มากขึ้นแล้ว!!

เมื่อรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาจึงเด้งตัวออกจากเตียงหวังเตรียมตัว
เริ่มงานวันใหม่ ในช่วงเช้าตรู่ที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแบบนี้
มีเพียงแสงไฟในห้องเท่านั้นที่ช่วยให้ผมเห็นแสงได้มากขึ้น
ถึงจะไม่ได้ช่วยมากมายแต่ก็พอทำให้เดาทิศทางได้ดีกว่าเดิม

'แกร๊ก'

แปลก ภาพที่เห็นยังคงมืดสนิทไม่เปลี่ยนแปลง มืดประมาณ
ไหนน่ะเหรอ? มืดสนิทเหมือนยืนอยู่ในมิติพิศวงเชียวล่ะ
คำว่ามืดแปดด้านอาจต้องชิดซ้ายให้ความมืด 360 องศา
ในตอนนี้

'แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก'

ผมลองเปิดปิตสวิตอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
ไฟเสียงั้นเหรอ? ช่างมันก่อนแล้วกัน ค่อยเรียกช่างมา
ซ่อมทีหลัง อันที่จริงผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะ
ว่ายังมีตัวช่วยเสริมอยู่ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นรินทร์จะ
ไม่ทนร้อนรนใจ เพราะผมมีสิ่งนี้อยู่ยังไงเล่า เล่า เล่า~

'เต๊าะ เต๊าะ เต๊าะ'

เสียงเดาะลิ้นดังขึ้น จริงๆแล้วไม่อยากพูดเท่าไหร่
แต่ผมภูมิใจในทักษะ Echolocation ของตัวเองมาก
มันคือทักษะการกะระยะสิ่งของจากการฟังเสียงสะท้อน
ผมจึงมักจะเดาะลิ้นเพื่อฟังเสียงที่กระทบกำแพงและ
ย้อน...กลับมา?

อ้าวเฮ้ย.. ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา?...

ไม่มีอะไรย้อนกลับมา ไม่สิ มันต้องย้อนกลับมาอยู่แล้ว
เพียงแต่ผมไม่สามารถได้ยินได้เช่นปกติต่างหาก ผมลอง
อีกครั้งเพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ทันฟัง แต่ก็ไม่ได้ยินเช่นเคย
นี่สินะที่เขาบอกว่าอย่าหวังผลลัพธ์ใหม่จากการกระทำเดิมๆ
ฮึ่ม.... ทำไมกันหนอ คงไม่ได้ตื่นมาวันหนึ่งแล้วเกิดถึงวัยที่
ประสาทการฟังตกต่ำลงพอดีหรอกใช่ไหม คนเรามันจะแก่
ข้ามคืนได้ขนาดนี้เลยเหรอ ถึงช่วงนี้ผมก็จะรู้สึกเหนื่อย
ง่ายกว่าแต่ก่อนก็เถอะ

เอ๊ะ? รึผมอาจจะกำลังอยู่ในมิติพิศวงจริงๆ

แย่ล่ะสิ ไม่มีเบอร์คุณริวซะด้วย... ไม่ๆๆ ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ!!
นี่แหละเป็นเหตุผลที่คนรอบข้างไม่ค่อยปล่อยผมไว้คนเดียว
พวกเขาบอกว่าผมอยู่คนเดียวแล้วชอบฟุ้งซ่าน แต่ตอนนี้ผม
ไม่ได้ฟุ้งซ่านซะหน่อย กำลังหาทางออกอยู่ต่างหากเล่า!!

ฮึ่มม...

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไม Echolocation ถึงหายไป
หรือมันจะผลันตัวเองเป็น Echovacation แล้วไปพักร้อน
เอาซะดื้อๆ.. ได้ด้วยเหรอ? แบบนี้ก็ได้เหรอ? ยิ่งคิดก็ยิ่ง
ปวดหัวมิหนำซ้ำยังไม่ได้คำตอบที่เข้าที อ้อ!! จริงสิ
ในคัมภีร์ไบเบิ้ล 1 เปโตร 5:7 ได้เขียนไว้ว่า

'ให้เอาความกังวลทั้งหมดของคุณฝากไว้กับพระเจ้า
เพราะพระองค์ห่วงใยคุณ'


พระเจ้าครับ งั้นฝากตามหาเจ้า Echovacation ด้วยนะครับ
ท่านเป็นที่พึ่งของผมได้เสมอเลย ผมรักท่านจากใจจริง
งั้นตอนนี้ผมขอไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการที่ดีก่อนนะครับ

สบายใจและ ไปทำงานดีกว่า <3

.

.

.

"อรุณสวัสดิ์ค่ะครูไอน์ วันนี้มาเช้าจังเลยนะคะ"

เสียงใสทักทายตอนที่ผมกำลังออกจากตึกเรียน ครูไอน์งั้นเหรอ?
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าตัวไม่ได้อยู่แถวนี้ ตอนออกจากห้องมา
เขายังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลยนี่นา

"อรุณสวัสดิ์ครับเดียร์"

ผมทักทายกลับด้วยความเอ็นดู คิดว่าเดียร์คงจะพูดผิดเพราะ
ยังเช้าอยู่และอาจจะยังไม่ตื่นดี พอเห็นถือไม่เท้าขาวเลยคิดว่า
ผมเป็นไอน์ ว่าแต่เสียงผมวันนี้ก็เหมือนไอน์จริงๆแฮะ หรือเรา
จะเป็นไข้เพราะเปิดแอร์เย็นไป? ผมคิดพลางลูบลำคอที่น่าจะ
ต้องการสเตร็ปซิล

"เป็นอะไรรึเปล่าคะ? ที่หน้าผาก?..."

เมื่อแตะหน้าผากตัวเองดูจึงรู้สึกเจ็บขึ้นมา น่าจะเป็นแผลถลอก

"แฮะๆ ผมเดินชนกำแพงมาน่ะ ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ"

พอไม่มี Echolocation ชีวิตก็ยากขึ้นมากะทันหัน ทั้งเดินสะดุด
เดินชนฝาเพราะกะระยะอะไรไม่ถูกทั้งสิ้น ขนาดมีไม้เท้าขาวช่วย
ยังหกล้มไปรอบเลย

"โถ่ ก็เพราะว่าเดินหลับตาน่ะสิคะ ถึงได้ชน"

แต่วันอื่นๆผมก็หลับตาเดินเหมือนกันนะ..

"ครูไอน์ต้องรักษาตัวดีๆนะคะ กำลังจะแต่งงานแล้ว"

อ๋ออออ เข้าใจแล้ว!! เดียร์กำลังแซวผมอยู่นี่เอง!! ใช่แล้ว
ผมกำลังจะแต่งงาน ถึงจะยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการแต่ช่วงนี้
ข่าวก็เริ่มจะไปถึงหูหลายๆคนในโรงเรียน ที่เรียกผมด้วยชื่อของ
ว่าที่ภรรยาก็เพราะอยากจะแซวเล่นสินะ อย่านึกว่าผมตามมุก
ของเด็กๆไม่ทันนะเอ้อ!! ฮึ!!

ผมอดไม่ได้ที่จะควานหาตัวเจ้าเด็กช่างแซวและลูบผมเธอด้วย
ความเอ็นดู ปกติเวลาที่ลูบผมเธอมักจะหัวเราะชอบใจทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้ปฏิกริยาที่ได้กลับดูประหลาดใจ ว่าแล้วน้ำเสียงที่ใช้
ในวันนี้ก็ฟังดูอ่อนโยนอย่างผิดหูผิดตา ผิดกับปกติที่มีน้ำเสียง
สดใสขี้เล่น ถึงจะรู้สึกแปลกแต่ก็ฟังดูคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนเคยได้ยินจากคนที่เคยคุ้นเคยกันดี

เดียร์ขออนุญาตขอตัวลาและเดินจากไปด้วยเสียงฝีก้าวที่สงบ
เรียบร้อย ไม่กระโดดดี๊ด๊าเช่นปกติ ผมว่าเธอต้องโดนคุณเอลิท
จับไปฝึกมารยาทในห้องเย็นมาแน่ๆ... โถๆ น่าสงสารจัง

.

.

.

"อ๊ะ!! คุณรัต กำลังหาอยู่พอดีเลย!!"

ผมทักทายรัตติกาลด้วยเสียงที่เหมือนไอน์ไม่มีผิด คงเพราะโดน
เดียร์เรียกด้วยชื่อไอน์หลายรอบจนเริ่มคิดไปเองว่าตัวเองคือไอน์
ความเชื่อของคนเรามีอิทธิพลมากนะครับ ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองเป็น
ใคร เราก็จะเข้าใจแบบนั้น โดยที่มันไม่จำเป็นต้องตรงกับความ
เป็นจริงเลยก็เป็นได้

"มีอะไรเหรอคะ???"

เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความสงสัย สงสัยมากเสียด้วย เราเดินเจอ
กันระหว่างที่ผมเดินทักทายเด็กๆซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่มักจะ
ทำทุกเช้า

"เมื่อวานผมไปเข้าฟิตเนสมาด้วยล่ะ!!"

ทั้งไอน์ทั้งคุณรัตมักจะบ่นเรื่องที่ผมไม่ค่อยออกกำลังกาย เมื่อวาน
ว่างๆเลยแวะไปฟิตเนสสักหน่อย

"ปกติก็ไปเป็นประจำอยู่แล้วนี่คะ?"
"ไม่นะครับ ปกติคุณอิสราไป แต่ผมไม่ได้ไป"
"'คุณอิสรา'ไปก็ถูกแล้วนี่คะ??"

ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ถึงเครื่องหมายคำถามกำลังพากันวน
รอบศีรษะเธอ #บนหัวผมก็เช่นกัน

"ช่างมันเถอะๆ ผมมีอะไรอยากให้เห็น!!"

ว่าแล้วก็ควานจับมือเธอและดึงมาวางแนบที่หน้าท้องของตัวเอง

"ผมไม่อยากจะเชื่อเลย!! แค่เข้าฟิตเนสวันเดียวก็มีซิกแพคได้แล้ว!!

น้ำเสียงที่ใช้นั้นราวกับหลุดออกมาจากทีวีไดเร็กซ์ แต่นี่มันสุดยอด
ซะยิ่งกว่านวัตกรรมจากทีวีไดเร็กซ์ซะอีก!!

"จับดูสิๆๆๆ คุณว่าผมผอมลงมั้ย? เสื้อหลวมไปเยอะเลยนะเนี่ย!!"

กรี๊ดๆๆๆ รู้แบบนี้คงเข้าฟิตเนสตั้งนานแล้ว ช่วงหลังมานี้ผมรู้สึก
ว่าตัวเองเนื้อตัวนุ่มนิ่มกว่าที่ควรจะเป็น แต่ขี้เกียจออกกำลังกายง่ะ
เหนื่อยก็เหนื่อย เหงื่อก็ออก ร้อนอีกต่างหาก ไม่นึกจริงๆ
ว่ามันจะเห็นผลทันตาขนาดนี้!!

'พรึบ!!'

ทันทีที่สัมผัสหน้าท้องของผม รัตติกาลก็รีบชักมือกลับและเด้งตัว
ออกห่าง ซึ่งเป็นปฏิกริยาที่แปลกมากสำหรับเธอที่ชอบลวนลามผม
ถึงจะชอบมองชายหนุ่มดูดีแต่ถ้าไม่สนิทกันจริงเธอก็จะไม่ถึงเนื้อ
ถึงตัวกับใคร มีแค่ผม แม็ก กับ คุณเอลิท เท่านั้นที่เธอจะยอม
จับมือถือแขนด้วย

"ก ก ก ก กำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว!! อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวสิคะ!!"

อ๋อ ห่วงเรื่องนี้เองหรอกเหรอ

"ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่นี้เอง?"
"ม ไม่ได้ค่ะ!! อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ!! เดี๋ยวผอ.จะว่าดิฉันเอาได้"

รัตติกาลเอ่ยด้วยน้ำเสี่ยงตื่นๆที่ฟังดูตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอ
เลือกที่จะหันหลังเดินจากไปเร็วไว ปล่อยให้ผมยืนงงอยู่เพียง
ลำพังฟังเสียงเดินที่ห่างออกไปเรื่อยๆ

"แต่ผมไม่ได้ว่าอะไร...."

.

.

.

"คุณอิสรา.. ไม่สิ คุณเป็นใคร?"

หลังจากที่เดินเล่นทักทายเด็กๆมานานก็ถึงเวลาเคารพธงชาติและ
เวลาปราศรัยยามเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาโปรดของผม แต่ก่อนที่จะได้
ขึ้นปราศรัยก็ถูกใครคนหนึ่งรั้งเอาไว้ ใครคนนั้นมีเสียงเหมือนผม
ไม่มีผิด อันที่จริงคุณรอยด์เองก็เสียงคล้ายผมมากนะ ผมจึงหวัง
แค่ว่าขอให้คนๆนี้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่คุณรอยด์ มันจะดีต่อใจผม
มากเลย...

"ตะกี้คุณยังเรียกผมว่าอิสราอยู่เลย"

มันน่าจะเป็นมุกตลกที่เด็กๆเตี้ยมกันมาแกล้งแซวผมในวันนี้
เพราะทุกคนต่างพร้อมใจเรียกผมด้วยชื่อว่าที่ภรรยากันทั้งสิ้น

"คุณไม่ใช่อิสราแน่ๆ คุณเป็นใคร"

ก็ไม่ใช่น่ะสิ.... กระผมนายนรินทร์ หวยกินเรียบ ว่าที่สามีคุณ
อิสราเองครับผม!! อืม... ดูเหมือนว่าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์
ที่ควรตอบแบบนี้สินะ เอาไงดีนะ..

"คุณอยู่ในร่างของผม ผมคืออิสรา บอกผมมาคุณเป็นใคร!!"

วินาทีนั้นเองที่ผมเข้าใจเรื่องทุกอย่าง ไม่ได้เข้าใจจากเนื้อหา
ประโยค แต่เข้าใจจากน้ำเสียงลนลานที่ฟังดูเหมือนกำลัง
พยายามเก็บอารมณ์ที่คลุ้มคลั่งอยู่ในใจ ผมรู้จักเด็กคนหนึ่ง
เขาเป็นเด็กเรียบร้อย จริงจัง เรียบง่าย และมักจะสติเสียเมื่อ
ต้องหลุดออกจากความ 'เรียบง่าย' ที่เคยชิน ผมรู้จักเขาดี
จึงดึงเขาเข้ามากอดเอาไว้ ถึงจะโตแค่ไหนแต่ผมก็อดปลอบ
และลูบผมแบบที่ทำกับเด็กๆไม่ได้อยู่ดี

"ไอน์"

ผมเรียกชื่อของเด็กคนนั้น เด็กที่ตอนนี้กำลังสงบอยู่ในอ้อม
แขนของผม หรือจะพูดว่าในอ้อมแขนของร่างเขาเองดีหว่า?
ฮึ่มม ช่างมันเถอะ

"ใจเย็นๆนะ ไม่เป็นไร เธอจะไม่เป็นไร"

เสียงสนทนาที่ค่อนข้างดังในตอนแรกเป็นตัวเรียกให้ครูคนอื่นๆ
เข้ามาหา สิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่น่าจะเป็นภาพครูอิสราที่กำลังกอด
ปลอบและลูบผมผอ.นรินทร์ที่กำลังตัวสั่น เป็นตายร้ายดียังไงผมก็
จะไม่มีวันแสดงท่าทีอ่อนแอแบบนี้ให้ครูคนอื่นเห็นด้วยตัวเองแน่ๆ
แต่ตอนนี้ไอน์อยู่ในร่างผมและกำลังกลัว สำหรับผมแล้วตอนนี้ไม่มี
อะไรสำคัญไปกว่าความรู้สึกของไอน์ ผมอยากจะให้เขาได้แสดง
ออกในสิ่งที่รู้สึก ถ้ากำลังเจ็บปวดก็อยากช่วยให้หายดี

เมื่อไอน์เริ่มดีขึ้นแล้วเราจึงตัดสิ่นใจร่วมกันว่าจะทำหน้าที่แทนกัน
ไปก่อนเพื่อไม่ให้อะไรมันวุ่นวายไปมากกว่านี้ แล้วก็ไม่อยากให้
เด็กๆต้องแตกตื่น ตกลงกันเรียบร้อยแล้วผมจึงหันหลังเดินจากออก
มาเพื่อที่จะไปดำรงหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในฐานะครูสอนภาษาเบรลล์

'ปัก!!!!'

"กรี๊ดดด ครูไอน์ล้มหน้าทิ่มไปแล้วค่าา"

อืม.. นะ...

.

.

.

ดูเหมือนว่าวันนี้คุณจิคาโกะจะขอสลับคาบกับไอน์ ทำให้ไอน์
ได้สอนเด็กม.4ในคาบแรก นี่กะไม่ให้เวลาเตรียมตัวเตรียมใจ
กันเลยเหรอ ดีนะที่อย่างน้อยก็สอนภาษาเบรลล์ที่ผมพอมี
ความรู้อยู่บ้าง นี่ถ้าสอนวิทยาศาสตร์หรือเลขคงต้องตายแน่ๆ

ผมสูดหายใจเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะเปล่งเสียงจาก
หน้าประตูห้อง

"สวัสดีครับนักเรียนทุกคน"

คำทักทายถูกเอ่ยขึ้นด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงแบบที่ไอน์มักใช้
เหล่านักเรียม.ปลายพากันไปนั่งที่ของตัวเอง บรรยากาศใน
ห้องเรียนคาบของไอน์เป็นแบบนี้เองเหรอเนี่ย ดูจากท่าทาง
เร่งรีบของทุกคนแล้ว คงเป็นครูที่ได้รับความเคารพระดับหนึ่ง

"ว่าแต่... ผมสอนถึงไหนแล้วนะครับ?"

บรรยากาศภายในห้องที่เคยมีเสียงพูดคุยประปรายผลันกลาย
เป็นเงียบกริบ ทุกคนพากันอึ้งไปตามๆกัน แน่นอนล่ะ ไอน์เป็น
คนที่มีระเบียบมาก การสอนของเขาต้องเป็นระเบียบและมีการ
จัดลำดับเป็นอย่างดี เป็นไปได้ยากที่จะไม่รู้ว่าควรสอนอะไร
ผมกลืนน้ำลายกับตัวเอง ทำตัวมีพิรุธตั้งแต่เริ่มเลยเรา ฮืออ
ต้องขอบคุณสุภะที่อาสาอธิบายเนื้อหาคาบที่แล้วโดยคร่าว

"อ๋อ ถึงนี่นี่เอง"

ผมยืนอ่านเนื้อหาภาษาเบรลล์อยู่ชั่วครู่ ซึ่งความจริงแล้วอาจจะเป็น
ชั่วครู่ที่นานไปหน่อย สุภะเลยเอ่ยทักผมผู้จมไปกับเนื้อหา

"ครูม่ายสอนเรอคับ?"
"สอนสิๆ"

แปลกแฮะ สุภะที่ผมรู้จักมักจะไม่ชอบทำตัวเด่น ไม่ชอบออกสิทธิ์
ออกเสียงในชั้นเรียนนี่นา ทำไมคาบนี้ถึงพูดเยอะเป็นพิเศษ ถึงจะ
พูดไม่ชัดด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจก็เถอะ

ผมลนลานรีบคิดว่าตัวเองควรทำอะไรต่อไป ท่าทางคงเงอะงะจน
ทำเอากรหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่น ซึ่งฟังดูแปลกหูมากเช่นกัน
ถึงจะอารมณ์ดีแค่ไหนแต่กรก็เป็นเด็กสุภาพที่ถือเรื่องมารยาท
เขาไม่มีทางหัวเราะเสียงดังใส่ครูอย่างแน่นอน

"เปิดหนังสือไปหน้า 56 นะครับ"

หรือว่า?.....

.

.

.

หน้าที่หลังจากคาบเรียนจบลงแล้วคือการตรวจการบ้านและ
แบบฝึกหัดของเด็กๆ ภายในห้องพักครูแล้วนอกจากผมก็มี
เพียงครูจิคาโกะที่นั่งทำงานเอกสารของตนอยู่เช่นกัน ส่วนครู
คนอื่นๆน่าจะอยู่ในระหว่างการสอน ผมรู้สึกเบื่อๆนิดหน่อยจึง
ชวนครูจิคาโกะคุยเรื่อยเปื่อย

"ปีใหม่ครูจิคาโกะไปเที่ยวไหนมาเหรอครับ?"

ไม่มีคำตอบจากคุณครูที่ท่านเรียก สงสัยจะไม่ได้ยิน งั้นเอาใหม่
ผมยินดีจะให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่สองเสมอ หรือพูดอีกอย่างคือ
'เหงาจะแย่อยู่แล้ว ช่วยคุยเป็นเพื่อนที' ;_;

"ปีใหม่.."
"ด ได้ยินแล้วก่ะ แค่คิดไม่ถึงว่าครูไอน์จะถามเรื่องแบบนี้"

แล้วต้องถามแบบไหนหว่า? ไอน์ต้องถามอะไรมีสาระหน่อยสินะ ได้ๆๆ

"กลุ่มดาวกิ้งก่าคะมีเลียนถูกจัดหมวดหมู่อยู่ในแผนที่ดาวอะไรครับ?"

อ้าว เงียบกว่าเดิมอีกทีนี้ เสียงอึกอักในลำคอฟังดูลำบากใจ

"ปีใหม่ไปบ้านรินทร์กับครูไมค์มาก่ะ ซาหนุกมากเลยนะกะ"

ยากไปไม่ตอบซะงั้น!!

"เห๋~ บ้านของรินทร์อยู่แถวไหนเหรอครับ ไกลมั้ย"
"อยุ่ที่จังหวัดเลยก่ะ อากาศดีมากๆ"

จิคาโกะเริ่มเล่าเรื่องราวการเที่ยวปีใหม่ให้ฟังโดยที่มีผมนั่งฟัง
เธอเล่าถึงเรื่องที่เป็นห่วงครูไมค์ร้ที่อยู่ๆก็ร้องไห้กลางวงข้าว
ดูเหมือนว่าแท้จริงแล้วชีวิตเขาอาจไม่ได้สดใสอย่างนามสกุล
บินทะลุหลังคา บางเรื่องที่เล่าก็เป็นเรื่องทั่วไป บางเรื่องก็เป็น
เรื่องส่วนตัว แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้ฟัง
ในฐานะของผู้อำนวยการ ถึงทุกคนจะสนิทใจกับผมดี(ผมคิดว่า
เป็นแบบนั้น) แต่ก็ไม่มีใครเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้ฟังขนาดนี้
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่แม็กเวลเองก็ยังไม่ค่อยคุยเรื่องอื่น
กับผมนอกจากเรื่องงานเลย ซิกๆๆ

เมื่อเธอเริ่มพูดเรื่องทำอาหาร ผมจึงอดไม่ได้ที่จะบอกสูตรลับ
เด็ดๆที่พึ่งอ่านมาจากอินเตอร์เน็ต ดูเหมือนพวกเราจะคุยกัน
ออกรสไม่น้อยเลย

"พึ่งรู้นะกะว่าครูไอน์รอบรู้เรื่องอาหารขนาดนี้ พอคุยกันแล้ว
ทำให้คิดถึงเพื่อนที่ญี่ปุ่นเลยก่ะ เธอชอบทำอาหารมาก เป็น
แม่ศรีเรือนแบบนี้เลยก่ะ!! คุณต้องเป็นภรรยาที่ดีได้แน่ๆ"

เธอกำลังชมอยู่ใช่ไหมนะ.. ทำไมถึงดีใจแบบขมขื่นแปลกๆ

"ครูไอน์กะ"
"ครับ?"
"ยินดีด้วยนะกะ สำหรับงานแต่งงานที่จะมาถึง"
"..........."
"ขอบคุณนะครับ"

สิ่งที่ผมทำคือการยิ้มรับจากใจจริง มันเป็นความรู้สึกแปลก
มากที่ได้มาคุยกับครูจิคาโกะอย่างกันเอง แต่ไอน์คงได้
อยู่ในบรรยากาศแบบนี้เสมอสินะ ทั้งๆที่ผมเคยคิดว่ารู้
เรื่องราวภายในโรงเรียนแห่งนี้ดีแท้ๆ แต่จริงๆแล้วกลับ
มีเรื่องอีกตั้งมากมายที่ผมไม่รู้ หลายเรื่องราวที่ไม่สามารถ
สัมผัสได้ในฐานของผู้อำนวยการ

.

.

.

เวลาล่วงเลยมาถึงยามบ่าย ถึงเวลาเลิกงานของครูสอน
ภาษาเบรลล์แล้ว แต่เวลาบ่ายแก่ๆแบบนี้เป็นช่วงที่
ผู้อำนวยการมักจะเดินเล่นรอบโรงเรียนเพื่อทักทายคุย
เล่นกับเด็กๆ อันที่จริงมันไม่ใช่งานบังคับหรอก เป็นสิ่งที่
ผมอยากทำมากกว่า ไอน์ผู้อยากรักษางานของผู้อำนวยการ
ให้ดีที่สุดเลยกำลังยุ่งอยู่กับการเดินสาย ส่วนผมน่ะเหรอ?..

