ลุ้นรับเงินล้านและของรางวัลมากมายกับ " Spectacular Award " จากสปอนเซอร์ ดึงเสน่ห์ของผลงานคุณออกมาให้พวกเราได้ชม!!
สวัสดี! ผู้มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่ Quaint School Community คอมมูโรงเรียนสำหรับผู้พิการ
แผนที่โรงเรียนและภาพบรรยากาศโรงเรียนใหม่มาแล้ว!! "คลิ๊กที่นี่" พร้อมเปิดให้ชมบรรยากาศรอบโรงเรียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!!

Go down
Nearmoki-2b
INFO.Narin
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน
Star Piece1061
CHIPS+65 M 413 K 676

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Narin10

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue0/100Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (0/100)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Sun 01 Jan 2017, 17:40
Message reputation : 100% (1 vote)
สวัสดีครับ

สวัสดีปีใหม่ครับเด็กๆ หวังว่าทุกคนจะมีช่วงเวลา
ปิดเทอมที่ดีและได้ฉลองปีใหม่กันมาอย่างเต็มอิ่ม
ถ้วนหน้านะครับ ปีนี้ก็จะเป็นอีกปีที่เราอยู่ร่วมกัน
และพัฒนาฝีมือรวมถึงมีความผูกพันธ์ที่ดีด้วยกัน
ต่อไป ขอยินดีต้อนรับเด็กใหม่หลายๆคนที่จะได้
ร่วมภารกิจนี้เป็นภารกิจแรก มาเริ่มก้าวแรกไป
ด้วยกันนะครับ!!


ระยะเวลาภารกิจ พิมพ์ว่า:SAT 07/01/17 ; 21.00 TH - TUE 31/01/17 ; 23.59 TH
รายละเอียดภารกิจ พิมพ์ว่า:
เขียนบรรยายเหตุการณ์ประทับใจที่เกิดขึ้น
ภายในปิดเทอม
ในรูปแบบของนิยาย
ตัวอย่างงานเขียนประกอบภารกิจ คลิ๊กที่นี่

::ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในปิดเทอม::
เหตุการณ์ฉลองคริสมาสต์กับครอบครัว
การนัดพบเค้าดาวน์กับเพื่อน การเที่ยวปีใหม่
ช่วงเวลาวันพักผ่อนสบายๆ หรือ วันแสนพิเศษ

ไม่จำกัดความยาวเนื้อหา แต่ไม่จำเป็นต้อง
เขียนเหตุการณ์ตลอดช่วงเวลาปิดเทอม
ให้คัดเฉพาะเหตุการณ์ที่อยากแบ่งปันเท่านั้น

พร้อมทั้งวาดรูปประกอบเนื้อหาขั้นต่ำ 1 รูป
เป็นต้นไป
ภาพประกอบจะมีหรือไม่มีภาพ
ตัวละครของคุณก็ได้ แล้วแต่บริบทที่ใช้

กฏการให้สแตมป์ พิมพ์ว่า:ภาพ 50%/เนื้อหา 50%
ภาพตรวจจากสแตนด์ดาร์ทส่วนบุคคล เนื้อหาตรวจจาก
การที่เนื้อหาตรงต่อโจทย์หรือไม่ ภาษาที่ใช้ว่าอ่านลื่นไหล
มากน้อยเพียงใด หากสะกดคำผิดระดับหนึ่งอาจมีผลต่อ
การหักลบสแตมป์ได้

ข้อแนะนำ : การเว้นวรรคและการจัดบรรทัดที่ดีมีส่วนช่วย
ให้อ่านเนื้อหาได้ง่ายและลื่นไหลขึ้น


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Award211

ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

ผู้ที่ทำภารกิจได้ยอดเยี่ยมกว่ามาตรฐาน (80%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-14  A - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีทับทิม สื่อถึงความหรูหรา มีมูลค่า +80 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,250,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

ผู้ที่ทำภารกิจได้โดดเด่นกว่ามาตรฐาน (75%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-15  B - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีไพลิน สื่อถึงความลึกล้ำ มีมูลค่า +75 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ดีมากเป็นที่น่าพึงพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,000,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

C. ผู้ที่ทำภารกิจได้ตามมาตรฐานทั่วไป (50%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-13  C - CLASS STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีมรกต สื่อถึงความมั่นคง มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ปานกลางเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +900,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

D. ผู้ที่ทำภารกิจได้ต่ำกว่ามาตรฐานควรแก่การพัฒนา (35%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-14  D - CLASS STAMP
ตราประทับระดับต่ำในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีแอเมทิสต์ สื่อถึงความเรียบง่าย มีมูลค่า +35 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจผ่านเกณฑ์ตามที่ได้รับมอบหมายไว้
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +800,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง


รางวัลแห่งความขยัน

.....รางวัลสำหรับแจกให้กับผู้ที่ส่งภารกิจเป็นคนแรกเท่านั้น เพื่อให้กำลังใจผู้ที่มี
ความขยันในการทำภารกิจส่งผู้อำนวยการโรงเรียน


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item20  +10 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย


รางวัลเกียรติยศแห่งความสร้างสรรค์

.....ถ้วยรางวัลแต่ละชนิดจะถูกมอบให้กับ นักเรียน-อาจารย์ ที่มีผลงานสร้างสรรค์
เกินขอบเขตของจินตนาการ โดยระดับถ้วยเกียรติยศและจำนวนที่จะมอบให้นั้นขึ้น
อยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น แม้ผลงานที่เพอร์เฟ็คแต่ถ้าขาดความสร้างสรรค์
ก็จะไม่ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศก็เป็นได้ ในทางกลับกันหากผลงานไม่ได้สวยจน
น่าตะลึง แต่ถ้าหากมีความสร้างสรรค์ผู้อำนวยการก็สามารถมอบถ้วยเกียรติยศให้ได้...


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy14  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy15  BRONZE HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองแดง มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าดึงดูดใจผู้อำนวยการ


Spectacular Award

.....รางวัล Spectacular จะถูกมอบให้สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานได้ประทับใจ
สปอนเซอร์จากบริษัท NOBLEMAN (EST.1990) เป็นอย่างมาก โดยผลงานนั้น
จะต้องมีเสน่ห์ในรูปแบบต่างๆที่ดึงดูดสายตาและจิตใจของสปอนเซอร์ ซึ่งไม่ได้ขึ้น
อยู่กับคุณภาพผลงานแต่อย่างใด แต่จะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์, จินตนาการ,
เสน่ห์ของผลงาน, ความกลมกล่อมของภาพรวม เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนี้จะได้
รับการประกาศเกียรติคุณ ณ ความคิดเห็นที่ลงผลงาน และใต้ชื่อกระทู้ภารกิจในหน้า
กระดานภารกิจ พร้อมทั้งของรางวัลดังนี้...

** อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัลนี้ได้โดย "คลิ๊กที่นี่" **

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item10  +1,000,000 CHIPS
เหรียญตราที่ใช้ในการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในโรงเรียนหรือการร่วมกิจกรรมพิเศษที่ทางบริษัท NOBLEMAN จัดขึ้น โดยสามารถใช้แต้มสะสมจาก Spirit Point ในการแลกได้
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item20  +30 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 01 Feb 2017, 00:01, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Ckbaw
U
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Saharat Chaiyakul
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-3% Grade Exp.

Star Piece97
CHIPS+8 M 28 K 301

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Sahara11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue125/1470Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (125/1470)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Sat 07 Jan 2017, 17:48
Message reputation : 100% (1 vote)
น้องสาวกับหลุมดำ:
หมายเหตุ [..] คือความคิดของยู


นับตั้งแต่วันที่ต้นและพิมพ์พาสหรัฐไปดูโรงเรียน นี้ก็ผ่านมา
2 สัปดาห์แล้ว วันนี้แม่ของเขาบอกว่าจะมีแขกมาที่บ้าน และ
กำชับให้ทำตัวให้เรียบร้อย

'กิ๊งก่อง---'

[เอ๊ะ เสียงกริ่ง ยูเปิดเอง ๆ] สหรัฐวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว
และเปิดพรวดออกไป

‘ผลัก’
“โอ๊ย”

สหรัฐรู้สึกว่าเขาเปิดประตูชนเขากับอะไรบางอย่างอย่างจัง
จึงหันไปมองตามเสียง เบื้องหน้าของเขามี ชายร่างโต หัวสีทอง
ยืนจับหัวตัวเองด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวน้อย ๆ อยู่

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_1_zpsdivtrbnw

[ค..ใครนะ หน้าตาน่ากลัวจัง]

“ยูใครมาหรอลูก” พิมพ์แม่ของสหรัฐที่กำลังล้างจานอยู่ในครัว
ได้ยินเสียงกริ่งประตู จึงเดินตามออกมาดู เมื่อเห็นว่าแขกที่มา
เป็นใคร เธอจึงยกมือทักทาย “อ้าว สวัสดีค่ะคุณทูต พิมพ์นึกว่า
คุณจะมาสาย ๆ หน่อยเสียอีกนะคะ”

“สวัสดีครับคุณแม่ พอดีรถไม่ติดนะครับ ผมเองก็แปลกใจเหมือน
กันครับ ตอนแรกยังคิดว่าจะมาถึงบ่ายด้วยซ้ำ” ทูตผมสีทองกล่าว
ทักทาย เขาหันไปทางเด็กน้อยที่ยืนหลบอยู่หลังมารดาแล้วยิ้มให้
“น้องยูใช่ไหมครับ ตัดผมเตรียมรับเปิดเทอมหรอ เกรียนมาเชียว
นะครับ”

“คะ พอดีช่วงนี้ดูรกรุงรังเลยพาไปตัดน่ะค่ะ เอ้า ยูทักทายคุณฑูต
สิลูก” เมื่อเห็นลูกชายเอาแต่ยืนเงียบ พิมพ์จึงเรียก

“..สวัสดีครับ ยูชื่อยูครับ” แม้สหรัฐจะชอบเสียงกริ่ง และชอบเป็น
คนเปิดประตู แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ชอบคนแปลกหน้าสักเท่าไร

“พูดชื่อเต็ม ๆ สิยู” พิมพ์พูด
“สหรัฐ ชัยกุลครับ..”

“สวัสดีครับน้องยู พี่ชื่อแม็กเวลนะ เป็นนักการทูตของโรงเรียน
ควิ้นท์ครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” แม็กเวลส่งยิ้มให้สหรัฐอีกครั้ง

[ลุงคนนี้ดูพิลึก ๆ จัง ทำไมตาเป็นสี ๆ หัวก็เป็นสีเหลือง]

“…” สหรัฐจ้องหน้าแม็กเวลแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถูกจ้องนาน ๆ
ตัวแม็กเวลเองก็รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย

“เอ่อ..มีอะไรติดหน้าพี่หรอครับน้องยู” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
เล็กน้อย

“อ้าว คุณแม็กเวลมาแล้วหรอครับ สวัสดีครับ” ต้นเดินตามออก
มาดู หลังจากเห็นว่าภรรยาและลูกชายของเขาหายไปนาน

“สวัสดีครับคุณพ่อ” แม็กเวลทักทายตอบ

“มัวทำอะไรกันหน้าบ้านล่ะครับ เข้ามาก่อน เชิญครับ”
“ทำความรู้จักกันนิดหน่อยครับ ขออุญาตนะครับ”

หลังจากที่พากันเข้าบ้านแล้ว ต้นก็เชิญแม็กเวลเข้าไปในห้องนั่งเล่น
เพื่อพูดคุยกัน

“นี้น้ำค่ะ” พิมพ์เสิร์ฟน้ำให้แขกผู้มาเยือน

“เอ๊ะ ขอบคุณครับ” แม็กเวลรับน้ำมาดื่มอึกนึงก่อนจะเริ่มสนทนาต่อ
“คือตอนนี้ในส่วนของน้องยูเอง จากที่เห็นวันก่อนที่มาชนโรงเรียน
ก็ดูค่อนข้างชอบโรงเรียน ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเพื่อพูดคุยกันใน
รายละเอียดปลีกย่อยนะครับ” เขาพูดพร้อมยื่นเอกสารรายละเอียด
ให้

“โอเคครับ เข้าใจแล้ว” ต้นและพิมพ์รับมาดู

ระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังคุยกัน สหรัฐที่เขามานั่งด้วยแปปเดียว
ก็เบื่อ เขาจึงลุกขึ้นและเดินไปเล่นกับน้องสาวในห้อง

[เอส อยู่ไหนอ่ะ มาเล่นกัน~]

“พี่ยูเล่นด้วย” สหรัฐเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เอสน้องสาววัย 7 ขวบที่
กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่

เด็กน้อยทั้งสองคนนั่งเล่นตุ๊กตากัน น้องสาวถือตุ๊กตาหมีแพนด้า
ส่วนพี่ชายถือตุ๊กตากระต่าย เล่นต่อบทสนทนาพูดคุยสลับไป
สลับมา

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_2_zpszbwouawe

“คุณกระต่ายกินขนมไหมคะ เนี้ยด้าทำเองกับมือเลยนะคะ”
“….”
“บัตรเครดิตสามใบใช้รูดปรืด ๆ เลยนะคะคุณกระต่าย”
“…"
“เอ๊ะ คุณกระต่ายโบอันนั้นซื้อที่ไหนคะ ดูไฮแฟชั่นมาก ๆ”
“….”
“นิๆ คุณกระต่ายด้าได้ยินว่าคุณหมีแอบภรรยาไปเที่ยวค่ะ
กลับมาทะเลาะกันใหญ่โตเชียว”
“….”
“เมื่อวานสามีด้าไม่ยอมรับสาย เค้าต้องแอบไปเจอกิ๊กแน่เลยค่ะ”
“…."

การสนทนาที่มีผู้พูดฝ่ายเดียวก็ดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ โชคดีที่
เอสเป็นเด็กที่พูดเก่งมาก ๆ เธอจึงไม่มีปัญหาในการเล่นกับพี่ชาย
ผู้ไม่ค่อยพูด แม้แต่น้อย กลับกันเธอก็ยังคงรู้สึกเพลิดเพลิน

“พี่ยูเบื่อแล้วอ่ะ” สหรัฐพูดขึ้น

“หนูก็เบื่อเหมือนกัน เรามาเล่นอย่างอื่นกันดีกว่าพี่ยูอยากเล่น
อะไรคะ?” เอสพูดพร้อมมองดูของรอบ ๆ และคิดว่าจะเล่นอะไร
ต่อดี

“นับก้อนเมฆ..” เขาเสนอสิ่งที่คิดออก
“หวา อีกแล้วหรอ? ไม่เอาอ่ะ เอสเล่นกับพี่ยูทีไรหลับทุกที”
“สนุกออก..” เขาพูดพึมพำ

"รู้แล้ว! เล่นพ่อแม่ลูกดีกว่า เอสอยากเล่น” ดูเหมือนว่าเธอไม่สนใจ
ฟังสิ่งที่พี่ชายพูดเท่าไรนัก

“ก็ได้” สหรัฐมองน้องสาวจอมเผด็จการเบา ๆ

“พี่ยูเป็นคุณพ่อ หนูจะเล่นเป็นคุณแม่นะ” เธอยื่นเน็คไทให้พี่ชาย
“อือ” สหรัฐรับเน็คไทมาสวมอย่างรู้งาน

“คุณคะวันนี้ ข้าวเช้ามีขนมปังกับแกงส้มนะคะ” เอสดัดเสียงสูงแล้ว
ถือถ้วยไว้ในมือ จู่ ๆ เธอก็เริ่มบทสนทนาดื้อ ๆ

“ขอบคุณ” สหรัฐรับถ้วยมาจากน้องสาวแต่ไม่ได้

“เอ๊ะ สายขนาดนี้แล้วหรอ” เอสยกข้อมือที่ไร้นาฬิกาขึ้นมาดู
“คุณมัวทำอะไรอยู่ไปทำงานสิคะ วันนี้กลับบ้านตรงเวลาด้วยล่ะ”

“…” สหรัฐลุกขึ้นเขาเดินเป็นวงกลมรอบ ๆ ห้องหนึ่งรอบ นั่งลง
ที่มุมห้องซึ่งห่างจากจุดที่เล่นพ่อแม่ลูกไม่มากนัก หลังนั่งสักพัก
เขาก็ลุกขึ้นเดินกลับไปหาน้องสาว

“กลับมาแล้ว"
“คุณคะ กลับดึกขนาดนี้ไปไหนมาน่ะ” เอสทำน้ำเสียงโมโห
“….”
“อย่าบอกนะว่าแอบไปหาสาวที่ไหนมา”
“…."
“หนอยแน่ะ ฉันพูดนิดหน่อยมาหาว่าฉันไม่มีเหตุผลหรอ"
“…."
"ดูสิลูกเราร้องไห้ใหญ่แล้วเห็นไหม” เธอยื่นตุ๊กตาเด็กทารก
ให้สหรัฐดู ตุ๊กตาตัวนี้แม่พึ่งซื้อให้เธอ เอสค่อนข้างชอบมันมาก
เพราะเวลาจับนอนตุ๊กตาจะปิดตา จับนั่งจะลืมตา

พอเห็นตุ๊กตากระพริบตาได้สหรัฐก็ร้องเสียงดัง
“ว๊ากก!!!” เขาปัดตุ๊กตาในมือน้องสาวออกแล้วเตะซ้ำ

[น่ากลัว! น่ากลัวจัง!! หายไปนะ]

“พี่ยูทำอะไรน่ะ!” เอสที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกร้องขึ้น “อย่ามา
เหยียบตุ๊กตาเอสนะ” เธอพยายามจะเข้าไปห้ามแต่โดนพี่ชายปัด
กระเด็นออกมา



“ฮึก..กก...แงงงงงงงงงงงงงงงงง"

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง ต้นและพิมพ์จึงวิ่งมาดู
โดยมีแม็กเวลเดินตามหลังมาด้วย

“แม่ขา” เอสวิ่งเข้าไปหาแม่พร้อมกอดเอวเธอไว้แน่น “ฮึก..พี่ยู
เหยียบตุ๊กตาเอส พี่ยูใจร้าย”

“ยูหยุดก่อนลูก” ต้นเข้าไปห้ามลูกชาย “ไปพังตุ๊กตาน้องทำไม”
เมื่อถูกอุ้มขึ้น สหรัฐก็พยายามดิ้นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลู้แรง
พ่อได้ ต้นพยายามทำให้ลูกชายหยุดดิ้น เขากลัวว่าถ้าแม็กเวลเห็น
ว่าสหรัฐมีนิสัยก้าวร้าวเกินไปทางโรงเรียนจะไม่รับลูกตนเข้าเรียน

แม็กเวลเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ เขายิ้ม “ไม่เป็นไร
ครับ ปล่อยน้องลงเถอะ เขาคงไม่เป็นไรแล้วแหละ” แม็กเวลเดินไป
หยิบตุ๊กตาที่โดนเหยียบจนเสื้อผ้าหน้าผมยับยู่ยี้ขึ้นมา

“เอ๊ะ ของหนู” เอสร้องเบา

“ขอพี่ยืมหน่อยนะครับ” แม็กเวลหันไปส่งยิ้มให้เอส เขาเดินเข้าไป
หาสหรัฐที่ตอนนี้มีท่าทีสงบลง แต่ยังกระสับกระส่ายเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าน้องสาวยู จะชอบตุ๊กตาตัวนี้น่าดูนะ แล้วตัวยูไม่ชอบ
ตุ๊กตาตัวนี้หรอครับ?” เขาพูดไปพลางปัดฝุ่นที่ตัวตุ๊กตา

“ตา..” สหรัฐลอบมองไปตุ๊กตา เขาก้มหน้าลงพื้นไม่กล้ามองหน้า
ชายตรงหน้า พอแม็กเวลเข้ามาพูดด้วย น้ำหนักของความไม่คุ้นเคย
ก็เข้ามาแทนที่ความกลัวตุ๊กตา ยังไงคนแปลกหน้าก็คือคนแปลกหน้า

“ตา? อ๋อ” แม็กเวลมองไปที่ตาตุ๊กตาแล้วผ้าเช็ดหน้าตนมาผูกตา
ตุ๊กตาเพื่อปิดไว้ ยื่นให้สหรัฐดู “เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วนะ”

“อือ..” สหรัฐพยักหน้าเบา ๆ

“เอาแหละ จริง ๆ เราก็คุยกันเสร็จแล้วด้วยงั้นผมขอตัวกลับเลย
แล้วกันก็ครับ” แม็กเวลลุกขึ้นแล้วเดินกลับออกไปนอกห้อง

“อะ..เอ่อปกติยูเป็นเด็กดีนะครับ นาน ๆ ทีแกถึงจะเป็นแบบนั้น
ยูชอบโรงเรียนคุณจริง ๆ ยังไงผม..”ต้นเดินตามออกไป พลางพูด
อย่างลำบากใจ เขานึกว่าแม็กเวลไม่พอใจในพฤติกรรมลูกชาย
ยังไงเขาก็อยากให้ลูกชายมีที่เรียนจริง ๆ

“ไม่ต้องห่วงครับคุณพ่อ โรงเรียนเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับยู
เป็นสมาชิกใหม่ครับ” แม็กเวลยิ้มให้ต้น ตอนที่กำลังจะเดินไปที่
ประตูเขารู้สึกถึงแรงดึงเสื้อเบา ๆ จึงหันไปดู

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_6_zpseikvkwdx

“คุณลุงคะ” เป็นเอสที่จับชายเสื้อเขาไว้ ด้วยความสูงที่แตกต่าง
กันมาก แม็กเวลจึงย่อลงไปพูดคุยกับเด็กหญิง

“ว่าไงครับสาวน้อย เรียกพี่แม็กก็ได้นะครับ”
“ทำไมพี่ยูต้องทำร้ายตุ๊กตาหนูด้วยคะ?” เอสพูดพลางทำหน้าสงสัย
ตายังแดงอยู่จากการร้องไห้

“เอ..คงเพราะพี่ยูกลัวน่ะครับ”
“กลัว? พี่ยูกลัวจนต้องมาพังตุ๊กตาหนูลยหรอคะ"
“อืม แล้วหนูเคยกลัวอะไรมาก ๆ ไหมล่ะครับ”
“หนูกลัวแมลงสาปค่ะ แต่ไม่เคยไปทำร้ายมันซะหน่อย ถ้าเจอก็แค่
บอกคุณพ่อคุณแม่”

“แต่พี่ยูของหนูเขาแสดงออกไม่เก่งไงครับ และเพราะไม่รู้จะบอก
คนอื่น หรือขอความช่วยเหลือคนอื่นยังไง เวลาเขากลัวมาก ๆ เขาก็
เลยทำได้แค่พยายามแก้ด้วยตัวเอง"

“แสดงว่าจริง ๆ แล้วพี่ยูกลัวตุ๊กตาหนูมาก ๆ เลยหรอคะ”
“คงกลัวจนอยากร้องไห้เลยแหละครับ”

“เวลาหนูกลัวแมลงสาป พี่ยูจะปกป้องหนู งั้นเวลาพี่ยูกลัวหนูก็ควร
ปกป้องพี่ยูสินะคะ” เอสพูดสรุปตามความเข้าใจของเธอ

“ใช่แล้ว หนูพูดถูกต้อง” แม็กเวลยิ้มและลูบหัวหนูน้อย ก่อนจะลุก
ขึ้นยืนและหันไปหาต้นที่ยืนรอส่ง “เอาแหละ ผมกลับก่อนนะครับ
ขอบคุณที่เลือกฝากน้องยูไว้กับโรงเรียนเรานะครับ”

“ทางนี้เองก็ขอบคุณที่รับยูเข้าเรียนเช่นกันครับ”

ก่อนแม็กเวลจะเดินออกไปเขาเหมือนนึกอะไรได้จึงหันหลังกลับมา
“เกือบลืม เดี๋ยวคืนวันที่ 31 นี้ทางโรงเรียนจะมีงานเคาท์ดาวปีใหม่
ถ้าคุณพ่อคุณแม่สะดวกจะพาน้องไปร่วมด้วยก็ได้นะครับ จะได้
ทำความรู้จักเพื่อน ๆ ก่อนเปิดเทอม”

“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับ"

“ครับ สวัสดีครับ” เมื่อกล่าวลาเสร็จแม็กเวลก็เดินออกไป




เย็นวันนั้น

“ยูอาบน้ำได้แล้ว”

“…” สหรัฐกอดขาโต๊ะไว้แน่นไม่กระดุกกระดิกไปไหน

พิมพ์พยายามแกะลูกชายออกมาจากขาโต๊ะ ทุกครั้งที่เธอเรียก
ลูกชายอาบน้ำทีไร สหรัฐจะดื้อตลอด ไม่ว่าเธอจะพยายามหลอกล่อ
ยังไง สหรัฐก็ไม่ยอม กว่าจะได้อาบน้ำแต่ละครั้งจึงทุลักทุเลมาก ๆ

[ห้องอาบน้ำ ไม่เอา ยูไม่เอาห้องอาบน้ำ]

“เฮ้อ หลายวันมานี้แม่ยอมเช็ดตัวให้ แต่ยังไงวันนี้ก็ต้องอาบน้ำ
ลูกต้องสระผมนะยู เอาแหละ แม่จะให้เวลาทำใจเดี๋ยวแม่ไปเก็บผ้า
ก่อนแล้วกัน”

[….]