"ผมรักผอ.นะครับ"

คิย๊าาาาาาาาา ผมกำลังยุ่งกับการกระโดดโหยงเหยงอยู่กลาง
ห้องตัวเอง มือกำไอโฟนที่เปิดแอพอัดเสียงเอาไว้

"ผมดีใจที่สุดเลยที่จะได้แต่งงานกับคุณ"

แอร๊ยยยย ผมจ่อโทรศัพท์เข้าใกล้ปากเพื่อให้แน่ใจว่า
เสียงจะถูกอัดอย่างชัดเจนแจ่มแจ๋ว ประโยคต่างๆถูกเอ่ย
ขึ้นด้วยเสียงของไอน์ ประโยคต่อไปจะเอาอะไรดีน้า~
นี่มันสนุกสุดๆไปเลยนะเนี่ย ความสุขนี้ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน
ต้องซื้อด้วยปาฏิหาร์ยเท่านั้น!! ขอบคุณครับพระเจ้า!!

'ติ๊งหน่อง~'

ออดประตูดังขึ้นกะทันหันทำเอาสะดุ้งโหยง

.

.

.

เมื่อไอน์เข้ามาจึงพบกับผมที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน
ในมือถือหนังสือภาษาเบรลล์อยู่เล่มหนึ่ง ท่าทางดูตั้งใจ
อ่านแม้หนังสือจะกลับหัวก็ตามแต่

หืม?

บรรยากาศมาคุมาแต่ไกลเลยแฮะ.. ยังคิดมากอยู่สินะ
ผมชวนคุยตามประสาระหว่างที่ย้ายจากเก้าอี้ทำงานไป
นั่งบนโซฟารับแขก โดยไม่ลืมที่จะตบเบาะเรียกไอน์มา
นั่งด้วย แล้วก็ไม่ลืมที่จะสะดุดขาโซฟาอีกรอบเช่นกัน..

เจ้าเด็กคิดมากน้ำเสียงหงอยสนิท คงจะกังวลเรื่องสลับ
ร่างสินะ อันที่จริงผมก็กังวลเหมือนกันนะ ถ้าสลับแบบนี้
ไปตลอดก็แปลว่าผมจะต้องเป็นเจ้าสาวแทนเจ้าบ่าวน่ะสิ!!
จะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ!!

เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้น ถึงจะมองไม่เห็นหน้าแต่เดา
ได้เลยว่าต้องคิ้วขมวดจนผูกเป็นโบว์ได้แน่ๆ ผมดันเจ้าเด็ก
หน้าเครียดให้เอนหัวลงนอนบนตักตัวเอง จากนั้นจึงค่อยๆ
ลูบเรือนผมนั้นช้าๆ ผมแอบรู้สึกแปลกมากกับการที่ต้อง
มาลูบผมตัวเองอย่างอ่อนโยน ไม่เชื่อคุณลองยกมือลูบ
ผมตัวเองอย่างทะนุถนอมดูสิ!! บรึ๋ย~

"ผอ.ครับ"

ผมเรียกร่างตัวเองด้วยเสียงของไอน์ ซึ่งเรียกความสนใจจาก
อีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ไอน์ในร่างของผมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เป็นเชิงบอกว่ากำลังฟังอยู่

"วันนี้ผมไปสอนเด็กๆมา แล้วก็ได้คุยกับคุณครูตั้งหลายคน
ทุกคนเป็นกันเองมาก ผมสนุกมากเลยครับ"

ไอน์ให้ความสนใจกับสิ่งที่ผมพูด ผมคิดว่าเขากำลังแปลกใจ
กับประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากตัวเอง

"แล้วผอ.ล่ะครับ วันนี้ไปทำอะไรมา?"

ผมถามเจ้าเด็กหน้ามุ่ยที่คงเจอเรื่องร้อนใจมาทั้งวัน ไอน์นอน
คิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"นอกจากเรื่องสลับร่างแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ ผม
ทำงานของผอ. แล้วก็คุยกับเด็กๆ"

เมื่อได้ยินเสียงไม่มั่นใจผมจึงกลั้วหัวเราะน้อยๆให้

"เห็นมั้ย? ไม่เห็นมีอะไรเลย คิดมากไปเอง"

ผมอดไม่ได้ที่จะดีดหน้าผากคนบนตักเบาๆหวังหยอกล้อ
จากนั้นจึงเอ่ยบางสิ่งที่สะกิดใจมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน

"ผมรู้สึกว่าไม่น่าใช่แค่เราสองคนที่สลับร่างกันนะ เด็กๆ
บางส่วนก็น่าจะสลับร่างกันเหมือนกัน"

ไอน์หันหน้ามาทางผม แสดงถึงความใคร่รู้ที่มากขึ้น

"ทำไมผอ.ถึงคิดอย่างนั้นเหรอครับ?"
"อืมมมม~"

ผมคิดระหว่างโคลงหัวไปมา

"ไม่รู้สิ แค่รู้สึกแบบนั้น"

ตามนิสัยแล้วเจ้าเด็กคนนี้มักจะชอบการอธิบายที่ตรงไป
ตรงมาและชัดเจนเฉกเช่นลักษณะนิสัยของเขา ซึ่งบางที
ผมก็อธิบายในแบบที่เขาต้องการไม่ได้ ผมไม่ได้มีเหตุผล
ในทุกการกระทำ แล้วก็คิดเสมอมาว่าการแสดงความรู้สึก
ด้วยคำพูดนั้นเป็นเรื่องยากเหลือเกิน แต่ผมอยากให้เขา
รู้สึกดีขึ้น อยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆที่ได้เห็น เพราะฉะนั้น
จึงพยายามเต็มที่กับการกลั่นกรองความรู้สึกออกมาเป็น
คำพูดเท่าที่จะทำได้

"เธอรู้มั้ย? การที่พวกเรามองไม่เห็น มันทำให้พวกเรา
มองเห็นบางอย่าง"

ครั้งนี้ผมเลือกที่จะพูดด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงในแบบ
ของตัวเอง เดาว่าตอนนี้คิ้วที่เคยผูกเป็นปมคงม้วนกันเป็น
เงื่อนตายไปแล้ว ขอเวลาหน่อยน้า กำลังนึกคำอยู่ ;_;

"เวลาเธอนึกถึงครูไมค์ เธอจะนึกถึงอะไร?"

คำถามนี้ไอน์ไม่ต้องใช้เวลาคิด เขาตอบได้ในทันที

"เป็นคนใจดี รักเด็กๆมาก"

น้ำเสียงเวลาพูดถึงครูไมค์นั้นเต็มไปด้วยความสุข
ถึงหน้าฉากครูไมค์จะชอบเก๊กทำเป็นเข้มงวด แต่เวลา
อยู่กับครูด้วยกันกลับเป็นคนยิ้มแย้มและคอยสร้างสีสัน
ความสุขให้เหล่าครูคนอื่นๆเสมอ ไม่แปลกที่ไอน์จะชอบ

"คิดเหมือนกันเลย แต่รู้ไหม? คนส่วนใหญ่มักจะจำครูไมค์
จากผมสีรุ้งของเขา พอพูดถึงคนผมสีรุ้งทีไรผมลืมตลอดเลย
ว่าเขากำลังพูดถึงครูไมค์กัน"
"เพราะพวกเรามองไม่เห็น.."

เสียงอ่อนของไอน์แฝงไปด้วยอารมณ์โศกเศร้า

"ใช่ เพราะมองไม่เห็นหน้าตาของผู้คน ถึงได้มองเห็น 'สิ่งนี้'"

ผมนาบมือลงบนอกซ้ายของคนบนตัก สิ่งที่สัมผัสได้คือชีพจร
ที่เต้นด้วยจังหวะสม่ำเสมอกัน

"'ใจ'...? เหรอครับ?"
"ปิ้งป่อง~"
"โดยปกติแล้วเธอใช้ใจของเธอในการ 'มอง' จิตใจของผู้อื่น
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก"

เพราะแบบนี้ผมถึงพอรู้สึกได้ว่าใครเป็นใคร เพราะผมไม่เคย
ได้มองรูปลักษณ์ของพวกเขา จะเห็นก็เพียงแต่จิตใจ
จิตใจที่จะไม่มีวันแปรเปลี่ยนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงไอน์
จะอยู่ในร่างผมแต่เขาก็คือเจ้าเด็กตื่นตูมจอมคิดมากที่น่า
เอ็นดูอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นผมจึงมองเห็นเด็กๆอย่าง
ชัดเจน แม้จริงๆแล้วจะมองไม่เห็นอะไรเลย

"ทำไมไม่ลองคิดแบบเดียวกันกับเรื่องวันนี้ดูล่ะ? วันนี้พวกเรา
ได้ 'เห็น' อะไรใหม่ๆที่ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถรับรู้มันได้ด้วย
ร่างกายของตัวเอง"

คนฟังเริ่มคิดตาม เสียงครุ่นคิดในลำคอนั้นบอกถึงความตั้งใจ

"วันนี้ฉันสนุกมากเลยนะ กับการได้ลองเป็นเธอ ได้เรียนรู้
สิ่งต่างๆเกี่ยวกับเธอ"

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าไอน์กำลังเขินนิดหน่อย
สัมผัสได้จากการขยับตัวยุกยิกแบบไม่มีจุดประสงค์เป็นพิเศษ
เขาใช้เวลาคิดทบทวนกับตัวเองพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"พอมาคิดๆดูแล้วผมก็สนุกเหมือนกันครับ ผมไม่เคยคุยกับ
นักเรียนเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย"
"ใช่ม้า~ งั้นไว้ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กลับคืนร่างค่อยมาหาวิธีกัน
ก็แล้วกันเนอะ"

ผมลูบผมเอ็นดูเด็กที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสงบใจลงบ้างแล้ว
จากที่แตกตื่นก็เริ่มดูเหมือนจะง่วงนอนแทน แกเป็นแบบนี้
เสมอเวลาที่โดนลูบผมนานๆเข้า แต่ยังไงก็ตาม ถึงตอนนี้
แล้วผมก็ยังไม่ชินกับการนั่งลูบผมตัวเองอยู่ดี... จะอยาก
กลับร่างก็เพราะแบบนี้แหละนะ..

สิ่งที่ผมพูดกับไอน์นั้นเป็นสิ่งที่เคยอ่านมาจากหนังสือนิทาน
เด็กเรื่องหนึ่งซึ่งรู้สึกประทับใจไม่เคยลืม เขากล่าวเอาไว้ว่า





"It is only with the heart that you can see fully,
what is essential is invisible to the eyes"
"เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยตา"

Antoine de Saint-Exupéry


ภาพแถม:

นี่คงเป็นภาพที่ครูจิคาโกะได้เห็น...


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 12 Feb 2017, 22:21, ทั้งหมด 3 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>
ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Sun 12 Feb 2017, 08:32
*ส่งกิจทางโทรศัพท์นะครับ*

"ว้าว..ช็อกโกแลทอร่อยจังเลย" เด็กๆในโรงเรียนต่างดีใจ ที่ได้ทานช็อกโกแลทอันสุดแสนอร่อยของ 'เชฟปิแอร์' ที่ทางโรงเรียนได้เชิญให้มาทำช็อกโกแลทให้เด็กๆทานกัน ผมเองก็ชื่นชมความอร่อย และอยากลองทำเองบ้างก็จดสูตรของเชฟปิแอร์ไป หวังจะได้ทำช็อกโกแลทอร่อยๆได้แบบเค้า

และจากนั้น ทางโรงเรียนได้สลับรูมเมทกัน ผมกับพี่ภูมิ ได้เป็นรูมเมทกันในช่วงนี้นั่นเอง

"พี่ภูมิ พี่ได้กินช็อกโกแลทของเชฟปิแอร์มั้ยครับ อร่อยสุดๆไปเลยเนาะ!" ผมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ทำมา ดูเหมือนพี่ภูมิเองก็ได้ลิ้มรสมาบ้างแล้วเหมือนกัน
"ได้กินดิ อร่อยโฮกเลยละ ฮะๆๆ.." พี่ภูมิก็ตอบกลับว่า เขาก็ได้กิน
"ผมจดสูตรมานิดหน่อยด้วยละ หวังว่าจะได้ทำกินแบบอร่อยๆแบบเชฟเค้าบ้างอ่ะ"
"งั้นหรอ ถ้าทำเสร็จแล้ว เอามาให้พี่ลองกินบ้างนะ กร"
"ครับ" ผมตอบรับพี่ภูมิ

ในช่วงนี้ ก็จะเป็นการที่เราสองคนต้องจัดข้าวของกัย เพราะเนื่องจากว่า มีคนย้ายเข้ามานั่นเองก็รูมเมทที่สุ่มกันนั่นละครับ จากนั้น พวกเราก็เตรียมตัวแยกย้ายกันเข้านอน ผ่านไปกับคืนก่อนวันวาเลนไทน์...

"อืม.. เช้าแล้วหรอเนี่ย.." ผมเบิกตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าเอามือขวาขยี้ตาเป็นปกติ แต่ทว่า.. มีบางอย่างกลับเปลี่ยนแปลงไป
"มีบางอย่างมาปิดตาข้างซ้ายเราไว้ อะไรกันนะ มันเจ็บตาที่ข้างซ้ายด้วยนิดหน่อย" พูดจบก็ลองคลำที่ตาข้างซ้าย ปรากฎว่า..
"ผะ...ผ้าปิดตาหรอ!? เราก็ไม่ได้ตาบอดข้างไหนนี่..ทำไมกัน.."
ผมผวานิดๆแล้วเหลือบไปเห็นเตียงข้างๆเป็นร่างของผมนอนอยู่
"เดี๋ยว เดี๋ยวนะ..นั่น...ร่างของเรานี่ แล้ว..คนที่เราแตะตัวเขาอยู่ละ" ผมพูดเสร็จก็รีบไปที่กระจกทันที เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ
"เรากับพี่ภูมิ สลับร่างกันงั้นหรอ!?" ผมตกใจ แต่ก็ไม่ได้หนักอะไร
ผมนั่งรอให้พี่ภูมิตื่นมา ผมไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน เตรียมตัวเพื่อที่จะไปเรียน และแล้ว เจ้าชายขี้เซาก็เริ่มตื่นขึ้นมา
"เช้าแล้วหรอเนี่ย" พี่ภูมิตื่นขึ้นมาพร้อมกับจะขยี้ตา แต่รู้สึกอะไรแปลกๆบางอย่างเหมือนกัน
"พี่ภูมิ อรุณสวัสดิ์ครับ"
"อ่อ อรุณซา..." พี่ภูมิหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างของตัวเอง อยู่ตรงหน้า
"นะ...นั่นร่างชั้นนี่!!" พี่ภูมิตกใจมาก เราสองคนก็เจอปัญหาเดียวกัน แต่ด้วยความเป็นพี่ใหญ่ พี่ภูมิจึงพูดขึ้นมาปลอบใจ
"ไม่เป็นไร...แค่สลับร่างกันเอง เราก็ทำเหมือนไม่มีไรสิ แค่ร่างของแต่ละคนไป แค่นั้นเอง.."
"แต่ว่าพี่ภูมิ ร่างของผมมันไม่คล่องตัวเหมือนของพี่นะ ร่างของพี่..น่ะ ดีกว่าเป็นไหนๆ แค่..ตาบอดข้างซ้ายนิดเดียวเอง"
"ไม่เป็นไรน่า...แค่มือขาดข้างซ้ายเอง ที่เหลือก็สมส่วนแข็งแรงดีใช่มั้ยละ อ่อ และก็...กรไม่ค่อยจะได้ไปเล่นกีฬาใช่มั้ย งั้นพี่จะพาร่างของกร ไปเล่นกีฬาบ้างนะ"
"ครับ ขอบคุณครับ"
เมื่อพูดจบ พวกเราก็เตรียมตัวไปเข้าแถวที่หน้าเสาธง เหมือนดั่งเคย ผมกับพี่ภูมิในคนละต่างกัน ก็แยกย้ายไปที่ชั้นเรียนแบบเดิมคือ..ผมในร่างพี่ภูมิไปเรียนชั้นม.4 ส่วนพี่ภูมิในร่างของผมไปเรียนชั้นม.6 และก็เข้าแถวตามชั้นที่บอกไปเมื่อข้างต้นที่แล้วนั่นเอง
"หืม..น้องเม็กซ์นี่นา ปกติเราอยู่กับสุภะและคนอื่นๆนี่นา แสดงว่า น้องเม็กซ์ที่มา คือสุภะที่สลับร่างมาแน่ๆเลย" ผมเริ่มวิจารณ์ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป ให้กลับมาใกล้ชิดกับว่า 'เหมือนเดิม' ให้ได้มากที่สุด
"สวัสดีครับ สุภะ" ผมทักทายเค้าไปแบบนั้น และหวังว่า เค้าคงจะรู้ตัว เจ้าตัวเองก็หันขวับมาทันใด และเป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ แต่ร่างของเม็กซ์ที่สุภะสลับร่างมากลับพูดไม่ได้
"ผมกรครับ ผมสลับร่างกับพี่ภูมิน่ะ" พี่สุภะในร่างของเม็กซ์ก็พยักหน้ารับรู้.. จากนั้นเราก็เข้าแถว แล้วขึ้นชั้นเรียนต่อไป..
เด็กๆในชั้นเรียนของผมรู้เรื่องว่าพวกเราสลับร่างกัน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ก็เลยต้องไล่ตอบคำถามที่ละคนๆเลยละครับ  เหนื่อยจริงๆ
.
.
.
ถึงเวลาพักกลางวัน ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงมาส่งช็อกโกแลทให้ผม อ่อ...จริงด้วย วาเลนไทน์นี่นะ สงสัยนี่คงจะเป็นแฟนคลับพี่ภูมิแน่เลย หน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ ไครเห็นเป็นต้องกรี๊ด ผมก็บอกขอบคุณและรับของจากสาวๆที่มาให้ช็อกโกแลท  ดอกกุหลาบ กับ สติ้กเกอร์รูปหัวใจ (เป็นที่ฮิตกันมากกกก... ในวันวาเลนไทน์)
"ข...ขอบคุณนะครับ สาวๆ" ผมบอกขอบคุณไปแล้วทำให้เหมือนกับ พี่ภูมิมากที่สุด ไม่รู้ว่า จะได้ผลมั้ยนะ...
และผมก็ปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น แล้วไปหาข้าวเที่ยงกิน..ผมไปเห็นพี่ภูมิในร่างของผมกำลังซื้อข้าวเลย วิ่งไปหา
"พี่ภูมิ.." ผมเรียก เจ้าของชื่อ ก็หันขวับมา
"อ่าว..กร เป็นไง ร่างพี่เป็นไงบ้าง"
"โหว..ร่างพี่นี่ สาวติดตรึมเลยนะ ผมนี่รับดอกุหลาบ ช็อกโกแลท และสติ้กเกอร์ไม่ไหวละเนี่ย.."
"แหม..ทำไงได้ละ ก็คนมันหล่อนี่!! อะเฮื้อออ.."
"ยังจะมาทำเสียงหล่ออีกนะ - -"
หยอกล้อกันนิดหน่อย จากนั้น พวกเราก็นั่งทานข้าวจนเสร็จแล้วแยกย้ายไปเรียนต่อไป
.
.
.
ตกเย็นผมก็ไปหาพี่ภูมิ แล้วเอาของที่ผมได้จากสาวๆแฟนคลับพี่ภูทิทั้งหมด เอาไปให้พี่ภูมิ..
"อ่ะ..นี่ของๆพี่ทั้งหมดเลย..เอาไปเก็บในห้องพักซะนะก่อนจะไปชมรมอ่ะ.."
"โหว...เยอะขนาดนี้เลยหรอ.."
"อ่าว...ก็ใช่อะสิพี่..เยอะมากๆเลย ถ้าไม่เยอะผมคงไม่บ่นให้พี่ฟังขนาดนั้นหรอก.."
"อ่าๆ..ได้ๆ พี่เอาไปเก็บเอง.." พูดจบพี่ภูมิก็เอาของขวัญทั้งหมด เดินไปเก็บที่ห้องโดยมีผมไปช่วย.. และจากนั้นก็ลงมาแยกย้ายไปชมรมต่อไป
.
.
.
ผมเดินไปห้องชมรมตะหลิว ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า เปิดเข้ามาในห้องชมรม พบกับพี่สาวผมบลอนด์ทองสง่า แววตาสีเขียวทะเล ที่งดงามดวงนั้น ร่างของพี่แคลแต่เดาได้เลยว่าจิตของพี่เดียร์แน่ๆแต่ถึงยังงั้น ก็ยังคงความงามของพี่แคลอยู่ดี
ผมที่เห็นดังนั้น ก็อดใจเต้นไม่ไหวอยู่ดี ความงามของพี่แคล ทำเอาใจผมเต้นรัว แต่สงบใจไว้..นั่นคือพี่เดียร์
"สวัสดีครับ พี่เดียร์" ผมทักทายต่อคนในร่างของพี่แคล
"สะ..สวัสดีจ๊ะ.."
เดี๋ยว พี่เดียร์ไม่ค่อยพูดจ๊ะ นี่ ทำไม..วันนี้ถึงพูด หรือว่านั่นอาจจะเป็นพี่แคลก็ได้..ปกติจะต้องพูดค่ะ..คะ..หรือขา..นี่นา อืม ต้องลองถามแล้ว..
"สวัสดีครับ พี่แคล หรือพี่เดียร์ครับ.."ร่างของพี่แคลหัวเราะร่า แล้วตอบกลับว่า
"ฮะๆๆ พี่แคลซะที่ไหนกันละคะ..พี่เดียร์เองค่ะ" อ่อแล้วไป เจ้าตัวบอกมาให้แล้วนะ สบายใจได้เลย...
จากนั้น..ผมกับคนในชมรมที่สลับร่างกันก็ ถามถึงเหตุการณ์ต่างๆตอนสลับร่างกัน ว่าเป็นไงมาไง..และจากนั้น พี่เดียร์ก็ทำช็อกโกแลทให้คนในชมรมที่สลับร่าง ถึงจิตใจเป็นพี่เดียร์ แต่ว่า ร่างของคนให้เป็นพี่แคล ผมเลยเผลอตัวคิดไปว่า พี่แคลเป็นคนให้ช็อกโกแลทจริงๆ เลยเผลอหน้าแดงออกไป ชักเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว..แล้วพี่เดียร์ก็เรียกสติกลับคืน..
"กร...กร เป็นไรไป นี่พี่เดียร์นะคะ..."
"อ่ะ..ครับ..ถึงไหนละฮะ" ผมป้ำๆเป๋อๆไปซักพักหนึ่ง แล้วก็ส่งช็อกโกแลท ให้ทุกคนในชมรมบ้าง
"สุขสันต์วันวาเลนไทน์ฮะ ทุกคน"ผมยื่นช็อกโกแลทไปในร่างเทพบุตรสุดหล่อเหลาของพี่ภูมิ ทำเอาสาวๆในชมรมหน้าแดงกันเป็นแถบ เดี๋ยวๆ นี่ผมเองนะ กรไง ผู้ชายมอซอ คนธรรมดาไง..
จากนั้นสติของทุกคนก็กลับมา
"อ่ะแฮ่มๆ...ขอบคุณคะ กร" พี่เดียร์ในร่างพี่แคลกระแฮ่มใส่ แล้วรับช็อกโกแลทไปเก็บ แล้วทุกคน ก็นั่งคิดหาอาหารต่อไป..
ตกเย็นเลิกจากชมรม ผมไปหาพี่ภูมิในร่างของผมที่ชมรมกีฬา..
เห็นพี่เซย์กับพี่ภูมิกับซ้อมกัน อ่อ..คงจะเป็นคนที่พี่เซย์สลับร่างกันสินะ อืม...ไครกันละ..คิดก่อนนะ..เมอินสินะ..
แล้วผมก็นั่งรอให้พี่ภูมิ เล่นกีฬาให้เสร็จ
"อ่าว..กร ว่าไง มีไรหรอ.."
"เปล่าครับ ผมแค่มาดูน่ะ ว่า ร่างกายของผม สบายดีมั้ย"
"อ่อ...สบายดี แต่ ร่างกายของนายดูหนืดๆนิดหน่อยอ่ะ นายไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนี่นะ.."
"เปล่าครับ ร่างกายของผม หอบเร็วกว่าคนปกติน่ะครับ "
"หรอ..ก็ว่าทำไมร่างกรหอบง่ายจัง..ขออีกนิดนึง เดี๋ยวก็กลับละ"
"อ่อ...พี่ภูมิ...นั่นใช่เมอินในร่างพี่เซย์มั้ยฮะ"
"อ่อ ใช่ ทำไมหรอ.."
"รบกวน เอาสิ่งนี้ให้เมอินหน่อยครับ ไม่ใช่ให้ในฐานะพี่เซย์ แต่ให้ในฐานะของเมอิน อ่ะครับ"
"เห.. แล้วทำไมไม่ไปให้เองละ.." พูดจบ พี่ภูมิก็ผลักผมออกไปหาเมอินในร่างของพี่เซย์..
"เหวอ..พี่ภูมิ!!" ผมโดนผลักออกมา ยืนตรงหน้าเมอิน เมอินคงสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นเลย เอียงคอเล็กน้อย
"อ่ะ..เอ่อ..คือ.." ผมอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก เมอินก็จดจ่อที่จะฟังแต่ผมพูดไม่ออก พี่เมอินเขียนอะไรบ้างอย่าง ปรากฎเป็นคำว่า
'มีอะไรหรอคะ..พี่กรสินะ.'
"ชะ...ใช่แล้วล่ะครับ.. คือ...ผมเอาช็อกโกแลทมาให้อ่ะครับ ให้กับเมอินโดยตรงเลยนะครับ....ม..ไม่ใช่ในฐานะของพี่เซย์ แต่...ผม..ให้ในฐานะของเมอินเลยนะ..."พูดจบผมก็เอาช็อกโกแลทให้เขาแบบกล้าๆกลัวๆ พี่เมอินยังไม่รับทันที แต่เขียนบางอย่างอยู่...จากนั้นก็รับไปแล้วแสดงให้เห็นว่า เขียนอะไร..
'ขอบคุณนะคะ พี่กร.. ^///^ ขอบคุณในฐานะของเมอินเช่นกันค่ะ' นั่นคือสิ่งที่เมอินเขียนให้กับผม แล้วเขาก็เอาหนังสือโน๊ตที่เขียนมาปิดเหลือครึ่งหน้าบน แสดงว่า เขาเองก็..กำลังเขินอยู่หรอ...
แต่แค่นี้ ก็..พอแล้วละครับ ดีใจสุดๆ ไปเลย...
จากนั้นผมก็กลับมาหาพี่ภูมิ พี่ภูมิตบบ่าผมละบอกว่า
"แหม่...ทำดีมากเลยนะ แต่ดูๆไปแล้ว ก็เหมือนตัวพี่กำลังให้ของขวัญกับเซย์เลย สงสัย ต้องเริ่มทำอะไรซักอย่างแล้ว มั้ยงั้น รุ่นน้องใจเด็ดอย่างนาย คงนำหน้าพี่ไปไกล ..."
"พ...พูดอะไรยังงั้นละครับ นำหน้าอะไร ...ผมไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะ" ผมพูดพร้อมกับเขินอาย..
"ฮะๆๆ งั้นหรอๆ" พี่ภูมิหัวเราะร่า จากนั้นพวกเราก็กลับห้องพักกัน
.
.
.
และก็ไปกินข้าวที่ห้องพัก อาบน้ำ เตรียมตัวที่จะนอนหลับ
สงสัยว่า คงต้องหมดเวลากับวันนี้เสียแล้วละ เพราะยาของเราใกล้จะหมดฤทธิ์แล้ว ผมคงต้องรีบ พร้อมรับวันเวลาเดิมๆกลับคืนมา ฝันดีราตรีสวัสดิ์




E. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้ผ่านเกณฑ์ 50% - 65%

  JEWEL SQUARE STAMP
ตราประทับระดับทั่วไปในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมอัญมณีล้ำค่า มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้อย่างสำเร็จเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ที่จำเป็นต้องให้สแตมป์ดวงนี้เพราะเนื้อหาไม่ตรงกับโจทย์
ภารกิจนะครับ ภารกิจครั้งนี้คือการเขียนเรื่องของกรที่ไปใช้
ชีวิตในฐานะของภูมิ พูดง่ายๆคือไปเรียนชั้นม.6กับไปชมรม
ฟุตบอล เอาไว้คราวหน้าเอาใหม่นะครับ!!

นอกจากเรื่องการตีโจทย์แล้วนอกนั้นก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็น
ได้ชัดเลยครับ เขียนอธิบายสถานการณ์และอารมณ์ต่างๆได้
ดีขึ้น เว้นบรรทัดอ่านง่ายขึ้น เว้นวรรคน้อยลงทำให้อ่านคล่อง
ทั้งๆที่ไม่ได้เขียนมาสักพักแล้วแต่เขียนดีขึ้นเยอะเลย นี่ขนาด
ส่งภารกิจในมือถือนะเนี่ย ถ้าครั้งหน้าส่งในคอมคงจัดบรรทัด
ได้ดีกว่านี้อีกแน่นอน!!

ชอบการเดินเรื่องความสัมพันธ์ตัวละครเช่นเรื่องที่กรเอาช็อค-
โกแลตไปให้เมอิน ดูน่ารักน่าลุ้นดีครับว่าจะเป็นยังไงต่อไป
จะรออ่านภารกิจในครั้งหน้าต่อไปนะ!!
avatar
INFO.Aksorn Pasin
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
-2% Grade Exp.

Star Piece298
CHIPS+5 M 695 K 445

สวมใส่หรือเปลี่ยนเครื่องประดับมาสคอตได้โดยไม่ต้องใช้ไอเทม

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
175/1250  (175/1250)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Tue 14 Feb 2017, 23:25
คำแนะนำ
ข้อที่1 - ควรที่จะอ่านของแอนน์ก่อนหรืออ่านซ้ำเพื่อความเข้าใจ
ข้อที่2 - วนกลับไปอ่านข้อที่ 1

ในเรื่องนี่จะไม่มีอะไรมากเท่าที่ควรค่ะ(สั้น แถมบางที่อ่านแล้วไม่ค่อยกระจ่าง อาจจะขัดๆตาไปบ้าง) ยังไงเนื้อก็ไม่ต่างจากของหนูแอนน์เท่าไหร่-- /โดนตี
สำหรับเรื่องนี้คาร์ของษรในร่างแอนน์จะไม่เหมือนคาร์ปกติของน้องษรมาก น้องจะคอยคิดมากค่ะเพราะว่าคอยจะลืมนู่นนี่ ยิ่งรู้ตัวว่าจะลืมนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าไม่นับเรื่องที่ต้องถามตลอดเวลาจะนับว่าน้องพูดน้อยลงกว่าเดิมเยอะ แต่เรื่องนี้จะทำให้ษรได้พอเข้าใจว่าอาการของแอนน์เป็นยังไง แอนน์จะรู้สึกยังไงบ้าง ในขณะเดียวกันพอกลับไปเป็นตัวเองก็จะเข้าใจมากขึ้นอีก และยิ่งเป็นษรด้วยแล้วหลังจากกลับไปอยู่ในร่างตัวเองเหมือนเดิม คงจะไม่พ้นคอยดูแลเอาใจใส่แอนน์มากกว่าปกติเป็นแน่
#ทีมแต่งเรื่องไม่ค่อยดีภาษาไม่ค่อยสวย
#ทีมคะแนนฟิคเป็น0
#ทีมอธิบายในเรื่องให้เข้าใจไม่ได้จนต้องอธิบายต่อข้างนอก..

ไหนมีอะไรดี o<<
Spoiler:

.ก๊อก ก๊อก ก๊อก….
.
.
.
หลังจากอาบน้ำเสร็จเเละเปลี่ยนชุดเรียบร้อย เราที่กำลังจัดวางของอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงเคาะเลยรีบเดินไปอยู่หน้าประตูทันที
อ๊า….ต้องเป็นรูมเมทของเราแน่ๆ เธอๆๆชื่ออะไรนะ…
‘แอนน์’
ใช่รึเปล่านะ ตื่นเต้นจัง อ๊า--

นี่มันเพราะความตื่นเต้นรึเปล่านะที่ทำให้เราเผลอเปิดประตูออกมาหน่อยๆสะแล้ว...
.
"ส สาหวัดดีคา ชื่อแอนน์ ป-เปนรูมเมทของคูณค่า" เมื่อประโยคนั้นจบลง เราที่แอบมองอยู่ก็เลยตัดสินใจเปิดประตูกว้างๆแล้วเดินออกไปกอดเธอคนนั้นและพูดประโยคสั้นๆกับเธอ ดูเหมือนว่าเธอคงจะตกใจไม่น้อย... แต่การกอดเป็นวิธีเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีนะ!

"ค ค่า เปนเพื่อนกัน.. คุณชื่ออาราย" เธอกอดเรากลับ แถมถามชื่อเราด้วยล่ะ! เราก็เลยตอบไป เธอคนนั้นพูดทวนชื่อเราซ้ำหลายๆรอบ นั่นทำให้เราสงสัย แต่เราก็คิดว่านั่นคงเป็นการฝึกพูดรึเปล่า ก็ดูยังไงเธอก็เป็นคนต่างชาตินี่นา...เเต่เธอตัวโตจังน้า...แถมยังสวยมากๆด้วยล่ะ……..
ส...สวย….สวยแบบเบลอๆน่ะนะ

เราต้องหรี่ตาถึงสี่ห้ารอบเพื่อพยายามที่จะจำใบหน้าของเธอ...แต่ว่ามันยากจัง…. เอาเป็นว่า สาวผมทองละกันนะ!
.
.
.
แต่จะยืนอยู่แบบนี้นานๆไม่ได้ เราเลยถอยเข้าไปในห้องพร้อมกับเรียกเธอคนนั้นเข้ามาด้วย แล้วจู่ๆเธอก็พูดขึ้นมาว่า "ระ เราจำม่ายด้ายค่ะ" เธอพยายามอธิบาย "เราป่วย เราจำอะไรไม่ค่อยด้าย เราจะลืมเรวมากมาก" "ถ้า ถ้าทำให้รู้สึก.. ม่ายดี เราขอโทษนาคา" เราฟังอีกฝ่ายที่พยายามจะอธิบายในขณะที่กำลังปิดประตูแล้วหันไปยิ้มให้ก่อนจะส่ายหน้าตอบเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจหรอก แค่คิดว่าเธอคงเป็นโรคอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไรอยู่ดี...


บรรยากาศในห้องเงียบไป เรารู้สึกอึดอัดมากๆเลย ทั้งๆที่ปกติจะชวนคุยแถมพูดเยอะด้วย ต..แต่ทำไมกันนะ ระหว่างนั้นดูหมือนว่าเธอกำลังขีดๆเขียนๆอะไรสักอย่างด้วยล่ะ แต่ไม่อยากรบกวนเลยได้แต่นั่งมอง แล้วจู่ๆเธอก็พูดขึ้นมา "ระ เราปายอาบน้ำนาคา" แล้วก็คว้าชุดนอนจากกระเป๋าแล้วพุ่งเข้าห้องน้ำไป

[ แบบนั้นคืออะไรหรอ... เธอไม่ชอบเราหรือเปล่านะ เราทำอะไรผิดไปหรอ หรือ...หรือเราพูดอะไรไม่ดีทำอะไรไม่ดีไปหรอ.. ไม่เอาสิ….ไม่เอาแบบนี้ ]

เรานั่งแปลกใจอยู่พักนึงเลยล่ะ แต่...เธอก็เข้าไปนานด้วยสิ ทำยังไงดีล่ะ…..
เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยได้มั้ยนะ? ทว่า...ในขณะที่คิดแบบนั้นเราก็อยู่บนเตียงนอนแล้วล่ะ
กลัวจัง...เราจะเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย….
………

.
.

………
แต่รู้ตัวอีกที ก็เช้าสะแล้ว….
เสียงนาฬิกาปลุกบวกกับแรงสั่นที่รบกวนอยู่ใต้หมอนทำเอาเราขมวดคิ้วเลยล่ะ อา….เราใช้มือควานไปทั่วเพื่อหาสิ่งที่กำลังรบกวน จนเราไปเจอมันที่ใต้หมอน และเราใช้ความพยายามนิดหน่อยที่จะปิดมันโดยการรูดหน้าจอแบบสุ่ม จนมันดับลง…..

[ ก่อนหน้านี้เราก็ได้ยินเสียงแปลกๆด้วยล่ะ เสียงมันคุ้นมากเลย… “ข- ขอโทษนะ ษร” ]

เรานอนไปได้สักพักก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นมาและรู้สึกแปลกใจที่เหมือนผมมันยาวพาดไหล่ มันเลยติ่งหูไป….แต่เราไม่ได้คิดอะไรมากเลยลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ทว่า………

เราต้องขยี้ตาหลายๆรอบด้วยกันเพื่อที่จะทำให้ภาพตรงหน้ามันหายไป “ทำมาย….เราถืงอยู่โตงน้าน...ฝานหรอ”  อ…..เดี๋ยวนะ ทำไมเสียงถึงแปลกๆแล้วไหนจะสำเนียงนี่อีก แต่สิ่งที่มันแปลกมากที่สุดก็คือ ทำไมมีเราอีกคนอยู่ตรงนั้น….
.
.
.
.
.

[ ดูเหมือนว่าพวกเราจะสลับร่างกัน.. ฟังดูน่าเหลือเชื่อหยั่งกับเรื่องราวแฟนตาซีไม่มีผิด เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปคงไม่มีคนเชื่อ ดีไม่ดีอาจจะถูกคิดว่าบ้าด้วย พวกเราสองคนเลยตกลงกันว่าจะไม่บอกใคร แล้วลองใช้ชีวิตในฐานะอีกฝ่ายไปก่อนจนกว่าจะหาทางกลับร่างเดิมได้ โชคดีที่พวกเธอทั้งคู่เป็นเด็กใหม่ หากเผลอทำอะไรที่ไม่สมกับเป็นอีกฝ่ายคงไม่มีใครรู้มากนักหรอก ]  

อาจจะลำบากหน่อยสำหรับแอนน์ เพราะสายตาที่ไม่ดีของเราทำให้แอนน์ที่อยู่ในร่างเราต้องเจ็บตัวบ่อยๆ และเพราะรู้สึกผิดเลยเสนอหนทางที่พอจะสามารถช่วยได้โดยการจับมือกันไว้ จะได้ไม่ต้องไปชนอะไรอีก..

เราทั้งสองหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวของแต่ละคนเรียบร้อยก็ตัดสินใจที่จะจับมือกันไปโรงเรียน และมันเป็นเรื่องดีที่ไม่ค่อยมีใครู้เรื่องของเรา...รึเปล่านะ? แต่วันนี้ก็มีหลายคนที่ดูแปลกๆ….
แต่ว่า...เราไม่เข้าใจว่าทำไมแอนน์ถึงทำหน้าไม่พอใจในบางครั้ง เหมือนเบื่อหน่ายที่จะตอบคำถามเราเลย และมีตอนที่เธอ….เสียงดังใส่เราด้วย….

นั่นทำให้เราไม่ค่อยอยากจะถามอะไรเลย…..

แต่มัน…

………….

…..

อะไร….

อะไรนะ.......

……….?

[ เหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่า….เรารู้สึกแปลกๆจัง….
รู้สึกเหมือนทำอะไรหลายอย่างไปแล้ว แต่ว่าเราดัน...ลืมไปสะได้….
จะว่าไป...นี่เรากำลังทำอะไรอยู่นะ……. ]


วันพรุ่งนี้เราจะตื่นขึ้นมาเป็นยังไงนะ...
.
.
.
.
ความคิด:
ต้องเป็นเพราะพลังของเชฟอะไรแปร์ๆแน่เลย! ฮึ่ม!

ฟิคไม่ดีเราจะชดเชยด้วยการเปย์รูปทีหลัง---
/อะไรนะไม่ได้




A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ชอบความกล้าเล่นของษรครับ เพราะจำไม่ได้เลยไม่เขียน
ซะเลย แหม่ ต้องใช้ความกล้าระดับหนึ่งในการส่งนะเนี่ย
ฮ่าๆๆๆๆ

กล้าส่งก็กล้าให้ครับ!! ครั้งนี้เป็นภารกิจครั้งเรียกของษร
จริงๆแล้วเขียนดีเลยนะครับ ภาษาที่ใช้เองก็อ่านง่าย
ถ้าเริ่มต้นยังเขียนดีขนาดนี้ หมั่นทำภารกิจต่อไปจะเขียน
ดีขึ้นขนาดไหน!!

สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดเลยคือความสามัคคีและทีมเวิร์คของ
ทั้งสองคน เนื้อเรื่องออกมาเกื้อหนุนกันอย่างลงตัวมาก
ดูท่าจะเข้ากับรูมเมทคนแรกได้ดีสินะครับ ถ้าสนุกกันผม
ก็ดีใจนะ

แต่ยังไงก็ตาม ครั้งนี้ที่ได้สแตมป์สูงสุดด้วยเนื้อหาสั้นขนาดนี้
เป็นเพราะมันสั้นแบบมีเหตุผลที่มาที่ไป และได้งานของแอน
ดันขึ้นไปอีกทีนะครับ ปกติแล้วงาน S จำเป็นจะต้องมีเนื้อหา
มากกว่านี้อีกสักหน่อยนะครับ แค่อยากบอกให้ทราบไว้

ขอบคุณสำหรับภารกิจครั้งแรกครับ น่ารักกันมากๆ!!
avatar
INFO.Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Star Piece272
CHIPS+9 M 346 K 32



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
560/2250  (560/2250)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 15 Feb 2017, 01:24
Click:




รักวุ่น สลับใจ










เหนื่อยชะมัด





ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาจากคนที่นอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง จำใจลุกขึ้นหย่อนขาลงและเดินไปเปิดประตูออกจากห้อง
แม้ผ้าห่มอุ่นดูเหมือนจะเรียกร้องให้กลับไปกอดอีกครั้งแต่เพราะความรับผิดชอบที่ค้ำคอมือเรียวจึงทำได้เพียงผลักประตูปิดไป
เปลือกตาหนักอึ้งและหัวที่รู้สึกตื้อนำพาร่างโงนเงนไปที่ตู้เย็นเหมือนเช่นทุกวัน บุคคลอีกคนที่เขาอาศัยอยู่ด้วยกำลังยืนทำขนมปังอยู่
มือเรียวเสยผมขึ้นไปอย่างรำคาญก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องนมในตู้เย็นมาเทใส่แก้วดื่มแก้กระหาย หันกลับมามองรูมเมทที่เจ้าตัวเองก็หันมาเหมือนกัน และพูดคำทักทายธรรมดาๆ


เอ๊ะ...



แต่ทำไมตัวเขาเองถึงไม่มีเสียงล่ะ



แล้วนั่น... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นก็ตัวเขาไม่ใช่หรอ!!



"เฮ้ย!!" เสียงตกใจที่มาจากบุคคลตรงข้ามทำให้ความมึนงงที่มีอยู่แล้วทวีคูณเข้าไปอีก แล้วจู่ๆ ขนมปังทาเนยก็ลอยเข้ามาแปะอยู่บนหน้าพร้อมกับร่างของตัวเองที่วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป









นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย...
























พีในร่าง "รันเดล" กำลังจ้องหน้าตัวเองซึ่งก็คือ "รันเดลตัวจริง" อย่างเอาเป็นเอาตาย
ทั้งสองถอนหายใจพร้อมกันก่อนที่รันเดลจะตัดสินใจเขียนอะไรสักอย่างลงบนสมุดและปากกาประจำตัวที่พีเป็นคนเอามาให้


‘คุณรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น’


คือใจความสั้นๆ ที่ทำเอาบุคคลที่นั่งฝั่งตรงข้ามกุมขมับไม่ต่างกัน อะไรจะแย่ไปกว่าการที่รูมเมททั้งสองคนมาสลับร่างกันในเช้าวันอังคารอีกล่ะ!
แล้วที่ตลกกว่านั้นคือทั้งสองคนนี้แทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าไม่ได้ตื่นมาในห้องของตัวเอง
รันเดลรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่นอกจากร่างแล้วความสามารถหรือความพิการยังอยู่เหมือนเดิม ก็แน่ล่ะ ดูเหมือนจะถูกสลับแค่วิญญาณ(?)นี่นา


"เอ่อ..." เสียงอึกอักจากคนตรงข้าม(ที่เป็นร่างเขาเอง) เรียกความสนใจจากคนที่กำลังขมวดคิ้วอยู่ให้เงยหน้าขึ้น
รันเดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อมันฟังดูเปล่งๆ และไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย


‘ดีจังเลยนะครับที่คุณพีพูดได้แล้ว’


สมุดถูกชูขึ้นให้พีได้อ่าน เขาทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ เมื่ออ่านประโยคนั้น ตอนนี้ทั้งคู่แต่งตัวด้วยชุดของตัวเองเรียบร้อย
รันเดลที่อยู่ในร่างของคุณพีไม่ได้มัดจุกขึ้นเหมือนที่เจ้าตัวชอบทำ แต่กลับปล่อยผมหน้ามาลงมาปิดถึงคิ้ว
คงจะแปลกตาน่าดูเพราะพีที่เขารู้จักนั้นไม่ค่อยจะเอาผมลง ส่วนตัวของเขาเองที่ตอนนี้คุณพีเป็นเจ้าของกลับถูกรวบผมหน้าขึ้นและมัดเป็นจุกน้ำพุ เปิดหน้าผากที่เขาไม่ค่อยจะโชว์บ่อยนัก (แทบจะไม่เลย)


"คือพม รูสึกว่ามันพูดยากนิดหน่อย"


รันเดลทำหน้าเหมือนนึกได้ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ นั่นสินะ คุณพีไม่ได้พูดตั้งนาน อาจจะทำให้ความสามารถในการพูดลดลงไปเยอะถึงได้พูดด้วยสำเนียงแปลกๆ แบบนั้น
ถึงจะยังกังวลเรื่องที่โดนสลับร่าง แต่ก็เหลือเวลาอีกตั้ง 45 นาทีก่อนจะเข้าเรียน เอาเถอะ หลังเลิกเรียนแล้วค่อยหาวิธีแก้ ไม่แน่ว่าเรื่องแปลกๆ นี่ ผอ.(?) อาจจะมีคำตอบให้พวกเขาก็ได้
หลังจากสรุปเองเสร็จสรรพในหัว รันเดลก็ลงมือเขียนบางอย่างยุกยิกลงบนสมุด และหวังจะใช้ 15 นาทีนี้ไปกับการสอนให้คุณพีพูดชัดขึ้นกว่าเดิมสักนิด


‘ลองอ่านออกเสียงนะครับ อา อี อู แอ เออ~’


รูมเมทก็ยอมทำตามแต่โดยง่าย เมื่อออกเสียงไม่ตรงคีย์ก็ใช้มือในการบอกแทนว่าควรจะออกเสียงประมาณไหน ต่ำหรือสูง
ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในห้องกันอีกสักพักก็ถึงเวลาไปโรงเรียน เราตกลงกันแล้วว่าคงจะต้องสลับกันเข้าเรียนอย่างแน่นอน และนั่นก็ทำให้รันเดลไม่ค่อยมั่นใจเลยจริงๆ นะ









8:30












คาบแรกมาก็เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้ง เพราะนอกจากจะไม่รู้ว่ามีสอบแล้วมันยังเป็นวิชาที่รันเดลไม่ค่อยชอบอีกต่างหาก
กระดาษแผ่นสีขาวถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำตัวเนียนหรือเปล่าที่มานั่งปะปนกับรุ่นพี่มัธยมห้าแบบนี้ ถึงเนคไทที่เขาใส่จะบอกสถานะอยู่แล้วก็เถอะ
รันเดลกุมมือเข้าหากันขณะที่กระดาษแผ่นสุดท้ายถูกส่งมาที่เขา มือชื้นเหงื่อแต่กลับเย็นเฉียบเสียไม่มี คุณพีก็ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมีสอบ หรือจะไม่รู้กันนะ?

ถอนหายใจก่อนจะก้มลงมองคำถามที่เกี่ยวกับสมการอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้จัก อ่า... รู้สึกเหมือนจะเป็นลมยังไงก็ไม่รู้ นี่เขาจะต้องมาเรียนเรื่องพวกนี้ในอนาคตงั้นหรอ
ให้ตายสิ แค่มีชีวิตให้รอดไปวันๆ ในโลกที่โหดร้ายนี่ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว อีกอย่างถึงเรียนไปก็คงไม่ได้เอาไปใช้จริงหรอก

มือเรียวยกขึ้นขยุ้มผมสีน้ำตาลอย่างคิดไม่ตก


ขอโทษด้วยนะครับ คุณพี


บอกขอโทษรูมเมทในใจเสร็จสรรพก็หยิบดินสอขึ้นมา สูดลมเรียกกำลังใจเต็มเปี่ยมก่อนจะหมุนมันลงบนโต๊ะ ใจเต้นระรัวว่าดินสอแท่งสีส้มธรรมดานี่จะหมุนไปหยุดอยู่ที่ข้อเอ

หรือบีกันแน่


โอ๊ะ ข้อบีล่ะ


รันเดลยังคงใช้สกิลการควงดินสอไปอีกหลายข้อจนถึงกระดาษแผ่นที่สองถึงคิดว่าวิธีเดิมๆ คงจะไม่ขลังแล้วจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีร้องเพลงจ้ำจี้แทน


เอาวะ ยังไงมันก็ต้องถูกสักข้อล่ะน่า สกิลการเดาของเขาก็ใช่เล่นๆ ที่ไหน


ข้อซีล่ะ!