เอสที่มองดูเหตุการณ์อย่างชินตา เธอเองก็ไม่เข้าใจทำไมพี่ชายถึง
ไม่ชอบอาบน้ำขนาดนั้น

“พี่ยูไม่ชอบอาบน้ำหรอ?” เธอเข้าไปคุยกับพี่ชาย ถึงเมื่อกลางวันจะ
ทะเลาะกันมาแต่ตอนนี้เธอหายโกรธแล้ว

“….” สหรัฐไม่ตอบ
“หรือว่า มีอะไรน่ากลัวอยู่ในนั้น?”
“….” เพราะคำพูดที่ตรงกับความรู้สึก เขาจึงหันไปมองหน้า
น้องสาวด้วยความสนใจ

“มีจริงด้วย มันคืออะไรอ่ะ”
“….”
“นี่ บอกหน่อยสิ ๆ พี่ยูกลัวอะไร"
“หลุม..หลุมดำ”

“หลุมดำ?” เธอมองหน้าพี่ชายอย่างสงสัย
“หลุมดำใต้ฝักบัว”

“เอ๊ะ” หลังจากคิดสักพัก เอสเหมือนนึกขึ้นได้ว่าพี่ชายหมายถึงอะไร
เธอจึงยิ้มแฉ่ง “ไม่ต้องห่วงนะพี่ชาย เดี๋ยวหนูจะปกป้องพี่เอง สิ่งที่
พี่ยูกลัว หนูจะจัดการเอง” เธอพูดพลางทุบอกอย่างฮึกเฮิม

หลังหายไปสักพักเธอก็เดินไปจูงพี่ชายให้มาดูผลงาน

“นี้ไง ทีนี้ก็ไม่มีหลุมดำแล้ว” เอสพูดอย่างภาคภูมิใจ

“โอ้ว”สหรัฐมองผลงานที่น้องสาวทำอย่างเลื่อมใส

[เอสสุดยอด ยูพึ่งรู้ว่าเอสกล้าหาญขนาดนี้]

“เอ้า ทีนี้อาบน้ำได้แล้วใช่ม้า รีบ ๆ อาบซะแม่จะได้ไม่ดุพี่ยูไง”
“ขอบใจนะ"



หลังเก็บผ้าและพับเสร็จพิมพ์เดินเข้ามาในห้องเห็นลูกชาย นั่งผม
เปียก ตัวหอมฉุยอยู่จึงอดแปลกใจไม่ได้ “อ้าว ยูอาบน้ำเองแล้ว
หรอลูก หือ..สระผมเองซะด้วยเก่งมาก ๆ”

“อะแฮ่ม หนูเป็นคนช่วยเองค่ะ”
“แหม ทีแม่บอกปากเปียกปากแฉะไม่ยอมไปนะ เอสทำอีท่าไหนล่ะ"
“หนูก็แค่ทำลายความกลัวของพี่ยูเท่านั้นเอ๊ง” เอสยืดอกพูดอย่าง
ออกนอกหน้า

“ความกลัว?” พิมพ์พูดอย่างงุนงง

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_4_zps83wk5ckd

“นี้มันอะไรกันเนี้ยยยย!?” ขณะที่สามแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่ ก็มีเสียง
ต้น ดังขึ้นขัดจังหวะมาจากทางห้องน้ำ..ไม่ทันที่เอสจะได้โชว์ผลงาน
ให้แม่ดู ก็ดูเหมือนว่าพ่อจะได้รู้แล้วว่าลูกสาวทำอะไร

ต้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัว

“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ?” พิมพ์ถามสามีด้วยใบหน้าตกใจ

“สารภาพมาซะดี ๆ ว่าใครทำ..” ต้นหันไปทางลูกชายลูกสาว
“ใครเป็นคนเอาทิชชูไปยัดใส่ท่อระบายน้ำในห้องน้ำ!?”

“หนู..เองค่ะ” เอสชูมือขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พึ่งทำความดีมา
แต่ดูเหมือนว่าพ่อจะดูโกรธนิด ๆ

“ลูกทำอะไรของลูกเนี้ยเอส”
“ก็..เอสแค่อยากช่วยนินา” เธอพูดเสียงอ่อย

เย็นวันนั้นสาวน้อยเอสโดนเทศนาเสียยกใหญ่ โดยมีพี่ชายเธอที่ไม่
รู้อีโหน่อีเหน่สักเท่าไรคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ เธอคงไม่รู้ว่าอย่าง
น้อย ๆ เธอก็ได้ใจพี่ชายไปเต็ม ๆ จากการที่เธอช่วยปกป้องเขาจาก
'หลุมดำ’ เรื่องนี้คงทำให้เขาประทับใจในตัวน้องสาวไปอีกนานทีเดียว

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_5_zpso0mtwyvj

แถม น.13:
ผู้ที่อายุต่ำกว่า 13 ปีควรได้รับคำแนะนำ
ตอนแรกใจจะใส่รูปนี้ลงในงานด้วยครับ
แต่พอวาดเสร็จก็คิดหนัก เพราะมันดูโหดเหี้ยมยังไงก็ไม่รู้
กลัวโดนแบนกันเลยทีเดียวแหละครับ
ไหน ๆ ก็วาดจนเสร็จแล้ว ก็ขอลงไว้ในนี้แล้วกันนะครับ

Spoiler:
ตุ๊กตาทารก ที่คุณแม็กเวลแก้ปัญหาด้วยการปิดตา
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Quest01_3_zps2intms6e

หลอนกว่าเดิมซะงั้น... Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 1367151399




ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item20  +10 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย

Narin's Comment:
ขอบคุณสำหรับภารกิจครั้งแรกครับ ส่งไวมว๊ากกก
ถึงยูจะบอกว่าตัวเองไม่มีแนวทางชัดเจน แต่ผมกลับ
คิดว่ายูมีแนวทางของตัวเองชัดเจนมากเลยนะครับ
และเป็นแนวทางที่น่ารักมากด้วย จริงๆแล้วตัวละคร
ที่ยูเลือกเล่นเป็นตัวละครที่มีโรคที่เล่นยากมาก
ไม่มีใครคิดสร้างตัวละครด้วยโรคออทิสติกมาก่อน
เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเล่นยาก และกลัวจะไม่เป็นที่
ยอมรับจากคนรอบข้าง

แต่ด้วยวิธีการนำเสนอของยู ทำให้ตัวละครยูออก
มาน่าเอ็นดูอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นการเดินเรื่องใน
มุมมองที่อบอุ่น บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ทำให้เข้าใจ
และเปิดใจรับตัวละครได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่าน
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณวิธีการนำเสนอของยู
โดยเฉพาะเลย ผมเรียกแนวแบบนี้ว่าแนว
'เยียวยาหัวใจ' ครับ

ด้านเนื้อหาในครั้งนี้ผมชอบวิธีแก้ปัญหาของแม็ก
และการที่เขาอธิบายให้เอสฟังอย่างใจเย็น ดูเป็น
ผู้ชายอบอุ่นที่เป็นผู้เป็นคนอย่างหาไม่ค่อยได้
เวลาที่แต่งเองครับ (หัวเราะ)

อย่างการแก้ปัญหาในครั้งนี้ก็ทำให้เราผู้อ่านเข้าใจ
ในตัวยูมากขึ้น เหมือนทุกๆครั้งที่เราได้เข้าใจยู
มากขึ้นเวลาที่ได้อ่านเรื่องใหม่ๆของคุณ เห็นไหม?
ผมบอกแล้วว่าคุณเป็นผู้นำเสนอที่มีพรสวรรค์

ยังฝากฝังอะไรไม่ได้มากเพราะคิดว่ายูยังมีของ
ในตัวที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาอีกมาก และจะ
คอยดูงานใหม่ๆของยูต่อไปเรื่อยๆนะครับ หาก
มีอะไรที่อยากลองทดลอง อยากพัฒนาเป็น
พิเศษก็ลองดูได้เรื่อยๆเลย ตอนนี้สแตนด์ดาร์ด
ของยูอยู่ในขั้นค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไปได้อีกไกล
ปีนี้หวังจะได้เห็นยูลองก้าวและทดลองสิ่งใหม่ๆ
ค่อยๆพัฒนาไปด้วยกันนะครับ

EinZ
INFO.Apiwat Nitipoksakul
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
-10% Grade Exp.

Star Piece969
CHIPS+128 M 231 K 603

เพิ่มอัตราดอกเบี้ยสินทรัพย์ประเภท CHIPS +3.0%/เดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue325/660Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (325/660)
ดูข้อมูลส่วนตัวhttp://dongseng23.deviantart.com

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Wed 18 Jan 2017, 23:20
Message reputation : 100% (2 votes)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Award211

Spectacular Award:

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item10  +1,000,000 CHIPS
เหรียญตราที่ใช้ในการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในโรงเรียนหรือการร่วมกิจกรรมพิเศษที่ทางบริษัท NOBLEMAN จัดขึ้น โดยสามารถใช้แต้มสะสมจาก Spirit Point ในการแลกได้
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item20  +30 QUAINT ORE
แร่ธาตุพิเศษที่พบได้ในบริเวณรอบโรงเรียน สามารถนำไปใช้แลกเป็นไอเทมต่างๆที่โรงเรียนกำหนดเอาไว้ได้ แร่ธาตุชนิดนี้จะหาได้ยากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินรอบโรงเรียนบ่อยๆก็จะไม่มีทางที่จะเจอแร่ธาตุชนิดนี้ได้เลย

Wiiw's Comment พิมพ์ว่า:นี่คือภาพที่ผมไม่เคยเห็นจากอิสรามาก่อน!! ทั้งบรรยากาศภาพ มุมมอง และ
องค์ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างมันออกมาสมจริงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่
กำลังนั่งอยู่บนแท็กซี่ มันใช่จริงๆ! ส่วนการเขียนและด้านอื่นๆผมคงไม่ต้อง
อธิบายอะไรยืดยาว เพราะระดับสแตมป์และถ้วยทองคำมันสามารถอธิบายได้
ทุกอย่างอยู่แล้วครับ


มีเนื้อหาไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี:



1. เช้าก่อนปีใหม่

เสียงเพลงพรปีใหม่ในวันนี้ดูบางเบากว่าทุกๆ ปี ปกติแล้ววันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ที่โรงเรียนหรือบริเวณโดยรอบมักจะมีเสียงดนตรีเฮฮา และเสียงผู้คนที่ร่วมกันฉลองเพื่อก้าวผ่านศักราช แต่ด้วยพ่อหลวงร.9สิ้นพระชนม์ งานรื่นเริงนั้นจึงเอิกเกริกมากไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้โรงเรียนในวันปีใหม่นั้น…เงียบเหงายิ่งกว่าเคย

"ไอน์ ไม่ให้ตาไปรับจริงเหรอลูก?"
"ไม่ครับ ตากับยายแก่แล้ว ขับรถไกลๆ ไม่ดี ยังไงผมจะหาช่วงวันหยุดกลับไปหาเอง"
"ถ้างั้นไม่ต้องมาช่วงเทศกาลนะ ตากับยายเป็นห่วง รถเยอะ"

น้ำเสียงที่ส่งมาจากปลายสายบ่งบอกว่าเป็นคนขี้กังวลขนาดไหน ยิ่งตัวเลขอายุเยอะขึ้น ความขี้กังวลของยายก็ดูเหมือนจะเยอะตาม ผมกลั้วหัวเราะส่งกลับไปถึงคนทางปลายสายแล้วตอบกลับหนักแน่น

"ครับ สวัสดีปีใหม่นะครับ"
"จ้า สวัสดีปีใหม่ลูก คุณพระคุ้มครองนะ"
"ขอบคุณครับ เดี๋ยวยังไงผมจะกลับไปหานะ"
"จ้า"

ผมเก็บมือถือเครื่องบางใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง กระชับเสื้อแขนยาวตัวนุ่มให้แน่น แล้วยืนรับลมทะเลยามเช้า เช้าวันสุดท้ายของศักราชนี้ ผมสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับเข้าห้อง หากตากลมนานกว่านี้มีหวังสิ่งมีชีวิตชื่อหวัดคงจะถามหา แต่ก้าวเข้าไปในห้องไม่ทันไร ก็โดนใครบางคนรวบตัวไว้อย่างแม่นยำ

"ไม่ไปวิ่งเหรอ?" คนกอดผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส
"อากาศน่านอนมากกว่าครับ"
"งั้นมานอน"
"น นอนจริงๆ นะครับ"
"แล้วคิดว่าฉันจะทำอะไร?" ถ้าผมมองเห็น ผมคิดว่าเจ้าของอ้อมกอดนี้คงจะกำลังยิ้มกรุ่มกริ่มแบบเดียวกับที่ผมยิ้มตอนวางแผนเซอร์ไพรซ์ใครสักคนแน่ๆ ผมเลยอือออตอบกลับไป แล้วก็โดนลากทั้งๆ ที่ยังถูกกอดอยู่เหวี่ยงลงบนเตียง…

งึม… นุ่มจัง.. z  Z  z  Z


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 1411bbt

******************************


"อืม…"

กี่โมงแล้วนะ ทำไมมันร้อนอย่างนี้… ผมเตะผ้าห่มออกจากตัว ก่อนจะเลิกเสื้อแขนยาวที่ใส่อยู่ขึ้นเล็กน้อย มันเป็นปฏิกิริยาปฏิเสธความร้อนของผมเอง แต่แล้วผมก็นึกได้ว่า...ถ้าคนๆ นั้นอยู่ในห้อง เขาไม่มีทางปล่อยให้ห้องที่ตัวเองนอนอยู่ต้องร้อนอย่างนี้ ผมจึงกวาดมือไปที่ข้างๆ ตัว ปรากฏว่าไร้ไออุ่นของคนที่ลากผมมานอนเมื่อเช้า ผมสลึมสลือลุกขึ้นมา พลางกวาดมือไปยังที่ประจำที่วางมือถือไว้ เสียงหน้าจอดังขึ้นว่ามีข้อความ ผมจึงเปิดฟังด้วยสติที่ยังไม่เต็มเท่าไหร่

'ไอน์ขอโทษนะ! พอดีฉันมีธุระด่วน เดี๋ยวจะกลับ'


“ธุระด่วน...?”

ธุระด่วนอะไรเวลานี้? ครูก็กลับบ้านไปเกือบหมด นักเรียนบางส่วนก็กลับบ้าน บางส่วนก็ไม่มีการเรียนการสอน แล้วผอ.มีธุระอะไรที่ไหนนะ ปกติอย่างผอ.ออกไปข้างนอกซะเมื่อไหร่? ผมก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วเปิดฟังเวลา ถึงได้รู้ว่าตัวเองนอนมาจนเกือบบ่ายแล้ว พอรู้เวลากระเพาะก็เหมือนรู้งาน มันส่งเสียงครวญครางร้องขออาหาร ผมจึงต้องย้ายตัวเองไปล้างหน้าแปรงฟันหาอะไรป้อนท้อง

กับข้าวของผมมื้อนี้มีเพียงโจ๊กซองง่ายๆ ด้วยเพราะนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร แต่นั่งกินในห้องเงียบๆ แบบนี้...ก็ชักจะเบื่อแหะ ผมผลักถ้วยที่เหลือโจ๊กเพียงนิดหน่อยออกไปจากด้านหน้าของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แบบคนไม่มีอะไรจะทำ

ปกติผมเป็นพวกติดห้อง หาอะไรทำตลอดเวลาที่มีอยู่ในห้องของตัวเอง แต่วันนี้วันหยุด วันหยุดของผมมักจะใช้เวลากับใครคนหนึ่งเสมอ แต่นี่เจ้าตัวดันติดธุระ คนจะให้ใช้เวลาด้วยเลยไม่มี ส่วนเพื่อนสนิทก็กลับบ้านไปตั้งแต่วันก่อน จะออกไปข้างนอกคนเดียวก็ใช่ที

ฮึ่ม...ทำอะไรดีนะ?

ผมเดินย้อนกลับไปทิ้งตัวลงบนที่นอนอีกครั้ง พร้อมกับหยิบเอานิยายภาษาเบรลล์ที่อ่านค้างไว้มาอ่าน แต่มันหมดอารมณ์จะทำอะไรไปแล้ว ผมปิดหนังสือแล้วนอนกลิ้งไปกลิ้งมา อาการแบบนี้...เรียกว่าเหงารึเปล่านะ? ผมหยิบเอามือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปหาคนที่ตั้งใจจะใช้เวลาในปีใหม่ด้วยกัน

‘อยู่ที่ไหนครับ?’

แต่อนิจจา ผ่านไป 10 นาทีแล้วก็ไม่มีเสียงเตือนข้อความตอบกลับมา... เอาล่ะ ผมต้องหาอะไรทำอย่างจริงจังก่อนที่จะเฉาตายไปมากกว่านี้ ไปฉลองปีใหม่กับพวกเด็กหอดีมั้ยนะ... นั่นก็ฟังดูเป็นความคิดที่ดีนะ

ผมลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดีกว่าสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ ลงไปเล่นกับเด็กๆ หน่อยก็น่าจะดี แต่เมื่อลิฟท์เคลื่อนไปถึงชั้นๆ หนึ่ง คนที่ก้าวเข้ามาก็เป็นคนหนึ่งที่คุ้นเคยกัน

“อ้าว ครูไอน์ ไม่กลับบ้านเหรอครับ”
“สวัสดีครับครูไมค์ ผมไม่สะดวกกลับครับ แล้วครูไมค์ล่ะ”
“ฮ่าๆ ผมขอเล่นอยู่กับเด็กนักเรียนที่นี่ดีกว่า”
“ครับผม”

ผมกับครูไมค์คุยกันสารตะจนถึงชั้นล่าง เสียงเฮฮาของเด็กๆ ที่ยึดริมสระว่ายน้ำเป็นสถานที่จัดงานปีใหม่ดังขึ้นอย่างคึกคัก แต่...นี่มันมีแต่เด็กๆ จริงๆ นะเนี่ย ผมเก้อเขินนิดหน่อยที่ไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาจับฉลาก (ก็ผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะมางานง่ะ) ต่างจากครูเกรียงไกรหรือ ‘ครูไมค์โคตรโหด’ ของเด็กๆ ที่หอบเอาหนังสือนิทานจำนวน 1 ชุดมาร่วมจับของขวัญด้วย นอกจากเหล่าเด็กหอที่ไม่ได้กลับบ้านแล้ว ก็มีครูผู้ดูแลคนอื่นๆ อีกสองสามคน หนึ่งในนั้นคือครูจีจี้ที่ตอนนี้พูดไทยชัดขึ้นมากรวมอยู่ด้วย

“อ้าวครูไอน์ มางานด้วยเหรอคะ ไม่เห็นบอกดิฉัน”
“แหะๆ"

ทุกคนต่างส่งเสียงประหลาดใจ เพราะตอนที่ชวนกันไปงานเลี้ยงที่ห้องพักครูก่อนจะหยุดเรียนนั้น ผมเป็นคนปฏิเสธเสียงชัดว่าไม่ขอเข้าร่วมงาน ครูทุกคนเลยพาลคิดไปว่าผมจะกลับบ้านล่ะมั้ง แต่งานเลี้ยงก็จัดถึงแค่ช่วงสองถึงสามทุ่มเท่านั้น เพราะเป็นห่วงเด็กๆ ถึงจะอยากอยู่ข้ามคืนปีใหม่ แต่กฏความปลอดภัยของหอพักก็ต้องปฏิบัติตามเคร่งครัด เด็กๆ จึงแยกย้ายกลับเข้าห้องตัวเอง ไว้ค่อยไปเค้าน์ดาวน์ที่ห้องตัวเอง หรืออาจจะแอบมาห้องเพื่อนเหมือนสมัยที่ผมยังเรียนอยู่...

พอเด็กๆ กลับไปแล้วบริเวณริมสระก็เงียบลงถนัดตา ผมนั่งอยู่ยนเก้าอี้ชาดหาดของโรงเรียน รับลมทะเลยามค่ำคืน จนป่านนี้ผอ. ก็ยังไม่ติดต่อมา คงจะธุระด่วนจริงๆ ถึงต้องออกไปข้างนอกแบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ...

“ทำไมทำหน้ามุ่ยแบบนั้นครับ”
“อ่าว ครูไมค์ ผมนึกว่าขึ้นห้องไปแล้ว”
“ผมเบื่อน่ะ เลยยังไม่ไปไหน”
“เหมือนกันเลยครับ ผมก็เบื่อ...” รู้สึกอยากทำอะไรแปลกๆ แก้อาการแก้เซ็งแบบนี้ขึ้นมาแหะ

เสียงถอนหายดังขึ้นมาจากคนข้างๆ สักพักเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้ก็ดังตามมา คงกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ผมสินะ

“เฮ้อ... พอเป็นวันหยุดแบบนี้ มันก็เซ็งๆ เนอะครับ”
“ครับ...”
“บางทีผมก็คิดนะ... ว่าออกไปเที่ยวดีมั้ยน้า”

ไปเที่ยว...กลางคืน?

“แต่นั่นแหละครับ ไปคนเดียวคงเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ไอ้ผมก็ไม่ใช่ขาเที่ยวด้วย อยู่เพชรบุรีแท้ๆ คงแหง็กในโรงเรียนนี่แหละ”

นี่แหละเรื่องแปลกๆ สนุกๆ ที่ครั้งนึงชายหนุ่มควรต้องลอง!!!

“ครูไมค์ครับ”
“หืม?” เสียงตอบรับของครูรุ่นพี่ดังขึ้นเอื่อยๆ ผมนิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกไป
“เราไปเที่ยวในเมืองกันมั้ยครับ”



2. คืนปีใหม่

“จะออกไปจริงๆ เหรอครับครูไอน์ ครูไมค์”

เสียงลุงยามหน้าโรงเรียนเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ดูแกจะกังวลจริงๆ ว่าคนตาบอดอย่างผมจะออกไปข้างนอกตอนกลางคืนไม่ได้ไม่สะดวก แถมยังจะไปในที่อโคจรแบบนั้น

“ไม่เป็นไรหรอกลุง ผมดูครูไอน์อยู่ ไม่กลับเช้าหรอกน่า”
“โถ่ ครูไมค์นี่ก็อีกคน ระวังๆ ตัวกันนะครับ นั่นรถมารับแล้ว”
“ขอบคุณที่เรียกให้นะครับ” ผมกล่าวขอบคุณคุณลุงยามที่ยอมสละวันหยุดมาอยู่เวรวันนี้ แต่แกก็จะเปลี่ยนกะตอนเที่ยงคืน ไม่รู้ว่าผมจะกลับมาก่อนเที่ยงคืนมั้ย เพราะนี่ก็สามทุ่มครึ่งแล้ว

ครูไมค์นำผมขึ้นรถ พอนั่งลงเบาะหลังเรียบร้อยแล้ว เสียงรถแท็กซี่ท้องถิ่นก็ดังขึ้นใกล้ๆ

“ไปในเมืองใช่มั้ยครับ”
“ครับผม”
“จะลงที่ไหนดีครับ?”
“เอ่อ...”

ผมกับครูไมค์เลิ่กลัก เพราะด้วยไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะไปร้านไหนนอกจาก ‘ร้านเหล้า’ แต่ดันไม่รู้เลยว่าในเมืองมีร้านไหนที่พอใช้ได้ เพราะตั้งแต่โรงเรียนย้ายมาอยู่เพชรบุรี ก็เข้าไปในเมืองแทบจะนับครั้งได้ ที่ไปก็ไปแบบห้างร้านไม่เคยไปร้านอาหารร้านเหล้า และคนที่เอ่ยบอกจุดหมายคือครูไมค์

“พี่รู้จักร้านอาหารกึ่งร้านเหล้าเจ๋งๆ ปะ”
“เอ...”

พี่แท็กซี่เงียบนึกหาร้านไปอึดใจเล่นเอาผมเกร็งขึ้นมานิดหน่อย

“ที่รู้จักก็เลียบหาดชะอำแหนะ มีเยอะเลย แต่ไกล ในเมืองก็พอมี”
“ไปในเมืองแหละครับ” ผมรีบสวนขึ้นมาทันที
“งั้นไปร้านชะบาพาเพลินละกัน ลูกค้าชอบไป”
“โอเคครับพี่ ไปเลย” คราวนี้เป็นเสียงของครูไมค์ที่แทรกขึ้นมา

ผมเอนตัวลงพิงเบาะรถคลายความกังวลนิดหน่อย ด้านครูไมค์ขยับตัวเล็กน้อยและใช้สิ่งที่คาดว่าจะเป็นศอกทุ้งสีข้างผมเบาๆ

“สีหน้าตื่นเต้นชัดเชียวนะครูไอน์”
“จ จริงเหรอครับ?”