และข้อต่อๆ ไปก็ยังใช้วิธีเช่นเดิม โดยไม่ลืมที่จะอ้อนวอนต่อพระเจ้าขอให้การเดาสุ่มข้อสอบในครั้งนี้ไม่โหดร้ายสำหรับคุณพีมากเกินไป


แผ่นนี้ลองใช้วิธีดิ่งบันไดดูดีกว่า


ส่วนข้อเขียน… เขียนๆ ไปก่อน ขอไปตายเอาดาบหน้าแล้วกันนะ










นั่นล่ะนะ... หวังว่าพระเจ้าจะยอมเมตตาเขาบ้าง












เมื่อเวลาพักเที่ยงมาถึงรันเดลก็รีบสาวเท้ามาที่โรงอาหารทันที เหมือนการเดาข้อสอบในตอนเช้านั้นจะใช้พลังงานไปเยอะเหลือเกิน
อีกอย่าง เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว คุณพีจะต้องดีใจแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเขาใช้ความสามารถในการทุ่มเทกับสอบครั้งนี้แค่ไหน

และไม่นานร่างของตัวเองก็ปรากฎแก่สายตา ฝ่าเท้าในรองเท้าผ้าใบย่างก้าวเข้าไปหาคนที่กำลังต่อแถวซื้ออาหารอย่างเงียบเชียบ
ใช้สองนิ้วจับกลีบเสื้อก่อนจะกระตุกเบาๆ ใบหน้าของเขาหันกลับมาด้วยแววตาตื่นตกใจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา
อาจจะเป็นเพราะคุณพียังไม่ชินกับการพูดเลยไม่ได้ทักอะไร แต่กลับเป็นรันเดลเองที่ต้องรีบเขียนสมุดเพราะลืมไปว่าตัวเองพูดไม่ได้


‘ผมไปนั่งรอตรงนั้นนะ’


ร่างโปร่งพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ส่วนรันเดลก็เดินแยกออกมาไปซื้ออาหารเพื่อที่จะได้รีบกลับไปจองโต๊ะที่ชี้ไว้เมื่อกี้ก่อนที่คนอื่นจะมาแย่ง
อ้อ ส่วนเรื่องสาเหตุของการสลับร่างบ้าๆ นี่นักเรียนลือกันให้แซดเลยว่าน่าจะเป็นเพราะขนมเค้กที่เชฟมิชลินนั่นเป็นคนสอน
ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ส่วนผสมธรรมดาๆ แผลงฤทธิ์ออกมาแบบนี้


คิดเพลินๆ ก็ถึงคิวตัวเองพอดี แถวยาวขนาดนี้โต๊ะคงจะถูกแย่งไปแล้วแน่ๆ รันเดลถอนหายใจอย่างปลงตกก่อนจะชี้เมนูที่ตัวเองอยากกินให้แม่ค้า


แล้วคุณพีจะไปนั่งอยู่ตรงไหนล่ะ โรงเอาหารที่นี่ก็ไม่ใช่เล็กๆ



ขอถอนหายใจอีกรอบ



แรงสะกิดบนไหล่เรียกให้คนที่กำลังทำหน้าห่อเหี่ยวให้หันไป



"ผมไปนั่งรอตรงนั้นนะ"






เหมือนเดจาวูชะมัด










หลังจากได้จานข้าวก็เดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะที่ตัวเองเป็นคนชี้ไว้ก่อนหน้านี้ ร่างอันคุ้นเคย (แน่ล่ะ ก็นั่นมันร่างตัวเอง) นั่งหันหลังให้อยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อถึงที่หมายก็วางจานข้าวของตัวเองลง และสอดตัวเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รันเดลและพีเริ่มพูดคุยถึงวีรกรรมที่ตัวเองไปทำมาเมื่อเช้า
เห็นว่าไปจีบผู้หญิงในคลาสของเขามา เธอคงจะงงมากแน่ๆ ที่จู่ๆ ก็โดนจีบแบบนั้น หรือไม่ก็รู้อยู่แล้วว่านั่นไม่ใช่รันเดล ก็แหม เรื่องการสลับร่างนี่ดังยิ่งกว่าเรื่องใต้เตียงดาราดังอีกนะ

คุณพีเล่าให้ฟังด้วยความสนุกสนานแม้บางประโยคจะสำเนียงเพี้ยนแต่ก็สนุกมากๆ เลย
พอฟังจบ ก็ถึงคราวของรันเดลที่จะต้องสารภาพบาปบ้าง(?) ดินสอละเลงลงไปบนกระดาษอย่างตื่นเต้น
บรรยายถึงห้องสอบอันมาคุและสกิลการเดาที่เคยงัดเอามาใช้ตั้งแต่สมัยเด็ก ถึงพีจะทำหน้ายิ้มแต่ก็สังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาข้างขมับ



และน้ำตาก็ร่วงลงมา



‘คุณพีเป็นอะไรครับ!’ รันเดลชูสมุดที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยด้วยความตกใจ



"เปล่าครับ ผมก็แค่... ซาบซึ้ง"






มันจะใช่เร้อ....






เราแยกกันและกลับมาเรียนอีกครั้ง วิชาช่วงบ่ายนี้สบายๆ แถมอีกไม่นานก็จะเลิกแล้วด้วย

วันนี้เป็นวันที่สงบจัง

ริมฝีปากแย้มยิ้มขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าเสียงน่ารำคาญที่ได้ยินเป็นประจำนั้นวันนี้กลับเงียบกริบ ใครจะรู้ ว่าการทนทุกข์กับอาการบ้าๆ นั่นมันทรมานมากแค่ไหน
เสียงที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา บอกให้ใครฟังก็โดนหาว่าบ้า


อ่า สงบดีจัง

แต่แล้วริมฝีปากก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อตระหนักว่านี่ไม่ใช่ร่างของตัวเอง คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อเขารู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ


ไม่นะ…..


งั้นคุณพีจะมีอาการแทนเขางั้นหรอ


ได้แต่เก็บความกังวลและสงสัยเอาไว้ นั่งเรียนต่อไปทั้งๆ ที่ใจไม่อยู่กับตัวเลยสักนิด


ใช่ มันก็ดีอยู่หรอกที่เขาไม่ต้องมาได้ยินเสียงน่ากลัวพวกนั้น แต่มัน… เขาไม่ได้ต้องการให้ใครมารับมันไปแทนหรอกนะ



หวังว่า คุณพีในร่างเขาจะไม่เป็นไร…





หลังเลิกเรียนรันเดลก็กวาดของทุกอย่างลงกระเป๋าและรีบวิ่งออกจากห้องเรียนไปหาพีทันที
พีโบกมือให้เขาเมื่อทั้งสองเห็นกัน พอเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
รอพีเก็บของสักพักพวกเราก็เดินกลับมาที่หอพักด้วยกัน ระหว่างนั้นรันเดลก็สังเกตตลอดเวลา ทั้งสายตาลอกแลก เหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมและการกัดริมฝีปากของพีนั่น


มันกำลังมาแล้วสินะ



‘คุณพีอย่าลืมทานยานะครับ’



ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องมาบอกประโยคนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เขารู้ว่าพออาการกำเริบแล้วมันทั้งน่ารำคาญและน่าหวาดกลัวเพียงใด
พีทำเพียงแค่พยักใบหน้าที่ซีดเซียวให้เขา หยิบยาออกมาจากกระเป๋าและกลืนมันลงไปด้วยความยากลำบาก
หลังจากกลับมาถึงห้องแล้วเหมือนอาการของพีจะแย่ลง บางทีก็นั่งเหม่อและหัวเราะ ยังดีที่เมื่อกี้อ่านประโยคของเขารู้เรื่องแล้วหยิบยาออกมากิน
พีเดินเข้าห้องไปเพื่อจะพักผ่อน รันเดลไม่กล้าลุกออกไปไหนเลย ทำแค่เพียงนั่งเฝ้าหน้าห้องของรูมเมทที่ดูเหมือนจะเริ่มไม่เป็นตัวเองเข้าไปทุกที

ซักพักเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากข้างใน รันเดลลุกขึ้นก่อนจะเร่งฝีเท้าไปเปิดประตูทันทีโดยไม่ได้นึกถึงการเคาะประตูหรืออะไรทั้งสิ้น

พีในร่างของเขากำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง สองมือยกขึ้นปิดหูและขยุ้มศีรษะอย่างทรมาน


“ฮึก… ฮือ”


พอเห็นใบหน้าของตัวเองง้ำงอแล้วก็ตระหนักได้ว่า เวลาเขามีอาการก็จะทำสีหน้าแบบนี้สินะ


“เงียบนะ… ออก… ออกไป”


น้ำเสียงก็คงจะสั่น และดูน่าสงสารแบบนี้สินะ


“อ๊ากกก ชะ ช่วยด้วยย ฮือออ”


น้ำเสียงที่กรีดร้องออกมานั้นช่างปวดใจยิ่งนัก แม้แต่การพูดประโยคง่ายๆ ยังดูติดขัดไปเสียหมด
รันเดลมองคุณพีที่ใช้มือทั้งสองปิดหูด้วยความรู้สึกผิด ขอบตาร้อนผ่าวและภาพตรงหน้าก็พล่าเบลอเหมือนกล้องไม่มีโฟกัส


ผมขอโทษ


น้ำตาไหลลงบนใบหน้าเนียนอย่างเงียบๆ


เราไม่ควรสลับร่างกันเลย


ผมไม่ควรรู้สึกมีความสุขที่ไม่ได้ยินเสียงพวกนั้น


รูมเมทของเขาจะต้องลำบากแค่ไหนกันนะที่ต้องทนอยู่กับคนที่มีอาการทางจิตอย่างเขา
พีในร่างของรันเดลลุกขึ้นช้าๆ ใบหน้าเหยเกสะอื้นไห้จนหน้าอกเจ็บไปหมด รันเดลเองก็รีบลุกขึ้นตามอย่างคนไม่รู้จะทำยังไง
ตอนนี้เขาพูดไม่ได้ ถึงพูดได้ก็ไม่รู้ว่าเสียงของเขาจะไปถึงคนตรงหน้านี่หรือเปล่า


“เงียบนะ!! ได้โปรด ฮืออ เงียบสักที!!”


หนังสือบนโต๊ะถูกปัดกระจัดกระจายไปทั่ว พีในร่างของเขากรีดร้องอย่างเจ็บปวดกับเสียงที่ได้ยิน
ใช่ เสียงนั้นแหละ เสียงของใครก็ไม่รู้ที่ตำหนิและด่าว่าเขาซ้ำๆ เสียงหัวเราะเยาะที่น่าสะอิดสะเอียนและน่ากลัวสำหรับเขา
คนพวกนั้นกำลังจับตามองเขาอยู่ มันอึดอัด และน่ากลัวจนแทบทนไม่ไหว แม้แต่ความคิดที่เป็นของเขา คนพวกนั้นก็รู้

รันเดลพยายามจับแขนทั้งสองของรูมเมทเอาไว้ กลัวว่าจะทำร้ายตัวเองและทำลายข้าวของอีก
ตอนนี้ใบหน้าของเขาก็นองไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากคนตรงหน้าเลยสักนิด พียังคงดึงรั้งแขนของตัวเองอย่างรุนแรงจนมันหลุดจากการเกาะกุมของเขา
เดินหน้าเข้าหากำแพงและทรุดเข่าลงไป

เสียงร่ำไห้ที่ขอร้องคนพวกนั้น รันเดลไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาการตัวเองจะหนักถึงเพียงนี้
ที่จริงอาการมันก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่การที่เราสลับร่างกันอาจจะทำให้เกิดอะไรบ้างอย่างกับร่างกายของเขาก็ได้


ตุบ


พีที่จู่ๆ ก็เอาหัวโขกกำแพงทำให้รันเดลต้องรีบวิ่งมากันตัวไว้ อาการเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลยสักนิด
รันเดลได้แต่พร่ำบอกขอโทษรูมเมทในใจซ้ำไปซ้ำมา ขอโทษที่ทำให้ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

จัดการกอดรวบแขนทั้งสองข้างและใช้ตัวเองกันพีออกจากกำแพงไว้ พีในร่างของเขายังคงร้องไห้อย่างทรมาน


“พอ พอสักที…. ฮึก ฮือออ”



















สักพักก็ดูเหมือนอาการจะดีขึ้น  พีร้องไห้จนหลับไปทำให้เขาต้องดึงคนตัวโตกว่าขึ้นมาไว้บนเตียง
จัดท่านอนและนำผ้ามาห่มให้ แอบถอนหายใจเบาๆ ที่ัมันไม่ได้รุนแรงมากจนทำให้ต้องมีใครเลือดตกยางออก


‘ผม… ขอโทษจริงๆ’














หลังจากผ่านเหตุการณ์อันน่าระทึกขวัญนั่นก็ตัดสินใจกันมาที่ร้านคาเฟ่เจ้าประจำในเวลาหกโมงเย็นเพื่อหวังว่ามันจะทำให้จิตใจเบิกบานขึ้น
สีหน้าของพีดูดีขึ้นมาก แม้ขอบตาจะยังบวมช้ำอยู่ก็ตาม


‘วันนี้ผมเลี้ยงเองนะ’


รันเดลเขียนประโยคสั้นๆ ยื่นให้คนตรงหน้าอ่าน พีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม


“ขอบคุณครับ”





ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่า… เพราะหลังจากนั้นเค้กหลากหลายชนิด และเครื่องดื่มทั้งเย็นและร้อนก็ถูกสั่งมารัวๆ  
ไม่รู้ว่าคุณพีโกรธเขาไหมแต่ก็เหมือนจะไม่เพราะเจ้าตัวก็กินด้วยใบหน้าที่มีความสุขดี
รันเดลทำแค่เพียงตักเจ้าเค้กช็อกโกแลตเข้าปากช้าๆ มองเค้กชาเชียวที่ถูกตักเข้าปากรูมเมทของเขาเองเป็นจานที่สามแล้วก็ได้แต่อึ้ง


ไม่คิดว่าจะกินเยอะขนาดนี้นะเนี่ย


ไหนจะโกโก้ร้อน ลาเต้ และเครื่องดื่มอีกมากมายที่วางอยู่ข้างๆ นั่นอีกอะ


“ฮืมม~” พีหันมายิ้มให้ทั้งที่ช้อนคาปาก ทำให้รันเดลต้องส่งยิ้มแหยๆ กลับไปโดยอัติโนมัติ


เอาเถอะ ยังไงเขาก็จ่ายไหวอยู่แล้ว


“ขอบราวน์นี่อีกครับ!”


ล่ะมั้ง…





จบลงด้วยการที่พวกเขาอยู่จนถึงร้านปิด พีกินเค้กไปประมาณ 10-12 จานได้ เครื่องดื่มอีกหกแก้ว
บางทีรันเดลก็สงสัยนะว่าเขาอาศัยอยู่กับมนุษย์หรือเปล่า ถึงกินได้เยอะเหมือนไม่รู้จักอิ่มแบบนั้น
ถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองสลิปเงินยาวเหยียด แต่เอาเถอะ นานๆ ทีเลี้ยงเพื่อนบ้างคงไม่เป็นไร


“ขอบคุณนะครับ”

รอยยิ้มบางถูกส่งมาให้จากรูมเมท รันเดลเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าและยิ้มกลับไปเชิงว่าไม่เป็นไร



บางที วันนี้อาจจะไม่ได้แย่เหมือนที่คิดก็ได้


หวังว่าวันพรุ่งนี้จะสดใสกว่าวันนี้นะ




B. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เกือบเพอร์เฟ็ค 90% - 100&

  GRAND PENTAGON STAMP
ตราประทับระดับสูงมากในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นห้าเหลี่ยมเทอร์ควอยซ์ผสมทองคำแท้ มีมูลค่า +150 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้สุดยอดเป็นที่น่าปลาบปลื้มแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +2,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ยินดีต้อนรับกลับสู่ภารกิจครับ ไม่พบกันนานมากเลย
เพราะห่างหายไปนานพอกลับมาอีกทีเลยยังฝีมือไม่
กลับเข้าที่นัก การเลือกใช้คำบางจุดยังขัดๆทำให้ต้อง
อ่านซ้ำ โดยเฉพาะจุดที่เกี่ยวกับการสลับร่าง บางที
อ่านแล้วตีความไม่แตกว่ารันเดลพูดหรือพีที่อยู่ใน
ร่างรันเดลพูดกันแน่ ตรงนี้ผมอาจจะตีไม่แตกเอง
ก็ได้

แต่ยาวจุใจมากครับ อ่านเพลินเลย ไม่นึกว่าจะมา
ยาวขนาดนี้ ถ้าจำไม่ผิดสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็นงาน
เขียนยาวๆสักเท่าไหร่ ถ้าชอบทำก็อยากให้ลอง
ค่อยๆคลำค่อยๆฝึกกันต่อไปนะครับ คุณคงแค่
ไม่ได้เขียนนานเลยลืมๆไปบ้าง เวลาผมไม่ได้
วาดรูปนานๆก็วาดไม่สวยเท่าเดิมเหมือนกัน

รันเดลขึ้นม.ปลายแล้ว จะรออ่านเรื่องของรุ่นพี่รัน
ต่อไปนะ!!
avatar
INFO.Phee
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ได้รับเงินเดิมพันจากคาสิโนคืน 50% ในกรณีที่เดิมพันแพ้เจ้ามือ | ลดค่าใช้จ่ายค่าเทอมและค่าห้องพักแต่ละเดือน 20%

Star Piece418
CHIPS+25 M 28 K 395

+3.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
520/1740  (520/1740)
[ EVENT ]:
+5 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 15 Feb 2017, 02:05
Spoiler:






ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด...





เสียงหนวกหูของนาฬิกาปลุกทำให้ผมต้องหลุดจากความฝัน มันก็เป็นอีกเช้าวันหนึ่งที่ผมไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลย...ซึ่งอันที่จริงก็ไม่มีเช้าวันไหนที่ผมอยากลุกจากที่นอนหรอกนะ

ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพาสองเท้าก้าวลงจากเตียงด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น แทบจะเรียกได้ว่าหลับตาเดินเข้าห้องนอนไปเลยทีเดียว หลังจากชนโน่นชนนี่ไปหลายโป๊กก็เหมือนจะรู้สึกตื่นขึ้นมานิดนึง

ในระหว่างที่ผมกำลังคุ้ยหาของกินยามเช้าตามปกติ ผมก็หันไปเจอตัวผมเองยืนอยู่ตรงหน้า อืม..รันเดลรูมเมทที่รักของผมไปเอากระจกเงาอันใหญ่ขนาดนั้นมาตั้งไว้ตอนไหนกันนะ แล้วเงาสะท้อนนั่นก็ขยับทั้งๆที่ผมยังยืนนิ่งๆอยู่กับที่.....สงสัยผมจะยังเมาขี้ตาอยู่.... ผีเผออะไรไม่มี้ ใครเขากลัวกันนนน

ว่าแล้วบทสวดนโมตัสสะก็เริ่มลอยเข้ามาในหัว ในขณะเดียวกันเจ้าเงาสะท้อนหรือผีหรือจะอะไรก็ตามนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้ผมทำเอาผมสะดุ้งเฮือก

แล้วผมก็ได้ยินเสียงของรันเดลที่ร้องตกใจอยู่ใกล้ๆ แต่หันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นจะเจอใครนอกจากเจ้าเตี้ยมัดจุกที่อยู่ตรงหน้า



แล้วบทสวดสัพเพสัตตาก็ลอยตามมา...




++++++++++




ผมกับรันเดลสลับร่างกัน



...นั้นคือสิ่งที่ผมและผม(ที่นั่งอยู่ตรงหน้า)สรุปออกมาได้


ว่ากันตามจริงแล้ว ผมว่าเราสองคนก็ทำความเข้าใจกับสถานการณ์แบบนี้ได้เร็วเกินคาด อ่า...ผมหมายถึงถ้าไม่นับที่ผมตกใจจนปาขนมปังแสนอร่อยใส่หน้าเจ้าผีเตี้ยมัดจุกแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำแล้วร่ายบทสวดทุกบทที่รู้จักใส่น่ะนะ

บางทีอาจเป็นเพราะเคยเกิดเรื่องคล้ายๆแบบนี้ขึ้นแล้วเราเลยพอทำใจได้ในระดับหนึ่ง ถึงครั้งที่แล้วจะไม่ใช่การสลับร่างกับคนอื่นแต่เป็นการเปลี่ยนเพศของตัวเองก็เถอะ ถ้าให้ผมเดาผมว่ามันต้องเกิดจากของกินอีกแน่ๆเลย บางทีทางโรงเรียนน่าจะมีการตรวจสอบของกินของนักเรียนบ้างนะ เกิดคราวหน้าไปสลับร่างกับน้องหมาหรือคุณปีเตอร์ขึ้นมาจะขนาดไหนกัน (แต่ถ้าสลับกับน้องแพะก็น่าสนใจนะฮะ...)

ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ารันเดลซึ่งอยู่ในร่างใบ้ของผมจะพูดไม่ได้ เขาจะรู้สึกยังไงบ้างที่จู่ๆต้องกลายมาเป็นคนใบ้ จะพูดอะไรก็ไม่ได้ จะอึดอัดมั้ย ผมนึกย้อนไปตอนที่ผมเสียงหายไปนี่แทบบ้า รันเดลที่ดูนั่งเฉยๆเป็นปกติดีนี่สุดยอดเลยแฮะ

ในทางกลับกันผมที่อยู่ในร่างรันเดลจะเป็นฝ่ายมีเสียงแทน จะว่ายังไงดีล่ะ ผมตื่นเต้นมากที่จะได้มีโอกาสพูดได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันผมก็เกิดกลัวมากเช่นเดียวกัน กลัวว่าไม่ได้พูดมานานมากแล้วผมจะยังพูดเป็นอยู่มั้ย แล้วหลังจากนี้ถ้ากลับร่างเดิมกันได้จะเป็นยังไง ผมจะรู้สึกยังไงถ้าต้องพูดไม่ได้อีกแล้วอีกครั้ง

ผมก็ลองออกเสียงดู มันเป็นเสียงของรันเดลที่ดังออกมาแปร่งๆแปลกๆอย่างไม่ได้ศัพท์ แต่ความรู้สึกของการเปล่งเสียงนั้นกลับอยู่ในลำคอของผม มันช่างเป็นความรู้สึกพิลึกกึกกือเอามากๆเลยล่ะฮะ

รันเดลในร่างผมเขียนอะไรสักอย่างลงบนสมุดคู่กายผมที่ตอนนี้ผมให้เขายืมไป ให้มันไปอยู่คู่กับร่างกายของผมและทำหน้าที่ของมันต่อไป


‘ดีจังเลยนะครับที่คุณพีพูดได้แล้ว’


เขายิ้มให้ผมน้อยๆ...เหมือนนั่งมองตัวเองยิ้มอยู่เลย เวลาผมยิ้มมันเป็นแบบนี้เองหรอเนี่ย ผมหักห้ามใจไม่ให้ยื่นมือไปบีบแก้มตัวเอง แล้วส่งยิ้มกลับไป ก่อนจะเหลือบมองไปบนหัวของร่างตัวเองที่ไร้ซึ่งจุกอีกต่อไป รันเดลบอกว่าถ้าผมจะมัดจุกให้หัวของเขา เขาก็จะแกะจุกของผมออก แน่ล่ะ ผมก็ต้องเลือกมัดจุกให้หัวของรันเดลแล้วแอบถ่ายเซลฟี่เก็บไว้สักร้อยรูปอยู่แล้ว ตอนนี้ภาพตรงหน้าเลยไปน้องเตี้ยไร้จุกดูแปลกตาไป

จากข้อความที่รันเดลเขียนมา ทำให้ผมรู้สึกว่าไหนๆก็มีโอกาสแล้วลองพูดดูสักทีคงไม่เป็นไร ดีความมานั่งเสียใจทีหลังว่ามีโอกาสแล้วแต่ดันไม่ยอมใช้โอกาสนั้น

ผมลองพูดอะไรออกไป มันฟังดูแปลกเหมือนเด็กขวบเดียวหัดพูด ใช้ลิ้นอะไรยังไงไม่ถัดเลย จากนั้นจึงกลายเป็นช่วงสอนเด็กหัดพูดโดยครูน้องรัน โดยรันเดลจะเขียนและทำท่าทางแนะนำการออกเสียงให้ผม ใช้เวลาสักพักผมก็พอพูดให้ฟังรู้เรื่องได้บ้าง และลองใช้เสียงของรันเดลพูดประโยคตลกๆดู จนรันเดลงอนแล้วไล่ผมไปโรงเรียนแทน ...แน่นอนว่าผมอัดเสียงไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ ฮี่ๆ




++++++++++




ในเช้าวันวาเลนไทน์อันแสนสดใสและพิลึกพิลั่นนี้ ผมซึ่งอยู่ในร่างของรันเดลต้องไปเข้าเรียนในชั้นม.3ของรันเดลฮะ ส่วนรันเดลในร่างผมก็ต้องไปเรียนแทนผมในชั้นม.5 ในระดับชั้นม.3นี้เปิดรับวันด้วยวิชาคอมพิวเตอร์ก่อนเลย วันนี้อาจารย์สอนให้พวกเราลองใช้โปรแกรมวาดรูปในคอมด้วย ผมได้นั่งข้างๆน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอตัดผมสั้นดูน่ารักเหมาะกับดวงตากลมโตที่อยู่เบื้องหลังแว่นนั่น ผมเลยทักทายเพื่อนใหม่คนนี้ไป


“คุงๆ ชื่ออะไลหลอ” อา..แค่ประโยคเริ่มสำเนียงก็เพี้ยนแล้ว ผมจะเป็นรันเดลได้รอดมั้ยนะ

เธอสะดุ้งโหยงแล้ว หันไปมองเพื่อนสาวแว่นอีกคนที่นั่งถัดจากเธออย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะหันกลับมาพิมพ์อะไรสักอย่างลงในไอแพด

“ฉันชื่อริน”

เสียงดังออกมาจากไอแพดเป็นคำตอบให้กับผม ดูเหมือนว่าน้องคนนี้จะเป็นใบ้เหมือนกันแฮะ

“ผมชื่อรันเดลฮะ” ผมตอบกลับไป รินทำหน้างงอยู่สักพักจึงพิมพ์ตอบมาว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว”

จริงด้วยแฮะ... นี่ผมทำตัวประหลาดอีกแล้วแฮะ ผมก็ต้องชื่อรันเดลอยู่แล้วสิ อย่างนี้จะตอบว่าอะไรดีล่ะ ผมเหลือบมองไปที่จอคอมที่เปิดโปรแกรมลงสีค้างไว้แล้วก็นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา

“ผมไม่อยากเรียนโปรแกรมนี้เลย ผมตาบอดสี”
“จริงหรอ เพิ่งจะเคยได้ยิน”
“อื้ม จริงสิ ก็ผมเห็นโลกที่มีคุณมีแต่สีชมพู”
“.......”
“จริงๆผมอยากเรียนพาวเวอร์พ้อยมากกว่า จะได้ฝึกพรีเซนท์ความรักของผมที่มีต่อคุณได้”
“....................”
“คุณอาจจะคิดว่าผมติงต๊อง แต่จริงๆแล้วผม Thinking of  you”
“..................................”


...แล้วรินก็ย้ายไปนั่งที่อื่นเลยล่ะฮะ




++++++++++




พอจบจากคาบคอมพิวเตอร์ด้วยความชอกช้ำ ก็ต่อด้วยวิชาสังคมที่นั่งเรียนในห้องเฉยๆ ผมเลยไม่ได้มีโอกาสไประรานทักทายใครมากนัก ต่อมาก็เป็นคาบภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจารย์ให้เราจับคู่กันฝึกบทสนทนากันฮะ คราวนี้ผมได้จับคู่กับน้องผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง เมื่อได้คุยกันก็รู้ว่าเธอชื่อเมอิน น้องคนนี้ก็พูดไม่ได้เหมือนกันฮะ เธอใช้มือถือจิ้มตอบเอา พอคุยกันได้สักพักผมก็เริ่มปฏิบัติการแกล้งรันเดลต่อด้วยการหยอดมุกเสี่ยวใส่เมอินฮะ แต่ครั้งนี้เธอกลับมองหน้าผมนิ่งๆ เลื่อนสายตาไปยังผมที่ถูกมัดไว้เป็นจุกบนหัว ว่าแล้วก็ทำท่าถอนหายใจอย่างระอา และจิ้มตอบใส่มือถือกลับมา


“พีใช่มั้ยคะ?”


เอ๋... นี่ผมรู้จักน้องเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วรู้ได้ไงว่าเป็นผม

ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร เมอินก็ใช้เวลาขณะที่ผมกำลังงงตึบอยู่พิมพ์ตอบมาต่อ


“พีคะ นี่เซย์เองค่ะ”


เอ๋ เอ๋ เอ๋!!! Ship lost แล้วครับผม ดันไปเล่นโดนรุ่นพี่ซะได้ แล้วพี่เซย์ในร่างเมอินก็เล่าว่าพี่เขาก็โดนสลับร่างมาเหมือนกัน เห็นว่าก็โดนไปหลายคู่อยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร จะมีก็แต่ทฤษฎีต่างๆมากมายที่ฟังดูเพี้ยนซะเหลือเกิน...แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรดูเพี้ยนเท่าผมในสายตาพี่เซย์แล้วล่ะฮะ ดูที่มองมาสิ อย่างกับจะบอกว่า ‘ที่แท้พีก็เป็นคนแบบนี้เองหรอ’ แง้ ผมแค่แกล้งเล่นเฉยๆนะฮะ ;w;



ผ่านพ้นคาบภาษาอังกฤษไปด้วยความอเนจอนาถ ผมรีบหนีหน้าพี่เซย์มาพักกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารเลยฮะ ผมนั่งทานข้าวกับรันเดล แล้วเราก็ผลัดกันเล่าประสบการณ์ที่ต่างคนต่างไปเจอมาในคาบเช้า ซึ่งอันที่จริงน่าจะเรียกว่าการสารภาพบาปของแต่ละคนมากกว่า ผมเล่าเรื่องการสร้างสัมพันธไมตรี(?)กับเพื่อนสาวในชั้นเรียน ส่วนรันเดลก็เล่าเรื่อการทำข้อสอบอย่างตั้งใจ(?)จนผมล่ะซาบซึ้งใจน้ำตาจะไหลขอแชร์นะครับ



ในคาบบ่ายเป็นวิชาพละฮะ ได้เล่นบาสเก็ตบอลด้วย แน่นอนว่าผมก็ยังคงพยายามหลบหน้าพี่เซย์ในร่างเมอินเหมือนเดิม ด้วยความที่เป็นคนอืดไม่ค่อยคล่องตัวเท่าไหร่นักทำให้ผมโดนลูกบาสอัดหน้าไปเต็มๆ เลยโดนถีบส่งให้ไปพักฟื้นอยู่ข้างสนามแทน ต้องขอโทษหน้าหล่อๆของรันเดลด้วยนะฮะ


นั่งพักไปได้ไม่นานก็เหมือนจะได้ยินเสียงดังแว่วๆ เลยคิดว่ามีเพื่อนมาพูดด้วย แต่หันซ้ายขวาก็ไม่เจอใคร อืม... คงหูแว่วไปเอง แถวนี้เสียงคนออกจะดังจอแจ ว่าแล้วผมก็นั่งอู้ต่อไปได้ไม่นานก็เหมือนจะได้ยินเสียงอีกแล้ว หืม.....วันนี้มีเหตุให้ต้องท่องบทสวดอีกแล้วหรอ ม...ไม่หรอกหน่า ...ไม่นั่งต่อแล้ววว

แล้วผมก็วิ่งแจ้นไปแจมกับชาวบ้านในสนามต่อ หวังว่าการออกแรงออกกายจะช่วยให้คุณผีไม่ตามมานะ




++++++++++




พอเลิกเรียนผมก็เจอรันเดลในร่างผมยืนคอยอยู่ที่หน้าห้องเรียนแล้ว พวกเราเลยเดินกลับหอด้วยกัน

ระหว่างทางเดินที่เงียบสงบ มันทำให้ผมเริ่มได้ยินเสียงอะไรบ้างอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่ไม่ใช่จากผมหรือรันเดล เสียงของใครก็ไม่รู้ที่ดังอยู่ในหัว เสียงที่ดังอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงมากมายที่เพียงแค่ได้ยินก็รู้สึกทรมาน...ทรมาน........

แรงหนึ่งกระตุกชายเสื้อทำให้ผมรู้สึกตัว


‘คุณพีอย่าลืมทานยานะครับ’


อา... จริงด้วยสิ นี่เป็นร่างกายของรันเดลนี่นา รันเดลต้องกินยาอยู่เสมอแต่ผมกลับลืมเรื่องสำคัญนี้ไปเสียได้

ผมรีบหยิบยามากินตามคำเตือนของรันเดล ด้วยความหวังที่ว่าเสียงต่างๆจะได้หายไปเสียที แต่เสียงเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ แน่ล่ะ ยาคงไม่ออกฤทธิ์ได้ทันทีที่เข้าปากหรอก

รันเดลลอบมองผมด้วยความเป็นห่วงอยู่ตลอด เมื่อกลับถึงห้องแล้วผมก็มุ่งสู่เตียงนอน และพยายามทำสิ่งที่ผมถนัดที่สุดคือการนอน คิดว่าถ้าหลับไปก็จะไม่ต้องได้ยินเสียงอะไรเหล่านี้อีก ...แต่ถ้ามันยังตามมาในฝันอีกล่ะ?!

สุดท้ายผมก็นอนไม่หลับ เสียงต่างๆเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ นี่หรือสิ่งที่รูมเมทของผมต้องเจอมาตลอด ผมที่ได้เพียงมองจากภายนอกนั้นไม่อาจรับรู้ถึงความทรมานในจิตใจของเขาได้ จนกระทั่งตอนนี้ ที่ผมกำลังเจออยู่มันแค่ไม่นานก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว แล้วรันเดลที่ต้องเจออยู่ทุกวันจะรู้สึกยังไงบ้าง ผมไม่อาจนึกได้เลยจริงๆ

เสียงต่างๆยังคงดังก้องอยู่ในหัว ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว ผมไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้ว สองมือคว้าหาขวดยาอย่างสะเปะสะปะ ขอโทษนะรันเดล แต่ผมทนไม่ไหวจริงๆ แค่เพิ่มยาอีกหน่อยคงไม่เป็นไร...




...ไม่เป็นไรนะ




เสียงหนึ่งดังขึ้น




...ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร...




เสียงนั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบา หากก็กลบเสียงอันน่าทรมานอื่นๆไปได้หมด




...ฉันอยู่ตรงนี้แล้วรันเดล นายไม่เป็นไรแล้ว...




มันเป็นเสียงที่นุ่มละมุนและอ่อนโยน เป็นเสียงที่ทำให้จิตใจที่กำลังคลั่งอยู่อบอุ่นขึ้นมา


เมื่อผมเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับเด็กหนุ่มผมสีอ่อนคนหนึ่ง มือทั้งสองประคองใบหน้าของผมไว้ ให้ผมได้มองตาของเขา ดวงตาสีฟ้าอันงดงามที่มองมาคู่นั้นทำให้ผมสงบลงได้อย่างน่าแปลกใจ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกอย่างปลอบประโลม


“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าจะอยู่กับนายเสมอ นายจะไม่เป็นไรรันเดล”


เพียงคำพูดไม่กี่คำ มันกลับทำให้ผมเชื่อว่าผมจะต้องไม่เป็นไรจริงๆอย่างที่เขาพูด จู่ๆหยดน้ำก็ร่วงหล่นออกมาจากตาโดยไม่รู้ตัว มือที่กุมแก้มอยู่ก็ช่วยปาดออกให้อย่างละมุนละไม มันเป็นความอบอุ่นที่คอยโอบอุ้มและเยียวยา ผมสามารถยิ้มได้อย่างอุ่นใจให้กับชายแปลกหน้าตรงหน้า ใครก็ไม่รู้ที่ผมเพิ่งเคยพบเจอ..



“นายเป็นใคร”



ผมถามด้วยความสงสัย คนตรงหน้าทำหน้าประหลาดใจก่อนจะตอบกลับมา



“ฉันคือซีโร่ไง นายจำไม่ได้หรอ”





ซีโร่...?




เมื่อเห็นผมทำหน้างง ซีโร่ก็จ้องตาผมราวกับว่าจะมองทะลุหัวผมไป


ทันใดนั้นสองมือที่คอยประคองใบหน้าผมอย่างอ่อนโยนอยู่นั้นก็ออกแรงบีบจนผมเจ็บปวด



“นายเป็นใคร! นายไม่ใช่รันเดล!!”



ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ความอบอุ่นที่เคยมีหายไปในพริบตา กลายเป็นความเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก คนตรงหน้าขู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด มือทั้งสองเปลี่ยนตำแหน่งจากใบหน้ามาเป็นลำคอ แรงที่กดลงมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ




หายใจไม่ออก ทรมาน...ทรมาน...ช่วยด้วย..!!




ตอนนี้เสียงต่างๆมากมายดังก้องเต็มไปหมด เสียงคำสบทก่นด่าฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงหัวเราะเยาะที่เล็กแหลมแสบแก้วหู เสียงที่อาฆาตของซีโร่ เสียงกรีดร้องโหยหวน....ของรันเดล..........ของผมเอง






++++++++++









.
.
.

ต ต ต ต๊กแก่... ต๊กแก่...



ผมตื่นเป็นครั้งที่สองของวันด้วยเสียงร้องของตุ๊กแกสีรุ้งตัวโตที่เกาะอยู่นอกหน้าต่าง แต่ผมก็ไม่มีเวลามานั่งกลัวมันหรอกนะเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

นอกจากตุ๊กแกแล้ว สิ่งต่อมาที่ผมเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาก็คือรันเดลที่คอยเฝ้าผมด้วยสีหน้าที่เป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา ผมพยายามส่งยิ้มให้รันเดลรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างแต่ดูมันจะไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก

ผมแสบขอบตาและลืมตาได้ไม่ค่อยจะเต็มที่นัก หน้าผาก็เจ็บแปล๊บ เมื่อเอ่ยปากถามรันเดลว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก็พบว่าน้ำเสียงที่ออกมานั้นแหบพร่า รันเดลที่ทำท่าหูลู่หางตกอยู่แล้วก็ยิ่งทำหน้าหงอเข้าไปอีก เขารีบยกปากกาขึ้นมาจะเขียนอะไรสักอย่างที่ผมรู้ว่าผมไม่ได้ต้องการ

“ไม่ใช่ความผิดของรันเดลหรอกฮะ ไม่ต้องขอโทษผมหรอก” อันที่จริงคนที่อยากจะขอโทษน่ะคือทางนี้มากกว่าที่ดันไม่รักษาร่างกายชาวบ้านให้ดี เพราะถึงรันเดลไม่ได้เล่ามา ผมก็พอจะรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง




ผมขาดสติโดยสิ้นเชิง




นั้นคือสิ่งที่ผมรู้ และผมก็คงจะอาละวาดทำร้ายร่างกายอันเปราะบางนี้ไปไม่ใช่น้อย แถมที่แย่กว่าคือทำให้รันเดลต้องรู้สึกผิดและทุกข์ใจที่ทำให้ผมมาเจออะไรแบบนี้ ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยสักนิด

รันเดลหานมอุ่นๆมาให้ผมดื่ม ไม่นานนักผมก็รู้สึกดีขึ้นมากพอที่จะไปตะแล้ดแต๊ดแต๋ข้างนอกได้ ผมไม่อยากอุดอู้อยู่ในบรรยากาศมาคุในห้องแบบนี้เลยชวนรันเดลออกไปกินเค้กที่ La Pastel ร้านคาเฟ่อันเลื่องลือของโรงเรียน ทั้งในด้านความอร่อยที่กินแล้วแทบจะบินได้และความแพงระยับที่ทำให้เงินของคุณบินไปได้เช่นกัน



‘วันนี้ผมเลี้ยงเองนะ’


รันเดลยื่นสมุดที่เขียนข้อความสไตล์เสี่ยเลี้ยงมาด้วยสีหน้าหมาหงอย อีกครั้งที่ผมต้องหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองไปบีบแก้มคนตรงหน้า ดูท่าว่าถ้าผมไม่ยอมให้เลี้ยงเขาคงจะยังรู้สึกผิดไปตลอดแน่ๆ

ผมตอบรับด้วยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ไร้ซึ่งแผนการร้ายใดๆ ...ไม่ได้วางแผนจะสวาปามทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือจะนั่งกินยันร้านปิดหรืออะไรทำนองนั้นเลยสักนิ๊ดดด


หลังจากได้ลองชิมเค้กที่น่าสนใจไปไม่กี่สิบชิ้น ผมก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่ามันคงถึงเวลาต้องพอก่อนที่เราจะได้ล้างจานใช้หนี้กัน อืม...ขอสองชิ้นนั้นเป็นอย่างสุดท้ายแล้วกันนะ

กินอิ่มแล้วเขาก็เก็บร้านพอดี พอถึงคราวต้องจ่ายตัง รันเดลดันมีเงินพอจ่ายจริงๆด้วยล่ะฮะ ทีแรกคิดว่าจะไม่พอจะได้แบ่งจ่าย สงสัยคงต้องไปแอบหยอดกระปุกหมูคืนให้ทีหลังซะแล้วสิ





“ขอบคุณนะฮะ” ...ขอบคุณที่คอยเป็นห่วงกันมาตลอด ผมส่งยิ้มให้อย่างบริสุทธิ์ใจ (จริงๆนะคราวนี้)




และแล้ววันนี้ก็ผ่านไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆและความรู้สึกที่หลากหลาย สุดท้ายแล้วผมว่าวันนี้ผมได้ขุนรันเดลให้หนักขึ้นอย่างน้อยก็สักสองสามโลได้เลยล่ะฮะ







B. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เกือบเพอร์เฟ็ค 90% - 100&

  GRAND PENTAGON STAMP
ตราประทับระดับสูงมากในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นห้าเหลี่ยมเทอร์ควอยซ์ผสมทองคำแท้ มีมูลค่า +150 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้สุดยอดเป็นที่น่าปลาบปลื้มแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +2,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ยินดีต้อนรับกลับสู่ภารกิจครับ ไม่เจอหน้ากันนานเลย
แต่รู้สึกเจอกันทีไรก็เจองานพีคๆทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เท่าที่จำได้ผมจำได้ว่าพีไม่ค่อยได้เขียนแนวคอมมาดี้
สุดทาง(?)ขนาดนี้ ไม่แน่ใจว่าคาแรคเตอร์พีโตขึ้นมา
เป็นหนุ่มแนวร่าเริงสุดกู่ หรือผมอาจไม่ได้อ่านงาน
ของคุณนานไปเฉยๆ แต่มันไม่ได้ไม่ดีนะครับ ตลก
มากกก อ่านไปขำไป ชอบมากๆเลย เป็นภารกิจที่
มีลูกเล่นแพรวพราวให้ยิ้มตามตรงนู้นทีตรงนี้ที

ครึ่งหลังที่เป็นแนวดราม่าก็ดราม่าสุดเช่นกัน
คอนทราสกับครึ่งแรกแรงมาก แต่ผมว่ามันก็แสดง
ถึงโรคของรันเดลได้ดีนะครับ ว่ามันเป็นโรคที่คิดจะ
เกิดก็เกิด แสดงให้เห็นชัดดีว่ามันสามารถรบกวน
ชีวิตประจำวันอันสงบสุขได้มากขนาดไหน

ไม่ว่าจะบทแนวไหนก็เขียนสื่ออารมณ์ออกมาได้
ดีทั้งคู่ คิดถึงงานวาดคุณจัง ไม่เห็นนานแล้ว คราว
ไหนว่างๆอย่าลืมมาทำภารกิจให้ผมหายคิดถึงอีกนะ!!
avatar
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Annabelle Ballard
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2
Star Piece116
CHIPS+4 M 450 K 729



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
460/1155  (460/1155)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 15 Feb 2017, 03:26
Message reputation : 100% (1 vote)
บันทีก 30 วินาที ตอนที่ 2 :


 
--------------------------------------------------------------------------
 
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เริ่มหวาดกลัว.. การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
 
‘เมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา’
‘ทำไมกันล่ะ’
 
แม้จะได้ยินเสียงของเธออีกคนเอื้อนเอ่ยถามมาเช่นนั้น..
หากแต่คำตอบที่ส่งกลับไปกลับมีแต่เพียงความเงียบงัน
เด็กสาวปิดหู หลับตาไม่ยอมมองหน้าตัวเองอีกคนแล้วโกหกคำโต
 
‘ไม่รู้’
‘ไม่รู้หรอก..’
 
ทว่าพอลืมตาขึ้นมา คนตรงหน้ากลับแย้มยิ้มเพียงเท่านั้น
 
‘ยัยคนขี้ขลาดเอ๋ย’
 
เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเฮเซลและดวงตาอะความารีนกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะหายไป ทิ้งร่างอีกร่างให้ยืนนิ่งเพียงผู้เดียว
--------------------------------------------------------------------------
 
หลังจากถูกพามาส่งหน้าห้องพัก แอนนาเบลล์ก็ได้แต่ยืนเคว้งคว้างเหมือนลูกแมวที่ถูกนำมาปล่อยในที่ไม่คุ้น มือขาวยกขึ้นจับลูกบิดประตู สัมผัสเย็น ๆ ของโลหะที่โดนผิวหนังพาให้ดวงใจที่หวาดหวั่นหล่นวูบ
 
ไม่อยากเข้าไป
 
อีกฝ่ายจะเป็นคนเช่นไร แล้วจะคิดอย่างไรกับเธอกันนะ จะผิดหวังหรือเปล่า? ถ้าอีกฝ่ายหวังเพื่อนที่เป็นคนชาติเดียวกัน หวังคนที่จะสามารถพูดคุยแบ่งปันเรื่องราว และแชร์ความสนใจกันได้ ถ้าคน ๆ นั้นหวังคนที่เจ๋งสุด ๆ เอาไว้ ซึ่งเธอไม่สามารถเติมเต็มความต้องการนั้นได้ล่ะ สุดท้ายจะสนิทกันแบบผิวเผิน แล้วทิ้งเธอไปสนิทกับเพื่อนคนอื่นทำให้สนุกกว่าเธอ ลงเอยด้วยการต้องอยู่คนเดียวหรือเปล่านะ.. เด็กสาวเริ่มคิดเป็นตุเป็นตะ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ความรู้สึกที่อึดอัดก็มากขึ้นทุกที ทิวทัศน์ที่เห็น..หมายเลขบนบานประตูบิดเบี้ยวน่ากลัว ราวกับว่าหลังบานไม้นั้นมีสัตว์ประหลาดอันสยองขวัญนอนรออยู่
 
ไม่อยากเจอเพื่อนร่วมห้อง
ไม่อยากทำลายความหวัง
.
.
..ไม่อยากถูกมองด้วยสายตาผิดหวัง..
 
ทำไมกันหนอ ทุก ๆ เหตุการณ์เมื่อเริ่มขึ้นแล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย แต่การเริ่มต้นทำมันนี่สิที่ยากเย็นและดูจะยาวนานไร้ที่สิ้นสุด
 
หากแค่หลับตาแล้วลืมใหม่ทุกสิ่งก็เสร็จสิ้นผ่านพ้นไปแล้วเลยจะดีแค่ไหนกันนะ
 
 
แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำใช่ไหม..
 
แอนน์พยายามหายใจเข้าออกลึก ๆ แอบทำเงียบ ๆ เพราะไม่อยากให้สตาฟที่พามาส่งมองว่าเธอพิลึก เธอยื่นมือที่สั่นไหวเล็ก ๆ ไปเคาะประตู ก่อนจะหันไปยิ้มให้สตาฟซึ่งยังยืนมองอยู่ไกล ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กสาวคนนี้จะไม่ลืมตัวแล้วเดินหายไปเสียก่อน ราวกับกำลังจะบอกว่า ไม่เป็นไรแล้วค่ะ จะเข้าไปแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูจะเข้าใจ จึงยอมหันหลังเดินไป
 
เสียงเดินตึกตักดังมาเป็นสัญญาณว่าผู้ที่อยู่ด้านในรับรู้และกำลังจะเดินมาเปิด
แอนน์พยายามจินตนาการลักษณะของเพื่อนร่วมห้อง ใบหน้า น้ำเสียง ท่าทางการพูดจา..​ คงจะเป็นเด็กผู้หญิงเช่นเดียวกันกับเธอ
 
ชื่ออะไรกันนะ? ... เธอลืมไปแล้ว แถมยังไม่ได้จดเอาไว้ด้วย.. แอนน์ รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาเป็นรอบที่สามร้อยยี่สิบของวัน
 
ช่างเถอะ หวังว่าเขา.. จะไม่ได้ไม่ชอบเรานะ
 
หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น เร็วขึ้น ก่อนจะหยุดในทันทีที่บานประตูค่อย ๆ แง้มออก ร่างเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงที่มัดจุกน้อย ๆ ไว้บนหัวเงยหน้ามองเธอ..
 
 
จุกน้อย ๆ ส่ายไปมา เพื่อนร่วมห้องที่ยังไม่รู้ชื่อมองอย่างสงสัย ใบหน้าของเด็กคนนั้นราวกับแปะกระดาษที่จ่าหน้าไว้ตัวโต ๆ ว่าเธอเป็นใครเหรอ
 
แอนยืนนิ่งมองเพื่อนใหม่อยู่อย่างนั้น เหมือนกับยังช็อคแข็งทื่อ สติหลุดลอยไปไหนต่อไหน.. แต่ผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกตัว ท่าทางเลิกลั่ก เหมือนลืมว่าเธอจะต้องทำอะไร เธอยกมือขึ้นมาดูโน๊ตที่ใช้ปากกาจดเผื่อไว้กันกรณีที่เธอหลงกับคนนำทางอย่างลวก ๆ ว่าเธอต้องมาที่ห้องพัก 412 และที่นั่นจะมีรูมเมทรออยู่
 
รูมเมท..? ใช่แล้วล่ะ คน ๆ นี้คือรูมเมทเธอ เธอต้องแนะนำตัว
 
“ส สาหวัดดีคา ชือแอนน์ เปนรูมเมทของคูณคา” เธอรู้สึกว่าเสียงตัวเองทั้งสั่น ทั้งสูงผิดปกติ แถมยังฟังไม่รู้เรื่อง อายจนนึกอยากจะโขกหัวกับบานประตูแรง ๆ สักที
 
..เราพูดอะไรออกไป  เสียงเรา สำเนียงเรา ประโยคเรามัน..
ฟังดูแปลก ๆ ไม่เป็นธรรมชาติเลย เธอจะคิดว่าเราพิลึกไหมนะ...​
 
ใบหน้าขาวนวลค่อย ๆ ร้อนขึ้นด้วยความอับอาย เธอพยายามฝึกพูดไทยแล้วแต่ไม่ว่ายังไงก็ยังฟังดูประหลาด.. หญิงสาวมองใบหน้าที่จ้องเธอตาแป๋ว ก่อนจะหลับตาปี๋
 
จ- จะถูกหัวเราะหรือเปล่า
อ่า เธอต้อง.. เธอต้องกำลังคิดว่าเราประหลาด
คิดว่ายัยคนนี้พูดอะไรออกมาน่ะ งี่เง่า เด๋อด๋าชะมัดอยู่แน่ๆ
อ- อาจจะผิดหวังและคิดว่าทำไมเราต้องได้รูมเมทแบบนี้ด้วยอยู่แน่
เธอ
 
“หมับ..”
 