เห...ผมแสดงออกขนาดนั้นเชียว เสียงอือออของครูไมค์เป็นสิ่งยืนยันว่าผมกำลังรู้สึกตื่นเต้นกับการออกไปนั่งดื่มนั่งกินกับเพื่อนร่วมงานครั้งนี้ ใช่ว่าผมไม่เคยเข้าไปในเมืองนะ แต่มันน้อยครั้งมากๆ ถ้าไม่มีคนพาไปก็คือไม่ได้ไปเลย ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียน ต้องขอบคุณครูไมค์ที่ยอมมาเป็นเพื่อนผม แต่ฟังดูเสียงแกก็ร่าเริงไม่ต่างกัน รู้สึกตื่นเต้นนิดๆ แหะ นิดๆ จริงๆ นะ

ผมกับครูไมค์คุยกันสัพเพเหระไปตลอดทาง ใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย ในเมืองมีเสียงมากกว่าที่โรงเรียนเล็กน้อย มีเสียงร้องคาราโอเกะดังมาตามอากาศเรื่อยๆ ยังดีที่ผู้คนยังหาความสุขใส่ตัวบ้าง ครูไมค์จับมือผมให้แตะที่ศอกของแก ก่อนจะขอทางเดินเข้าไปในร้านที่...ผมสัมผัสได้เลยว่าวันนี้ร้านคนเยอะแน่นอน เพราะเสียงจอแจของผู้คนดังเข้ามาในหูผมไม่ขาดสาย ที่ไหล่ของผมเองก็ชนกับไหล่ของคนอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง

“ขอโทษที่เป็นภาระนะครับ” ผมกระซิบที่ข้างหูครูไมค์
“เหย..ไม่เป็นไรน่า เอ้อ! มาอยู่ที่แบบนี้ เรียกผมพี่ละกัน นะน้องไอน์”
“ได้ครับพี่ไมค์” อืม...ฟังดูสนิทสนมกันมากขึ้น

ซักพักบ๋อยก็พาผมและพี่ไมค์ไปที่โต๊ะ กว่าจะไปถึงโต๊ะก็ทุลักทุเลพอควร เพราะคนในร้านเยอะเหลือเกิน พอนั่งลง เสียงก็เงียบลงบ้างนิดหน่อย ดนตรีร้านนี้เพราะดีนะครับ แต่ที่นั่งที่พวกผมได้นั้น พี่ไมค์บอกว่าโคตรหลืบ มิน่าเสียงในร้านถึงจางๆ ลง

“อยากกินไรเป็นพิเศษมั้ยไอน์”
“เหล้าพี่” ผมตอบไปแทบจะทันที มาร้านเหล้าก็ต้องกินเหล้าสิครับ
“เออ... จะสั่งให้น่า แต่อย่าเยอะนะ กินกับแกล้มก่อนดิ”

ผมส่ายหน้าเพื่อให้รู้ว่าไม่รู้จะกินอะไร พี่ไมค์จึงจัดการสั่งกับแกล้มไปสองสามอย่างพร้อมมิกเซอร์ ใช้เวลาซักพักกว่ากับแกล้มจะมา ผมจึงตั้งใจสัมผัสกับบรรยากาศที่ ‘ไม่เคยสัมผัส’ มาก่อนอย่างจริงจัง เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังไม่ขาดสาย เสียงดนตรีที่เคล้าคลอกับเสียงชนแก้ว ลมเย็นๆ ของหน้าหนาวโดยไม่ต้องพึ่งแอร์ คงเป็นร้านที่เปิดโล่งหน้าดู เสียงร้องเท้า เสียงช้อนส้อม กลิ่นของอาหารทอดและ...กลิ่นของน้ำเมา ยอมรับเลยว่าไม่เคยมาที่แบบนี้และตื่นเต้นมากจริงๆ มันช่างดูโลดโผนและอึกทึก ดูน่าตื่นเต้นมากกว่าในสถานที่สงบอย่างโรงเรียนจริงๆ
ถือว่าได้เปิดประสบการณ์

“เอาจริงๆ พี่ก็ดื่มไม่เก่งนะ ไม่ได้แตะเหล้านานละ อย่าเมาคอพับก่อนพี่ล่ะ”
“ผมก็ไม่เก่งครับ ครั้งสุดท้ายก็ปาร์ตี้ชุดนอน”
“อ้อ ตอนนั้น อันนั้นพี่มึนๆ กลับห้อง แล้วไอน์เป็นไง พี่เห็นเรานึกว่านั่งหลับ”

ตอนนั้นเหรอ...อืม ผม...ทำอะไรนะ อ้อ...

“เห้ย หน้าแดงทำไม ไม่สบายเหรอ”
“ป เปล่าครับ เอ้อผมสงสัยมานานละ บ้านพี่อยู่ที่ไหนเหรอครับ ผมคนอีสาน เผื่อจะกลับด้วยกัน” สำหรับผมคือกรณีพิเศษที่นานๆ ทีจะกลับบ้านได้ แต่เท่าที่จำได้พี่ไมค์ก็เป็นครูที่ร่างกายปกติดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการเดินทาง ถ้าเป็นคนบ้านเดียวกันผมอาจจะชวนพี่แกกลับบ้านได้

ระหว่างที่รอกับแกล้ม เครื่องดื่มดันมาถึงก่อน พี่ไมค์จึงลงมือชงเหล้าให้ผมกิน บอกตำแหน่งของแก้วน้ำ ผมจึงยกขึ้นมาจิบนิดๆ ถึงตอนเย็นจะทานขนมไปบ้างแล้ว แต่ถ้ากินเหล้าเพียวๆ ไม่มีกับแกล้มเลยคงจะเมาเร็ว เลยค่อยเป็นค่อยไปละกัน ฝ่ายตรงข้ามเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบคำถามที่ผมถามค้างไว้

“พี่ไม่มีบ้านให้กลับหรอก”
“พ พี่ไมค์ ผมขอโทษ...”
“เห้ย ไม่เป็นไรๆ มันผ่านมานานแล้วล่ะ”

พอดีกับแกล้มมาเสิร์ฟ พี่ไมค์ก็ทำหน้าที่ดูแลคนตาบอดได้ดีด้วยการบอกตำแหน่งกับแกล้ม มีเพียงไม่กี่อย่าง พอลองชิมดูก็รสชาติใช้ได้ เสียงเพลงจากสนุกสนานกลายเป็นเพลงช้าเศร้าๆ เข้ากับบรรยากาศคนตรงหน้าซะงั้น ราวกับนักดนตรีจะเข้าอกเข้าใจบรรยากาศโต๊ะเล็กๆ มุมนี้

“พี่มีลูกชายนะ”
“ลูกชายเหรอครับ คงจะน่ารักมาก” พี่ไมค์เริ่มคุยเปิดใจ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีลูกชาย เห็นโหดๆ ดุๆ นึกว่าเป็นหนุ่มโสดไร้สาวควง ผิดคาดนิดๆ แหะ
“ใช่ น่ารักมากๆ”
“ว้าว... ตอนนี้แกอายุเท่าไหร่เหรอครับ”
“3-4 ขวบมั้ง” ตอบพร้อมตามด้วยเสียงเคี้ยวไก่ทอดและเสียงซดน้ำเมา ผมเองก็นั่งเงียบไม่พูดอะไร ไม่กล้าถามอะไรมาก เกรงจะเป็นการก่าวก่ายเรื่องส่วนตัวคนอื่น ถ้าเขาอยากเล่าก็คงจะเล่าเอง บทเพลงในตอนนี้ก็ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน

ผมและพี่ไมค์ยังคงนั่งดื่มไปเรื่อยๆ เพลงก็ยังไม่เปลี่ยนทำนองช้าๆ แหม...เล่นบิลด์อารมณ์กันซะขนาดนี้ ชักจะดราม่าตาม ไม่เอานะผมจะมาสนุก ไม่ใช่จะมาเศร้าซักหน่อย

แต่จู่ๆ ผมก็ดันนึกถึงไปหาผอ. ทั้งๆ ที่เมื่อเช้ายังกอดกันอยู่ ตกกลางคืนมาก็คิดถึงกันซะแล้ว

“คิดถึง...”
“หะ คิดถึงเมียพี่? เคยเจอเหรอ?”
“อ อะไรนะพี่ เปล่า ผมเปล่า”
“ฮั่นแน่ คิดถึงใครคร้าบน้องไอน์” ผมคิดไปเองรึเปล่านะว่าพี่ไมค์เสียงยียวนเหลือเกิน แล้วนี่ทำไมผมยกแก้วที่ไรมันถึงหนักๆ เหมือนมีน้ำอยู่ตลอด ผมก็ดื่มมานานแล้วนะ มันไม่พร่องลงหน่อยเรอะ...
“คิดถึงอะไรพี่ หูฝาดแล้ว”

พี่ไมค์ยังคงไม่เลิกแซวผม จับมือผมมาชนแก้วๆ เรื่อยๆ ส่วนผมก็ดันเออออตามไป รู้สึกโงนเงนนิดหน่อย แต่ยังพอฟังรู้เรื่อง เพลงช้าๆ กลายเป็นเพลงรักจังหวะกลางๆ อื้ม...นักร้องคนนี้เสียงดีแหะ บรรยากาศร้านเริ่มร้อนขึ้นนิดๆ คนเยอะขึ้นรึเปล่านะ

“ไอน์มีแฟนด้วยหรอ”
“มีครับ...หะ!”
“อั้นแน้~ มีแฟนกะเค้าด้วย เอาเวลาไหนไปหาเนี่ย คนในโรงเรียนเหรอ”

แล้วทำไมปากผมมันไปไวกว่าหัวเนี่ย เสียงก๊องแก๊งเหมือนเสียงแก้วกระทบกันดังขึ้นตรงหน้า แก้วในมือผมที่เมื่อครู่เบาๆ ไปแล้วก็กลับมาหนักอีก หรือผมเริ่มเมาแล้วนะ...ถึงได้มือไม้อ่อน จับอะไรก็หนักไปหมด

“แฟนอะไรกันพี่ ไม่มี๊”
“เสียงสูงนะเสียงสูง มีก็มีเถอะ ใครอ่ะ”
“ผอ....” ผมพูดเบาๆ ก้มน้ำงุด แสร้งทำเป็นดื่มน้ำในมือ
“อะไรออนะ อออะไร ออคิดเหรอ? ใครวะ...”

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 4htfzs

พี่ไมค์พึมพำกับตัวเองในขณะที่ผมซดแก้วซดในมือทีเดียวหมด เหมือนได้ยินเสียงพี่ไมค์พูดแว่วๆ อะไรซักอย่างว่าไอน์ดื่มเก่งจัง น้องขออีกขวด แต่เหมือนเสียงดนตรีจะเร่งดังขึ้น และเสียงเฮโลของคนในร้านก็ดังสนั่น ซักพักพี่ไมค์ก็สะกิดผม

“ไอน์ เที่ยงคืนแล้ว ร้องเพลงปีใหม่กัน”
“...ครับพี่”

เสียงดนตรีบรรเลงเพลงพรปีใหม่ดังผสมกันกับเสียงพลุ ผมยิ้มรับกับเสียงร้องอวยพรของนักดนตรีและคนในร้าน ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาอวยพรให้ทุกคนในที่นี้ด้วยคน รู้สึกเหมือนคนเหงามารวมตัวกัน ที่แน่ๆ แก้วผมมีคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ไมค์มาชนด้วย แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพียงแค่ยิ้มและก้มหน้าลงเล็กน้อย และจิบดื่มน้ำในมือ คงจะได้เวลากลับแล้วสินะ เพราะร้านจะปิดแล้ว

“น่ารักจัง ชื่ออะไรคะ”

เสียงแว่วๆ ดังขึ้นที่ข้างหู ผมรีบเงยหน้าขึ้น แต่มันแบบ...โลกหมุนครับ ผมโงนเงนฟุบกับโต๊ะ...


<พาร์ทของเกรียงไกร>

มีสาวสวยน่ารักแวะมาที่โต๊ะหลังเสียงพลุและเสียงเพลงพรปีใหม่จบลง สาวเจ้าที่เฮฮากับเพื่อนโต๊ะไม่ไกลจากโต๊ะของสองหนุ่มทำเนียนมาชนแก้วกับไอน์ที่กำลังกรึ่มๆ ได้ที่

“น่ารักจัง ชื่ออะไรคะ”

เกรียงไกรแทบจะพุ่งเอาเหล้าที่กะว่าจะกินเป็นแก้วสุดท้ายออกจากปาก โอ้โห...ไอ้หมอนี่มันเสน่ห์แรงแหะ ถ้ามันมองเห็นมันคงออกไปฟันสาวเรียบแน่ๆ แต่เมื่อครู่เจ้าตัวก็เมาจนแอบเปรยๆ ว่ามีแฟนแล้ว แถมสาวคนนี้ท่าทางจัดจ้าน คงต้องกันท่าเสียหน่อย เป็นน้องเป็นนุ่งเขาก็ต้องดูแล เดี๋ยวผิดใจกับแฟนมาจะลำบาก

กำลังจะเอ่ยปากแทนคนเมากรึ่มๆ ว่ามีแฟนแล้ว เจ้าตัวดันเงยหน้าพรวด แต่นั่นแหละ... เงยไม่ตั้งตัวก็หน้ามืดวืดลงกับโต๊ะเสียอย่างนั้น เขาเกือบเอามือไปรองหัวให้ไม่ทัน สาวสวยตกใจส่งเสียงร้องเบาๆ

“อุ้ย”
“เอ่อ น้องครับ คนนี้มีแฟนแล้วครับ” เกรียงไกรชี้ๆ ไปที่อิสราที่นิ่งอยู่บนโต๊ะ
“พี่เป็นแฟนเค้าเหรอ” คนสวยปากแดงทำหน้าตะลึงกึ่งไม่เชื่อมาที่หนุ่มหนวดรุ่นใหญ่ จนเขาต้องโบกมือส่ายหน้าพัลวัน
“ไม่ใช่ครับๆ แฟนเค้าอยู่ต่างจังหวัด ผมเพื่อนเค้า” เนียนแถไปละกัน แฟนอยู่ไหนไม่รู้ล่ะ
“อ๋อ แล้วพี่ว่างมั้ยคะ ไปต่อมะ”
“หา??”

เกรียงไกรชี้มาที่ตัวเองอย่างงงๆ พลางก้มมองดูไอน์ที่ตอนนี้เขาคิดว่า..เมาสลบไปแล้วเรียบร้อย นี่ก็จะตีหนึ่งแล้วด้วย ดันบอกลุงยามว่าให้รอเปิดประตูให้ ต้องรีบกลับแล้วเพราะตัวเองก็คงไปต่อที่ไหนไม่ไหว จึงต้องส่งยิ้มละไมและปฏิเสธไป รีบเรียกบ๋อยเข้ามาเช็คบิลพร้อมกับหิ้วปีกคนที่ ‘เมาแอ๋’ ไปด้วย

ยืนรอแท็กซี่ไม่นานก็แวะเวียนมา นักท่องเที่ยวยามราตรีก็เริ่มทะยอยกลับเพราะร้านรวงต่างๆ เริ่มปิดแล้ว อิสราสติเริ่มหดลงทีละนิดๆ ทีแรกเห็นดื่มเอาๆ นึกว่าเป็นพวกคอแข็ง ที่ไหนได้ เจ้าตัวดันดื่มแบบไม่รู้ลิมิตตัวเอง มิน่าเล่า เติมให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยขอหยุด

“กินไม่เป็นแล้วชวนมาทำไมเนี่ย” เกรียงไกรบ่นอย่างงุ่นง่านขณะช่วยแบกร่างโชยกลิ่นเหล้าของอิสราเข้ารถแท็กซี่

พอขึ้นรถปุ๊บ เสียงอือออที่ยังพอบอกว่า ‘คนเมาแอ๋’ พอมีสตินิดๆ ก็เงียบไป เหลือเพียงเสียงกรนเบาๆ เกรียงไกรถึงกับกุมขมับ แต่แล้วก็หัวเราะออกมาหน่อยๆ ทีแรกเขาคิดว่าอิสราจะเป็นคนที่เรียบร้อยมากๆ นิ่งๆ เย็นๆ ไม่คิดเรื่องอกุศล เหล้ายานารีไม่มีในหัว เวลาสอนเด็กนักเรียน เด็กๆ ก็จะรุมล้อมทักทายเสียงใส ต่างจากเขาที่ได้ฉายา ‘ครูไมค์โคตรโหดโฉดและมีหนวด’ นึกว่าจะเป็นพวกเที่ยวไม่เป็น ทีแรกที่เขาได้ยินไอน์ชวนเที่ยวกลางคืนก็ตะลึงอยู่ไม่น้อย แต่เห็นหน้าครูรุ่นน้องดูเหงาๆ แถมเขาก็ไม่มีอะไรทำ จะมาดูแลเสียหน่อยก็ไม่เป็นไร ถือเสียว่าพาน้องมาเปิดหูเปิดตาและพามันมารู้ลิมิตตัวเอง คนเรานี่มองแค่คาแรกเตอร์ภายนอกไม่ได้จริงๆ

เกรียงไกรเลื่อนมือที่กุมขมับปลี่ยนมานั่งค้ำคางมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พูดถึง ‘ครอบครัว’ ครอบครัวที่เขาไม่มีทางได้กลับไป พอเห็นใบหน้าซื่อๆ ของอิสรา เขาก็กล้าที่จะเผยสิ่งที่เก็บไว้ในใจตลอดมา อิสราก็ช่างเป็นผู้ฟังที่ดี รุ่นน้องไม่ถามอะไรซอกแซกหรือพูดอะไรทั้งสิ้น เพียงปล่อยให้เขาได้พูดออกมาเท่านั้น ก็เป็นเด็กที่น่ารักดี... เกรียงไกรได้แต่อวยพรในใจขอให้คนเขาที่รักและลูกชายสุขสมหวังเจริญๆ กับปีใหม่ ส่วนตัวเขาก็คงจะอยู่อย่างนี้ มีเด็กนักเรียนและเพื่อนที่ทำงานเป็นกำลังใจให้อยู่ต่อก็พอ ไหนๆ ตอนนี้เขาก็มีชีวิตข้ามมาอีกปีจนได้แล้ว ควรจะทิ้งอดีตที่แย่ๆ แล้วเริ่มต้นใหม่

“สวัสดีปีใหม่นะ...” เกรียงไกรเอ่ยกับคนที่ไม่สามารถไปเจอได้อีก ฝากผ่านดวงดาวและสายลม

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 2j0dudf

ใช้เวลาไม่นานก็ถึงประตูรั้วโรงเรียน คุณลุงยามและยามที่จะมาเปลี่ยนกะรีบกุลีกุจอมาเปิดประตูให้ แต่เนื่องจากห้องที่อิสราอยู่นั้นเป็นห้องเบอร์อะไรตรงไหนเกรียงไกรก็นึกไม่ออก แถมเจ้าตัวดันปลุกไม่ตื่น ถึงจะตื่นก็คุยไม่รู้เรื่อง จึงจำต้องลากไปนอนห้องเขาเสีย แย่หน่อยที่มันค่อนข้างรก หนุ่มรุ่นใหญ่จึงต้องใช้เท้าเขี่ยๆ ของที่ระเกะระกะในห้องก่อนจะทิ้งตัวอิสราลงบนที่นอน ส่วนตัวเองก็แทบลืมตาไม่ไหวขอเอากองเสื้อผ้านอนต่างหมอน ไม่ถึงนาทีเขาก็ผล่อยหลับไป



3. หลังวันปีใหม่

ผมรู้สึกเหมือนหัวจะแตกและผะอืดผะอม

แฮงค์...แบบนี้แฮงค์แน่ๆ แล้วนี่ผมอยู่ที่ไหน สัมผัสของผ้าปูเตียงและหมอนมันไม่คุ้น คือมันไม่ใช่กลิ่นน้ำลายผมประจำบนหมอนน่ะ

ผมตบๆ ตามตัวเองเพื่อควานหาโทรศัพท์เช็คว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยาม แต่อนิจจา มันดับไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าแบตหมดไปตอนไหน ผมลุกขึ้นมางงๆ ทั้งๆ ที่โคตรจะปวดหัว พยายามเรียกสติตัวเองให้กลับเข้าที่ทาง แต่มันไม่ง่ายเลย ซักพักเสียงกรนดังๆ ก็แทรกขึ้น ผมรีบหันควับไปตามเสียง มีเสียงสวบสาบของเนื้อผ้าดังอยู่ด่านล่างตัวผม เหมือนจะอยู่บนพื้น

“แจ่บๆ... งืม...”

อ่า...เสียงครางงึมงำแบบนี้... พี่ไมค์

“พี่! พี่ไมค์”

ผมยังไม่แน่ใจว่าพี่ไมค์นอนตรงไหน เลยไม่กล้าขยับออกจากเตียงที่นอนอยู่ตรงนี้ ทำได้เพียงส่งเสียงเรียก ท่าทางนี่จะเป็นห้องพักของพี่ไมค์

“งึมมม ไอน์ ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงพี่ไมค์ดูง่วงแบบสุดๆ ดีนะครับที่ยังเป็นวันหยุดอยู่ แฮงค์แบบนี้ผมไปสอนเด็กๆ ไม่ได้แน่ๆ ผมกำลังจะอ้าปากตอบพี่ไมค์ที่น่าจะกำลังลุก เสียงกดออดหน้าประตูก็ดังขึ้นรัวๆ พี่ไมค์บ่นอุบอิบว่าใครมาอะไรแต่เช้า ส่วนผมก็เคาะๆ หัวตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเดินโดยอาศัยใช้มือไต่ไปตามผนัง เกือบสะดุดของบนพื้นแหนะ...

“คร้าบๆ มาเปิดแล้วคร้าบ”
“อ๊ะ ครูไมค์ เพิ่งตื่นเหรอคะ”
“จีจี้ มีอะไรแต่เช้า... สวัสดีปีใหม่คร้าบ”
“สวัสดีปีใหม่ค่ะ เช้าอะไรคะเที่ยงแล้วค่ะ พอดีจีจี้มีเรื่องด่วนมากๆ ครูไมค์เห็นครูไอน์บ้างมั้ยคะ?”

หื้ม...ผมว่าผมได้ยินคนพูดถึงผม แต่ผมยังไต่ไปไม่ถึงหน้าประตู เสียงๆ หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจนผมแทบจะตรึงเท้ากับที่

“คุณเกรียงไกรครับ คุณอิสราหายไป ทราบมั้ยครับว่าเขาไปไหน ผมโทรแล้วเขาก็ไม่รับสาย ซักพักก็ติดต่อไม่ได้เลย คุณจิคาโกะบอกว่าเห็นเขาเมื่อตอนเย็นอยู่กับคุณ คุณทราบมั้ยว่าคุณอิสราไปไหน”

เสียงของผอ.ดูร้อนรนแปลกๆ ผมจึงรีบไต่ตัวเองไปให้ถึงที่ประตู พี่ไมค์ยังคงมีเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่ายังไม่ตื่น แกทำเสียงงงๆ

“หะ? ไอน์หายไป? จะหายไปไหนก็...”
“ผอ.ครับ...” เอาล่ะ ผมว่าผมแฮงค์จริงๆ คือผมปวดหัวมากๆ แทบจะยืนไม่อยู่ แต่ความร้อนด้านนอกและคำพูดของครูจีจี้เป็นสิ่งยืนยันว่าผมสลบยาวแทบจะข้ามวันจนแดดจะเผาหัว ผมใช้มือข้างนึงเกาะประตูไว้ สภาพตอนนี้คงไม่น่าดูเลยสินะ หวังว่าจะไม่มีนักเรียนคนไหนเห็น

“ผม.อยู่น--”
“เป็นห่วงแทบบ้า!!” เสียงตะโกนดังๆ เกิดขึ้นพร้อมแรงลมหายใจตรงหน้าผม ผอ.ตะโกนราวกับคนที่กำลังจะสติแตกและหายใจแรง ส่วนผมน่ะเหรอ ก็ยืนเอ๋ออ้ำอึ้งน่ะสิ...
“คุณรู้มั้ย ผมเป็นห่วงคุณแค่ไหนที่คุณหายไป!”
“ผม...ผมขอโทษครับ ที่ไม่ได้บอกก่อน คิดว่าผอ.ไม่ว่าง”
“...” ยังคงได้ยินเสียงหายใจแรงๆ ก่อนคำสั่งเรียบๆ จะตามมา
“กลับห้องเถอะ ผมทำทุกคนวุ่นวาย ขอโทษด้วยนะครับจีจี้ ฝากขอโทษครูคนอื่นด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะผอ.”

รู้สึกบรรยากาศเย็นยะเยือกขึ้นทันที เอ่อ...

“คุณกลับห้องไปนอนนะ” เหมือนเสียงผอ.จะใจเย็นขึ้น ผมตอบรับไปเล็กน้อยก่อนจะเดินคอตกเข้าลิฟท์ไป โดยมีเสียงพี่ไมค์บอกลาไล่หลัง แต่ผมรู้สึกเหมือนมีใครซักคนตามผมขึ้นลิฟท์มาด้วย

“ไปไหนมา”
“ไป...ในเมืองครับ”
“กินเหล้า?”
“ครับ...” กลิ่นแรงเลยสินะ ฮือ...
“สนุกมั้ย?”
“สนุก...ครับ”
“...” แล้วในลิฟท์ก็เงียบไปเมื่อถึงชั้นของห้องผม แต่ผอ.กลับรั้งข้อมือผมไว้แล้วเดินเข้ามาชิด
“สงสัยต้องเคลียร์หน่อยละ” ก่อนที่เสียงประตูลิฟท์จะปิดลง

ฮือ มันเป็นปีใหม่ที่ปวดหัวสุดๆ... ขอร้องล่ะครับอย่าทำอะไรผม ผมปวดหัววววว (โหยหวน)



<พาร์ทของเกรียงไกร>

หลังจากแยกย้ายกับจีจี้ ผอ.และครูไอน์แล้ว เกรียงไกรก็ปิดประตูห้องยืนเกาพุงอย่างงงๆ สีหน้าผอ.ตอนนั้นช่างประหลาดเหลือหลาย

“ทำไมต้องตามหาไอน์วะ”

ใบหน้าที่ดูก็รู้ว่าร้อนรนสุดๆ ถึงแม้ขี้ตายังไม่แคะ สติยังไม่เต็ม ตายังลืมไม่สุดเกรียงไกรก็พอดูออกว่าผอ.เป็นห่วงบุคลากรครูที่ชื่ออิสรามากแค่ไหน แต่ว่า...มันควรจะห่วงขนาดนี้มั้ยนะ?

คิดไปก็ปวดหัวเดี๋ยวเยี่ยวจะเหนียว ปีใหม่แท้ๆ ควรจะมีความสุขสบายอุราตั้งแต่ต้นปีสิ  นอนต่อดีกว่า

เกรียงไกรส่ายหัวให้กับตัวเอง เดินเกาพุงไปหาน้ำดื่มแก้กระหาย ก่อนจะพุ่งตัวลงบนที่นอนนุ่มๆ ที่โดนคนอื่นยึดไปทั้งคืนอย่างสบายอุราตามที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่วายหนุ่มรุ่นใหญ่ก็ต้องขมวดคิ้วนิดๆ ทั้งๆ ที่ตาหลับอยู่

มันแหม่งๆ จริงนะ...





ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

์Narin's Comment:
หลังจากสแตนด์ดาร์ดงานวาดหยุดมานาน ในที่สุด
มันก็เริ่มก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งแล้ว เย้!!!~
ช่วงนี้งานภาพคุณอิสราพัฒนาแบบก้าวกระโดด
เลยครับ ทั้งการลงสี ทั้งมุมภาพ ภาพเซ็ตที่ใช้
ในภารกิจนี้เข้ากับบริบทของเนื้อหามาก ภาพ
ที่ชอบมากที่สุดคงเป็นภาพตอนนั่งแท็กซี่
วาดออกมาได้ดีจนผมมองแล้วรู้สึกได้ถึงกลิ่น
แอร์และความเย็นภายในแท็กซี่เลย

คุณอิสราชำนานด้านอนาโตมี่อยู่แล้ว จึงมีความ
สามารถในการภาพได้จากหลายมุมมอง ซึ่งเป็น
หนึ่งในข้อดีของคุณที่ไม่ได้นำมาใช้นัก ส่วนใหญ่
จะเห็นเป็นภาพแนวตรงหรือแนวข้างธรรมดาๆ
ภารกิจนี้ถือว่าเลือกใช้มุมภาพได้ฉลาดมาก
สีที่เลือกใช้ก็มีความเป็นตอนกลางคืน มีแสงสี
มีความเมา(?) มีความไม่สมบูรณ์แบบซึ่งปกติ
แล้วหายากในงานของคุณ ขอนิยามสั้นๆว่า

'แอ๊บสแต็กสุดๆ!!'

ผมอยากให้คุณเอาดีในด้านที่คุณมีต่อไป
เพราะคุณเป็นคนมีของในตัวมาก แต่มักไม่ได้
นำออกมาใช้เพียงเท่านั้น อยากให้ลองทบทวน
ว่าตัวเองมีอะไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง เก่งอะไร
และ 'อยากทำอะไรต่อไป' โดยไม่ต้องฟัง
เสียงรอบข้างหรือกระแสสังคมอะไรมากนัก
ผมเชื่อว่าการวาดรูปที่จะทำให้รูปออกมาดีที่สุด
คือการวาดรูปอย่างมีความสุขครับ

ถ้วยในครั้งนี้ขอมอบให้กับรูปเซ็ตนี้ โดยเฉพาะ
รูปบนแท็กซี่ที่เลือกใช้มุมมองได้แปลกตาและ
แอ๊บสแต็กใช่เล่น

ด้านเนื้อหาต้องบอกว่าชอบการนำครูไมค์มาใช้
ซึ่งสามารถสร้างแรงบรรดาลใจให้คนรอบข้าง
รู้สึกสนใจในครูไมค์รวมถึงนำแกไปใช้บ้าง
แค่นี้ก็คงตอบได้แล้วว่าบทครูไมค์ในครั้งนี้
สร้างความประทับใจได้ขนาดไหน

ป.ล.ขออภัยที่หายไปโดยติดต่อไม่ได้ ผมโดน
ลิงเดินสะดุดเหยียบมือถือจอแตกกระจาย...

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 567565078


แก้ไขล่าสุดโดย EinZ เมื่อ Thu 26 Jan 2017, 02:51, ทั้งหมด 4 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 11qld84
pangkawjoa
INFO.Taira Payakaroon
ผช.ศ. ภาควิชาภาษาไทย
ได้รับเงินเดิมพันจากคาสิโนคืน 50% ในกรณีที่เดิมพันแพ้เจ้ามือ

Star Piece518
CHIPS+146 M 925 K 787

+60% โอกาสได้รับ Star Piece เพิ่มขึ้นเมื่อ Login เข้าเว็บบอร์ดในแต่ละวัน | +2% อัตราดอกเบี้ย CHIPS ต่อเดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue549/4400Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (549/4400)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Wed 25 Jan 2017, 00:20
ส่งภารกิจครับผม  Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 4261525918


ไทระกับป๊าแม็กเวล และ...:

        “เวลาผ่านไปเร็วจัง หม่าม้ายังอยากอยู่กับไทระอีกอ่ะ”

        “ผมก็อยากอยู่กับหม่าม้าและป๊ะป๋าฮะ เดี๋ยวหยุดยาวครั้งหน้าผมกลับไปหาอีกนะ” ผมส่งยิ้มไปให้ ‘หม่าม้า’ กับ ‘ป๊ะป๋า’ คู่หญิงชายที่ผมรักที่สุดในโลก

        อีกวันสองวันโรงเรียนจะเปิดเทอมแล้ว ผมเลยต้องรีบให้ป๊ะป๋าขับรถมาส่งแต่หม่าม้าดันงอแงซะนี่สิ

        “อย่าทำให้ลูกลำบากใจน่า” ป๊ะป๋าดุหม่าม้าจนคนที่ถูกดุทำหน้าจ๋อยเลย จากนั้นป๊ะป๋าก็เข้ามาขยี้หัวผมเบาๆ “เราก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”

        “คร้าบบบ~” ผมขานรับพร้อมกับทำท่าตะเบะ

        ป๊ะป๋าขยี้หัวผมอีกครั้งแล้วหลบให้หม่าม้าเข้ามาสวมกอดผมไว้บ้าง เมื่อกอดจนสมใจแล้วท่านก็หอมแก้มผมอีกฟอดใหญ่ ถ้าถามว่าอายไหมที่โดนหอม ขอบอกเลยว่าอายครับแต่ความชอบที่โดนหม่าม้าหอมมันมีมากกว่า ผมเลยยอมยืนนิ่งๆ แต่โดยดี

        “อยู่ที่โรงเรียนก็เป็นเด็กดีนะ เชื่อฟังคุณครูเขา อย่าดื้ออย่าซนล่ะ” หม่าม้าบอก

        “ผมไม่ดื้อหรอกฮะ แต่ซนแน่ๆ”

        “แน่ะ” หม่าม้าทำท่าคาดโทษผมแต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมา “แสบจริงๆ นะเรา”

        ผมถือว่านี่เป็นคำชมแล้วกันนะ ฮ่า!

        “ถ้างั้นหม่าม้ากลับก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะลูก”

        “ครับ” ผมฉีกยิ้มกว้าง

        พวกเราร่ำลากันให้เต็มอิ่มอีกหน่อยแล้วหม่าม้ากับป๊ะป๋าก็พากันขึ้นรถขับกลับกรุงเทพ เครื่องยนต์ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป ระหว่างนั้นหม่าม้าแอบหันกลับมามองด้วย ผมเลยยิ่งขยับยิ้มกว้างเพื่อไม่ให้ท่านเป็นห่วง

        ผมยืนมองส่งจนภาพของรถยนต์พ้นจากสายตา เมื่อมองไม่เห็นมันแล้วผมก็หันหน้าเข้าหาโรงเรียนทันที เบื้องหน้าคือทิวทัศน์ที่คุ้นเคยแต่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ยามปกติจะต้องเห็นนักเรียนหรืออาจารย์เดินไปมาแล้ว ทว่าตอนนี้กลับดูวังเวงชอบกล

        ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่ แต่ผมก็รวบรวมกำลังใจแล้วเดินเข้าไป โดยหวังว่าจะเจอเพื่อนสักคนสองคนที่กลับมาโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของใครสักคน ความวังเวงยิ่งเข้ามาครอบคลุมหัวใจ จนกระทั่ง...

       ผมเหลือบไปเห็น ‘ป๊าแม็กเวล’ ยืนอยู่กับชายหญิงคู่หนึ่งที่ผมไม่รู้จัก และข้างๆ พวกเขามีเด็กชายตัวน้อยนั่งอยู่ ด้วยระยะที่ห่างพอควรทำให้ผมไม่สามารถอ่านปากได้ รู้เพียงแค่ว่าเด็กคนนั้นกำลังแย้มยิ้มอยู่ มันช่างเป็นรอยยิ้มที่สดใสสกาวจนช่วยปัดเป่าความวังเวงจนหมดสิ้น



Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Dfuav8



        ผ่านไปสักพัก ชายหญิงคู่นั้นพร้อมกับเด็กน้อยก็ขึ้นรถไปโดยทิ้งป๊าแม็กเวลให้ยืนอยู่ตามลำพัง หรือว่าเมื่อกี้จะเป็นเด็กใหม่กันนะ?

        ความคิดต่างๆ พรั่งพรูออกมาทว่าทุกอย่างก็ต้องยุติลงเมื่อป๊าแม็กเวลหันมาเห็นผม ป๊าเลยรีบวิ่งเข้ามาหา

        “อ้าว! ไทระ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ป๊าคิดว่าอีกวันสองวันเราถึงจะกลับซะอีก” ป๊าแม็กซ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อให้ผมอ่านปากได้ถนัด

        “อยากกลับมาเตรียมตัวน่ะฮะ แล้วป๊าไม่ได้กลับบ้านเหรอ”

        “อ๋อ ป๊ากลับแล้วๆ แต่อยากรีบกลับมาโรงเรียนเพราะมีเด็กใหม่มาติดต่อน่ะ”

        “คนเมื่อกี้เหรอฮะ”

        “เห็นด้วยเหรอ” ผมพยักหน้าตอบรับ ป๊าแม็กเวลเลยพูดต่อ “ใช่แล้ว น้องชื่อยูนะ เดี๋ยวเปิดเทอมคงได้เจอกัน”

        อันที่จริงผมอยากถามต่อว่าน้อง ‘ยู’ มีความผิดปกติอะไร ทว่าอีกใจก็คิดว่ายังไม่ควรถาม เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมค่อยไปทำความรู้จักกับน้องยูล่ะกันเนอะ...

        “เฮ้อ งานก็ทำเสร็จแล้ว ปิดเทอมนี่ว่างจังเลยน้า” ระหว่างที่ผมกำลังอยู่ในห้วงความคิด ป๊าแม็กเวลก็ขยับเนื้อขยับตัวซึ่งเป็นตัวดึงสายตาได้ดีเยี่ยม ผมเลยเห็นว่าป๊าพูดอะไรบ้าง “แถมจิณณ์ก็ไม่อยู่ ไม่มีอะไรสนุกๆ ทำเลย”

        ท่าทางป๊าแม็กเวลคงเหงาแฮะที่ม๊าจิณณ์ไม่อยู่ แต่อย่างว่า...อยู่ด้วยกันเกือบตลอด พอห่างกันคงรู้สึกเคว้งคว้างเป็นธรรมดา

         ไม่ได้การแล้ว! อย่างนี้ต้องหาอะไรมาทำให้ป๊าหายเหงา!

         “ป๊าฮะ” ผมเรียกพร้อมกับดึงชายเสื้อหนุ่มผมทองเอาไว้ “งั้นเรามาหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่าฮะ ป๊าจะได้ไม่เหงานะ”

        พอได้ยินคำพูดจากปากผม ป๊าแม็กเวลก็เบิกตาเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างแถมขยี้หัวผมด้วยความเอ็นดูอีกต่างหาก “ฮ่ะๆ ขอบใจนะ แล้วเราจะทำอะไรดีล่ะ”

        พวกเราสองคนช่วยกันระดมความคิด แล้วชายหนุ่มผมทองก็เอากำปั้นทุบลงฝ่ามือคล้ายกับนึกอะไรออก

        “ลองทำอาหารต้อนรับม๊ากันไหม?” ป๊าแม็กเวลเสนอ ซึ่งวินาทีต่อมาทั้งป๊าและผมรีบส่ายหน้าพร้อมกันทันที “ไม่ๆ ขืนทำจริงครัวได้เละแน่”

        นอกจากเละแล้ว ครัวอาจไหม้เป็นเถ้าถ่านด้วยครับป๊า เชื่อสิ...

        “งั้นอ่านหนังสือ...โอเคฮะ ไม่อ่านดีกว่า” ผมกะเสนอสักหน่อยแต่ก็ต้องรีบกลับคำทันทีเมื่อเห็นป๊าแม็กเวลทำหน้าประมาณว่า ‘หนังสือคือไรอ่ะ?’

        “หรือเราจะลองเย็บตุ๊กตาเป็นของขวัญให้ม๊า”

        “ป๊าแน่ใจว่าเราสองคนจะเย็บกันได้เหรอฮะ...”

        ป๊าแม็กเวลหันมามองผมแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม “ระดับป๊าแล้ว...หึๆ...”

        แหม ดูท่าหัวเราะป๊าสิ!

        “ระดับป๊าแล้ว...” ผมทวนคำ

        “ทำไม่ได้อ่ะ” แล้วป๊าแม็กเวลก็คอตกทันที อย่าว่าแต่ป๊าเลยฮะ...ลูกน้อยกอยใจของป๊าคนนี้ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน กระซิกๆ

        ผมกับป๊าแม็กเวลยังพยายามช่วยกันคิด จนกระทั่งป๊าเสนอตัวเลือกหนึ่งขึ้นมา

        “หรือเราจะไปสำรวจโรงเรียนกันดี?”

        ความคิดนี้น่าสนใจมากเลย เพราะตั้งแต่อยู่ที่นี่ผมยังไม่เคยเดินสำรวจโรงเรียนจริงๆ จังๆ สักที มีบางที่ที่ผมยังไม่เคยไปด้วย

        เมื่อตกลงกันได้แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปเก็บข้าวของก่อนจะนัดเจอกันอีกทีที่หน้าหอพัก เอาล่ะ! เรามาเริ่มสำรวจ “โรงเรียนควิ้นท์” กับดีกว่า!



Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 28l702g




++++++++++++++++++++++++++++++


        และแล้วก็ถึงเวลานัดหมาย

        “เราจะเริ่มสำรวจจากที่ไหนก่อนดีฮะ” ผมส่งสายตาเปล่งประกายพร้อมกับยิงคำถามใส่ป๊าแม็กเวลทันที “ตื่นเต้นจัง”

        “งั้นเริ่มจากที่ใกล้ๆ ก่อนดีไหม” ป๊าแนะนำ “เริ่มจากห้องพักดีกว่า”

        “เอ๊ะ?”

        “ถึงจะอยู่เกือบตลอด แต่ไม่เคยเดินสำรวจตามมุมต่างๆ ใช่ไหมล่ะ สำรวจไว้บ้างก็ดีนะเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรไปทางไหน” ป๊าแม็กเวลอธิบายเป็นงานเป็นการอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก แล้วผมก็มารู้ว่าที่จริงป๊าไม่ได้จริงจังอะไรหรอกเพียงแค่อยากจะ... “แอบไปสำรวจห้องม๊ากันด้วยเนอะ”

        อยากเข้าห้องม๊านี่เอง แหม!

        “ฮ่ะๆ ลองไปสำรวจกันก็ดีฮะ”

         “Let’s go...”

         “จริงสิ!” ป๊ากำลังจะเดินนำแต่ก็ชะงักเพราะได้ยินเสียงผมอุทาน “ผมเคยได้ยินม๊าเล่าว่าพอตกกลางคืนแล้ว ประตูหน้าต่างหอพักจะปิดเปิดเอง...”

         ผมพูดเท่านั้นแล้วรีบหุบปากฉับเพราะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด

        อยากตบปากตัวเองสักล้านรอบ ดันมาพูดเรื่องลี้ลับตอนกำลังจะไปสำรวจโรงเรียนกับป๊าเนี่ยนะ แถมเราสองคนยังกลัวพวกวิญญาณผีสางสุดๆ เลยด้วย

        ป๊าแม็กเวลอ้าปากค้างมองผมนิ่ง ก่อนจะทำท่าหัวเราะกลบเกลื่อน “ฮ่าๆๆ มันก็แค่ตำนานน่า ไม่มีจริงหรอก”

         “ไม่มีจะ...จริงเหรอฮะ”

        “ไม่มีจริง...จ้ะลูก...มั้งนะ”

        “งะ...งั้นผมเชื่อป๊า แล้วเรายังจะไปสำรวจหอพักอีกไหมฮะ”

        “โนววววว!!! เรารู้แล้วว่ามันไม่มีตำนานอะไรนั่น เพราะงั้นมันไม่น่าสำรวจหรอก ไปที่อื่นกันดีกว่า!”

        “โอเคครับ” ผมรับคำแล้วเราทั้งสองคนก็รีบจ้ำอ้าวเดินไปสำรวจที่อื่นทันที ดีใจจริงๆ ที่ไม่ต้องเข้าไปสำรวจหอพักเพราะไม่แน่ว่าอาจได้เจอเรื่องลึกลับที่ว่านั่นก็ได้

        หวังว่าต่อจากนี้คงไม่เจอตำนานเรื่องเล่าอะไรอีกแล้วนะ ไม่เจอ...ไม่เจอ...ไม่เจอ...

         ไม่เจอซะเมื่อไหร่กันเล่า! เจอเต็มๆ เลยอ่ะ! แงงงงงงง!!!

        เมื่อใดที่ผมกับป๊าแม็กเวลย่างก้าวไปที่ไหนก็มักได้รู้เรื่องตำนานเล่าขานของสถานที่นั้น ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่มีอาจารย์บางคนกลับมาโรงเรียน แล้วมาเจอพวกเราพอดี พอรู้ว่าผมกับป๊ากำลังสำรวจโรงเรียนกันอยู่ พวกเขาเลยเล่าเรื่องตำนานให้รับรู้

        ไม่ว่าจะเป็น ‘ชายหาด’ที่มีเรื่องเล่าขานว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตในการฆ่าตัวตาย อะไรมันจะฮิตขนาดติดท็อปทรีเป็นตำนานได้เลยเนี่ย คอยดูนะ...เดี๋ยวผมจะไปยื่นเรื่องขอให้ทางโรงเรียนเก็บเงินคนที่คิดฆ่าตัวตาย เก็บให้แพงๆ เลย จะได้ไม่มีใครมาปลิดชีวิตตัวเองที่นี่อีก!

        หรือไม่ว่าจะเป็นที่ ‘ห้องปิงปอง’ ที่นี่มีเรื่องเล่าว่าถ้ามีหนุ่มหน้าตาสะสวยมาเล่นปิงปองก็จะโดนลูกปิงปองกระแทกใส่หัวจนเลือดออก เพราะว่ากันว่ามีวิญญาณสาวขี้อิจฉาที่เห็นผู้ชายสวยกว่าไม่ได้ เธอจะเล่นงานผู้ชายพวกนั้นทุกคน ส่วนสาเหตุที่วิญญาณตนนั้นเคียดแค้นยังคงเป็นปริศนา แต่ผมว่าตำนานนี่ต้องเป็นจริงแน่ เพราะตอนงานกีฬาสี สุภะก็โดนลูกปิงปองกระแทกหัวจนเลือดออกเลย!

        โธ่! สุภะของไทระ!

        แล้วก็อีกหลายๆ ที่ที่ผมกับป๊าแม็กเวลได้ไปสัมผัสความน่าขนลุกขนพองมา จนกระทั่งมาถึงที่ ‘ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์’ ที่จริงผมสงสัยเรื่องต้นไม้นี่มานานแล้วว่าทำไมถึงบอกว่าศักดิ์สิทธิ์กัน แต่มีเพื่อนเคยบอกว่า...

        “ป๊าฮะ มีคนเคยเห็นเทพประจำต้นไม้นี้ใช่ไหมฮะ” นี่แหละที่เพื่อนบอก

        “...”

        “เขาถึงบอกว่าศักดิ์สิทธิ์...ป๊า?” ป๊าแม็กเวลยืนมองต้นไม้นิ่งและดูท่าทางจะไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ผมเลยเข้าไปสะกิดชายหนุ่มหัวทองแล้วถามอีกครั้ง “เป็นอะไรเหรอฮะ”

        “หะ? อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้ไทระพูดอะไรหรือเปล่า”

        “ฮะ ผมถามว่ามีคนเคยเห็นเทพผมทองที่ต้นไม้นี่ เขาเลยเรียกว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหมฮะ”

        “เทพผมทองเหรอ...” ผมเห็นป๊าพึมพำบางอย่าง “เทพหรือมารกันแน่...”

        ผมไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายเผลอพูดออกมาแต่ก็คิดว่าไม่ควรซักไซ้เช่นกัน สีหน้าของป๊าแม็กเวลแสดงออกว่าไม่อยากเอ่ยถึงสักเท่าไหร่ ความข้องใจยิ่งเพิ่มทวีเข้ามาในใจของผมจนกระทั่ง...

        “ต้นไม้นี่อาจมีเทพอยู่จริงๆ ก็ได้” ป๊าหันมาส่งยิ้มให้ผม “ว่ากันว่ามีคนขอหวยแล้วถูกด้วยนะ”

        “โห! ดีจังเลยฮะ งั้นเราลองมาขอกันบ้างดีไหมฮะ ไม่แน่อาจได้เจอท่านเทพผมทองด้วย”

        “เอ่อ...”

        “นะฮะๆ ขอกันนะ” ผมตื้อจนป๊าไม่อาจปฏิเสธได้ เราสองคนนั่งลงที่โคนต้นไม้แล้วหลับตาตั้งสมาธิกัน ผมไม่รู้หรอกว่าป๊าแม็กเวลขออะไร ส่วนผมขอให้ถูกหวย ชนะคาสิโนจนเจ้ามือย่อยยับ แล้วก็...ขอเจอเทพผมทองด้วยครับ!

         เมื่ออธิษฐานเสร็จผมก็ลืมตาขึ้นก่อนจะเงยหน้าเพื่อมองต้นไม้ตรงหน้าให้เต็มตา ทันใดที่มองไปยังต้นไม้ ร่างกายของมันพลันแข็งทื่อจนเกือบขยับไม่ได้ก่อนที่จะ...

        “เฮ้ยยยยย!!! เทพผมทองงง!!!” ผมขยับปากกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้

        “เฮ้ยยยยย!!!” ป๊าแม็กเวลเลยขยับปากตาม “เทพผมทองจะมาได้ไง ก็เทพนั่นน่ะ!!!”

        เหมือนป๊าแม็กเวลจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ชะงักแล้วหันขวับไปดูทางต้นไม้ ตอนนี้ป๊าตัวสั่นมากจนรู้เลยว่าคงกลัวไม่แพ้ผมหรอก แต่ยังฮึดหันไปมอง แล้วภาพก็ปรากฏแก่สายตา
ตรงข้างต้นไม้นั่นมีร่างหนึ่งยืนแอบอยู่ เส้นผมสีทองพลิ้วไสวลู่ลม และผมคงคิดว่าเป็นเทพผมทองประจำต้นไม้ต่อไปถ้าหากไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายซะก่อนว่านั่นไม่ใช่เทพประจำต้นไม้ แต่เป็น 'คุณเอลีท' ต่างหาก!


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 5drkg4


        ให้ตายสิ! คุณเอลีทดันผมสีออกทองๆ พอดีอีก ผมเลยนึกว่าเป็นท่านเทพ...

        ผมกับป๊าแม็กเวลมองหน้ากันแล้วจากนั้นก็ยกมือขึ้นมาพนมมือพร้อมกันแล้วก็...

        “สวัสดีครับท่านเทพผมทอง!” ป๊าบอกก่อน

         “สวัสดีฮะท่านเทพผมทอง!” ตามด้วยผม

        ตอนแรกผมจะพูดสวัสดีอย่างเดียวแต่พอเห็นป๊าพูดเลยพูดตามบ้าง คุณเอลีทมองหน้าเราสองคนพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย น้อยจริงๆ นะ น้อยจนแทบเกือบไม่รู้ว่าเขายิ้มอ่ะ เมื่อเห็นว่าคุณเอลีทไม่ได้ว่าอะไร ป๊าแม็กเวลเลยรีบดึงผมเพื่อจะลาไปจากตรงนี้ ทว่าพวกเราก็โดนเทพผมทองดึงชายเสื้อไว้ก่อน

        “ผมเพิ่งรู้นะว่าตัวเองเป็นเทพ” คุณเอลีทอย่าทำสีหน้าลาเวนเดอร์ ( ประชด ) ใส่พวกผมแบบนั้นสิครับ ฮือออ~ “เพราะงั้นไปคุยกันหน่อยสิว่าผมเป็นเทพได้ไง ผมกำลังหาเพื่อนจิบชาพอดีเลย จิบชากันไปคุยกันไปจะได้รู้เรื่องของกันและกันเยอะๆ นะ”

        แล้วจากนั้นผมกับป๊าแม็กเวลก็โดนคุณเอลีทลากไปนั่งจิบชาด้วย เหมือนคุณเอลีทอยากคุยเรื่องความเป็นอยู่ของนักเรียนและอาจารย์ แล้วมาเจอพวกเราพอดีก็เลยถือโอกสนี้เข้ามาคุย ซึ่งระหว่างการคุยครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่า...

        เทพผมทองนี่มีความความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ รู้สึกได้ถึงแสงสว่างอันเรืองรองที่ไม่อาจต้านทานได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องยอมสยบ ถ้าหากใครอยากสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์นี้ ขอเชิญมาพบกับ ‘เทพผมทองไซส์มินิ’ ได้ที่ห้องปกครองเลยครับ

        แล้วคุณจะได้นั่งจิบชาในห้องที่ราวกับอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ในตำนาน พร้อมทั้งยังได้ ‘พบเจอแต่สิ่งดีๆ’ มากมายเลยครับ ส่วนอะไรที่คุณต้องเจอนั้น...

        ไทระกับป๊าแม็กเวลต้องขอให้คุณลองมาพิสูจน์ ‘ตำนานเทพผมทองแห่งห้องลาเวนเดอร์’ นี้ด้วยตัวเองครับ!



...วันปีใหม่ของไทระกับป๊าแม็กเวลก็เงี้ยแหละครับ...