คนที่เริ่มจะกลัวไปไกลตาโตเมื่อร่างซึ่งตัวเล็กกว่าที่จ้องตาใสแจ๋วเมื่อครู่กลับพุ่งเข้ามากอดเธอ เด็กสาวเงยหน้าขึ้น พูดเสียงใส มองราวกับว่าเธอเป็นเพื่อนคนสนิทที่ไม่ได้พบกันมานานปี  “ฉันรักเธอ  เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ!”
 
“...​ คา” เธอยกมือขึ้นกอดกลับ “เปนเพื่อนกันนา..”
.. หากแต่ความหวาดกลัวนั้นก็ถูกกำจัดลงอย่างรวดเร็ว และง่ายดาย
 
 
“คูณชื่ออาราย” เธอถาม แม้จะรู้สึกว่าประโยคฟังดูสั้นห้วนแปลก ๆ แต่เธอก็คิดคำศัพท์อื่นไม่ออกแล้ว
ได้ยินเช่นนั้นคนตรงหน้าก็คลายกอดก่อนจะถอยมา "อัก-ษร" เธอยิ้มกว้างให้"เรียก ษร เฉยๆก็ได้!”
 
“สอน..”  แอนน์ทวนชื่อนั้นช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยอกมาซ้ำอีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรม เธอใช้วิธีที่นี้ในการจำ ทุกครั้งที่ได้ยินชื่ออะไรก็ตามจึงมักจะเผลอทำออกมาโดยธรรมชาติ “สอน สอน สอน สอน..”
 
"ช่ายย.." อีกฝ่ายตอบก่อนจะนิ่งไป
 
แต่ไม่ทันได้นึกว่าอาจจะทำให้คนตรงหน้าตกใจ.. แอนชะงักทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายจะตกใจมากหรือเปล่า อาจจะรำคาญ​หรือกำลังคิดว่าเธอทำบ้าอะไรอยู่ก็ได้ เธอรีบอธิบายอย่างเลิ่กลั่ก “ร- เราจำม่ายด้าย” อยากจะใช้คำอธิบายที่ดีกว่านี้ แต่เพราะไม่ค่อยรู้ศัพท์ อีกทั้งยังตื่นตระหนกอยู่ ทำให้ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดดี ๆได้ “เราป่วย เราจำอารายไม่คอยด้าย เราจะลืมเรวมากมาก เลยตองท่องซ้ามซ้าม.." ค คำว่ารำคาญในภาษาไทยพูดว่ายังไงนะ.. "ถา ถา ทามห้ายรู้สึก.. ม่ายดี เราขอโทษนาคา"
 
คนตรงหน้าฟังก่อนจะส่ายหน้าแล้วยิ้มเหมือนกับจะบอกว่าไม่เป็นไร หากแต่แอนน์กลับยิ่งรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก เธอทำอะไรลงไป ทำไมถึงเอาแต่ทำเรื่องผิดพลาดซ้ำ ๆ แบบนี้ รู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนแทบไม่ไหว
 
อยากจะขุดหลุมแล้วลงไปซ่อนตัวในนั้นซะเดี๋ยวนี้เลย..
 
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ.. เธอไม่ชอบความเงียบเอาเสียเลย เพราะมันยิ่งทำให้รู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่กล้าจะเอ่ยอะไรอีก เลยได้แต่กำมือแน่นจนชื้นเหงื่อ ยืนนิ่งเช่นนั้น กลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดอีก
 
เธอพยายามหาอะไรอย่างอื่นทำเพื่อที่จะมีเหตุผลมากพอที่จะหลีกหนีจากคำถามที่ดังก้องซ้ำ ๆ ในหัวเธอว่า ‘ทำไมไม่พูดอะไรสักอย่าง’ โดยการหยิบสมุดขึ้นมาจดชื่ออีกฝ่าย ไม่แน่ใจว่าสะกดอย่างไรจึงเขียนตามคำอ่านที่เข้าใจว่า ‘ส-อ-น’
 
พยายามจะเขียนให้ช้าที่สุดเพราะไม่รู้จะทำสิ่งใดต่อ..
 
แต่ประโยคสั้น ๆ เช่นนั้นไม่อาจช่วยเธอได้ดังใจ หากจะแกล้งทำเป็นขีดเขียนอะไรต่อคงยิ่งดูพิลึก จึงได้แต่ปิดสมุดแล้วเดินไปนั่งที่เตียงด้านหนึ่งซึ่งยิ่งทำให้เธอกังวลยิ่งขึ้นว่าจะเป็นเตียงที่อีกฝ่ายเลือกไว้ หากมานั่งแบบนี้จะทำให้ไม่พอใจหรือเปล่า
 
แอนค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋ามาจัด .. ไม่กล้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย และไม่กล้ามากพอที่จะพูดอะไรทำลายความเงียบ
 
ไม่เอาแล้ว
อยากจะ.. หนีไปจากตรงนี้
 
“ร- เราปายอาบน้ามนาคา” พูดจบเธอก็คว้าชุดนอน แล้วพุ่งตัวออกจากกองของที่ยังจัดไม่เสร็จไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
 
ปัง..
 
ประตูที่ตอนนี้คล้ายจะทำหน้าที่เป็นโล่ปกป้องถูกปิดลง แอนน์หอบหายใจรัวก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งหน้าบานประตัวนั้น ซบหน้าลงกับฝ่ามือ รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว ..อยากจะร้องไห้
 
ดูที่เธอทำสิ.. นั้นเสียมารยาทสุด ๆ เลยไม่ใช่หรือ อีกฝ่ายจะเข้าใจว่าเธอเกลียดเขาหรือเปล่า แล้วเขาจะเกลียดเธอไหม ทำไมเราต้องทำแบบนั้น ทำไมเราถึงทำแบบนั้น
 
เธอไม่ร้องไห้ ไม่สิ อาจจะแค่นิดหน่อย เพราะไม่อยากให้เด็กคนนั้นตกใจที่ได้ยินเสียงเธอ แถมยังคิดว่าตัวเองที่มาร้องไห้แบบนี้มันช่างงี่เง่าสิ้นดี..
 
--------------------------------------------------------------------------
 
‘ฉันน่ะทนไม่ไหวแล้วล่ะ’
ตั้งแต่เมื่อไหร่.. ใช่ตอนนั้นหรือเปล่านะ?
 
‘รู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดแอนน์หรอก แต่มันน่าหงุดหงิดนี่นา’
 
ที่เธอเริ่ม.. หวาดกลัวการที่จะต้องรู้ถึงความรู้สึกที่ผู้อื่นมีต่อตนเอง
 
‘เพราะงั้นคราวหน้าตาเธอเป็นคนเข้าไปพูดบ้างนะ’
 
ทั้งที่ผ่านมานานแสนนาน ทั้งที่จำไม่ได้ แต่ทำไม..
มันถึงได้ทรงพลังแบบนี้กัน..?
 
--------------------------------------------------------------------------
 
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังขึ้น ปลุกให้เด็กสาวที่นอนหลับตาพริมตื่น
 
ทันทีที่รู้ตัว ‘แอนน์’ ก็รีบยื่นมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือใต้หมอนทันที เพราะกลัวจะปลุกให้อีกฝ่ายต้องตื่นตามไปด้วย .. หากแต่ไม่ว่าจะพยายามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แถมรู้สึกว่าเสียงมันดูอยู่ไกลแปลก ๆ
 
“ข- ขอโทษนะ ษร” เธอรีบเอ่ยขอโทษล่วงหน้าเบา ๆ อย่างตะกุกตะกัก หากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงตัวเอง เสียงเรา?​ ทำไม? เธอรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ไม่ใช่เสียงตัวเองที่คุ้นเคย แต่ก็เหมือนว่าจะรู้จักเสียงนี่ แถมสำเนียงนี่มันชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อวานมาก
 
หรือว่าเป็นเพราะเธอเพิ่งตื่นเสียงถึงได้แปลก ๆ แล้วสำเนียงนี่.. ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเหรอ?
 
แม้จะงุนงง แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอตื่นตระหนกเกินกว่าจะใส่ใจ
 
แอนน์ตัดสินใจลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดหมอนขึ้นเอามือคลำหา แต่ก็ไม่เจอเสียที ครั้นจะเปิดไฟก็เกรงใจอีกฝ่ายที่นอนอยู่ จึงพยายามหาต่อไปในความมืด รู้สึกแปลกใจว่าทั้งที่ตื่นมาสักพักแล้ว แต่ตาไม่ชินกับความมืดเสียที ดูเบลอไปหมดทุกอย่าง ยิ่งทำให้หงุดหงิดตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ และ กังวลว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่นก่อน
 
หรือว่าจะตกพื้น!? ต้องใช่แน่ ๆ !!
 
เด็กสาวสรุปเองเสร็จสรรพ ที่เสียงฟังดูห่างออกไป อาจจะเพราะโทรศัพท์กระเด็นไปไกลมากก็ได้ เธอจับขอบเตียงไว้ขณะพยายามควานหาไปเรื่อย ๆ
 
“อือ..” เสียงอีกฝ่ายพลิกตัวไปมายิ่งกดดันเธอมากขึ้น เธอโค้งจนสุดตัว ยื่นมือจนสุดแขน ไถไปตามพื้นเพื่อจะรีบหาให้เจอ แต่เพราะว่ายืดตัวมากไปเลยส่งผลให้..
 
“โครม”
 
..ตกเตียง
 
“อืมม” เสียงอีกฝ่ายดังขึ้นอีกรอบ แอนน์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงขยับตัว เสียงกระทบของโทรศัพท์กับเหล็กเบา ๆ ก่อนเสียงดนตรีปลุกจะดับลง
 
อ้าว นั่นเสียงปลุกของษรงั้นหรือ คล้ายของเธอจังเลยแฮะ..​ แอบถอนหายใจโล่งใจนิด ๆ ที่แค่เข้าใจผิด
 
ไหน ๆ ก็ตื่นเต็มตาแล้ว เด็กสาวจึงตัดสินใจว่าจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าเสียหน่อย และเพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังอยากนอนต่ออยู่จึงไม่เปิดไฟ เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นคลำกำแพงออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำในความมืด ยืนมือไปความหาสวิตซ์ไฟห้องน้ำสะเปะสะปะก่อนจะกดเปิด
 
แต่พอทุกอย่างสว่างเธอกลับแปลกใจที่ภาพตรงหน้ากลับพร่าเลือน อีกทั้งอ่างล้างหน้า ฝักบัว ราวตากผ้าขนหนู ทุกอย่างก็ดูจะใหญ่ และสูงขึ้นไปกว่าเมื่อวาน สงสัยเพราะตายังไม่ชินกับแสงล่ะมั้ง..?
ร่างเล็กไม่ได้คิดอะไรนัก แล้วก้มลงล้างหน้าแปรงฟันต่อตามปกติ
 
 
เมื่อเสร็จธุระก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ ระมัดระวังไม่ส่งเสียงดังจนอีกฝ่ายตื่น แปลกใจไม่น้อยที่ภาพยังไม่หายเบลอ หรือว่าเธอจะนอนน้อยไป?
 
.. ว่าแต่นี่กี่โมงแล้วน่ะ? เด็กสาวยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกาอย่างที่ชอบทำ พยายามหรี่ตามอง ยื่นหน้าไปใกล้ แต่ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีเนื้อ ๆ เบลอ ๆ
 
อ้าว เอ๊ะ.. ไม่มี..?
 
ถึงจะมองไม่ชัดแต่รู้ได้ทันทีว่านาฬิกาหายไป เธอพยายามเอามือคลำ ๆ ข้อมือให้แน่ใจ แต่ไม่พบอะไรนอกจากสัมผัสเรียบลื่นของข้อมือ ‘ตัวเอง’
 
ปกติใส่ตลอดนี่? หรือว่าถอดทิ้งไว้ที่ไหนแล้วลืมกันนะ..
 
เธอมองไปที่แขนอีกข้างริสแบนก็หายด้วย มีอะไรสักอย่างคล้าย ๆ เส้นไหมสีขาว ๆ ผูกไว้ที่แขนแทน
หรือเมื่อคืนเราจะถอดทิ้งไว้ก่อนอาบน้ำแล้วลืมใส่กลับนะ?
 
ขณะที่คิดจะกลับเข้าไปดูก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงงัวเงียของอีกฝ่ายเรียกชื่อเธอดังมาจากห้องนอน
 
“แอนน์..?”
 
เธอค่อย ๆ หันมองช้า ๆ รู้สึกคล้ายกับว่าความสงสัยทั้งหมดถูกไขกระจ่าง หากแต่เพราะมันฟังดูออกจะมหัศจรรย์เกินไปเธอจึงอยากเช็คให้แน่ใจ
 
“ทำมาย.. เราถืงอยู่โตงน้าน.. ฝานเหรอ”
 
แม้จะไม่เห็นอะไรนอกจากสีทองเบลอ ๆ ของร่างตรงหน้า แต่เสียงนั่นเธอจำได้ดี..
 
“อะ เอ๊..ทามมายเรามองเหนแลวล่ะ!?”
 
มันเป็นเสียง.. ของตัวเธอเองที่กำลังตกใจไม่ผิดแน่
 
--------------------------------------------------------------------------
 
ที่พูดว่า ‘ไม่มีใครเข้าใจฉันหรอก’ หรือ ‘เขาต้องเกลียดฉันแน่’ น่ะ
‘จริง ๆ เธอแค่กลัวใช่ไหมล่ะ?’
 
กลัวว่าจะต้องเจ็บปวดอีก
กลัวจะต้องผิดหวังอีก
แต่ว่าท้ายสุดแล้วน่ะ..
 
‘คนที่หวังมากเกินไปคือเธอไม่ใช่เหรอ?’
 
เอาแต่หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจเธอ
เอาแต่คิดไปเองว่าอีกฝ่ายจะคิดเรื่องแย่ ๆ  กับเธอ
ความคิดพวกนั้นน่ะ..​
ไม่คิดว่าเห็นแก่ตัว และเสียมารยาทกับอีกฝ่ายไปหน่อยหรือไง?
 
‘เธอมันก็แค่คนที่ดีแต่นั่งรออย่างเดียวเท่านั้นล่ะนะ’
 
หญิงสาวผู้เป็นดั่งกระจกแย้มยิ้มบิดเบี้ยว
สายตาที่เธอมองมาราวกับกำลังดูถูก ‘ตัวเธอเอง’ เสียเต็มประดา..
 
--------------------------------------------------------------------------




แก้ไขล่าสุดโดย Jibjab29210 เมื่อ Wed 15 Feb 2017, 04:22, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>
"In a perfect storybook, the world is brave and good
A hero takes your hand, a sweet love will follow
But life’s a different game, the sorrow and the pain
Only you can change your world tomorrow"



❥ Strong - Sonna Rele >> https://www.youtube.com/watch?v=PeLlUJ6SP1w
avatar
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Annabelle Ballard
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2
Star Piece116
CHIPS+4 M 450 K 729



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
460/1155  (460/1155)
[ EVENT ]:
+0 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 15 Feb 2017, 03:43
บันทีก 30 วินาที ตอนที่ 2 (ต่อ) :


--------------------------------------------------------------------------
 
ดูเหมือนว่าพวกเธอจะสลับร่างกัน.. ฟังดูน่าเหลือเชื่อหยั่งกับเรื่องราวแฟนตาซีไม่มีผิดแน่ะ
เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปคงไม่มีคนเชื่อ ดีไม่ดีอาจจะถูกคิดว่าบ้าด้วย พวกเธอสองคนเลยตกลงกันว่าจะไม่บอกใคร แล้วลองใช้ชีวิตในฐานะอีกฝ่ายไปก่อนจนกว่าจะหาทางกลับร่างเดิมได้ โชคดีที่พวกเธอทั้งคู่เป็นเด็กใหม่ หากเผลอทำอะไรที่ไม่สมกับเป็นอีกฝ่ายคงไม่มีใครรู้มากนัก
 
“แอนน์วาพวกเราจาอยู่แบบนี้ปายตาหลอดชีวีตหรือปล่าว”
 
“ไม่หรอก ษร พรุ่งนี้อาจจะกลับไปในตัวเองแบบเดิ---”
 
โป๊ก..
 
“จ- เจบหมายแอนน์”
 
“.. เราโอเค” ทำมือโอเค แต่ใช้มืออีกข้างกุมหัว นี่น่าจะเป็นรอบที่สิบแล้วที่เธอเดินชนอะไรสักอย่าง จะว่าเจ็บก็เจ็บ แต่รู้สึกผิดมากกว่า “เราขอโทษนะษร เราดูแลตัวของษรไม่ดี”
 
“มายเปนราย แอนน์คงยางม่ายชินช่ายหมาย เราก้อเหมือนกาน” ษรยิ้มให้ด้วยใบหน้าของตัวเธอ ก่อนจะเงียบไปเหมือนนิ่งคิด “แอนน์จาบมือเราหมาย? เดียวพาเดินเอง จาด้ายเดินด้ายสาดวกสาดวก”
 
“...” แม้รู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยที่เห็นมือตัวเองยื่นมาหา แต่เธอก็พยักหน้ารับก่อนจะยืนมือไปจับ
 
“...”
แต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งต่อซะงั้น
“..?”
 
“...​ เรากามลังจาทามอารายนา?”
“เรากำลังจะไปเรียน”
“อ๋อ...​”
 
“..?”
“....ร-เราจามทางม้ายด้าย..” จริง ๆ คือต้องบอกว่าร่างนี้เห็นแต่จำไม่ได้
“... เราก็เหมือนกัน” คงเพราะร่างนี้มองไม่เห็น และเพราะเพิ่งมาได้ไม่นานร่างกายเลยยังจำไม่ได้
 
“....”
“...”
 
“ทามงายดี..”
“เดินไปก่อน เจอใครแล้วถามไหม”
 
“อืม..”
“...”
 
“แอนน์”
“หืม”
“เรากาลังจาปายหนายนา”
“ไปเรียน ลงจากตึกนี่แล้วไป”
“... ร- เราจามทางม่ายด้าย”
“เราก็เหมือนกัน แต่รอถามระหว่างไปได้ ไปกันเถอะ”
                                                           
บทสนทนานี่วนซ้ำไปเรื่อย ๆ หลายต่อหลายครั้งที่ษรในร่างเธอจะหยุดแล้วหันมาถามคำถามเดิม เช่นว่า ‘เราจะไปไหน’ ‘เราจะทำอะไรต่อ’ บางครั้งก็มีท่าทีตื่นตระหนกเหมือนอยู่ ๆ ก็ลืมไปว่าทำไมตัวเองมาอยู่ในสภาพนี่ แอนน์เข้าใจอาการนี่ดี แต่กระนั้นเธอกลับตกใจมากที่ตัวเองรู้สึกรำคาญที่จะต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ ยิ่งเวลาที่ตัวเองเดินลำบากแล้วต้องมาคอยฉุดไว้เพื่อไม่ให้คนข้าง ๆ ตกใจวิ่งหนีไปยิ่งทำให้เธอรู้สึกโมโหเสียจนเผลอตอบห้วนดังใส่บ้าง และเมื่อรู้ตัวก็ยิ่งรู้สึกผิดที่เผลอใช้น้ำเสียงฉุนเฉียวตอบ
 
ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของษร ทั้งที่เธอควรจะเข้าใจความรู้สึกนี่ดี.. แต่กลับอดรู้สึกทนไม่ไหวงั้นหรือ?
 
อ่า เป็นแบบนี่นี้เอง..
ที่ผ่านมาทุกคนรู้สึกแบบนี้มาตลอดสินะ
 
แอนน์จับมือของ ‘ตัวเอง’ เอาไว้แน่นขึ้น ถ้ากลับไปในร่างเดิมจะลืมเรื่องนี่ไปหรือเปล่านะ?
 
“แอนน์”
“หืม..”
“เรียกอีกฝายดวยชื่อของรางที่อยู่หมาย โคนอื่นเหน จะด้ายม่ายโสงสาย”
“ก็ดีนะษร”
“แอนน์ตางหาก”
“ข ขอโทษ อะ แอนน์”
“ม่ายเปนราย แอนน์”
“ษรต่างหาก”
“ลืมปายเลย ขอโทษ สอน”
 
“...”
“...”
 
“อุ๊บ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ๆๆๆๆ”
“ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ”
 
ทั้งที่ควรจะเป็นกังวลแต่เราทั้งคู่กลับหัวเราะออกมาพร้อมกัน
 
 
โชคดีที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องร่างของกันและกันนัก แม้การใช้ชีวิตที่มองไม่ค่อยเห็นจะลำบากไปบ้าง แต่น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกสนุกและผ่อนคลายกว่าที่คิด เพราะในชีวิตนี่คงไม่มีโอกาสบ่อยนักที่จะได้ลองมาใช้ชีวิตเช่นคนที่มองไม่ค่อยเห็น และยังเหมือนกับว่าได้มีโอกาสได้ทำความเข้าใจและรู้จักกับตัวของษรมากขึ้น เวลาที่ทำสิ่งต่าง ๆ ว่าษรเห็นแบบนี้ และรู้สึกเช่นนี่
รู้ตัวอีกทีไม่ทันไรก็จวนจะหมดวันเสียแล้ว...
 
“ถาหลาบแหลวจากลาบรางเดิมหมายนา”
“คงจะกลับ”
 
“ษร”
“หืม..?”
“ขอบคุณนะ”
“ม่ายเปนราย..”
 
“...”
“...”
“ว่าแต่ขอบคูณเราทามมาย..?”
 
เธอยิ้มให้ใบหน้าตัวเองที่ดูงุนงง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่มีอะไร นอนกัน จะได้กลับไปในตัวเองเหมือนเดิม”
 
“อืม ราตีสาหวัด”
“ราตรีสวัสดิ์”
 
เธอล้มตัวลงนอน พลิกตัวไปข้าง ๆ ก่อนจะยิ้ม..
 
ที่ขอบคุณก็เพราะว่ามีความสุข
และที่มีความสุขก็เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
 
ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะ กลับมาจดจำทุกอย่างได้อีกครั้ง.. เหมือนกับว่าฝันไปเลย ใช่ เรื่องแบบนี่มันน่าอัศจรรย์เกินกว่าจะเป็นความจริง แม้จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม หากนี่เป็นฝันก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเธอตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ลืม ไม่ลืมทุกเรื่องราวในวันนี้ ที่ทำให้ได้เข้าใจคนรอบข้างขึ้นมาทีล่ะนิด
 
ทุกคนอาจจะ.. ไม่ได้ต้องการจะทำฉุนเฉียวใส่ และไม่ได้เกลียดเธอ หากแต่เพราะรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ ไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน และหากในวันนั้นเจอเรื่องแย่ ๆ แล้วต้องมาค่อย ๆ ตอบคำถามอย่างอดทน คงจะมีบ้างที่ควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ พอเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไปก็จะรู้สึกผิด
.. และเพราะไม่อยากทำแบบนั้นจึงเลือกที่จะตีตัวออกไป
 
เพราะงั้นเธอจะเข้าใจแบบนี้ได้หรือเปล่านะ? ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทำตัวเหินห่างเพราะเกลียดเธอ จะเข้าใจแบบนี้ได้หรือเปล่า ว่าเพื่อนสนิทของเธอไม่ได้เกลียดเธอ แค่เพราะรู้สึกไม่สบายใจเท่านั้น มันเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องที่ไม่ว่าใครก็ต้องมีวันที่รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่สบายใจใช่ไหม
 
เธอยิ้มเมื่อหลับตาลง.. ทั้งความนึกคิดและความทรงจำบางส่วนที่ตกค้างในร่าง ๆ นี้ได้ส่งผ่านมาหาเธอว่าอีกฝ่ายรู้สึกเช่นไร
 
เด็กคนนี่ไม่ได้ผิดหวัง หรือว่าเกลียดเธอ
เด็กคนนี่มองว่าเธอเป็นเพื่อน รู้สึกเพียงแค่นั้น
 
ถ้าร้องไห้ในร่างกายนี่ก็ออกจะแปลก ๆ เสียหน่อย เธอเลยยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมาเสียแล้ว
เพราะถ้าหากว่าษรตื่นมาอยู่ในร่างเดิมแล้วเห็นว่าร่างตัวเองร้องไห้ตาบวมจะต้องตกใจแน่ ๆ ..  คิดถึงเพียงแค่นั้นแอนน์ก็พลอยหลับไป..
 