Special Thanks:

ขอขอบคุณเรื่องราวจาก...
ม๊าจิณณ์ - สำหรับตำนานลี้ลับของควิ้นท์ : http://qcommu.board.st/t1560-topic#16832
สุภะ - สำหรับตำนานห้องปิงปอง : http://qcommu.board.st/t1560-topic#16839
ยูคุง - เรื่องราวก่อนเราได้พบกันอย่างทางการ : http://qcommu.board.st/t1675-topic#17978

ปล. ถ้ายังมีเวลาเหลือจะมาวาดไทระกับป๊าแม็กเพิ่มเติมนะฮะ 555+

ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

์Narin's Comment:
เนื้อเรื่องสดใสตามประสาแม็กและไทระ น่ารักจังเลยครับ
อ่านแล้วรู้สึกร่าเริงไปด้วยอีกคน งานเขียนไทระดีมาก
อยู่แล้วทั้งไอเดีย การวางเรื่อง และภาษาที่ใช้ ถึงงาน
มักจะไม่ยาวมาก (ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ) แต่ก็ทันให้รู้สึก
ร่วมด้วยได้ทุกครั้ง ตรงนี้ต้องเรียกว่าเป็นฝีมือและ
พรสวรรค์จริงๆครับ จะไม่ขอให้เขียนยาวกว่านี้หรือ
น้อยกว่านี้นะครับ ผมเชื่อว่าไทระรู้จักการเขียนของ
ตัวเองดี

สแตนด์ดาร์ดงานวาด(งานมือ)เริ่มจะหยุดอยู่กับที่
แล้วนะครับ แต่พึ่งหยุดได้ไม่นาน ภาพที่ส่งนี้เป็น
สแตนด์ดาร์ดสูงสุดของไทระ (งานสแตมป์ S)
ถ้าอยากลองพัฒนาไปต่ออีกหน่อยแนะนำว่าให้
หาเทคนิคโคปิกใหม่ๆมาลองเล่น เช่นเทคนิค
เกี่ยวกับการระบายสีเสื้อผ้า เดี๋ยวนี้ไทระระบาย
สีผิวสวยมว๊ากกกก ถ้าหาเทคนิคแจ่มๆที่เหมาะ
กับตัวเองมาระบายสีเสื้อได้ด้วยนี่คงสวยสุดๆ
ไปเลย

แต่ลายเส้นไทระพัฒนาไปเรื่อยๆและยังไม่หยุด
อนานาโตมี่ดีขึ้นเรื่อยๆเลย ตรงนี้ขอให้ทำอย่าง
ที่ทำต่อไปเลยครับ มาถูกทางแล้ว ไทระหล่อขึ้น
จากตอนพึ่งเข้ามาก!!

มอบดอกไม้



แก้ไขล่าสุดโดย pangkawjoa เมื่อ Tue 31 Jan 2017, 22:15, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Nearmoki-2b
INFO.Narin
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน
Star Piece1061
CHIPS+65 M 413 K 676

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Narin10

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue0/100Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (0/100)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Wed 25 Jan 2017, 18:14
Message reputation : 100% (3 votes)
Reine's Side:
"อ้าว เรเน่ อรุณสวัสดิ์"

ฉันหันมองต้นเสียงด้วยแววตาตั้งคำถามก่อนจะพยักหน้า
ให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... เอลิท?"

ที่กำลังงงๆเพราะปกติพ่อคนนี้เคยอัธยาศัยดีกับเขาที่ไหน

"มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ?"

เขามองซ้ายมองขวา นอกจากพนักงานประชาสัมพันธ์แล้ว
ภายในตึก Information ในวันปิดเทอมเช่นนี้ก็ไม่มีใคร
อีกเลยนอกจากเราสองคน ในมือคนตัวเล็กถือแฟ้มเอกสาร
งานเล่มหนา

"กะว่าจะมารับแม็กออกไปทานข้าวน่ะค่ะ แต่มาถึงเร็วไปหน่อย
เลยว่าจะรอให้สายกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วจะขึ้นไปหาที่ห้อง"

เมื่อเหลือบมองนาฬิกาในมือถือจึงเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลา
แปดโมงเช้าเศษๆ ฉันรู้ว่าเจ้าลูกลิงไม่เคยตื่นเช้าในวันหยุด
เลยอยากปล่อยให้นอนอีกสักนิด โดยปกติแล้วฉันมักจะ
พาลูกชายออกไปทานข้าวในวันสำคัญต่างๆ 'วันสิ้นปี'
แบบนี้ก็เช่นกัน กี่ปีมาแล้วนะที่ไม่ได้เค้าท์ดาวน์ด้วยกัน

"แต่แม็กมันไม่ได้อยู่โรงเรียนสักหน่อย?"
"เอ๊ะ? 'แม็ก' เนี่ยนะคะไม่อยู่โรงเรียน?"
"อาฮะ มันกลับบ้าน ไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามก็ได้"

ฉันได้แต่เลิกคิ้วมองคนพูด แม็กเวลเนี่ยนะ 'กลับบ้าน'?
ด้วยหน้าที่การงาน ความติดเพื่อน และเป็นห่วงนรินทร์
ทำให้เจ้าลูกชายไม่ค่อยยอมห่างโรงเรียนไปไหนไกล
เขาแทบจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่โรงเรียนแล้วด้วยซ้ำ
เพราะไม่อยากเชื่อเท่าไหร่จึงตัดสินใจโทรหาเจ้าลูกชาย
ไม่นานนักเขาก็รับสายด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นปกติ

"สวัสดีฮะม๊า อ๊ะ? ม๊ามาหาแม็กเหรอฮะ ขอโทษนะฮะ
พอดีตอนนี้แม็กกลับมาบ้าน"
"เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?"
"พอดีวันนี้ที่บ้านเขาจะเล่นดนตรีด้วยกันฮะ แม็กอยาก
มีส่วนร่วมด้วยคน อ้อ!! แม็กพาผอ.มาด้วยนะฮะ
กลัวแกเหงา"

นี่ขนาดนรินทร์ก็ยังออกไปข้างนอกกับเขาเหมือนกันเหรอ?
แต่ถ้าอยู่ 'บ้าน' แม็กก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...

"ดูแลนรินทร์ด้วยนะครับ"

ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกระชับย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วง
เจ้าลูกชายตอบรับเสียงหวาน ท่าทางจะกำลังสนุกได้ที่
เสียงบรรยากาศรอบข้างเองก็ฟังดูครื้นเครงทั้งๆที่พึ่งเช้า
คุยกันได้ไม่นานฉันก็ขอตัววางสายหวังไม่อยากรบกวน

"เฮ้อ"

แพลนวันนี้คงต้องยกเลิกซะแล้ว แล้วเราจะทำอะไรดีนะ?

"นี่ ยัยหน้าบูด"

ฉันเลิกคิ้วให้เป็นเชิงถาม เกือบลืมไปแล้วว่าเอลิทยังยืน
อยู่ตรงนี้

"ไปเขาใหญ่กัน"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับกำลังชวนไปหน้าปากซอย
ว่าแต่ถามจริงๆเถอะ ไปกินอะไรผิดมากันแน่ ปกติมีหรือ
จะมาชวนคุย นี่ไม่ใช่แค่ชวนคุย แต่เป็นชวนไปเที่ยว
ต่างจังหวัด!?! ฉันอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นเอาหลังมือแตะ
หน้าผากฝ่ายตรงข้าม แต่ก็โดนบัดมือออกแทบจะทันที

"อะไรเล่า"
"ก็แค่อยากรู้ว่าสบายดีรึเปล่า.. ถึงได้ชวนไปเที่ยว"

เอลิทแสดงท่าทีอ้ำอึ้งเล็กน้อย

"ฉ ฉันได้วอยเชอร์ที่พักฟรีมาจากลูกค้าก็เท่านั้นแหละ!!
คนเขาอุส่าห์สงสาร เห็นนั่งหน้าหงิกหน้างอ.. ไม่สิ
โอ๊ย จะอะไรก็ช่างเถอะ ไปกันได้แล้ว!!"

หลังจากพึมพำกับตัวเองสักพักเขาก็ยกกระเป๋าเดินทาง
ของฉันขึ้นและดึงข้อมือให้เดินไปด้วยกัน ตัวแค่นี้ไป
เอาแรงมาจากไหนมากมายเนี่ย!!

"เดี๋ยวสิ!?!"

-----------------------------------------------
Elite's Side:
ยัยหน้าบูดนั่งหันหน้ามองวิวนอกหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ
ตั้งแต่ขึ้นรถมาก็นั่งนิ่งอย่างกับรูปปั้น ท่าทีดูระแวงกันสุดๆ
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอนั่งบนรถของผมโดยมีผมเป็นคนขับ
ถึงขาจะความยาวน้อยกว่ามาตราฐานนิดหน่อยแต่ก็ขับได้
แหละน่า อย่างน้อยก็พามาถึงเขาใหญ่แล้วเนี่ย เห็นมั้ย!?!

"มาเขาใหญ่ก็ต้องไปไร่องุ่นสินะ ขอแวะไร่ไปซื้อไวน์หน่อย
ได้ไหม? เห็นเขาบอกมาว่าของที่นี่อร่อย"

เรเน่พยักหน้าให้ทีหนึ่งโดยไม่หันมามอง สถานการณ์อึดอัด
ชอบกล อันที่จริงมันก็คงดูแปลกที่ผมชวนเธอมาเที่ยวทั้งๆที่
ไม่เคยพูดดีๆด้วยเลย เออแฮะ มันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ...
ไม่ได้การ ต้องทำอะไรสักอย่าง..

"อยากไปไหนมั้ย?"

เธอส่ายหน้าโดยที่สายตายังคงมองไปนอกหน้าต่าง เมื่อมอง
ตามไปจึงพบกับวิวภูเขาและต้นไม้น้อยใหญ่รอบด้าน ถือว่า
เป็นวิวที่ไม่แย่เลยทีเดียว จะแย่ก็แต่ท่าทีของยัยนี่นี่แหละ
หรือจะเสียใจที่แม็กกับผอ.หนีกลับบ้านโดยไม่ชวนกันนะ?

"นี่ ปล่อยให้พวกนั้นมีเวลาส่วนตัวกันบ้างเถอะน่า"

โอ๊ย ปากหนอ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนี้สักหน่อย คราวนี้เธอ
หันมามองด้วยสายตาที่กำลังบอกว่า 'อะไรของเอลิท?'
เฮ้อ จะรอดมั้ยเนี่ยเรา... ระหว่างที่คิดก็เหลือบไปเห็น
ร้านอาหารขนาดใหญ่ซึ่งบรรยากาศดีไม่น้อยเลย

"ร้านนั้นน่านั่งจัง ทานของว่างกันหน่อยมั้ย?"

เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า เป็นคนประเภทที่
ซื้อได้ด้วยของกินสินะ....

.
.
.

หลังจากมีอะไรลงท้องและได้นั่งคุยกันนิดๆหน่อยๆก็
ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะเริ่มหายเกร็งและเริ่มเอ่ยปากพูดจา
มากขึ้นบ้าง พวกเราเดินทางต่อมายังโรงแรมที่จองเอาไว้
มันเป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับความเป็นไทย
สมัยใหม่อย่างลงตัว ทั้งยังตั้งอยู่ข้างทะเลสาบซึ่งสามารถ
มองเห็นภูเขาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา โรงแรมใหญ่ขนาดนี้
ภายใต้บรรยากาศธรรมชาติเท่านี้ถือว่าไม่ได้หาได้ง่ายๆ

ทางด้านเพื่อนร่วมเดินทางนั้นกำลังยืนสูดอากาศบริสุทธิ์
ด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย โครงสร้างและการจัดแต่งของ
โรงแรมแห่งนี้เป็นในแบบที่เธอชอบพอดี เพราะฉะนั้น
เธอถึงดูชอบใจเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะเลือกไม่ผิดสินะ..

"ว่าแต่.. คิดยังไงถึงได้จองเพ้นท์เฮ้าท์เนี่ย มีตั้งสาม
ห้องนอนแต่อยู่กันแค่สองคนเนี่ยนะ โหวงๆยังไงก็ไม่รู้"
"อย่าบ่นสิ ก็บอกแล้วไงว่าได้มาฟรี เลือกได้ที่ไหน"

เราต่างกวาดสายตามองห้องขนาดกว้าง ทั้งโซฟาขนาด
ใหญ่ ไหนจะเพดานสูงลิบที่ทำให้ดูกว้างยิ่งกว่าเดิม
ถ้าอยู่กันสองคนจริงๆคงจะเหงาน่าดู

"ไม่ดีรึไง จะได้แยกห้องกันนอนได้ไง"
"เราจะแยกกันนอนเหรอคะ?"
"ก็ใช่น่ะสิถามได้ ทำไมรึ?"
"........."

เธอหันมามองแบบไม่เชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่ แต่ก็
ไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไรออกมา

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"

อมวัดมาพูดก็ไม่เชื่อ... มันต้องมีแน่ๆ ทำไมยัยนี่ถึงได้ดูแล
ยากจัง คุณนรินทร์ทนเข้าไปได้ยังไงนะ อ้อ ไม่สิ เขาเองก็
'ทน' ไม่ได้แล้วนี่นะ...

"เอลิท"

เสียงนั้นดังมาจากเรเน่ที่เดินออกไปยืนอยู่ตรงระเบียงกว้าง
ผมเดินตามไปยืนข้างๆคนที่กำลังมองซึมซับวิวธรรมชาติ
แววตาของเธอ.. มันดูเศร้าๆแบบนี้มาตลอดเลยรึเปล่านะ?..

"คืนนี้มาดูดาวกันไหม?"

คำถามที่ไม่คาดคิดดังขึ้น คนถามไม่แม้แต่จะหันมามอง
เอาจริงๆแล้วผมเองไม่ค่อยถูกกับสถานการณ์แบบนี้เท่าไหร่
ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง จึงได้แต่ตอบตามที่รู้สึกด้วยถ้อยคำ
อันเรียบง่าย

"เอาสิ"

.
.
.

พอฟ้าเริ่มมืดสนิทพวกเราก็พากันแบกหมอนอิงมาคลุกอยู่บน
เตียงนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนระเบียง ท้องฟ้าคืนนี้มีดาว
ไม่มากนัก แต่ก็ยังพอระยิบระยับให้อรรถรสอยู่บ้าง นอกจาก
เสียงพัดลมกับเสียงหิ่งห้อยแล้วก็ปราศจากเสียงอื่นใด เราใช้
เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งมองท้องฟ้า ผมไม่แน่ใจว่าเธอ
กำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนผมนั้นไม่มีอะไรทำก็เลยนั่งนึกว่าพรุ่งนี้
จะซื้อหุ้นตัวที่เล็งไว้ดีรึเปล่า อะไรนะ? นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรคิด
ตอนกำลังนั่งดูดาวงั้นเหรอ? ใครจะไปสน

ไม่แน่ใจว่าเรานั่งกันมานานขนาดไหนแล้ว แต่ที่รู้ๆคือนานพอ
ที่จะทำให้ประเมินงบประมาณโรงเรียนสำหรับเดือนหน้าเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าทั้งหมดนั่นนั่งทำอยู่แค่ในใจเท่านั้น
ยัยนี่จะเบื่อรึเปล่านะ? ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ นั่งเงียบๆนี่หวัง
เหลือเกินว่าหล่อนคงไม่ได้กำลังนั่งคิดเรื่องงบประมาณ
โรงเรียนอยู่เหมือนกันหรอกนะ...

"เร----"
'ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ'

เสียงทุบดังสนั่นทำเอาเราทั้งคู่พากันสะดุ้งเฮือก ต่างคนต่าง
ลุกขึ้นหันมองที่มาของเสียง คาดว่าน่าจะมาจากหน้าประตู

"ใครเคาะประตูดึกป่านนี้?"
"นั่นสิ"

'ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ'

เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง พวกเรา
มองหน้ากันด้วยสีหน้าเป็นกังวล ผมได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย
เอือกใหญ่ของเธอ ก่อนจะตัดสินใจพนักหน้าให้เป็นเชิงว่า
'ลองเปิดดูก็แล้วกัน' เมื่อผมพยักหน้าตอบคนร่วมห้องจึง
เดินไปค่อยๆเปิดประตูอย่างกล้าๆกล้าๆ และทันใดนั้นเองที่
ดวงตาของเธอเบิกกว้างมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

-----------------------------------------------
Maxwell's Side:
"ม๊าฮะ นี่กี่โมงแล้ว!!"

นี่เป็นคำแรกที่ผมพูดกับผู้หญิงที่มาเปิดประตูให้ สีหน้าของเธอ
เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ผมคิดว่าไม่น่ามีเวลาพอให้อธิบาย
จึงได้แต่เร่งคั้นคำตอบโดยปล่อยอาการงงสนิทนั้นไว้ก่อน

"ห ห้าทุ่มห้าสิบเก้า"

เธอเห็นผมรีบร้อนจึงร้อนรนหยิบมือถือขึ้นดูเวลาและตอบกลับ
ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"ห๊ะ!! อะไรนะ!!"

ทันทีที่ได้ยินผมก็รีบก้าวเท้าเข้าห้องและเปิดประตูให้อีกสอง
คนได้รีบเข้ามาในห้อง ตอนนี้สถานการณ์ฉุกละหุกไปหมด
แม่ของผมยืนงงเป็นไก่ตาแตก ฝั่งพวกผมรีบกันมาก จะมี
ก็แต่คุณเอลิทที่ไม่ค่อยมีปฏิกริยาอะไรนัก

"เค้าท์ดาวน์!! พวกเราต้องรีบเค้าท์ดาวน์กันแล้ว!!"

ผมโวยวายระหว่างนั่งลงถอดรองเท้ากีฬาคู่รักออก โดยมี
แม่ผู้ลนลานชันเข่าลงนั่งเคียงข้างและยื่นหน้าจอมือถือ
เข้าใกล้ผม

"อ๊าา จะไม่ทันแล้ว!!"
"นับสิคะ นับเลย!!"

แน่นอนว่าเสียงเตือนสตินั้นเป็นเสียงของคุณรัตติกาล
เธอคือแม่พระ(หน้าเลือด)ที่คอยช่วยเหลือพวกเราเสมอ
ผมหันมองหน้าทุกคนรอบวงก่อนจะเริ่มนับอย่างเร่งรีบ

"สิบ"
"เก้า"
"แปด"
"เจ็ด"
"หก"
"ห้า"
"สี่"
"สาม"
"สอง"
"หนึ่ง"

"ศูนย์!! สวัสดีปีใหม่ฮะะ!!!"

ผมโวยวายลั่นห้องด้วยความดีใจ แต่ดูเหมือนณ.วินาทีนั้น
จะมีผมพร้อมต้อนรับปีใหม่อยู่คนเดียว ทางด้านซ้ายมือคือ
คุณรัตติกาลที่กำลังพุ่งตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะดูท่าอาหารจะ
ย้อนศรกลับขึ้นคอ ส่วนขวามือคือผู้อำนวยการนรินทร์ที่กำลัง
ยืนเอามือพิงข้างฝาหายใจแรง เป็นอะไรกันไปหมดหว่า?
ผมแค่ขับรถเร็วกว่าปกตินิดเดียวเองนะ ก็กลัวจะมาไม่ทันนี่นา

"สวัสดีปีใหม่... แม็ก?..."

แม่ผู้นั่งอยู่ข้างกายยังดูตกใจไม่หาย เธอเอ่ยแสดงความยินดี
ด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ร่วมกับคำพูดแต่อย่างใด ผมหัวเราะให้กับ
สีหน้านั้นก่อนจะหันไปยกนิ้วโป้งให้คุณเอลิทด้วยความหมาย
ที่รู้กันอยู่สองคน 'แผน' ของพวกเราสำเร็จด้วยดี

"น นี่มันอะไรกันเหรอ?"

แม่มองผมสลับกับคุณเอลิทด้วยแววตาตั้งคำถาม ตลกจัง
ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจเสียงดัง นานมาแล้วที่ไม่ได้
เห็นเธอตกใจจนทำตัวไม่ถูกขนาดนี้ ฮ่าๆๆๆๆ

"พวกเราวางแผนกันเซอร์ไพร์สม๊าน่ะฮะ คิดว่าถ้าปีนี้ได้
ฉลองปีใหม่ด้วยกันก็คงดี"

ผมฉีกยิ้มกว้างให้ด้วยความตื่นเต้น

"แม็กซื้อเค้กมาด้วยนะ"

ว่าแล้วก็หยิบกล่องใหญ่ข้างตัวขึ้นอวด ก่อนจะลุกขึ้นนำ
กล่องไปวางบนโต๊ะห้องครัว แม่หันหน้าไปมองคุณเอลิท
เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้าให้เธอถึงค่อยเดินตามมาที่โต๊ะ
โดยมีคุณเอลิทตามมาไม่ห่าง คุณรัตเองก็ออกจากห้องน้ำ
พอดี ส่วนผอ.ก็เดินตามเสียงเดินทุกคนมาอีกที ผมเลื่อน
เก้าอี้ให้แต่ละคนนั่งล้อมวงกันอย่างพร้อมหน้า แม่มีสีหน้า
ไม่ค่อยดีนักระหว่างมองผอ.ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"แม็ก... ทำไมลูกถึงพานรินทร์มาที่นี่ล่ะ?"

อ่อ ที่แท้ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของผอ.นี่เอง
ผมยิ้มให้แม่ก่อนเอ่ยอธิบาย

"ม๊าไม่ต้องห่วงนะฮะ แม็กขอร้องให้หัวหน้าบอดิการ์ดของ
ท่านพ่อมากับเราด้วย ตอนนี้เขายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้อง"

ทันทีที่ได้ยินแม่ก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูและชะโงกมองข้างนอก
โดยปกติแล้วแม่มักจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูดทันทีโดยไม่ติท้วง
มีแต่เรื่องความปลอดภัยของผอ.นี่แหละที่เธอเข้มงวดเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นว่ามีคนยืนอยู่หน้าห้องจริงๆถึงยอมกลับมานั่งดังเดิม

"ขอโทษนะฮะที่พาผอ.ออกมาโดยพลการ"

เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของแม่แล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ แต่แม่
ก็รีบลูบผมของผมแทบจะทันที เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ขอบคุณนะครับที่ทำให้เราอยู่กันพร้อมหน้า"

ผมชอบให้แม่ลูบผม จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบชอบใจ

"ก็ใจตุ๊มๆต่อมๆอยู่ตลอดทางเหมือนกันครับว่าจะได้มาเจอ
กันพร้อมหน้าจริงมั้ย"

ผอ.หัวเราะแห้งๆพลางเช็ดเหงื่อบนขมับ

"จริงค่ะ แถวนี้มีโค้งอันตรายเยอะมาก ไฟตอนกลางคืนก็
มีไม่เยอะ ยิ่งมาเจอคุณแม็กที่ขับรถเร็วอย่างกับวิญญาณ
พระเอก the fast เข้าสิงขนาดนี้ นึกว่าไม่ถึงซะแล้ว"

คุณรัตถอนหายใจอย่างโล่งอก ทุกคนก็เวอร์กันเกินไปแล้ว

"ก็แม็กกลัวว่าจะมาไม่ทันเค้าท์ดาวน์นี่ฮะ"
"ถ้าจะขับแบบนี้วันหลังบอกผมก่อนนะ"
"ผอ.จะได้เตรียมใจทันเหรอฮะ?"
"ผมจะได้ไม่มา!!"

เสียงหัวเราะดังขึ้นในห้องพักกว้างทำให้บรรยากาศที่เคย
รีบร้อนดูผ่อนคลายขึ้นบ้าง ผมไม่รอช้ารีบเปิดกล่องเค้ก
ก้อนใหญ่ ทุกคนต่างพากันตื่นเต้นกับเค้กช็อคโกแลต
ที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม ผมบอกได้คำเดียว โคตรอลัง!!

"เอ.. ว่าแต่เมืองไทยเขามีธรรมเนียมกินเค้กฉลองปีใหม่
กันด้วยเหรอ?"

แม่ถามสงสัยกับวัฒนธรรมใหม่ที่พึ่งเคยพบ

"ไม่น่ามีนะฮะ"
"แล้วทำไม?..."
"มันสวยดี"

คนถามยังคงมองด้วยใบหน้าที่มีแต่เครื่องหมายคำถาม

"แม็กซื้อมาเพราะเห็นมันสวยดี"

ก็ดูสิ ดูการจัดวางนั่นสิ ดูช็อคโกแลตหลายชนิดที่พากัน
โดดเด่นออกมานั่นสิ!! จะให้ปล่อยไปได้ยังไง!!

"แม็กนี่แม็กจริงๆเลยน้า"

น้ำเสียงเอ็นดูมาพร้อมกับการลูบผมอีกครั้ง ถึงจะไม่ค่อย
เข้าใจก็เถอะ แต่เห็นแม่ยิ้มก็คงเป็นเรื่องดีแหละเนอะ

"นี่มันเค้กวันเกิดชัดๆ มีเทียนมาด้วยเนี่ย"

คุณรัตหยิบเทียนสีฟ้าเล่มเล็กขึ้นมอง น้ำเสียงของเธอดัง
ชัดเจนและกระฉับกระเฉงต่างจากปกติที่มักได้ยินในช่วง
กลางวัน ใบหน้าที่มักดูง่วงนอนก็ดูตื่นตัว ผมไม่ชินกับ
คุณรัตในช่วง 'ตื่นนอน' ของเธอสักเท่าไหร่

"ไหนๆก็ไหนๆแล้วเรามาจุดเทียนกันไหมครับ"

ผอ.เสนอด้วยเสียงอบอุ่นใจดีเหมือนที่มักใช้กับเด็กๆ

"แล้วใครจะเป็นคนเป่าฮะ?"
"ให้แม็กเป่าดีไหม เพราะแม็กเป็นต้นไอเดียในวันนี้"
"เย้ๆๆๆ แม็กได้เป่าเทียนด้วย เอาๆๆ แม็กอยากเป่า"

ผมอดใจไม่ไหวรีบหยิบเทียนปักลงเค้กเท่าที่เขามีมาให้
จากนั้นจึงจุดเทียนแล้วไปปิดไฟห้องเองเสร็จสรรพ
บรรยากาศตอนนี้ถ้าไม่บอกว่าปีใหม่ก็คงนึกว่าเป็นวันเกิด
ผมจริงๆ ผมเกือบจะหลุดปากร้องเพลงวันเกิดแล้วด้วยซ้ำ

"เราควรร้องเพลงอะไรเหรอฮะ? สวัสดีปีใหม่..งี้เหรอ?"

สมาชิกร่วมโต๊ะพากันนิ่งไปสามวิ จนแม่บอกว่าร้องเพลง
สวัสดีปีใหม่ของไทยไม่คล่อง ผอ.เลยเสนอเพลงใหม่ให้

"งั้นเราร้องเพลงวันเกิดแต่เปลี่ยนคำนิดหน่อยดีไหมครับ?
เป็น Happy new year to you~"

คุณรัตทำหน้าแปลกๆเหมือนกำลังตั้งคำถามว่าทำไมต้อง
มาเจออะไรแบบนี้ด้วย ส่วนคุณเอลิทนั้นได้หมดถ้าสดชื่น
สุดท้ายแล้วเพราะกลัวเทียนจะละลายตกใส่เค้กหมดซะก่อน
เราจึงตัดสินใจร้องเพลงที่ผอ.เป็นคนคิดขึ้น

"Happy new year to Maxwell~"
"ร้องจบแล้วอย่าลืมอธิษฐานนะ"

ผมพนักหน้าให้แม่ผู้กระซิบหา เมื่อเพลงจบแล้วผมจึงเป่า
เทียนโดยเชื้อชวนให้คนที่เหลือเป่าเป็นเพื่อนด้วย เป่าเสร็จ
ก็ยกมือกุมประสานกันและหลับตาแน่นเพื่ออธิษฐานขอพร

"ขอให้เพื่อนรับรัก ขอให้เพื่อนรับรัก ขอให้เพื่อนรับรัก"

ทันใดนั้นเองที่ได้ยินเสียงซุบซิบของผู้ใหญ่รอบกาย

"คำอธิษฐานยากไปทำยังไงดีง่ะ?"
"ทำหมอนข้างรูปคนที่เขาชอบให้แทนก่อนดีไหมคะ?"
"ผมได้ข่าวว่าเขามีแล้วนะ"
"จริงดิ!?! สิ้นหวังขนาดนั้นเลย?"
"แง้!! ทุกคน!! พอเลยนะ!!"

เสียงหัวเราะดังครื้นเครง ห้องที่เคยคิดว่ากว้างโหวงเหวง
ตอนนี้กลับให้บรรยากาศอบอุ่นสนุกสนาน ดีจังที่สุดท้าย
แม่ก็ยอมยิ้มจนได้ ฮี่ๆๆ

-----------------------------------------------
Rattikan's Side:
"ปีใหม่นี้ทุกคนจะตั้งเป้าหมายจะทำอะไรกันบ้างครับ?"

ผอ.ถามตามประสาคนอัธยาศัยดี ตอนนี้ทุกคนทานเค้กกัน
อิ่มแล้ว โดยมีคุณเรเน่กับคุณแม็กเวลอาสาช่วยกันล้างจาน

"ผมว่าจะเพิ่มภาษีค่าเทอมสักหน่อย"

แน่นอนว่าคนที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจาร์ย
ฝ่ายปกครองผู้เห็นคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์
งกและหน้าเลือดไม่แพ้คุณเรเน่ นี่ถ้าแต่งงานกันเองคงรวยเละ

"เดี๋ยวนักเรียนของผมก็ลาออกกันหมดหรอกครับ ฮ่าๆๆ"
"แล้วผอ.ล่ะครับ? ปีนี้อยากทำอะไร?"
"อืม.. ผมว่าจะแต่งงานนะ"
"นรินทร์คะ เตียงอยู่ทางนู้นนะ เผื่อยังไม่ตื่น"

คุณเรเน่ยังอุตส่าห์หันมาตอบทั้งๆที่มือเต็มไปด้วยฟองสบู่

"เอ้า!! นี่ผมพูดจริงๆ"
"แม็กว่าจะสารภาพรักเหมือนกัน"
"ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกปี!!"

ทุกคนพร้อมใจกันประสานเสียงตอบคุณแม็กเวล เจ้าตัวเลย
ดิ้นโหยงๆบอกว่า 'ปีนี้แหละจะทำให้ได้!!' ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็
เป็นประโยคที่พูดมาหลายปีแล้วเช่นกัน

"แล้วคุณรัตล่ะฮะ? มีเป้าหมายอะไร?"
"ดิฉันอยากทำวิจัยให้เสร็จค่ะ เบื่อมันจะแย่อยู่แล้ว"

ช่วงปีที่ผ่านมาดิฉันนั้นได้ไปลงศึกษาต่อปริญญาเอกเนื่องจาก
รู้สึกว่าง คนที่เคยต้องรักษาดูแลอย่างใกล้ชิดก็เริ่มหายดีกันแล้ว
ตั้งแต่คุณแม็กเวลเริ่มชำนาญงานของตัวเอง งานฝั่งดิฉันในฐานะ
เลขาฯก็เบาลงอย่างเห็นได้ชัด

"แล้วคุณเรเน่ล่ะคะ?"

เจ้าของชื่อยังคงง่วนอยู่กับการล้างจาน เธอหันหน้ามาเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น

"เอ... ฉันไม่มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ แค่ได้เห็นหน้า
ทุกคนในวันนี้ก็มีความสุขแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ดีจริงๆเลยน้า~"

น้ำเสียงที่ใช้นั้นฟังดูสดใส แต่ไม่รู้ว่าดิฉันคิดไปเองหรือเปล่า
ว่าวันนี้คุณเรเน่ดูไม่ร่าเริงชอบกล สงสัยจะเจอเรื่องไม่คาดฝัน
ต่อเนื่องกันเยอะเกินไป 'นักวางแผน' อย่างเธอคงไม่ชินกับ
สถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เช่นนี้ ว่าแล้วยังขำสีหน้าเหวอสนิท
ของเธอไม่หายเลย สะใจจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ

"อ๊ะ นั่นอะไรคะ?"

ดิฉันชี้ไปยังกล่องแพคเกตติ้งหรูที่ตั้งอยู่บนเค้าเตอร์ครัว

"อ๋อ ผมแวะซื้อไวน์มาจากไร่องุ่นน่ะ ลองชิมดูมั้ย?"

คุณเอลิทเอ่ยชวน แน่นอนว่าของแบบนี้พลาดไม่ได้อยู่แล้ว
ระหว่างที่คุณเอลิทลุกไปรินไวน์ เขาก็เอ่ยถามคนที่เหลือว่า
มีใครอยากลองชิมอีกหรือไม่ ผอ.รีบส่ายหน้าบอกว่าเมา
ทีไรร้องไห้ทุกที ขอผ่านดีกว่า ส่วนสองแม่ลูกนั้นดิฉันไม่
อยากให้ดื่มเพราะว่ากลัวแอลกอฮอลจะตีกับยาที่ทานอยู่

"เดี๋ยวผู้ใหญ่อย่างดิฉันจะดื่มให้ดูเอง"

ว่าแล้วก็ยืดอกพร้อมชูไวน์แดงแก้วสวยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ

-----------------------------------------------
Narin's Side:
ตอนนี้คุณรัตกับคุณเอลิทนั่งดื่มไวน์สนทนากันอย่าง
ออกรส ส่วนเจ้าลูกลิงแม็กเวลนั้นกำลังนั่งดูละครย้อนหลัง
ทางสมาร์ททีวีอย่างใจจดใจจ่อ ช่วงนี้แกติดละครเรื่อง
'อุ่นรักใต้ตรอกมืด' มาก ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน...

นั่งฟังเสียงทุกคนไปเพลินๆก็สังเกตได้ว่าไม่ได้ยินเสียง
เรเน่มาสักพักแล้ว เหมือนเธอจะไม่ได้อยู่แถวนี้ ไปไหนหว่า?

"ไปไหนฮะ?"

เสียงนั้นดังขึ้นแทบจะทันทีที่ผมยันตัวลุกขึ้นจากโซฟา

"แม่ของเธออยู่ไหนเหรอ?"
"นอกระเบียงฮะ"

แกมักจะตอบสั้นๆแบบนี้เสมอในยามที่กำลังตั้งใจโฟกัส
กับบางสิ่ง ได้ยินเช่นนั้นผมจึงหยิบไม้เท้าพาตัวเองออก
ไปนอกระเบียง อากาศด้านนอกยามค่ำคืนถือว่าเย็น
สบายดีทีเดียว ผมสูดอากาศสดชื่นเข้าปอดเฮือกหนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยเรียกคนที่ตามหา ไม่นานเสียงใสจึงเอ่ยตอบ
ทำให้พอรู้ว่าเธอยืนอยู่แถวไหน

'เต๊าะ เต๊าะ เต๊าะ'

ผมเดาะลิ้นเพื่อสำรวจความกว้างของระเบียง กว้างเหมือน
กันแฮะ ห้องนี้มันใหญ่จริงๆ ขนาดอยู่กันตั้งห้าคนยังไม่
รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เรเน่ส่งเสียงก็ยิ่งทำให้
ผมเริ่มจับตำแหน่งของเธอได้มากขึ้น จึงค่อยๆเดินไปยกมือ
ควานหาไป สุดท้ายจึงสัมผัสได้ถึงไออุ่นของไหล่บางจนได้
คนข้างหน้าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย คงจะหันมองผมละมัง

"มีอะไรรึเปล่าคะ?"

ผมส่ายหน้าให้ยิ้มๆ

"ผมไม่มี แต่คิดว่าคุณอาจจะมีอะไรไม่สบายใจ"
"ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ?"
"ผมไม่ได้คิด ผมแค่รู้สึก"

บทสนทนาถูกปล่อยให้เงียบไปพักใหญ่ๆ ผมค่อนข้าง
เคยชินกับลักษณะแบบนี้ของเธอดีเลยไม่ได้รู้สึกอึดอัด
อะไร

"เอลิท.. เขาโดนบังคับให้มาเหรอคะ?"

ผมอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ไม่สบายใจเรื่องนี้หรอกเหรอ

"ไม่มีใครโดนบังคับให้มาทั้งนั้นแหละครับ ทุกคนต่าง
อยากมากันเองทั้งนั้น ผมเองก็ตกใจนิดหน่อยแต่ก็เต็มใจ
มานะ เมื่อเช้าอยู่ๆเจ้าลูกลิงก็ฉุดมาซะอย่างนั้น จะให้
ไม่ตกใจได้ยังไง ฮ่าๆๆๆ"

พูดไปก็ส่ายหน้าหน่ายใจไป เรื่องเซอร์ไพร์สนี่ต้องยก
ให้แม็กเวลเลยจริงๆ งานเล็กงานใหญ่ขอให้บอก

สายลมในตอนกลางคืนพัดผ่าน ไม่มีเสียงตอบรับจาก
คู่สนทนา ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งท่าทางและคำพูดของเธอในวันนี้.. ทำให้รู้สึกเหมือน
เธอกำลังจะหายไป รู้สึกว่าถ้าไม่จับไว้ก็อาจจะไม่ได้เจอ
อีกแล้วก็ได้ ผมเอื้อมมือไปหวังจับเธอเอาไว้
แต่ทันใดนั้นเอง...

'ปึง!!!!'

เสียงดังมาจากการเปิดกระแทกประตูระเบียงอย่างรุนแรง

"ฮือออออออ ทำไมทุกคนถึงทิ้งดิฉันไว้คนเดียวล่ะค่ะ"

นั่นเสียงรัตติกาลเหรอ? แน่นอนว่าผมจำเสียงเลขาตัวเองได้
แค่ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะพูดประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงนี้ก็เท่านั้น

"โทษทีนะ เหมือนจะเมาได้ที่แล้วล่ะ"

ฟังจากเสียงแล้วคุณเอลิทน่าจะกำลังฉุดรั้งไม่ให้เธอออกมา
ด้านนอก

"ปีที่ผ่านมาพวกคุณมักจะออกไปข้างนอกกันเองตลอด ไม่เห็น
มีใครชวนดิฉันเลย!! ใช่ซี่!! ดิฉันมันคนนอกนี่!!"

ที่นี่มันศาลาคนเศร้าหรืออย่างไร...

"เธอต้องเสียใจในสิ่งที่ทำแน่..."

เรเน่พูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ รัตติกาลที่พวกเรารู้จักมักจะรักษา
ภาพพจน์อยู่เสมอ ไม่มีหรอกที่จะพูดความในใจเถรตรงขนาดนี้

"ม แม็ก ทำอะไรน่ะ!!"
"ถ่ายคลิปสิน่ะสิฮะ รออะไรอยู่ คงเก็บไว้แกล้งได้อีกทั้งปี คิกๆๆ"

ไปจำวิธีหัวเราะน่าหมั่นไส้ขนาดนี้มาจากไหนกันนะ..

"เอาเลยๆๆ จะเอาให้ไม่กล้าเรียกโบนัสเพิ่มอีกเลย!! ว่ะฮ่าๆๆๆ"

คุณเอลิทก็เป็นไปกับเขาด้วยซะงั้น.. คงไม่ได้เมาไปอีกคนใช่ไหม?

"ใครม๊าวว ม่ายมี๊ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง พวกคุณปล่อยให้ดิฉันอยู่
โรงเรียนคนเดียว ไม่คิดว่าดิฉันจะเหงาบ้างรึงายยย เอิ๊ก"

ณ.จุดๆนี้ทุกคนพากันกินจุดไปทั้งวง พวกเราไม่เคยเห็นคุณรัต
ในลักษณะนี้มาก่อน และไม่คิดด้วยว่านี่จะเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกมาตลอด
จึงได้แต่ยืนอึ้งไปตามๆกัน

"ฮะๆๆ..."

หากอยู่ๆเสียงหัวเราะเบาๆก็ดังมาจากเรเน่

"ฮะๆๆ... ฮ่า ฮ่า.... ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

เสียงนั้นค่อยๆดังขึ้นทีละเล็กละน้อย จนสุดท้ายก็เหมือนคนหัวเราะ
จนหยุดตัวเองไม่อยู่ จากที่ตะลึงกับคุณรัตพวกเราก็ต้องมาตะลึงกับ
เรเน่กันต่อ เพราะวันนี้ทั้งวันยังไม่มีใครได้ยินเธอหัวเราะเลยสักครั้ง
แม้แต่รัตติกาลผู้ไม่มีสติก็ยังอึ้งไม่แพ้คนรอบข้าง

"เหอๆๆ คุณเรเน่หัวเราะแล้ว"

ผมสัมผัสได้ว่าคุณรัตกำลังยิ้มกว้าง ยิ้มในแบบที่เจ้าตัวไม่น่าอยาก
ให้ใครเห็นเท่าไหร่ ว่าตัวเองเมาเละเทะแล้วนะ แต่เจอคุณรัตแล้ว
ต้องชิดซ้ายไปเลย เธอเซตัวเข้ามากอดเรเน่เอาไว้แบบทุลักทุเล

"อย่าเอาแต่ทำหน้าเหมือนจะไปตายที่ไหนสิค้าาา พวกเราอุตส่าห์
มาหาแท้ๆ เอิ๊กก~"

เรเน่หยุดหัวเราะทันทีที่ได้ยิน ราวกับโดนอะไรบางอย่างแทงใจ

"คุณไม่รู้อะไร ปีนี้ดิฉันอุตส่าห์ไม่กลับบ้านที่อังกฤษเพื่ออยู่รอวันนี้
ส่วนคุณเอลิทเป็นคนเลือกสถานที่กับหาโรงแรมด้วยตัวเองเลยนะคะ"
"เฮ้!! พูดมากไปแล้วนะ--"

ผมจับไหล่หยุดคุณเอลิทเอาไว้เพื่อให้คนเมาได้พูดในสิ่งที่อยากพูด
เพราะผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรเน่จะมีปฏิกริยาตอบรับอย่างไร

"คุณแม็กเวลเองก็อุตส่าห์ขับรถผ่านป่าตอนกลางคืนมา คุณก็รู้นี่
ว่าเขากลัวป่าตอนกลางคืนขนาดไหน? พวกเราเกือบจะไม่รอดกัน
อยู่แย้ว~"

เรเน่ไม่มีทีท่าจะผลักไสคนเมา เธอเพียงแต่ฟังอยู่เงียบๆเท่านั้น
อยากรู้จังเลยนะว่าเธอกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่คงต้อง
ไปถามคุณเอลิทเอาทีหลัง มันคงจะเป็นความรู้สึกที่แปลกมากๆ
ทั้งคุณเอลิทและคุณรัตต่างแสดงออกต่างจากที่เคย แต่ผมนับถือ
ความกล้าของพวกเขามากนะ ถึงคุณรัตจะทำไปเพราะเมาก็เถอะ
ดูเหมือนว่าเธอยังคงกอดเรเน่ไม่ยอมปล่อย

"เพราะฉะนั้น.. อย่าทำหน้าเหมือนจะจากกันไปไหนเลยนะคะ"
"........."

บรรยากาศผลันเงียบสงบ ราวกับทุกคนพร้อมใจกันรอฟังคำตอบ
แม้แต่เจ้าเด็กใจร้อนอย่างแม็กเวลก็ยังอดทนไม่ส่งเสียงสักแอะ
เสียงถอนหายใจน้อยๆดังมาจากเรเน่ แต่มันไม่ใช่การถอนหายใจ
เบื่อหน่าย เป็นเพียงการถอนหายใจของคนที่โดนต้อนจนจนมุม

"ขอบคุณนะคะ.. เอลิท แม็ก แล้วก็นรินทร์ด้วย"

ถึงจะมองไม่เห็นแต่ผมคิดว่าประโยคนั้นคงถูกเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เพราะน้ำเสียงหวานฟังดูเปี่ยมไปด้วยความสุข

"เดี๋ยวก่อน ทำมายม่ายเมชื่อดิฉันลาค้าา!!"
"ก็ไม่เห็นเธอจะทำอะไรเลยนี่..."
"ฮ่าๆๆๆๆๆ"

แม็กเวลหัวเราะชอบอกชอบใจเสียงดังก่อนจะกระโดดเข้าไป
กอดทั้งสองคนเอาไว้ โดยปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยจับเนื้อต้องตัว
ผู้หญิงแม้คนๆนั้นจะเป็นแม่ของเขาเอง แต่ถึงขนาดเป็นคนเข้า
ไปกอดก่อนแบบนี้ แสดงว่าคงกำลังมีความสุขไม่น้อยเลย

รู้สึกว่าคนที่กอดกันเป็นก้อนกลมนั้นน่าจะให้สัมผัสอุ่นดี ผมจึง
ร่วมวงด้วยการเข้าไปโอบทุกคนให้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม
คิดว่าคุณเอลิทน่าจะกำลังส่ายหน้าเอือมระอา แต่ผมก็
เลือกที่จะไม่สนใจและดันหลังคนตัวเล็กเข้าร่วมวงด้วย
ถึงจะดูเก้อๆกังๆไปบ้างหากสุดท้ายแล้วเขาก็เอื้อมมือ
กอดพวกเราแต่โดยดี อุ่นจังเลยนะ...

"ปีนี้พวกเราก็มาอยู่ด้วยกันไปอีกปีนะครับ"

ผมพูดโดยที่โอบกอดความอบอุ่นของทุกคนไว้ ใจหวังอยาก
ให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป พระเจ้าครับ พรปีใหม่ปีนี้ ผมขอให้คน
ที่ผมรักและเด็กๆของผมทุกคนได้มีความสุขตลอดปีด้วยเถิด

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... K2lf2g

- END -


อยากจะมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆให้ตัวละครทุกตัวของตัวเอง
ที่อดทนต่อสู้กับเรื่องราวต่างๆมาตลอดทั้งปี จึงออกมาเป็น
เนื้อหาในครั้งนี้ค่ะ ^^


Extra มุมแถม:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Alr8zl
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 4j5mpj
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 2gxeble
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 6iwhau

Signature ------------------------------------------------>
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Ckbaw
DJ. Alex Lam
INFO.Maxwell Sonner
นักการทูตโรงเรียน
Star Piece100
CHIPS+150 K

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Maxwel12
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Thu 26 Jan 2017, 21:13
Message reputation : 100% (1 vote)
วันๆของแม็กเวลก็แบบนี้แหละ2:
สวัสดีค่ะ ฉันวนิดา นักข่าวจากสำนักข่าวเครือใหญ่แห่งหนึ่ง
วันนี้ได้รับหน้าที่ให้มาทำข่าวงานสังสรรค์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่
ณ.สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย อันที่จริงแล้ว
ได้ยินมาว่างานเลี้ยงครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงส่วนตัวที่มีเพียงคนสนิท
ของท่านเอกอัครราชทูต โจชัวร์ สก็อต เท่านั้นที่จะได้รับเชิญ

ว่าแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ มองซ้ายมองขวามีแต่บุคคล
สำคัญเต็มไปหมด ไหนจะท่านเอกอัครราชทูตรัสเซีย
ไหนจะคนที่ทำงานอยู่ในกระทรวงต่างประเทศ ยิ่งมองก็ยิ่ง
รู้สึกประหม่า มีใครพอจะอยู่เป็นเพื่อนฉันได้บ้างไหมนะ?
เมื่อสอดส่องสายตาได้สักพักจึงพบกับใครบ้างคนเข้า

"อ๊ะ คุณแม็กเวล!!"

ฉันร้องเรียกชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างออกไป ถ้าจำ
ไม่ผิดเขาเป็นพนักงานในโรงเรียนพิการแห่งหนึ่ง หน้าที่
อะไรน้า.. ชื่อแปลกๆ.. อ๋อ 'นักการทูตประจำโรงเรียน'
เจ้าของชื่อโบกมือให้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินเข้าหา ยังคง
ยิ้มสดใสไม่เปลี่ยนเลยน้า ที่จำชื่อได้เพราะเขาอยู่ในลิส
'ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก' ที่ฉันจัดทำขึ้น by me for
my self

"สวัสดีครับ คุณ...."

ทั้งเสียงและการกระทำนั้นถูกหยุดนิ่งไปประมาณสามวินาที
จำชื่อกันไม่ได้สินะ... ซิกๆๆ

"วนิดาค่ะ"
"อ้อ ใช่ๆๆๆ คุณวนิลาใช่ม้า!!"
"วนิดาเถอะค่ะ!!"

คุณแม็กเวลกลั้วหัวเราะชอบใจ ฉันส่ายหน้ายิ้มๆให้ก่อนจะ
มองสำรวจชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาใส่เสื้อยืดสีดำ
กางเกงยีนส์ และรองเท้ากีฬาที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่เดียวกับ
ที่ใส่ตอนเจอกันครั้งแรก ซึ่งเราไม่ได้เจอกันมานานกว่า
สามปี แสดงว่าคงเป็นรองเท้าคู่รักจริงๆ แต่ที่เด็ดสุดคง
ไม่พ้นถุงลูกชิ้นปิ้งที่กำลังถือทานอย่างสบายอกสบายใจ

"คุณแม็กเวลคะ ที่นี่สถานทูตนะคะ แต่งตัวแบบนี้เดี๋ยวก็
โดนเชิญออกหรอกค่ะ ว่าแต่ลูกชิ้นปิ้งนี่มันอะไรกันคะ?"

ฉันกระซิบบอกด้วยความหวังดี

"อ๋อ ผมซื้อมาจากปากทางเข้าสถานทูตนี่เอง อร่อยนะ"

ชายหนุ่มก้มตัวลงกระซิบตอบแผ่วเบา เรื่องแบบนี้จะกระซิบ
บอกทำซากอะไรล่ะคะ!! รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนแกล้ง
แต่พอมองดวงตาใสแป๋วที่พร้อมจะแบ่งปันลูกชิ้นก็สัมผัสได้
ว่าคงแค่หวังดีจากใจจริง.. ลืมไปว่าพ่อคนนี้เป็นคนไร้เดียงสา
อย่างหาได้ยากในโลกปัจจุบัน

"ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?"

เขาดูไม่เข้าพวกกับคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ถ้าบอกว่าเดิน
หลงทางมาคงเชื่อได้ไม่ยาก คุณแม็กเวลเกาท้ายทอยด้วย
ความเขินอายเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย

"ผมมาเล่นดนตรีน่ะ"

อ่อ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าเขามีบุคลิกเหมือนนักดนตรี พวก
ที่คาดเดาไม่ค่อยได้ว่าในใจคิดอะไรอยู่กันแน่...

"แล้วคุณวลิดาล่ะครับ? วันนี้ทางสถานทูตไม่อนุญาตให้
ทำข่าวนี่นา"

ชายหนุ่มถามด้วยรอยยิ้มกว้างแม้จะเรียกชื่อผิด เอาเถอะ
อย่างน้อยเขาก็ยังจำได้ว่าเราเป็นนักข่าว

"วนิดาค่ะ.. ดูเหมือนฉันจะได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษ"

จริงที่ทางสถานทูตไม่ต้อนรับนักข่าวในงานส่วนตัวครั้งนี้
นอกจากตัวเองแล้วก็ยังไม่เห็นนักข่าวคนอื่นอีกเลย ที่ฉัน
มีโอกาสได้เข้ามาทำข่าวก็เพราะเส้นสายของบุคคลภายใน
บริษัท ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องวุ่นวายพวกนี้นักหรอก บางเรื่อง
หากรู้ลึกไปอาจเป็นภัยต่อตัวในภายหลัง เพราะฉะนั้นจึง
ขอก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองต่อไปน่าจะดีกว่า

"แปลกนะครับ ไม่รู้ว่าทำไมนักข่าวถึงได้สนใจงานเลี้ยง
ส่วนตัวครั้งนี้กันนัก เห็นว่าปฏิเสธไปตั้งหลายรายแล้ว"

คนพูดยักไหล่สงสัย สีหน้าแสดงความลำบากใจนิดหน่อย
สงสัยจะเขินที่จะมีคนมาถ่ายรูปตัวเอง โถ พ่อรูปหล่อขา
อย่างมากครั้งนี้คุณก็เป็นแค่ฉากหลังเบลอๆเท่านั้นแหละค่ะ
ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบคุณแม็กเวลนะคะ แค่ครั้งนี้มันมีอะไรที่
น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า

"ฮึๆๆ คุณไม่รู้อะไรซะแล้ว เพราะว่างานครั้งนี้จะมีแขกคน
พิเศษมายังไงละคะ"
"แขกคนพิเศษ?"
"ใช่ค่ะ วันนี้ลูกชายของท่านทูตจะให้เกียรติมาเล่นดนตรี
ในงานเลี้ยงด้วยตนเอง ปกติท่านหาจับตัวได้ยากมากเลย
นะคะ ข่าวลือบอกมาว่าท่านหน้าตาดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ตื่นเต้นจังเลย ถ้าสมมุติว่าเขาหล่อยิ่งกว่าคุณอีกล่ะ!!"