--------------------------------------------------------------------------
 
“อรุณสวัสดิ์”
 
“สวัสดี” “ยินดีที่ได้รู้จัก” “เป็นเพื่อนกันนะ”
 
“ขอบคุณ” “ขอโทษนะ” “ไม่เป็นไร”
 
“ไปทานข้าวกันเถอะ”
 
“ได้ยินเรื่องนี่หรือเปล่า” “จริงเหรอ”
 
“พยายามเข้า” “เธอทำได้ ฉันเชื่อนะ” “ยอดไปเลย”
 
“ไปด้วยกันนะ” “แล้วเจอกัน”
 
“ราตรีสวัสดิ์”
 
คำธรรมดาเหล่านี่เธอกำลังรอที่จะได้พูดให้ใครสักคนฟังใช่หรือเปล่า?
..นี่? เธอเองก็รู้ตัวดีใช่ไหมล่ะ?
 
ว่าจริงน่ะ ๆ เอาแต่เป็นฝ่ายรอไม่ได้หรอกนะ
 
ถ้าอยากจะเข้าใกล้หัวใจของใครสักคนน่ะ
มีแต่...จะต้องลองเผชิญหน้าเดินเข้าไปหามันไม่ใช่เหรอ?
 
นี่..​ ประตูนั้นน่ะมันไม่ใช่โล่.. อย่างที่เธอเคยเข้าใจหรอกนะ
เพราะงั้นรีบ ๆ เปิดมันได้แล้ว
.
.
เดี๋ยวเพื่อนของเธอก็เดินหนีไปก่อนหรอก
 
เด็กสาวผู้เป็นดั่งภาพสะท้อนเอ่ยก่อนยิ้มแย้มให้ เด็กสาวผู้คอยเอ่ยคำเตือนแก่ตัวเธออีกคนเสมอมา
วันนี้รอยยิ้มของเธอผู้นั้นไม่น่ากลัวสักนิดเดียว..
 
-----------------------------------------------------------------------------------------
 
“สายแล้ว ๆ” เสียงเลิ่กลั่กของเด็กสาวผู้มัดจุกน้อย ๆ เอ่ยขณะสวมเครื่องแบบอย่างร้อนรน
โชคดีที่พอตื่นขึ้นมาทั้งคู่ก็กลับมายังร่างเดิมของตัวเอง แอนน์มองร่างของเธอ นาฬิกาที่เคยสวม ริสแบบที่เคยสวม ทุกอย่างอยู่ครบดี โลกที่มองเห็นชัดเจน โลกที่ไม่สามารถจดจำสิ่งใดได้นาน ทุกอย่างคือเธอเหมือนเดิม
 
..แต่วันนี้ทิวทัศน์ของโลกที่มองเห็นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
 
“สอน..”
“หืม?”
 
เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร และเพราะกลัวมาก ๆ มาตลอดว่าจะถูกเกลียด ถูกรำคาญ เลยไม่กล้าที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใคร
 
แต่ว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องทำใช่ไหมล่ะ..?​
 
‘ก็จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้หรอก.. ใช่ไหมล่ะ?’
 
“จาบมือเราหมาย​..” เธอยื่นมือออกไป “เดินปายโรงเรียนด้วยกานนะ”
 
คราวนี้.. ถึงตาเธอเป็นคนเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายบ้างแล้วนะ
--------------------------------------------------------------------------

เหตุการณ์หลังจากนั้น:




.
.
.
.
“Sometimes you think you’ll be fine by yourself
Cause a dream is a wish that you make all alone
(บางครั้ง เธอก็คิดว่าตัวคนเดียวก็คงไม่เป็นไร
เพราะความฝันคือความปรารถนาที่เธอสร้างมันขึ้นมาเพียงตัวคนเดียว)

It’s easy to feel like you don’t need help
But it’s harder to walk on your own
(มันง่ายนะที่จะรู้สึกเหมือนว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ
แต่มันยากกว่ามากเลยล่ะ ที่จะเดินด้วยขาของตัวเอง)
 
You’ll change inside when you realize
(หัวใจเธอจะเปลี่ยนไป เมื่อเธอได้รู้ว่า..)
 
The world comes to life and everything’s bright
From beginning to end
(โลกนี้มันมีชีวิตและทุก ๆ อย่างนั้นสว่างไสวไปหมด
จากจุดเริ่มต้น จนถึงจุดจบ)

When you have a friend by your side
That helps you to find the beauty you are
(เมื่อเธอมีเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเธอ
ที่คอยช่วยให้เธอค้นพบว่าเธองดงามเพียงใด)
 
When you open your heart and believe in
..The gift of a friend
(เมื่อเธอเปิดใจและเชื่อมั่น
..ในของขวัญจากเพื่อน)
 
(Gift Of A Friend - Demi Lovato)

 
   
--------------------------------------------------------------------------


A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

Narin's Comment:
อื้อหือ ภารกิจอลังการดาวล้านดวงมากครับ ทั้งเนื้อหา
ทั้งภาพมาเต็มขนาดเรปเดียวใส่ไม่พอเลยทีเดียว ถ้าเรป
ไม่พออีกครั้งหน้าก็สามารถโพสเพิ่มได้แบบที่ทำเลยนะ

เขียนสื่อความรู้สึกตัวละครออกมาได้ดีมากเลยครับ ทำให้
รู้สึกอินไปกับแอน อ่านแล้วรู้สึกสนุกมากเลยครับ ลุ้นไป
ด้วยคน เหมือนนั่งดูหนังแอคชั่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น

สองสาวบรรยากาศมุ้งมิ้งนุ้งนิ้งมากครับ ความสามัคคีมา
เต็ม เชื่อมเรื่องกันอย่างสมูทและลงตัวมากๆ หวังว่าจะได้
มิตรภาพดีๆจากการร่วมงานในครั้งนี้กันเหมือนษรและแอน
นะครับ

สิ่งที่ชอบมากที่สุดในภารกิจนี้คือแง่คิดที่ทำให้แอนเข้าใจ
ว่าแท้จริงแล้วคนอื่นไม่ได้เกลียดตัวเอง แต่มันเป็นเรื่อง
ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกลำบากใจ มันเป็นการเดินเรื่องที่ลงตัว
มากครับ เหมือนกับว่าภารกิจนี้เกิดมาเพื่อสิ้งนี้โดยเฉพาะ
เพื่อที่จะทำให้แอนเข้าใจและก้าวไปข้างหน้าไปอีกขั้น

ผมชอบเฝ้ามองการพัฒนาของตัวละครในแต่ละภารกิจมาก
ซึ่งดูเหมือนแอนเองก็น่าจะชอบเล่นในจุดนี้เช่นกัน ผมจะ
รอดูการเปลี่ยนแปลงของแอนต่อไปนะครับ!!

ขอสกรีมอีกที จะอลังการไปไหน!! สแตมป์มันสุดแค่นี้
ไม่มีอะไรจะให้แว้ว //หัวเราะ

Signature ------------------------------------------------>
"In a perfect storybook, the world is brave and good
A hero takes your hand, a sweet love will follow
But life’s a different game, the sorrow and the pain
Only you can change your world tomorrow"



❥ Strong - Sonna Rele >> https://www.youtube.com/watch?v=PeLlUJ6SP1w
avatar
ClassLv.7
INFO.Jinn
ศ.ภาควิชาศิลปะ
-7% Grade Exp.

Star Piece857
CHIPS+31 M 481 K 406

+3.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS ต่อเดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
200/488  (200/488)
[ EVENT ]:
+61 WATER BUCKET
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: ROOMMATE 7 : วุ่นรัก สลับใจ

on Wed 15 Feb 2017, 18:46
Message reputation : 100% (1 vote)
(1):

13 กุมภาพันธ์ 2560:

วันนี้โรงเรียนมีเชฟอิมพอร์ตจากฝรั่งเศสมาสอนเด็กๆในโรงเรียนทำเค้กช็อคโกแลต

ตอนทางโรงเรียนโฆษณาว่าจะมีเชฟมิชลินมาโรงเรียนนี่ผมไม่ได้คิดว่าเขาจะสอนทำขนมเลยนะ
ในหัวมีแต่ภาพตาคนนี้...:

มาสอนปะยางแน่ๆ...

ด้วยรูปร่างบุคลิกของเชฟทำให้ผมนึกถึงคุณลุงซานต้า (ถึงตอนแรกที่เห็นหน้าผมจะนึกถึงMr.Michelinจริงๆก็เถอะ)
แม้ไม่มีหนวดเคราอันเป็นซิกเนเจอร์ แต่หุ่นกลมๆและรอยยิ้มใจดีนั่นก็ทำให้ผมอดคิดแบบนั้นไม่ได้
ยิ่งเวลาแกหัวเราะโฮะๆอย่างอารมณ์ดีด้วยแล้ว.. ซานตาคลอสชัดๆ

และหลังจากได้ชิมขนมเค้กสูตรพิเศษ ตัวอย่างที่แกจะเอามาสอนพวกเราในวันนี้ ผมก็แทบจะคุกเข่าขอให้แกรับผมเป็นศิษย์

แต่เนื่องจากเชฟมิชลินผู้นี้อยู่ไกลถึงเมืองน้ำหอม โอกาสเจอกันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน นอกจากนี้ยังแทบจะคุยกันไม่รู้เรื่องหากไม่มีล่าม
เรื่องคุกเข่าขอเป็นศิษย์จึงอยู่แค่ในความคิดของผมเท่านั้น

และเพราะคุยกันถูกคอ (แม้จะลำบากพี่ล่ามนิดหน่อย) ผมจึงขอเฟสของคุณลุงซานต้า..เชฟปิแอร์เอาไว้เผื่อติดต่อกันในอนาคต
ซึ่งลุงเชฟก็ให้มาอย่างเต็มใจ ทั้งแฟนเพจและเฟสบุคส่วนตัวที่เต็มไปด้วยอาหารและขนมสารพัดอย่าง

ยิ่งลุงเชฟรู้ว่าผมก็เป็นคนทำอาหารเหมือนกัน แกก็ยิ่งถูกอกถูกใจเข้าไปใหญ่ แกเปิดรูปในมือถือตอนแกไปเดินเยาวราช วังหลัง คลองสาน ตลาดรถไฟ และตลาดในกรุงเทพอีกหลายแห่งที่แกไปทัวร์มาให้ผมดู

“ฉันชอบประเทศไทย ประเทศไทยของกินเยอะ” แกบอกผ่านล่าม “น่าเสียดายที่วันนี้ฉันต้องกลับบ้านแล้ว ไม่ได้อยู่ชิมอาหารไทยฝีมือเธอ”

“มาไทยอีกเมื่อไหร่ลุงก็ทักเฟสผมมาได้เลย” ผมบอก นับญาติกันไปเรียบร้อย แถมยังโฆษณาบ้านตัวเองเสร็จสรรพ
“ผมจะพาลุงทัวร์อัมพวา ของกินเยอะ บรรยากาศดี ที่พักฟรี มีหิ่งห้อยให้ดูด้วย”

“มาไทยครั้งหน้าฉันต้องไปบ้านเธอให้ได้เลย!”

สัญญากันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วลุงเชฟก็จากไปพร้อมเสียงหัวเราะโฮะๆ (ที่คนรอบข้างบอกผมว่าแกหัวเราะแบบนั้นจริงๆ)
ทิ้งมรดกเค้กช็อคโกแลตกองโตไว้ให้พวกเราชาวควิ้นท์อิ่มหนำสำราญกันถ้วนทั่ว

.
.
.

และเนื่องจากเพื่อนลิงของผมผู้เป็นนักการทูตประจำโรงเรียนไม่อยู่ในวันนี้
เขาบอกผมไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่ามีประชุมนอกโรงเรียนตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันหกโมงเย็น
และยังงอแงมาในไลน์ว่าอยากกินเค้กช็อคโกแลตฝีมือเชฟมิชลิน







กดส่งข้อความสุดท้ายไปแล้วผมไปตรวจการบ้านที่เด็กๆเพิ่งส่งมาในวันนี้
จากนั้นก็มานั่งเปิดหนังดูตามปกติ ไม่ได้สนใจมือถือที่ถูกวางทิ้งไว้แถวๆนั้นอีก

.
.
.

เกือบสองชั่วโมงหลังจากข้อความสุดท้าย ประตูห้องผมก็ถูกไข และปรากฏร่างลิงห่อเหี่ยวตัวหนึ่งที่ตรงประตู
“อยากกินเค้กกกกก” แม็กบอก สีหน้าน่าสงสารถึงขีดสุด “เค้กช็อคโกแลตตตตตตต”

ผมเหลือบมองแชทที่คุยกันล่าสุดเงียบๆ พบว่าข้อความสุดท้ายยังไม่ถูกอ่าน
คิดว่าเพื่อนคงขับรถบึ่งกลับมาจากที่ประชุมทันทีหลังประชุมเสร็จ
เดาว่าด้วยนิสัยเพื่อนแล้ว ตอนนี้ก็คงยังไม่ได้กินข้าวเย็น

นี่อยากเค้กขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...?

“อยากกินเค้กกกก” เพื่อนบอกซ้ำ เริ่มเลื้อยไปงอแงอยู่บนโซฟาข้างกับที่ผมนั่งอยู่
พูดคำว่าเค้กซ้ำๆ จนผมอดไม่ได้จะเอาหมอนที่กอดอยู่ปาใส่

“ไปกินข้าวก่อนไป” กินของหวานตอนท้องว่างเดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี
“เค้ก” เพื่อนยังคงทำหน้าละห้อยใส่
“ฉันทำกะเพราหมูสับไว้ตั้งกะเมื่อตอนเย็น เดี๋ยวทอดไข่เพิ่มให้” ผมบอก
กดพอสหนังไว้แล้วลุกขึ้นไปหยิบไข่ในตู้เย็นและหยิบกระทะเดินทางระเบียงที่มีเตาปิกนิกวางแอบอยู่

พอรู้ว่ามีผัดกะเพราของโปรด ลิงยักษ์ก็คล้ายจะฟื้นคืนชีพ “งั้นเดี๋ยวฉันเอาผัดกะเพราไปอุ่นนะ”

.
.
.

เมื่อแม็กทานมื้อดึกเสร็จผมจึงหยิบเค้กช็อคโกแลตที่แช่ตู้เย็นไว้ออกมา

“อันนี้นายทำหรือเชฟทำ” เพื่อนถามตอนเค้กกำลังจะเข้าปาก ท่าทางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“เชฟทำสิ” ผมบอก “ฉันไปช่วยดูแลเด็กๆเฉยๆ ไม่ได้ทำหรอก แต่ก็ขอสูตรจากแกมาแล้ว ว่างๆคงได้ลองทำดู”

“แล้วทำไมไม่ทำอ่ะ พรุ่งนี้วาเลนไทน์แล้วนะ ไม่ทำเค้กไปให้สาวไหนเหรออออ” เพื่อนลากเสียงยาว เห็นชัดว่าจงใจแซว

“มีเตรียมไว้นิดหน่อยแล้วแหละ” ผมบอก “วันก่อนเพิ่งทดลองทำบราวนี่ เห็นว่าอร่อยดีเลยเก็บไว้แจกวาเลนไทน์ซะเลย”
เห็นสีหน้าตกใจของเพื่อนก็ชักจะตกใจตามไปด้วย “เป็นอะไร ในเค้กมีจิ้งจกเหรอ”

“ให้ใคร”
“อะไรให้ใคร?” ผมทวนงงๆ
“บราวนี่ไง” เขาตกใจจนผมชักจะกังวลแล้วนะเนี่ย “เอาไปให้ใคร”
“ให้ผอ. ไอน์ คุฌเอลีท พี่ไมค์ หมอเกลิน คุณเลขา...” ผมนับนิ้วยังไม่ทันจบเพื่อนก็ขัดขึ้นมา

“ไม่ต้องให้เลย!!”

ผมขมวดคิ้วแล้วบอก “ส่วนของนายฉันเก็บไว้ให้แล้ว อย่าไปแย่งคนอื่นกินดิ”
“ก็ไม่ให้อ่ะๆๆๆ” ลิงเริ่มงอแงอีกครั้ง

อืมม์... วันนี้ผอ.ใช้งานหนักไปสินะ
ผมมองเพื่อนอย่างพยายามทำความเข้าใจ

“ของนายเยอะกว่าคนอื่นแล้วไง จะไปแย่งคนอื่นทำไมเล่า เค้าให้กันตามมารยาทหรอกน่า”
“แค่ตามมารยาทจริงๆนะ” แม็กจ้องหน้าผม
“ก็แค่นั้นสิ” ผมว่า ออกจะงงนิดหน่อย ปกติก็ไม่เห็นจะหวงของขนาดนี้นี่นา
“โอเค แค่นั้นก็แค่นั้น” พูดจบเขาก็กินเค้กอย่างมีความสุข ผีเข้าผีออกจนผมตามไม่ทันแล้วเนี่ย - -“

.
.
.

เราดูหนังกันต่ออีกเรื่องสองเรื่องหลังกินเค้กเสร็จ
แม็กกลับไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองแล้วก็กลับมานอนที่ห้องผม

บางทีผมก็สงสัยว่าห้องเพื่อนมีสิ่งลี้ลับอะไรรึเปล่า เจ้าตัวถึงอยู่ไม่ติดห้องขนาดนี้

แต่เอาเถอะ เตียงผมก็ออกจะกว้าง ลิงก็ไม่ได้ดิ้นอะไรรุนแรงเท่าไหร่
มีเพื่อนนอนด้วยแถมยังช่วยเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้าได้ก็ดีเหมือนกัน

“ฝันดีนะ” แม็กเวลหันมาบอกผมก่อนเขาจะปิดไฟ
ผมพยักหน้ารับและบอกกลับไป “ฝันดี”


ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเรียบง่ายเช่นนี้เอง


14 กุมภาพันธ์ 2560:
แคว่ก แคว่ก แคว่ก แคว่ก:

เสียงเป็ดทำให้ผมตื่น

แม้ลืมตาแล้วก็ยังคิดว่าตัวเองยังคงอยู่ในความฝันจึงหลับตาลงคิดว่าจะนอนต่ออีกสักหน่อย
ในใจอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อคืนผมก็ไม่ได้ดูสารคดีเป็ดน้อย หรือกระทั่งดูหนังอะไรที่เกี่ยวกับเป็ด ทำไมเสียงเป็ดถึงดังมาถึงในความฝัน
จะว่าหิวเป็ดก็ไม่น่าใช่ ปกติผมชอบหมูกับเนื้อมากกว่า

เสียงเป็ดเงียบไปแล้ว
ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ยังคงสงสัยอยู่นิดหน่อย แต่ความง่วงก็เอาชนะ
ก่อนที่จะหลับไป เสียงเป็ดก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง!

นี่ผมไปหลอนเป็ดมาจากที่ไหนเนี่ย!?

วาเลนไทน์ปีที่แล้วผมขับรถทับเป็ดเหรอ  ทำไมถึงได้มาหลอกมาหลอนกันขนาดนี้ ไปสู่สุขคติเถอะนะเจ้าเป็ด TT

ระหว่างที่ผมหลับหูหลับตาสวดนะโมตัสสะ สวดอิติปิโส สวดบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สวดยันปาเจราบูชาคุณครู ลากยาวไปถึงบทแผ่เมตตาเสียงเป็ดเงียบไปอีกครั้ง

หรือเป็ดกลัวพระ?
ผมว่าไม่น่าใช่

อืมม์...
ตอนที่ลืมตาขึ้นอีกครั้งพบว่าฟ้าสว่างมากแล้ว ซึ่งค่อนข้างแปลกที่วันนี้แม็กไม่ปลุก ปกติเพื่อนมักเป็นคนปลุกผมเสมอเวลานอนด้วยกัน หันไปมองด้านข้างเห็นเพื่อนนอนคุมโปงอยู่ก็สงสัยนิดหน่อย เมื่อคืนตอนนอนผมนอนฝั่งนั้นไม่ใช่เหรอ นี่เราดิ้นจนสลับฝั่งกันแบบไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย?

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสงสัย ถ้าไม่อาบน้ำแต่งตัวตอนนี้ผมต้องสายแน่ๆวันนี้ กรี๊ด!

เสียงเป็ดดังขึ้นอีกครั้งตอนที่ผมคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำ แม้จะรู้สึกหลอนมากแต่ผมก็ตะโกนบอกไป “ไว้จะถวายสังฆทานไปให้นะเจ้าเป็ดดด”

เพราะรีบจนไม่รู้จะรีบยังไงถึงได้ไม่ทันสังเกตเรื่องประหลาดรอบตัวเลยสักนิด มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนอาบน้ำเสร็จแล้วมาแปรงฟันอยู่หน้ากระจก ถึงได้ค้นพบว่าผมกลายเป็นลิง... เอ้อ ผมหมายถึงผมกลายเป็นแม็กเวลไปแล้ว!

“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

ยืนกรี๊ดอยู่ชั่วขณะก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ถ้าผมกลายเป็นแม็ก แล้วเจ้าลิงที่นอนอยู่ข้างๆล่ะ? โลกใบนี้คงไม่ต้องการลิงสองตัวในเวลาเดียวกันหรอกมั้ง...

ผมเอาผ้าขนหนูพันเอวตอนที่เดินไปปลุกเพื่อนที่เตียง จะใส่ชุดตัวเองให้ร่างที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองก็รู้สึกแปลกๆชอบกล เดี๋ยวยืมชุดเพื่อนมาใส่ก็คงจะได้

“แม็ก แม็กตื่น”
ผมเขย่าร่างที่ยังคงนอนคุมโปงอยู่ ดึงผ้าห่มออกเพราะกลัวว่าเพื่อนจะขาดใจตายใต้ผ้าห่มไปซะก่อน เมื่อดึงออกมาก็เป็นอันกรี๊ดอีกรอบ ใต้ผ้าห่มนี่มันตัวผม!!

แคว่ก แคว่ก แคว่ก แคว่ก ...
เสียงเป็ดมาอีกแล้ว พร้อมๆกับที่ผมหันไปเห็นมือถือเพื่อนสั่นอยู่ที่ปลายเตียง และผมก็ตรัสรู้ได้ที่สุดว่าเป็ดที่ทำผมหลอนมาตลอดทั้งเช้าคือเสียงนาฬิกาปลุกของเพื่อน

โอ๊ย ใครสั่งใครสอนให้ใช้เสียงเป็ดตั้งเป็นเสียงปลุกกกก

จะปามือถือทิ้งข้อหาทำผมหลอนก็ใช่ที่ ผมเอี้ยวตัวไปคว้ามือถือเพื่อนมากดปิดนาฬิกาปลุก ตอนนั้นเองที่ผมเห็นเวลา เพิ่งจะหกโมงกว่า ยังมีเวลาอีกนานกว่าจะเข้าแถวตอนเช้า

ตอนผมยันตัวกลับมาก็พบตัวเองทำตาแป๋วมองมา
“ฉันฝันอยู่สินะ”

“ฝันร้ายซะด้วย” ผมบอก “ลุกได้แล้ว”
“ฝัน ฝันอยู่แน่ๆ” เขาพึมพำ
“ลุกขึ้นมา” ผมดึงเพื่อนขึ้นจากที่นอน

“ทำไมนายหน้าเหมือนฉัน” เขาถาม “นายคืออเล็กซ์เหรอ”
“ฉันคือจิณณ์ เพื่อนของนาย” ผมบอก “เลิกทำหน้างงได้แล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวไป”

“นายพูดว่าอะไร” ตอนนั้นเองที่สีหน้าเขาดูตระหนกขึ้นมา เขาทำเดาะลิ้นเป็นเสียงเต๊าะๆสองสามที จากนั้นก็ดีดนิ้ว ทั้งซ้ายและขวา ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะดีดนิ้วได้ดังขนาดนั้น ก็นะ ผมเพิ่งจะได้ยินเสียงดีดนิ้วของตัวเองก็วันนี้แหละ ดีดนิ้วเสร็จก็ปรบมือ ปรบเสียงดังเสียจนคิดว่าน่าจะเจ็บมือ
ผมมองเพื่อนงงๆ กว่าจะเห็นว่าเพื่อนหน้าซีดจนซีดไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วก็ตอนที่เขาพูดขึ้นมา “ท..ทำไมฉันถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”

ตอนนี้เองที่ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ ร่างของผมหูไม่ได้ยินและเพื่อนไม่ได้อ่านปากเป็นเหมือนผม
แม้ผมไม่ได้ยินแต่ก็รับรู้มาโดยตลอด สำหรับเขาแล้วเสียงเป็นเหมือนชีวิต เขารักดนตรียิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนๆ แม็กเวลกับเสียงดนตรีแทบจะเป็นสิ่งเดียวกัน

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าการที่เคยได้ยินแล้วจะไม่ได้ยินอีกต่อไปมันเป็นยังไง

ผมใช้ภาษามือพูดกับเขา “นายใช้ภาษามือเป็นมั้ย”
เพื่อนตอบเป็นภาษามือกลับมาว่าได้นิดหน่อย ผมจึงใช้มือพูดต่อไป
“ฉันอยู่ในร่างนาย และนายอยู่ในร่างของฉัน พวกเราสลับร่างกัน”

เขาก้มมองตัวเอง ยังอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายน้องหมีตัวโปรด นั่นไม่เท่ากับหัวยุ่งๆที่ผมอยากคว้าหวีมาหวีผมให้
ปกติตอนตื่นนอนผมหัวยุ่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แม้จะคันไม้คันมือแต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม คุยกันให้เสร็จก่อนก็ได้

“เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม
ผมส่ายหน้าเชิงว่าไม่รู้เหมือนกัน ก่อนบอกให้เพื่อนไปอาบน้ำแต่งตัว

“ฉันมีสอนคาบเช้า” ผมบอกตอนพวกเรากำลังกินข้าวเช้ากันที่ห้องพักของผม รู้สึกเหมือนได้เคาะสนิมวิชาภาษามือที่ไม่ได้ใช้มานาน “นายมีงานอะไรต้องทำมั้ยวันนี้”
“ต้องไปกาญจน์ มีครอบครัวติดต่อเข้ามาให้ฉันไปคุย” เพื่อนตอบเป็นภาษามือผสมภาษากายอื่นๆที่พอเข้าใจกันได้
การไม่ได้ยินทำให้เขาไม่ค่อยกล้าพูด ซึ่งก็ไม่แปลก ตอนผมไม่ได้ยินใหม่ๆผมก็ไม่กล้าพูดเหมือนกัน

“งั้นเดี๋ยวไปสอนก่อน แล้วค่อยไปทำงานของนายกัน ไปด้วยกันนี่แหละ” ผมบอก “ใช้ชีวิตให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้แล้วกัน”
แม้สีหน้าจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่เพื่อนก็พยักหน้ารับ

เห็นหน้าเศร้าๆของตัวเองแล้วผมสะเทือนใจชอบกล นี่ปกติผมทำหน้าตาได้น่าสงสารขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

และเพราะรู้สึกว่าเป็นร่างตัวเองความเกรงใจจึงไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ ผมจับหัวเพื่อนโยกเบาๆตอนที่เขาเหม่อ เมื่อเขาหันมามองงงๆ ผมก็ยิ้มให้แล้วส่งภาษามือบอกไป
“ยิ้มเข้าไว้ พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”

เพื่อนยิ้มตอบกลับมา สีหน้าคล้ายจะดีขึ้นนิดหน่อย

.
.
.