ฉันอดไม่ได้ที่จะบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย แค่คิดก็
ฟินแล้ว แอร้ยย ว่าแต่คิดไปเองรึเปล่านะ? ว่าสีหน้าอีก
ฝ่ายยิ่งเพิ่มความลำบากใจมากกว่าเก่า

"ฮันแหน่ กลัวหล่อสู้ลูกชายท่านทูตไม่ได้ล่ะซี่~"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

เขากลั้วหัวเราะสบายๆและทำท่าคล้ายจะพูดอะไรสักอย่าง

"คือว่า---"
"ขอเชิญนักดนตรีทั้งหมดมารวมตัวกัน ณ.ห้องประชุมเล็ก
ด้วยครับ"

เสียงประกาศดังออกจากลำโพง ชายหนุ่มหันมองผู้คนบางส่วน
ที่เริ่มทยอยเดินไปในทิศทางเดียวกัน

"ดูเหมือนผมต้องไปเตรียมตัวแล้ว รอบนี้น่าจะซ้อมใหญ่"
"โอเคค่ะ ตั้งใจซ้อมนะคะ อย่ามัวแต่กินลูกชิ้นปิ้ง"

คนตัวสูงวิ่งเหยาะๆทำท่าจะจากไป แต่ก็หันกลับมาเรียกฉัน
ให้หันมอง เขาโบกมือให้ด้วยท่าทีแสนร่าเริง

"แล้วพบกันนะ"

คำบอกลามาพร้อมกับการขยิบตาให้อย่างเย้าหยอกขี้เล่น
อันที่จริงคุณแม็กเวลก็ไม่ได้แย่หรอกนะ...

.

.

.

และแล้วก็ถึงเวลาของการแสดงดนตรีของวงออเคสตราใน
ช่วงเย็น ตอนนี้ภายในโถงรับแขกถูกจัดแต่งไปด้วยโต๊ะมากมาย
รวมทั้งอาหารนานาชนิดที่ไม่รู้จะเลือกทานยังไงให้ครบดี ไฮไลท์
ของงานไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากคณะวงออเคสตราที่นั่งประจำที่กัน
บนเวทีหน้างานเรียบร้อยแล้ว ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียม
ไว้ให้ด้วยความตื่นเต้น ว่าแต่คุณแม็กเวลอยู่ไหนหว่า? ชะเง้อหา
อยู่นานสองนานก็ยังไม่เห็น คงไม่ได้ไปแอบอู้ที่ไหนหรือลูกชิ้นปิ้ง
ติดคอไปหรอกใช่ไหม... ชักเป็นห่วงชอบกล

นอกจากฉันแล้วก็ไม่มีใครนั่งร่วมโต๊ะด้วยเลย เนื่องจากทางงาน
ได้ระบุที่นั่งเอาไว้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่คนรู้จักกันจะได้นั่งด้วยกัน
เช่นเจ้าภาพอย่างท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐที่นั่งข้างกับเอกอัครราช-
ทูตรัสเซีย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าพวกเขาไม่ได้อยากนั่งข้างกัน
สักนิด ดูเหมือนคนที่พร้อมจะมีเรื่องกันได้ทุกเมื่อมากกว่า

"สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเลี้ยงอันแสนอบอุ่นของเรา"

เสียงพิธีกรเรียกความสนใจให้หันมอง ระหว่างที่มองพิธีกรบนเวที
ก็ถือโอกาสกวาดสายตาตามหาคุณแม็กเวลไปพลาง ช่างน่าแปลก
ที่เก้าอี้ทุกตัวมีคนนั่งครบหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีร่างของคนที่ตามหา
แต่อย่างใด หรือการเล่นดนตรีของเขาจะหมายความว่าเป็นคนเปิด
ม่านให้กับวงดนตรีกันนะ?...

"อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่าวันนี้เราได้รับเกียรติจากลูกชายของ
ท่านทูตโจชัวร์ที่จะมาร่วมบรรเลงเพลงในวงออเคสตราของเรา
ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว... ขอเชิญพบกันท่านได้เลยครับ"

เสียงปรบมือดังกึกก้องห้องโถงเพื่อต้อนรับแขกคนพิเศษ
ตื่นเต้นจัง ฉันหันไปหยิบน้ำจากบริกรที่เดินผ่านมาพอดี
สายตานั้นจดจ่ออยู่เพียงบนเวที น่าเสียดายที่ในวันนี้ไม่
ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปภายในงาน จึงพยายามจำภาพ
ด้วยดวงตาแทน

ระหว่างที่ยกน้ำขึ้นดื่มนั้นเป็นขณะเดียวกันกับตอนที่แขกคน
พิเศษเดินออกมาจากหลังเวที หากทันใดนั้นเองที่...

"พรืดดดด.... แค่กๆๆๆๆๆ"

ห๊ะ!?!

ฉันอ้าปากมองโดยไม่สนคราบน้ำที่หกเลอะกระโปรงตัวสวย
ดวงตาได้แต่จ้องมองชายหนุ่มตัวสูงในชุดสูทสุภาพสีดำทั้งตัว
เรือนผมสีทองของเขาถูกจัดแต่งเสยขึ้นอย่างเป็นอย่างทางการ
ดูมีสง่าราศี จะติดก็แต่รองเท้ากีฬาคู่นั้น คู่ที่เคยเห็นเมื่อสาม
ปีก่อน!?!

'คุณแม็กเวล!!!!'

คนคุ้นหน้ายกมือไหว้และโน้มตัวทำความเคารพด้วยท่าทีแสนสุภาพ
ราวกับหลุดออกมาจากหนังสือสอนมารยาท จากนั้นจึงเดินไปนั่งบน
เก้าอี้เปียโนซึ่งเป็นที่เดียวที่ยังว่างอยู่บนเวทีแห่งนี้ เดี๋ยวนะๆๆๆ
เอาจริงสิ!?!

ชายหนุ่มขยับไมค์เข้าหาตัวเพื่อให้พูดได้ถนัดขึ้น

"สวัสดีครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมางานเลี้ยงในวันนี้
หลายท่านคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ผมไม่ได้กลับบ้านเสีย
นานเลย หวังว่าทุกท่านจะสบายดีกันนะครับ"

"บทเพลงที่เราจะเล่นรับปีใหม่ในคืนนี้เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
พวกเราขอมอบบทเพลงเหล่านี้เป็นพรปีใหม่แด่ทุกท่าน เพื่อที่
จะนำความสุข บทเรียน และแง่คิดดีๆในการเดินตามรอยเท้าพ่อ
และดำรงชีวิตต่อไปในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ครับ"

ใบหน้าผู้พูดเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แสดงถึงความรักและความ
เคารพจากใจจริง เขาพูดทักทายแขกอย่างเป็นทางการ หากน้ำเสียง
ที่ใช้กลับฟังดูเป็นกันเอง การพูดนั้นดำเนินไปอย่างลื่นไหลน่าฟัง
ทั้งน้ำเสียงที่ใช้ การเว้นวรรคคำพูด ทุกอย่างลงตัวกับเสียงทุ้มนั้น
อย่างดีเยี่ยม ถ้าไม่ได้ซ้อมเตรียมบทพูดมาเป็นอย่างดี ก็คงเป็น
คนที่พูดต่อคนหมู่มากเป็นปกติ

"เพลงแรกที่เราจะเล่นเปิดงานต้อนรับบรรยากาศดีๆเช่นนี้คือบท
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 2 'ยามเย็น' ครับ"

เสียงดนตรีทำนองสบายหูดังคลอสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้
ห้องโถงกว้าง บ้างก็โคลงหัวตามจังหวะ บ้างก็นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม
ส่วนตัวฉันกำลังสับสนอยู่ว่าจะตกใจดีหรือจะสนใจเสียงเพลง
เสนาะหูดี อาจเพราะเพ่งมากเกินไปจนทำให้คุณแม็กเวลรู้สึก
ได้ว่ากำลังถูกมอง เขาหันมายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มกว้างเช่นปกติ
โดยไม่ถือตัวแต่อย่างใด นั่นคือรอยยิ้มของคนที่ฉันรู้จักดี

ดูเหมือนต้องยอมรับความจริงแล้วสินะ ฉันตัดสินใจปล่อย
ตัวเองไปกับเสียงเพลงและบรรยากาศยามเย็นอันแสนสงบ
บทเพลงยังคงเล่นต่อไปเพลงแล้วเพลงเล่า แม้แต่ฉันที่ไม่
ค่อยมีความรู้ด้านเพลงพระราชนิพนธ์ก็ยังรู้สึกสนุกและอิน
ไปกับเสียงเพลงได้ไม่น้อยเลย

เพลงประกอบ:

หากเมื่อบรรเลงมาได้ถึงเพลงหนึ่ง อยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยน
ไปอย่างน่าประหลาด ฉันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกได้ชัด
เจนนัก ทั้งๆที่เป็นทำนองสบายหูแต่กลับรู้สึกได้ถึงอารมณ์
บางอย่างที่ปะปนอยู่ในเสียงเพลง ฟังแล้วรู้สึกสับสนอย่าง
บอกไม่ถูก

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคุณแม็กเวลจึงพบกับสายน้ำตาที่ไหลริน
บนใบหน้า แม้เขายังคงพยายามคงสีหน้าสงบและรอยยิ้ม
เอาไว้ หากฉันกลับไม่ได้รู้สึกสงบตามแต่อย่างใด แปลกจัง
เกิดอะไรขึ้นกันนะ?

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Wankfc

.

.

.

"คุณแม็กเวล.. เอ้ย คุณชายคะ!!"

ฉันรีบเข้าไปหาทันทีที่ถึงช่วงพักการแสดง ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึก
ไม่สบายใจจนไม่สามารถปล่อยไปเฉยๆได้ การเข้าหาครั้งนี้
ไม่เหมือนครั้งก่อน ฉันเลือกใช้น้ำเสียงสุภาพมากกว่าเก่า
ถึงใจนึงจะไม่อยากเชื่อพ่อคนติดดินคนนี้เป็นลูกชายท่านทูต
จริงๆก็เถอะ ไม่บอกคงนึกว่าเป็นเด็กเปิดม่านต่อไป...

"ฮ่าๆๆ เรียกผมด้วยชื่อเหมือนเดิมเถอะนะ นะๆๆ"

ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้พร้อมกะพริบตาอ้อนวอนเป็นประกาย
ถึงตอนนี้จะแต่งตัวสุภาพแต่การกระทำยังคงดี๊ด๊าดังเดิม

"ก ก็ได้ค่ะ.. ว่าแต่ท่านเป็นอะไรรึเปล่าคะ? ฉันเห็นท่าน
ร้องไห้?...อ้าว?"

ทำไมถึงหันหน้าหนีแถมยังพองแก้มงอนตุ๊บป่องแบบนั้นล่ะ?

"ท่านคะ?..."
"คุณ...."
"เอ๊ะ?"
"เรียก 'คุณ' ก็พอ..."
"อ่อ..."

คุณชายยังคงยืนกอดอกทำปากยื่นเป็นเป็ดโดยไม่คิดหันมอง
เฮ้อ ยังไงคุณแม็กเวลก็ยังเป็นคุณแม็กเวลอยู่วันยังค่ำสินะ

"ก็ได้ค่ะก็ได้ แล้ว 'คุณ' ร้องไห้ทำไมคะ?"

ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่อยากได้ยินพี่แกก็หันกลับมายิ้มร่าให้...
เอากับเขาสิ...

"กำลังสัมภาษณ์ผมอยู่เหรอ? ข่าวนี้จะลงที่ไหนบ้างครับ?
อันที่จริงผมไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่เลย..."
"อ้อ เปล่าหรอกค่ะ"

อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองสงสัย เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองมาทำงาน
ตกใจจนลืมสนิทเลย

"ฉันแค่เป็นห่วงค่ะ ก็เลยถาม"

ถึงจะเป็นนักข่าวแต่ฉันก็อยากเป็นนักข่าวที่มีจรรยาบรรณ
รู้ว่าเวลาไหนเวลาทำงาน เวลาไหนเวลาส่วนตัว คนฟังคลี่
ยิ้มน้อยๆให้ด้วยแววตาเอ็นดู ฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ?

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน.. ตอนที่เล่นเพลงนั้นอยู่ๆก็รู้สึกเดจาวู
ขึ้นมา เหมือนเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อน"
"เพลงอะไรเหรอคะ?"

ชายหนุ่มแสดงสีหน้าลำบากใจ การสนทนาถูกเว้นช่วง
พักพักก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ย

"สายฝน"

ใบหน้านั้นจมอยู่ในห้วงอารมณ์ครุ่นคิด

"ผมรู้สึกว่าเคยเล่นเพลงนี้มาก่อน กับวงออเคสตราแบบนี้
ในบรรยากาศประมาณนี้...."

มือใหญ่ทาบหน้าอกราวกับกำลังประคองใจของตนไว้

"ไม่รู้ทำไมถึงได้โหวงๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีอะไร
หายไป..."

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาคุณแม็กเวลเป็นคนเก็บสีหน้าไม่เก่ง
เพราะฉะนั้นความสับสนที่มีจึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ฉันไม่อยากขัดห้วงความคิดจึงตัดสินใจยืนฟังอยู่ใกล้ๆ

"See you again, My dear rain"

เสียงทุ้มดังขึ้นแผ่วเบาราวกับเป็นการพึมพำกับตัวเอง
เพียงเท่านั้น

"เคยได้ยินรึเปล่า!?!"
"'แล้วพบกันใหม่ สายฝนที่รักของฉัน' เหรอคะ?"
"ใช่!! อ๊าาก!! ไปได้ยินมาจากที่ไหนนะ!!"

เขาเหยาะเท้าไปมาด้วยท่าทีหงุดหงิดในตัวเอง แย่หน่อยที่
ฉันช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย

"แม็ก!!"

เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นเรียกความสนใจจากพวกเรา เมื่อหัน
ไปจึงพบกับร่างชายหญิงคู่หนึ่ง ฉันรู้สึกคุ้นหน้ากับผู้ชาย
ที่กำลังหลับตาเดินคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก น่าจะเคยเจอกัน
มาก่อน

"สองทุ่มแล้วนะครับ มัวทำอะไรอยู่ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก!!"
"ห๊ะ!! อะไรนะ!!"

คุณแม็กเวลยกมือปาดลูบใบหน้าด้วยความรีบร้อน ฉันไม่ทัน
สังเกตว่าเขาน้ำตาซึมอีกครั้ง เรื่องที่กำลังนึกคงเป็นเรื่องสำคัญ
ต่อเขามาก หากอีกสองคนที่กำลังเดินมานั้นเร่งรีบเกินกว่าจะทัน
สังเกต

"ผอ.โทรบอกคุณเอลิทรึยังฮะว่าเรากำลังจะออกเดินทาง?"
"หมายถึงให้โทรด้วยโทรศัพท์ที่เธอเหยียบหน้าจอแตก
กระจายไปเมื่อเช้าน่ะเหรอ?"
"อุ่ย... ม แม้แต่ก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย นับประสา
อะไรกับไอโฟน~"

คุณชายรีบหลบสายตาทันควัน ไปซุ่มซ่ามก่อเรื่องอะไรมา
อีกล่ะนั่น? ยังมีหน้ามาร้องเพลงกลบเกลื่อนอีก...

"รีบเข้าเถอะค่ะ เดี๋ยวก็ไม่ทันเวลาเค้าท์ดาวน์กันพอดี!!"

หญิงสาวดันหลังคนตัวสูงกว่าให้เดินไปข้างหน้า อ๋อ นึก
ออกแล้ว พวกเขาคือผู้อำนวยการกับเลขานุการในโรงเรียน
ที่คุณแม็กเวลทำงานอยู่

"ง งั้นผมขอตัวก่อนนะ"

เสียงนั้นบอกอย่างทะลักทุเลระหว่างกำลังโดนผู้ใหญ่สองคน
ฉุดรั้งให้รีบเดิน ท่าทางจะมีธุระเร่งด่วนกันจริงๆ ฉันที่มอง
ตามหลังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะให้กับท่าทางชุลมุนวุ่นวายนั้น
ไม่รู้อะไรดลใจให้ตัวเองเรียกเขาเอาไว้

"คุณแม็กเวลคะ!!"

เจ้าของชื่อหันกลับมองด้วยสีหน้าเหลอหลา

"ฉันจะบอกที่ทำงานว่าทางสถานทูตไม่ให้เข้างานนะคะ
พวกเราไม่ได้พบกันที่นี่ และฉันก็ไม่รู้ว่าลูกชายท่านโจชัวร์
เป็นใคร เห็นก็แต่เด็กขายลูกชิ้นปิ้งเท่านั้น โอเคนะคะ?"

คนฟังทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ฉันก็ไม่ค่อยอยาก
เชื่อในสิ่งที่พูดออกไปเหมือนกัน เขาลังเลเล็กน้อยหากสุดท้าย
แล้วก็ยิ้มกว้างกลับให้เป็นคำตอบ

"ขอบคุณนะ"

ไม่น่ามีสเปคเป็นหนุ่มฝรั่งเลยเรา เห็นหน้าแล้วแพ้ทางทุกที
ถึงจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าคมคายนี้จะเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา
ก็เถอะ แต่พอนึกว่าข่าวนี้อาจจะทำให้ชีวิตอันสงบสุขของ
เขาต้องเปลี่ยนไปก็รู้สึกว่าไม่อยากทำลายรอยยิ้มนี้ลง

"แล้วเจอกันใหม่นะคุณวนิลา~"

เจ้าของรอยยิ้มสดใสโบกมือลาด้วยความร่าเริง

"วนิดาค่ะ!!"

เอาเถอะ.. ถือว่ามาฟังเพลงเปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกัน
ฉันยักไหล่ก่อนเดินหันหลังกลับเข้างานอีกครั้งหนึ่ง

Signature ------------------------------------------------>
Reine : Plays ๐ ๐ ๐

And I will hear, though soft you tread above me,
And on my grave will warmer, sweeter be.
For you'll come and tell me that you love me,
And I will sleep in peace until you come to me.
EUR
Chairman's Club
Chairman's Club
ClassLv.50
INFO.Elite Urban Royle
ประธานคณะปกครอง
ได้รับโบนัสเงินฝาก (CHIPS) ในอัตรา 5.0% ต่อเดือน

Star Piece669
CHIPS+732 M 606 K 740

+4.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS ต่อเดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue35712/181250Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (35712/181250)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Fri 27 Jan 2017, 16:25
Message reputation : 100% (1 vote)
"เรามาเซอร์ไพรส์ม๊าในคืนเค้าท์ดาวน์กันไหมครับ...?"

แม็กเวลได้โทรศัพท์หาผมโดยการประชุมสายร่วมกับนรินทร์และรัตติกาล สามคนนั้นพูดคุยกัน
อย่างสนุกสนานว่าจะเซอร์ไพรส์เรเน่กันอย่างไรดี แต่ผมกลับไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับเขาเท่าไร
เพราะว่าถึงตอนนี้ผมจะไม่ได้เกลียดเรเน่มากเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังไม่ได้สนิทกับเธอขนาดนั้น

"เขาใหญ่ดีกว่าครับ! ม๊าไม่ค่อยได้ไปเที่ยวชมภูเขาสักเท่าไร"

แม็กเวลเสนอขึ้นมาในสาย ทุกๆคน(ยกเว้นผม)สนับสนุนข้อเสนอของเขาอย่างเต็มที่ ระหว่าง
ที่ลงความเห็นว่าจะไปพักที่ไหนดี ผมก็เลยอาสาบอกทุกคนเรื่องการจองที่พักให้เอง เพราะว่า
ผมเชี่ยวชาญและมีคอนเนคชั่นด้านนี้มาจากการรับรองลูกค้าเยอะพอสมควร คิดว่าคงได้ที่พัก
ในราคาพิเศษไม่ยากนัก โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าจะถูกยัดเยียดหน้าที่ที่ผมกลัวที่สุดในวันนั้น

.
.

วันรุ่งขึ้นผมจึงเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเตรียมจัดกระเป๋าไว้ก่อน ปรากฎว่าผมไม่มีเสื้อผ้าสำหรับใส่เที่ยว
แบบที่ไม่ฉูดฉาดเลยสักตัวเดียว เพื่อแสดงความอาลัยแก่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศของไทย
ครั้นจะใส่ชุดทำงานก็เกรงว่าจะไม่ถูกกาละเทศะ ผมเลยตัดสินใจออกจากห้องพักรับรองที่หอพัก
และขับรถตรงไปยังกรุงเทพเพื่อไปซื้อเสื้อผ้าจากสยามพารากอน เนื่องจากที่นั่นมีร้านสาขาของ
NOBLEMAN HOMME ที่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นให้เลือกมากที่สุดในประเทศไทย และผมในฐานะ
หนึ่งในผู้บริหารของบริษัทเครือใหญ่ มีสวัสดิการสามารถซื้อได้โดยไม่เสียสตางค์สักบาทเดียว
จึงคุ้มค่ากับการขับรถมากรุงเทพอย่างแน่นอน

เมื่อถึงร้านแล้วผมกลับไม่รู้ว่าจะหยิบตัวไหนดี เพราะผมเป็นคนที่แต่งตัวไม่เป็นเอาซะเลย!!!!!
ปกติผมจะมีสไตลิสต์ของบริษัทคอยจัดชุดไว้ใส่ทำงานอยู่แล้ว ว่าชุดตัวไหนควรใส่กับอะไรบ้าง
แต่ในวันนี้ผมต้องเลือกหยิบเองทั้งหมดซึ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก แต่ระหว่างที่ผมกำลัง
หยิบๆจับๆเสื้อผ้าอยูู่ เสียงของผู้หญิงที่คุ้นหูผมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"ฮายยยยยย โอลีฟบอยยย"

ไม่น่าเชื่อ!! เธอคือ "ไอรีน" สไตลิสต์ที่คอยจัดชุดให้ผมมาตลอด ผมแปลกใจมากที่เห็นเธอใน
ประเทศไทย เพราะปกติผมต้องไปหาเธอถึงที่ลอนดอนเท่านั้น

ไอรีนเป็นผู้หญิงผิวสีชาวอเมริกัน เธอสมัครเข้าทำงานกับบริษัทฯมาก่อนที่ผมจะขึ้นเป็นผู้บริหาร
เสียอีก และเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เธอเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายเครื่องนุ่งห่มของบริษัทฯ
เธอมักจะแต่งกายด้วยสีสันสดใสที่บางทีมันก็ดูไม่เข้ากันเลยสักนิดเดียว เธอบอกมันเป็นแฟชั่น
ใหม่ที่กำลังจะดังเร็วๆนี้ ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน จึงไม่แปลกที่ชุดของผมมักจะมีสีสัน
ทุกตัวจริงๆ

"ไอรีน!! เธอมาทำอะไรที่นี่!!?"

ผมได้พูดคุยกับเธออยู่พักใหญ่ จึงได้รู้ว่าเธอมากรุงเทพเพื่อมาปรับกลยุทธ์การตลาดของสาขานี้
ให้ได้กำไรมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนั้นผมเลยขอร้องให้เธอช่วยเลือกชุดที่เหมาะแก่การใส่ไปเที่ยวให้
ผมสัก 9-10 ชุด

"เขาใหญ่!? โอ้วมายก้อด ไอไม่อยากจะเชื่อว่ายูจะอยากไปเที่ยว??"

เธอดูแปลกใจมากกับการที่ผมจะไปเที่ยว เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยหยุดงานเพื่อไป
เที่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่เดินทางมักจะต้องไปรับรองลูกค้าเสมอๆ ถึงแม้ช่วงนี้โรงเรียน
จะปิดเทอม แต่ผมเองก็ยังคงต้องทำงานอยู่ เพราะผมเป็นลูกจ้างของบริษัทฯไม่ใช่ของโรงเรียน
ทำให้การไปเขาใหญ่ครั้งนี้ผมต้องใช้สิทธิลาพักร้อน

เราเริ่มจากดูกางเกงและเครื่องประดับก่อน เธอหยิบทั้งหมดใส่ถุงไว้ให้ผมอย่างเพรียบพร้อม
หลังจากนั้นเราจึงไปดูโซนเสื้อและกางเกงกันต่อ

"แจ็คเก็ตไหมยู ไอคิดว่าถ้าอยู่บนเขาอาจจะอากาศเย็น ยูเอาไปเผื่อหน่อยแล้วกัน"

ไอรีนหยิบแจ็คเก็ตสีเหลืองสดให้ผม ผมจึงรีบเบรกเธอทันทีว่าผมต้องการชุดที่ไม่มีสีสันสดจน
เกินไป เพราะสาเหตุอะไร หลังจากเธอรับรู้เรื่องราวเธอจึงเปลี่ยนไปหยิบแจ็คเก็ตสีคริมสันแทน
พร้อมกับหยิบรองเท้าที่เข้ากับแจ็คเก็ตมาให้ผมลองใส่

"งั้นตัวนี้ล่ะ ไอว่าสีมันไม่สดไปนะ เหมาะกับยูด้วย"

"จะดีเหรอ? ผมไม่เคยเห็นกรุงเทพมันหนาวเลยนะ อีกอย่างผมเองก็มาจากเมืองหนาวด้วย..."