ตอนพวกเราออกจากห้องก็พบกับครูไมค์ในชุดนักเรียน

หลังยืนมองเอ๋อๆกันอยู่ซักพักอีกฝ่ายก็เข้ามาทัก “อรุณสวัสดิ์ครับ”
เคยเจอแต่เดินเข้ามาตบไหล่ป้าบทักทาย วันนี้มาเรียบร้อยเชียว กินยาอะไรผิดรึเปล่านะ?

...ดูจากชุดที่ใส่แล้วน่าจะนอกจากกินผิดแล้วคงลืมเขย่าขวดและลืมกินน้ำตามด้วยแน่ๆ

เดี๋ยวนะ.. เนกไทด์ขาวงั้นเหรอ
ผมค่อยๆนึกย้อนถึงเรื่องเมื่อวาน ครูไมค์… เนกไทด์ขาว.. เด็กม.1.. ย้ายห้อง.. ท่อแตก.. “..ยู?”
ความคิดสุดท้ายหลุดออกมาเป็นคำพูด ตาแป๋วๆของครูไมค์ก็หันมามองผมชวนให้รู้สึกขนลุกเล็กน้อย “ครับ ลุงแม็ก”
หลังพูดชื่อซ้ำไปซ้ำมาหลายต่อหลายรอบด้วยความงง พวกเราก็ค้นพบว่ายูสลับร่างกับครูไมค์เช่นกัน

หลังจัดการจับยูสวมยูนิฟอร์มครูไมค์และจับครูไมค์ในร่างยูที่ไม่สบายจากเหตุการณ์ท่อแตกเมื่อวานไปส่งห้องพยาบาลเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เอาบราวนี่ที่ผมทำไว้ไปแจก
หลายคนดูงงๆนิดหน่อยที่เรามาด้วยกันประหนึ่งมาแจกของชำร่วยงานแต่ง แถมจิณณ์ยังดูเงียบเรียบร้อยผิดปกติ เอาแต่ยิ้มไม่ค่อยพูดอะไร แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรในจุดนี้ ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดีแหละนะ

จากนั้นผมกับแม็กก็มานั่งตกลงกันว่าเราจะเอายังไงกันดีกับชีวิตวันนี้
ตกลงกันได้ว่าคาบเช้านี้ผมจะเป็นคนสอนเอง สอนเสร็จแล้วก็จะพาตัวผมไปลางานเพื่อจะได้ไปทำงานของแม็กต่อ ส่วนเรื่องใครจะเป็นคนไปคุยกับผู้ปกครองเด็กที่เมืองกาญจน์เดี๋ยวค่อยว่ากันหน้างานอีกที

แม็กยังคงดูกังวลกับอะไรหลายๆอย่าง ผมคิดว่าเขาคงเครียดที่ไม่ได้ยิน ในเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้จะช่วยเขาได้ยังไง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆกับการอยู่ในโลกที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ


“ระวัง!”
ผมดึงร่างตัวเองหลบลูกวอลเล่ย์ตอนพวกเราเดินผ่านโรงยิม

เด็กๆวิ่งมาขอโทษจนกลับไปเล่นกันต่อแล้ว หน้าแม็กยังคงเหวอไม่หาย นั่นทำผมหลุดขำออกมา ไม่เคยคิดว่าหน้าตัวเองจะฮาได้ขนาดนี้
“ขำอะไรของนาย” เขามองค้อนผม “ฉันเกือบทำนายเจ็บแล้ว”

“จริงๆแล้วลูกบอลโดนหัวนี่เรื่องปกติเลยนะ” ผมบอกขำๆ
หัวผมคงมีแรงดึงดูดบางอย่าง ดีแค่ไหนแล้วที่เด็กๆโรงเรียนนี้ไม่นิยมเล่นเปตองกัน ไม่งั้นหัวผมคงบุบไปหลายรอบแล้ว
“พอไม่ได้ยินก็ไม่รู้หรอกว่ามีอะไรพุ่งเข้ามาจากข้างหลัง” ผมบอกต่อไป “กว่าจะรู้ตัวก็หลบไม่ทันแล้ว”

“ปกตินายใช้ชีวิตลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถาม
“ก็ไม่ลำบากนะ เรียกว่าชินแล้วก็ได้มั้ง” ผมบอก เพื่อนทำหน้างงนิดหน่อย
ภาษามือคำนี้คงเป็นคำที่เขาไม่รู้จัก ผมจึงเปลี่ยนมาใช้ภาษากายทำท่าเมื่อกี้แทน เพื่อนขมวดคิ้วใส่ผมทีหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก

การเป็นเพื่อนกันมานานก็ดีตรงที่หลายๆคำเราก็เข้าใจกันโดยไม่ต้องใช้ภาษามือหรือคำพูดอะไรมากมาย แค่ภาษากาย ท่าทาง สายตา หรือรหัสลับบางอย่างก็ทำให้เราสื่อสารกันได้ไม่ยากเย็นนัก


แม้จะเกิดเหตุการณ์ประหลาด แต่บรรยากาศของวันวาเลนไทน์ก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างดี ไม่เว้นแม้แต่ในห้องเรียนม.5ของผมในวันนี้
ก่อนหน้านี้ระหว่างทางก็มีเด็กๆขออนุญาตผมกับเพื่อนเพื่อติดสติกเกอร์รูปหัวใจให้ แฟชั่นแปะสติกเกอร์หัวใจในวันวาเลนไทน์นี่ สิบปีผ่านไปก็ยังฮิตอยู่สินะ

ผมรับจ็อบเสริมขายสติกเกอร์หัวใจในวันวาเลนไทน์ดีมั้ยเนี่ย ท่าทางจะรุ่งไม่เบา

นอกจากนี้ยังมีเด็กสาวหลายๆคนที่เอาช็อกโกแลตและดอกไม้มาให้ทั้งผมและแม็ก อยู่ข้างเพื่อนหล่อๆแล้วได้อานิสงค์ช็อกโกแลตฟรีไปด้วยนี่ก็ดีเหมือนกันแฮะ

“สวัสดีครับเด็กๆ”
ผมพูดเมื่อเดินเข้าไปในห้อง ชี้เก้าอี้ตรงโต๊ะครูด้านหน้าห้องให้เพื่อนไปนั่ง
ปกติผมเป็นพวกไม่ค่อยนั่งเวลาสอน รู้สึกห่างเหินกับเด็กๆชอบกล ชอบยืนสอนไม่ก็เดินไปเดินมามากกว่า
วิชาศิลปะถ้าครูมัวแต่นั่งสอนอยู่กับโต๊ะมันต้องน่าเบื่อมากแน่ๆ

“มีใครในห้องนี้รู้จักผมบ้างมั้ย” ผมถาม เด็กๆก็ทำหน้างงกันพอตัวว่าลิงหัวทองนี่ใคร แล้วทำไมครูของพวกเขาถึงไปนั่งมืดมนอยู่มุมห้องแบบนั้น
“คิดว่าไม่น่าจะมีเนอะ” ผมหัวเราะเบาๆ แล้วจึงอธิบาย “ผมชื่อแม็กเวล เป็นเพื่อนครูพี่จิณณ์  วันนี้ครูพี่จิณณ์ไม่สบายนิดหน่อย ครูพี่แม็กเลยมาสอนแทนนะครับ”

“ครูพี่จิณณ์เป็นอะไรคะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือถาม เธอชื่อจีน่า ปกติเธอค่อนข้างจะเงียบในวิชาของผม ทำไมวันนี้ถึงดูแอคทีพขึ้นมากันนะ
“ครูพี่จิณณ์เจ็บคอครับ ไม่เป็นไรมาก แค่ไม่มีเสียงจะสอนเฉยๆ ไม่ต้องห่วงนะ” ผมยิ้มให้เธอ รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องโกหกเด็กๆ

“เอาล่ะ เรามาเข้าสู่บทเรียนกันนะครับ พร้อมมั้ยทุกคน”
“พร้อมครับ/ค่ะ”
.
.
.
ระหว่างคาบเรียนผมให้เด็กๆฝึกวาดตามที่ผมสอน

เจ้าลิงที่นั่งอยู่มุมห้องส่งสัญญาณแห่งการงอแงมาเป็นภาษามือตั้งแต่ตอนที่ผมสอนไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง เป็นเหตุให้ผมต้องส่งสัญญาณมือตอบโต้กับเขาพร้อมๆกับสอนเด็กๆไปด้วย เรียกได้ว่าปากกับมือไม่สัมพันธ์กันอย่างแท้จริง

เด็กๆก็ดูจะงงๆนิดหน่อยตอนที่ปากผมพูดเรื่องจุด เส้น ระนาบ แต่มือกลับโบกสะบัดประหนึ่งจะเสกคาถาวิงการ์เดียม เลวีโอซ่า ซักพักเด็กๆถึงเห็นว่าผมกำลังคุยกับเพื่อนลิงด้วยภาษามืออยู่ และชี้ชวนกันดูอย่างสนุกสนาน


ผมเดินดูและแนะนำให้เด็กๆแต่ละคน จนมาถึงคนที่ผมเป็นห่วงที่สุดในคาบเรียนนี้
“ไทระ เป็นอะไรรึเปล่า” ผมสะกิดถามเขา วันนี้เขาดูเงียบผิดปกติจนผมเป็นห่วง
“ไทระไม่เป็นอะไรฮะป๊า” เป็นพีชที่หันมาตอบด้วยรอยยิ้มระยิบระยับจนผมตาพร่า อีกฝ่ายเห็นผมยังอึ้งอยู่ก็บอก “ไทระสลับร่างกับพีชฮะ คนอื่นๆหลายๆคนก็สลับเหมือนกัน ไทระถามมาแล้ว”

อ้อ ถึงว่าคาบนี้พีชดีดผิดปกติ ยังคิดอยู่ว่าคุณหนูกินชาผสมคาเฟอีนมากไปหรือเปล่า ที่แท้เป็นพีชสอดไส้ไทระนี่เอง

“แล้วม๊าเป็นอะไรมากมั้ยฮะ” ใครคือม๊า หมายถึงผมเหรอ? ผมเข้าใจมาตลอดว่าแม็กสอนไทระเรียกผมว่าป๊า รอกลับร่างเดิมก่อนเถอะ... ผมคิดในใจอย่างคาดโทษ จนกระทั่งเขาเรียกอีกรอบ “ป๊าฮะ”
“เดี๋ยวก็หาย ไม่เป็นไรหรอก” ผมบอก ลูบหัวเขาสองสามที “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”
ไทระในร่างพีชยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะอุทานขึ้นมาอีก “เอ้อ ว่าไปแล้ววันนี้ป๊าเหมือนม๊ามากเลยนะฮะ”

“ม..เหมือนเหรอ” ผมกระพริบตาปริบๆ ไม่รู้จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ยังไง ก็คนเดียวกันจะไม่เหมือนได้ยังไง TT

“เหมือนมากเลยฮะ ทั้งวิธีการสอน ท่าทาง แล้วก็ลักษณะการพูดด้วย ม๊าเทรนมาดีสินะฮะ”
ผมหัวเราะตามน้ำไป ทีแรกไม่รู้ว่าคนสลับร่างกันเยอะขนาดนี้ ผมเลยพยายามเนียนเป็นแม็กไปเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย จะบอกตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วว่าผมคือจิณณ์


ผมขอตัวจากไทระและพีชเพื่อเดินดูเด็กคนอื่นๆต่อ
เด็กหลายๆคนต่างไปจากเดิมจริงๆ ถ้าไม่เดินดู ถ้าไม่ได้ลงมาคุยกับเด็ก ผมก็คงไม่รู้ว่าพวกเขาหลายๆคนสลับร่างกัน อย่างเจ้าเด็กผมจุกพีที่พอไปคุยแล้วปรากฏว่าสอดไส้รันเดลที่อยู่ม.3

ก็นับเป็นประสบการณ์การสอนที่แปลกใหม่ดีเหมือนกัน

พอเห็นว่าเด็กๆส่วนใหญ่ทำตามโจทย์ของผมได้แล้ว ผมก็กลับมาสอนต่ออีกนิดหน่อย

.
.
.

“มีใครมีคำถามอะไรกับบทเรียนวันนี้มั้ยครับ” ผมจบประโยคเช่นเดียวกับคาบที่ผ่านๆมา

ตอนนี้ผมสอนจบแล้ว ยังเหลือเวลาอีกเกือบสิบนาที

เป็นจีน่าที่ยกมือถาม “ครูพี่จิณณ์มีแฟนรึยังคะ”
ผมอึ้งปนขำกับคำถาม ตอบไปด้วยรอยยิ้มว่า “ยังไม่มีครับ”

“แล้วครูพี่แม็กมีแฟนรึยังคะ” ใครซักคนตะโกนถาม
“เอ้อ...” นั่นสิ มีรึเปล่านะ? ผมหันไปส่งภาษามือถามเพื่อน เพื่อนโบกมือตอบกลับมา ผมจึงหันไปตอบเด็กๆ “ยังไม่มีครับ”

ผมไม่รู้หรอกว่าฉากที่ผมหันไปถามร่างตัวเองว่าแม็กมีแฟนรึยังทำให้เด็กๆตีความไปว่าครูพี่แม็กหันไปขอครูพี่จิณณ์เป็นแฟน แล้วก็โดนครูพี่จิณณ์ปฏิเสธ

เด็กๆช่างมีจินตนาการกันจริงๆ

คำถามเกี่ยวกับความรักอีกหลายข้อถูกส่งมาให้ผมกับแม็กตอบไม่ขาดสาย จนแม็กต้องมานั่งตอบด้วยภาษามืออยู่ข้างๆผม เพราะผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่าเพื่อนมีมุมมองความรักยังไง เราไม่เคยคุยกันในประเด็นนี้ ตอบๆไปแล้วผมก็สงสัยขึ้นมา

คำถามพวกนี้มันเกี่ยวกับบทเรียนยังไงเนี่ย??

.
.
.

เสียงออดหมดคาบเรียนดังขึ้น หัวหน้าชั้นนำกล่าวขอบคุณ

ก่อนที่ผมกับแม็กจะออกจากห้องก็มีสาวน้อยสองคนเดินมาหาพวกเรา เป็นจีน่าและมีอา พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทและรูมเมทกัน ปกติมีอาจะแอคทีพกับคาบผมมากกว่าจีน่า แต่วันนี้มีอาค่อนข้างเงียบ นั่นทำให้ผมเป็นห่วงนิดหน่อย แต่พอถามเจ้าตัวบอกไม่เป็นอะไรผมก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ

“มีอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามพวกเธอด้วยรอยยิ้ม
“ครูพี่จิณณ์คะ หนูทำมาให้ค่ะ” มีอาเป็นคนยื่นกล่องช็อกโกแลตหน้าตาดีมาให้แทบจะทิ่มหน้าแม็ก
แม็กยังยืนนิ่งอยู่ เขาขมวดคิ้วนิดหน่อย มองช็อกโกแลตในมืออีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาด เข้าใจว่าเพื่อนคงไม่รู้ว่าเด็กสาวพูดว่าอะไร

“ขอบใจมากเลยมีอา ครูพี่จิณณ์ชอบมากเลยครับ” ผมยิ้มให้เธอ เอาศอกกระทุ้งให้เพื่อนรับของ แต่เพื่อนยังคงนิ่ง ผมเลยต้องยื่นมือออกไปรับ

“ห..หนูให้ครูพี่จิณณ์” สาวน้อยชักของกลับและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่ผม ฮือออ อย่าร้องสิลูก ครูพี่จิณณ์รับความรักของลูกศิษย์อยู่นี่ไง ;w;
“วันนี้ครูพี่จิณณ์เค้ามึนๆนิดหน่อย ครูพี่แม็กเลยจะช่วยรับแทนน่ะครับ” ผมบอก

“ต..แต่...” จีน่าทำท่าคล้ายจะแย้งอะไรขึ้นมา
“ไหนครูบอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน” มีอาถาม

หนึ่งในคำถามพีคของคาบเรียนนี้เลยฮะ ‘ครูพี่จิณณ์กับครูพี่แม็กเป็นแฟนกันเหรอคะ?
แน่นอนว่าผมตอบอย่างฉะฉานว่าไม่ใช่ครับ แต่เด็กๆก็ทำหน้าไม่ค่อยจะเชื่อ


‘ฉันเห็นพวกเขาเดินด้วยกันบ่อยๆ’ ...ก็เพื่อนกันนี่ครับ

‘ฉันด้วยๆ’ ...หนูยังเดินกับเพื่อนได้เลย ครูจะมีเพื่อนบ้างไม่ได้เหรอครับ

‘พวกเขาต้องแอบคบกันแน่ๆ’ ...ไม่ได้แอบครับ ไม่เคยคบกันนนน

‘ใช่ไม่ใช่ก็ขอจิ้นหน่อยแล้วกัน’ ...ล..แล้วแต่เลยครับ
‘หนุ่มติสตัวร้ายกับนายนักการทูต!’ ...สาววายตัวร้ายกับครูศิลปะผู้น่าสงสารชัดๆ


นักเรียนครับ ครูของหนูมีหูนะลูก (ถึงก่อนหน้านี้จะไม่มีก็เถอะ) แซวอะไรกันสงสารครูนิดนึง TT

“ก็ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ” ผมบอกนักเรียนตรงหน้า
“งั้นครูจิณณ์ช่วยรับช็อคโกแลตของหนูหน่อยได้มั้ยคะ” มีอาถามซ้ำ จีน่าก็มองด้วยสายตาคาดหวังอยู่ข้างๆ
ผมเอาศอกกระทุ้งเพื่อนอีกที แม็กเวลเลยรับกล่องช็อคโกแลตมาจนได้ เขายิ้มแกนๆให้เด็กสาวทีหนึ่งแล้วบอก “ขอบใจ”

ผมมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ เดาว่าเพื่อนคงยังกังวลกับอะไรหลายๆอย่างอยู่ คงยังเครียดๆกับการไม่ได้ยินเสียง เป็นเพราะร่างกายผมที่ทำให้เขาเครียด
เพราะงั้นผมเลยไม่ได้ว่าอะไรตอนที่เพื่อนโยนกล่องช็อคโกแลตของมีอามาให้ผมแล้วเดินนำออกจากห้องไป

.
.
.

เพราะหาตัวผอ.ไม่เจอ แต่เจอคุณเอลีทระหว่างทาง พวกเราเลยไปขอลางานกับคุณเอลีทแทน

คุณเอลีทถือเป็นหัวหน้าผมคนหนึ่ง เพราะนอกจากเขาจะเป็นรักษาการฝ่ายปกครองแล้ว เขายังเป็นผู้ก่อตั้งชมรมโสตทัศนศึกษาที่ผมเป็นที่ปรึกษาอยู่ตอนนี้ ผมไม่สนิทกับเขาเท่าไหร่ แต่เหมือนแม็กจะสนิทอยู่ในระดับนึง เพราะนอกจากแม็กเคยเป็นประธานชมรมโสตแล้ว เพื่อนยังเคยเล่าให้ฟังว่าม๊าของเขารู้จักกับพวกผู้บริหารโรงเรียน ดังนั้นเขาจึงชอบไปบ่นเรื่องม๊าให้คุณเอลีทฟังบ่อยๆ

(ผมไม่เข้าใจจุดนี้เท่าไหร่ ผมนึกว่าเพื่อนจะสนิทกับผอ.มากกว่าซะอีก ผอ.แกดูเย็นๆ เรื่อยๆ บรรยากาศดูน่าเข้าหา ท่าทางน่าจะรับฟังความคิดเห็นประชาชนมากกว่าคุณเอลีทฝ่ายปกครองที่หน้าตาก็น่ารักดีแต่ชอบเก็กหน้าโหดข่มขวัญประชาชน
บางทีรสนิยมการคบคนของเพื่อนอาจเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากเกินไปสำหรับผม)

พอพวกเราบอกเรื่องการสลับร่าง เขาก็ทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อแล้วทดสอบอะไรพวกเราอยู่พักใหญ่

“พ่อนายชื่ออะไร”
“พ่อผมหรือพ่อเขา” ผมชี้มือไปทางเพื่อน

“พ่อนายสิ” คนตัวเล็กบอก “ผมจะไปรู้จักพ่อเขาได้ไง”
“แล้วคุณมารู้จักพ่อผมได้ไงเล่า”

“ผมหมายถึงพ่อของแม็กเวล หน้านายคือแม็กเวลนายก็ต้องเป็นแม็กเวลสิ” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว
“ผมก็บอกแล้วไงว่าเราสลับร่างกัน” ผมบอก

“ก็ตอบมาให้ได้สิพ่อนายชื่ออะไร” อีกฝ่ายหรี่ตามองผม
“สรุปคุณถามผมหรือถามแม็กเวล ชื่อพ่อเนี่ย”

“…”

หลังวุ่นวายกับการถามชื่อพ่อชื่อแม่ไปจนถึงญาติโกโหติกาเกือบครบทั้งตระกูล ในที่สุดคุณเอลีทก็เชื่อ
พอเชื่อแล้วเขาก็ให้พวกผมลางานแต่โดยดี

พวกผมกำลังจะเดินทางสู่กาญจนบุรีกันแล้วววว :)

.
.
.

A. รางวัลสำหรับคู่ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คและน่าอัศจรรย์มาก 100%++

  MASTER TRIANGLE STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจรูมเมทและภารกิจพิเศษ มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทองคำแท้ มีมูลค่า +200 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
  +3,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

Narin's Comment:
โอ้โห เมียผมเหมือนทำภารกิจล่วงหน้าสักครึ่งปี
มหากาฬอลังการงานสร้างมากครับ จริงๆแล้วสิ่งที่
ชอบที่สุดในภารกิจนี้คือของแถมอย่างภาพแชท
นี่แหละ เรียลและละเอียดดี ชอบมากเลยครับ

เขียนฉากโจทย์ภารกิจ 'หน้าที่ของอีกฝ่าย' ได้
ละเอียดทำให้เห็นภาพงานของแม็กเวลได้อย่าง
ชัดเจน แต่พอจิณณ์สวมร่างแม็กแล้วเหมือนทำ
งานพิเศษเป็นเซลล์แมนขายห้องพักร่วมไปด้วย
เลยครับ //หัวเราะ

บรรยายพวกฉากสถานที่ต่างๆชัดมาก น่าจะเป็น
สถานที่ที่เคยไปมาก่อน รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยว
ด้วยคนเลยครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่มาด้วย

ในเนื้อหาจะเห็นได้เป็นระยะๆว่าจิณณ์ดีใจที่ได้ยิน
แต่อยู่ในบริบทที่ไม่ควรแสดงออกมากเกินไปเพราะ
อีกฝ่ายกำลังรู้สึกแย่ ผมชอบอ่านเรื่องมิตรภาพของ
ทั้งสองคนเสมอเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย
แต่พวกเขาก็เกื้อหนุนคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ปล.เนื้อเรื่องตั้งแต่วันที่ 13-15 ยาวจริงอะไรจริง!!



แก้ไขล่าสุดโดย dedog เมื่อ Wed 15 Feb 2017, 23:11, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
2012 © QUAINT | Powered by THE NOBLEMAN ®