"ยูอย่าลืมสิ แจ็คเก็ตของบริษัทเราระบายลมได้อย่างดี ใส่ไปก็ไม่ร้อนหรอก"

"งั้นเหรอ... ว่าแต่ไอรีน เธอไปเปลี่ยนชุดสักหน่อยดีไหม ช่วงนี้กรุงเทพเขาไม่ใส่ชุดสีสันขนาดนี้นะ"

"ฮ่าๆๆ เด๊่ยวรอเลือกให้ยูเสร็จก่อนแล้วกันนะ ไอก็สงสัยตั้งนานแล้วว่าตั้งแต่มาทำไมมีแต่คนมองไอ"

.
.
.

"เป็นไง เหมาะใช่ไหมล่ะ ไอบอกยูแล้ว"

"มันก็... พอได้นะ"

ผมปฎิเสธเธอไม่ได้เลยเพราะว่าชุดที่เธอเลือกมามันช่างดูดีจริงๆ อย่างน้อยก็คงดูดีกว่าผมเลือกเอง

คลิ๊กเพื่อดูรูปภาพ:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... K94pz

หลังจากนั้นเราก็ใช้เวลาในการเลือกเสื้อผ้าอยู่พักใหญ่ และผมก็พาเธอไปทานข้าวเป็นการขอบคุณ
พร้อมกับนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปแล้วก็แยกย้ายกันไป

"ซ๊ยูอะเกนนะโอลีฟบอยยย ...ม๊วฟฟ"

เธอก้มลงหอมแก้มผมเหมือนทุกครั้งด้วยความเอ็นดูแล้วก็เดินหันหลังจากไป ผมเองก็ขัดใจกับชื่อที่
เธอเรียกผมอยู่บ้าง ถึงมันจะมาจากสีผมของผม แต่พอฟังแล้วมันดูเหมือนเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆชอบกล

.
.
.

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผมประทับใจ ประหลาดใจ มากกับการพบเจอเธอและการได้รับความ
ช่วยเหลือในครั้งนี้ อีกทั้งปกติแล้วผมไม่เคยมาเดินเลือกซื้อชุดแบบนี้สักครั้ง แน่นอนว่าการไปเขาใหญ่
นั้นผมเองก็ประทับใจมากเช่นกัน เพราะมันเป็นการที่ผมได้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเป็นครั้งแรก

...แต่ผมคงไม่ต้องเล่าแล้วเพราะคุณคงรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น
June_24
INFO.Hanna Rogan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4
-1% Grade Exp. | x2 VALENTINE POWER TAG Ability

Star Piece156
CHIPS+6 M 531 K 493

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Hannah10

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue1430/1980Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (1430/1980)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Sun 29 Jan 2017, 18:30
Message reputation : 100% (1 vote)
ในวันเปิดเทอมนี้ ฉันได้ออกมาอยู่กับเพื่อนที่สนิทกันในโรงพยาบาลที่ฉันเคยไปรักษาตัวอยู่ ชื่อแจ็ค เขาเป็นคนไทยที่ประสบอุบัติเหตุที่นั่นพอดี เราเลยมีโอกาสได้คุยกันบ้าง
ฉันไปพักที่บ้านของครอบครัวเขา ซึ่งครอบครัวเขาเป็นคนที่ค่อนข้างใจดีเลยล่ะ
"สวัสดีค่ะ..คุณพ่อ คุณแม่" ฉันกระพุมมือไหว้พ่อแม่ของเขาที่กำลังนั่งทานข้าวต้มในตอนเช้าอยู่
"สวัสดีจ๊ะ...หนูพูดไทยชัดจังเลย  ชื่อฮันนาใช่รึเปล่า"
"ใช่ค่ะ หนูชื่อฮันนา " ฉันพยักหน้าพร้อมกับยกกระเป๋าเข้ามาไว้ในบ้าน
"งั้นให้แจ็คพาไปที่ห้องเลยดีกว่า ไปอาบน้ำอาบท่าเสียหน่อย ค่อยลงมากินข้าว" หลังจากที่คุณแม่พูดจบก็ไล่ลูกชายของเธอให้พาฉันไปที่ห้องนอนซึ่งใกล้กับห้องของพ่อแม่เขา ฉันหยิบเสื้อผ้าออกมาแล้วไปอาบน้ำแต่งตัว เดินลงมาทานอาหาร
เอาจริงๆ ถึงฉันจะมาอยู่ที่นี่สามปีแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่รู้จักภาษาไทยดีหรอกนะ ฉันต้องพยายามอ่านพวกหนังสือในห้องสมุดเป็นประจำ บางทีก็ต้องให้ไทระช่วยแปลในสิ่งที่ฉันไม่รู้ พวกสำนวน คำสร้อยต่างๆ จะว่าไปภาษาไทยนี่ยากเอาการอยู่ แค่พยัญชนะก็ตั้ง44ตัวแล้ว. ไหนจะบางตัวที่ออกเสียงยาก บางตัวเสียงซ้ำกันอีก แต่มาอยู่ที่นี่แล้วดีขึ้นเยอะเลย เพราะได้พูดบ่อยๆ

ฉันนั่งลงตรงเก้าอี้ริมขวาแล้วเอื้อมมือไปหยิบขนมปังมาทานกับโกโก้ แล้วฟังพ่อแม่ปู่ย่าของเขาคุยกัน บางคำฉันก็ฟังไม่ออก เลยไม่ได้ฟัง คุณตาและคุณยายมักจะพูดคำแปลก ฉันเอียงตัวไปถามแจ็ค เขาบอกว่าเป็นเป็นภาษาจีน

หลังจากที่ฉันทานอาหารเสร็จก็ช่วยคนในบ้านทำนู่นทำนี่แล้วปลีกตัวไปคุยกับแจ็ค
"นี่แจ็ค ฉันอยากช่วยเหลือคนจัง เช่น พวกคนที่อยู่ในเต้นท์วัดไข้ประเภทนี้หน่ะ"
เขาทำหน้านึกอยู่ครู่ก่อนตอบ
"เอ่อ...ใช่จิตอาสารึเปล่า"
"ใช่ๆ มันเรียกว่าจิตอาสาหรอ"
"อาหะ..แต่เธออยู่ม.3เองนี่ ทำไม่ได้หรอก แล้วมันต้องไปอบรมด้วย"
ฉันก้มหน้าคิดอยู่ซักครู่ เขาก็พูดขึ้นอีกรอบ
"แต่ถ้าเหมือนช่วยเหลือผู้ป่วยทางจิตน่าจะได้นะ...แบบตามโรงพยาบาลอะไรทำนองนี้"
"ช่วยหาให้ได้มั้ย...พลีส...นะแจ็ค.." ฉันเอื้อมไปจับมือเขาแล้วทำหน้าแบบขอร้อง เพราะเขาคือคนเดียวที่จะสามารถหาให้ฉันได้
เขามองหน้าฉันอยู่ครู่แล้วพยักหน้า
"ได้ งั้นฉันจะหาให้นะ"


วันต่อมาเขาก็มาบอกฉันว่าได้จองโรงพยาบาลหนึ่งไว้ให้ แต่เราต้องไปอบรมก่อน ซักสองวัน ถึงจะทำได้
ฉันเลยเก็บกระเป๋า เอาของไปพอประมาณแล้วไปที่โรงพยาบาลนั้น เมื่อเขารู้ว่าฉันเป็นคนต่างชาติก็หาคนอบรมที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ฉันเลยเข้าใจได้ไม่ยาก

เมื่อการอบรมจบลงก็เริ่มปฏิบัติจริง พวกเราต้องคอยรับฟังปัญหาของพวกขนไข้แล้วให้คำปรึกษาว่าควรทำแบบไหนดี หรือไม่ก็ให้กำลังใจ
ฉันทำที่นั่นได้ประมาณสองเดือนก็ได้เพื่อนใหม่เยอะแยะเลยล่ะ คนส่วนใหญ่ที่คุยกับฉันก็พยายามพูดภาษาอังกฤษคุยกับฉัน นั่นเป็นเรื่องที่ดีนะ แม้ว่าเขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเท่าไหร่นัก แต่ฉันรู้เรื่องในสิ่งที่เขาจะสื่อสาร ทำให้เราคุยกันได้ง่ายขึ้น

วันหนึ่งในตอนเวลาพักของฉัน ฉันมักจะหยิบจานอาหารมาทานตรงสนามหญ้า เพราะจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไปด้วย อีกอย่างฉันชอบแดดประเทศนี้มาก มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเสมอๆ
"โทษนะครับ...ผมนั่งด้วยได้มั้ย"
ฉันเงยไปมองต้นเสียงก็พบว่าเป็นผู้ชายที่น่าจะรุ่นเดียวกับฉัน เขาค่อนข้างจะสูงกว่าฉันนิดหน่อยเท่านั้น
"นั่งได้ค่ะ..ไม่มีคนนั่ง"ฉันกระเถิบตัวให้เขานั่งได้สะดวกมากขึ้น อีกฝ่ายก็นั่งลงข้างๆพร้อมกับถาดข้าว
"คุณชื่ออะไรครับ ดูไม่ใช่คนไทย"
"ฉันชื่อฮันนาค่ะ ฮันนาโรแกน แล้วคุณล่ะคะ"
"ผมชื่อ โซจิ ทาเคชิ...."
"คุณชื่อไม่เหมือนคนไทยเลย "ฉันว่า
"ครับ, ผมเป็นคนญี่ปุ่น แต่ผมพูดไทยได้"
ฉันพยักหน้าแล้วถามต่อ"ฉันเป็นคนอังกฤษค่ะ..แล้วคุณอายุเท่าไหร่หรือคะ"
"ผมอายุ19ครับ คุณคงจะอายุเท่าผมแน่ๆ"
"ฉันอายุ15เองค่ะ "ฉันก้มหน้าเล็กน้อย นี่เขาว่าฉันแก่กว่าวัยรึเปล่านะ....
เขาหัวเราะออกมา"ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ...คุณไม่ได้แย่อะไรหรอก..."
ฉันค่อยๆเงยขึ้นมาแล้วอมยิ้มนิดๆก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ
"ทำไมคุณถึงมาทำงานจิตอาสาล่ะครับ"

"ก็เมื่อโตขึ้น...ฉันอยากเป็นหมอค่ะ.....อยากดูแลคนอื่น"

"ออ....ผมมาก็เพราะอยากลองหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้างหน่ะ.....ความจริงผมมาอยู่ที่นี่ เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนครับ หนึ่งปี....ผมอยากลองทำอะไรที่คนไทยเขาทำกันบ้าง"
ฉันพยักหน้าเพราะเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด ฉันเองแม้จะมีเวลามากพอที่จะอยู่ที่จนกลายเป็นคนไทย แต่ก็ยังอยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาชีวิตไว้ให้มากเหมือนกัน
หลังที่เราคุยกันไปได้ชั่วโมงหนึ่ง พวกเพื่อนๆก็มาตามฉันให้ไปดูแลคนไข้ต่อ ฉันขอไลน์เขาเอาไว้ เพื่อที่จะได้คุยกันบ้างในยามว่าง เมื่อฉันเปิดเทอมแล้ว ก็คงจะคิดถึงเขาบ้างล่ะนะ...

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... <img src=" />




ผู้ที่ทำภารกิจได้ยอดเยี่ยมกว่ามาตรฐาน (80%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-14  A - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีทับทิม สื่อถึงความหรูหรา มีมูลค่า +80 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,250,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
โอ้ วาดภาพมีฉากหลังซะด้วย ขยันจังเลยครับ
ชอบเนื้อเรื่องครั้งนี้ที่เลือกกิจกรรมปิดเทอมได้
เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ฮันนาด้วย แถมยังมี
การเดินเรื่องของตัวละครด้วยการให้พบกับหนุ่ม
ในอีกสิบปีข้างหน้าคนนั้น ผมชอบอ่านเนื้อเรื่อง
ของตัวละครที่แทรกมากับภารกิจแบบนี้เสมอ

งานเขียนของฮันนาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเลยนะครับ
ถึงส่วนใหญ่คุณจะชอบบ่นว่านึกไม่ออก เขียน
ไม่ค่อยออกก็เถอะ แต่ผมคิดว่ามันอ่านลื่นขึ้น
เรื่อยๆเลย ค่อยๆพัฒนาด้วยกันต่อไปนะ!!

ปีนี้ผมอยากเห็นฮันนาวาดรูปโดยมีรูปอ้างอิง
มากขึ้น เช่นถ้าอยากวาดรูปท่าทางต่างๆหรือ
สถานที่ก็ลองเสิร์จหาสิ่งนั้นๆมาวาดตามโดย
ดัดแปลงเป็นตัวละครของเรา ผมเชื่อว่าหาก
ทำบ่อยๆเป็นนิสัยจะทำให้จำท่าทางต่างๆได้
แม่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าสนใจละก็ เรามา
ลองกันดูสักตั้งนะ!!
avatar
ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 03:58
บันทีก 30 วินาที ตอนที่ 1 :


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 5e39776e6a2481ae347f16a3cd9d81f0
“ใกล้จะเปิดเรียนแล้วแต่ยังจำวิธีเขียนอักษรไทยไม่ค่อยได้เลยค่ะ..”

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปิดเทอมปีที่แล้ว เหมือนกับทุกปิดเทอมที่ผ่านมา
ปิดเทอมปีที่แล้ว เธอใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ชวนเพื่อนสนิทไปดูคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ที่เพิ่งออกใหม่ที่โรงหนังใกล้ ๆ บ้าน
ปิดเทอมปีที่แล้ว เธอรู้สึกว่ามันช่างแสนสั้น
ปิดเทอมปีที่แล้ว เหมือนกับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ เธอไม่อยากให้วันเปิดเรียนมาถึงเลย
 
ปิดเทอมปีนี้ ไม่เหมือนกับปิดเทอมไหน ๆ
ปิดเทอมปีนี้ เธอมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ที่ห่างไกลจากบ้านหลายพันกิโล
ปิดเทอมปีนี้ ยาวนานเสียจนน่ากลัว
ปิดเทอมปีนี้.. เธอปรารถนาให้มันรีบจบลง แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัววันเปิดเรียนที่จะมาถึง
.
.
.
.
หวาดกลัว.. ในความหมายที่แตกต่างจากปีอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 นี่ ตัวเธอ ณ​ เวลานี้ในปีที่แล้ว..
 
คงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าตัวเธอในอนาคตจะมายืน ณ​ จุดนี้ใช่หรือเปล่านะ


 
แน่ล่ะ ไม่มีทาง


 
ไม่เคยแม้แต่จะคิด.. เสียด้วยซ้ำไป
 
เมื่อก่อน.. เหมือนกับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ เธอไม่อยากให้วันเปิดเรียนมาถึงหรอก


 
“วันหยุดมันสบายนี่นา”
“ไม่อยากกลับไปเรียนเลย”


 
ใช่แล้ว ทั้ง ๆ ที่เคยคิดแบบนั้นแท้ ๆ
 
แต่พอวันที่ไม่ได้กลับไปเรียนมาถึงจริง ๆ ... กลับรู้สึกเศร้าจนอยากย้อนเวลากลับไป

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
 

"ฉันต้องออกจากโรงเรียน"
 
ฟังดูน่าใจหายจนเหมือนกับเป็นเรื่องโกหก
 
"เพราะว่าอาการป่วยที่เป็นเลยไม่สามารถเรียนต่อได้"
 
เธอบันทึกประโยคนี้ลงในสมุด เขียนอย่างรวดเร็วที่สุดก่อนที่เธอจะลืมไป
ทั้งที่มือสั่น แต่ก็ต้องพยายามเขียนให้เสร็จ
 
"เป็นการเขียนบันทึก 30 วินาทีที่ยากลำบากที่สุดเลยล่ะ"
 
เธอบันทึกความรู้สึกตัวเองตามลงไปเมื่อเขียนจบประโยค
 
ถึงจะจำไม่ได้ แต่ว่าพอย้อนอ่านค่อนข้างมั่นใจว่าเธอใน 30 วินาทีก่อนหน้านั้นคงรู้สึกเช่นนั้น
เพราะแม้กระทั้ง ณ​ เวลานี้ที่ตัวเธอมาย้อนอ่านยังรู้สึกเจ็บจนหายใจไม่ออก
 


แล้วตัวเธอใน 30 วินาทีที่แล้วจะเจ็บปวดขนาดไหนกันนะ..?


 
สงสัยหากแต่ก็ไม่มีโอกาสได้คิดหาคำตอบไปมากกว่านั้น
เพราะกว่าจะคิดจบก็ลืมเรื่องที่เคยสงสัยไปเสียแล้ว...
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... B98394c6bd23cbabaa7de855f83d3719
 
วันที่เธอพ้นจากสภาพการเป็นนักเรียนของที่นั้นอย่างสมบูรณ์นั้นจะเริ่มขึ้นหลังวันหยุดยาวช่วงคริสต์มาส
เพราะงั้นช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนทุกคนจะแยกย้ายไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวเพื่อน ๆ เลยจัดปาร์ตี้อำลาเล็ก ๆ ขึ้นมาให้เธอ
ทั้งของขวัญ คำอวยพร อ้อมกอด และน้ำตา ต่างก็ถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง


“โชคดีนะ”
“ติดต่อมาบ้างล่ะ”
“แล้วกลับมาเยี่ยมกันบ้างนะ”



“..อืม”
“ขอบคุณนะ”
“แล้วเจอกัน”
“บ้ายบาย”
 
มีอะไรที่อยากจะพูดตั้งมากมาย
แต่สุดท้ายก็ตอบทุกคนกลับไปแค่นั้น
ทั้งลืมสิ่งที่จะพูด และกลัวว่าถ้าพูดแล้ว..
 
จะร้องไห้ออกมา
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“ฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
 
พูดบอกทุกคนไปแบบนั้น แล้วยิ้มออกมา



โกหกน่ะ.. ที่จริงแล้วกำลังกลัวมาก ๆ
ไม่อยากให้มันต้องจบลง และไม่อยากจะลืมไป
จึงรีบจดบันทึกทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ เท่าที่พอจะจำได้


เพราะถ้าไม่บันทึกไว้ล่ะก็คงจะไม่สามารถจำได้
และถ้าต้องลืมช่วงเวลาที่มีความสุขแบบนี้ไป..
 
มันคงจะน่าเศร้าน่าดู
 
ทั้งตึกเรียนที่เดินผ่าน โต๊ะในโรงอาหารที่นั่งกินข้าวกับทุกคน
โต๊ะเรียน กระดาน ม้านั่ง ต้นไม้ บันได ทางเดิน
หอพัก สนามกีฬา คอกม้า คุณครู และเพื่อน ๆ..
 
ชีวิตประจำวันที่เคยวนซ้ำทุกวันนั้น
 
..จะจบลงแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ?
 
นี่ ขอร้องล่ะ เวลาช่วยเดินให้ช้ากว่านี้หน่อยเถอะนะ
 
ยังไม่อยากแยกจากทุกคน
ยังอยากจะอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้
.
.
.
แค่อีกวินาทีเดียวก็ยังดี
 
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเกลียดวันปิดเทอมขึ้นมาสุดขั้วหัวใจ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“เดี๋ยวไปดูโรงเรียนใหม่กันไหม” ผู้เป็นมารดาถามขึ้นมาในวันหนึ่ง “ดูว่าเป็นยังไง จะได้ช่วยลดความกลัว และความกังวลลงไงจ้ะ”
 
แอนน์พยักหน้ารับแล้วค่อย ๆ ก้มลงเขียนในสมุด
 
ไปดูโรงเรียน..
.
.
.
.
โรงเรียน.. โรงเรียนอะไรนะ?
 

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจจะถามคนตรงหน้า หากแต่เปลี่ยนใจเปิดหน้าย้อนกลับไปดูบันทึกวันก่อน ๆ แทน มือเล็ก ๆ รีบเปิดอย่างร้อนรนเพราะกลัวตัวเองจะลืมไปเสียก่อน


 
“.. ควิ้นท์?”


 
เธอทวนคำช้า ๆ ก่อนจะพลิกกลับไปหน้าเก่าแล้วรีบเขียนชื่อตามท้ายลงไป


 
ไปดูโรงเรียนควิ้นท์..


 
บันทึก 30 วินาทีถูกปิดลงพร้อมกับที่เด็กสาวเริ่มนั่งเอ่ยชื่อโรงเรียนซ้ำไปซ้ำมา เธอใช้วิธีนี้ในการพยายามจำชื่อคน หรือสถานที่ แม้จะไม่ใช่ทุกครั้งที่ได้ผล แต่ก็ช่วยได้เยอะทีเดียว
 
“ควิ้นท์..”​ เธอทวนชื่อ ก่อนจะเอ่ยออกมาซ้ำอีกครั้ง และอีกครั้ง ดวงตาสีอะความารีนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง


 
“โรงเรียนควิ้นท์..”​
 
“เป็นสถานที่แบบไหน.. กันนะ”


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[เนื้อหาบางส่วนจากบันทึก 30 วินาที]
 
วันที่ x เดือน xx
 
“ฉันต้องออกจากโรงเรียน
 
เพราะว่าอาการป่วยที่เป็น
 
เลยไม่สามารถเรียนต่อได้
 
เป็นการเขียนบันทึก 30 วินาที
 
ที่ยากลำบากที่สุดเลยล่ะ”
วันที่ xx เดือน xx
 
“เพื่อน ๆ จัดงานเลี้ยงอำลาให้
 
ทุกคนบอกว่า
 
โชคดี
 
อย่าลืมติดต่อกันบ้าง
 
ฉันสัญญาว่าจะติดต่อกลับไป
 
ฉันหวังว่าจะไม่ลืม
.
.
.
 
โรซี่ให้ซีดีเพลง
 
คาร์ล่าให้กระเป๋า
 
เรจิน่าให้ถุงทำความร้อนอันเล็ก ๆ
 
ทุกคนร้องไห้
 
ฉันก็ร้อง
 
... ฉันไม่อยากไปเลย”
 
 Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 4d151c23aed236a91987bf8c68656886
 
 
วันที่ xx เดือน xx
 
“คุณแม่แยกทางกับคุณพ่อแล้ว
 
พี่ลอร์ล่าไปอยู่กับพ่อ
 
ส่วนฉันกับแม่เราย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย
 
ฉันเอาของขวัญกับการ์ดที่ทุกคนให้มาด้วย
 
ถึงอาจจะไม่ได้ใช้ของขวัญของเรจิน่า
 
แต่ก็เอามาด้วย
 
เพราะฉันจะได้นึกถึงเธอถ้าเห็นมัน
.
.
.
จริง ๆ แล้ว
 
ฉันไม่รู้ว่าจะจำได้ไหม
 
ของขวัญพวกนี้
 
วันหนึ่งจะเผลอเอาไปทิ้ง
 
เพราะนึกว่าไม่สำคัญหรือเปล่านะ
 
ฉันกลัวจัง..”
 
วันที่ x เดือน x
 
“คุณแม่พูดถึงโรงเรียนใหม่
 
ที่ฉันจะต้องไปเข้าเรียนในเดือนหน้า
 
โรงเรียนนั้นชื่อว่าโรงเรียนควิ้นท์
 
เป็นโรงเรียนสำหรับคนพิการ
 
และที่นั้นรับนักเรียนต่างชาติ”
 
วันที่ x เดือน x
 
“คุณแม่บอกว่าอีกไม่นาน
 
เราจะไปดูโรงเรียนควิ้นท์
 
ที่นั้นจะเป็นแบบไหนกันนะ
 
น่ากลัวจัง”
 
วันที่ xx เดือน x
 
“วันนี้เราไปดูโรงเรียนควิ้นท์
 
โรงเรียนต่างจากที่คิดไว้มาก
 
ตอนที่พวกเราเดินดูรอบ ๆ
 
ฉันได้เห็นผอ. ผ่าน ๆ
 
เขาเดินทั้งที่หลับตาอยู่
 
คุณน้าบอกว่าเป็นเพราะเขาตาบอด
 
คุณแม่ดูตกใจหน่อย ๆ
 
แต่ก็บอกว่า ผอ.เป็นคนที่เก่ง
 
เห็นหรือเปล่า ความพิการไม่ได้หยุดเขา
 
เพราะงั้นต้องมีอะไรที่ฉันยังทำได้แน่นอน
 
พูดแบบนั้นแล้วลูบหัวฉัน
 
มันดูน่าอายนิดหน่อย
 
แต่ถ้าเป็นอย่างที่คุณแม่พูดไว้ได้คงดี”
 
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 5798db7dac4deeb65b8af30354535f49
 
วันที่ x เดือน x
 
“วันพรุ่งนี้เปิดเรียนแล้ว
 
รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปตอนประถม
 
ไม่อยากออกจากบ้านเลย
 
ทุกคนจะเป็นยังไง
 
ฉันจะคุยกับพวกเขาได้หรือเปล่า?
 
จะโดนรำคาญหรือเปล่า?”
 
วันที่ x เดือน x
“ฉันยืนรออยู่ที่หน้าห้อง
 
กับเด็กผู้ชายตัวเล็กอีกคนหนึ่ง
 
เขาเป็นนักเรียนใหม่เหมือนกัน
 
คุณครูกำลังจะพาเราเข้าไปแนะนำตัว
 
ยังไม่พร้อมเลย”
 

.
.
.
.
.
.
.
.

วันที่  1 เดือน 1
 
"พอลองมองย้อนกลับไป
 
วันนี้ในปีที่แล้ว
 
ฉันไม่เคยคิด



ว่าตัวเองจะมายืนตรงนี้ ที่นี่


 
เพราะงั้น
 
ถ้าชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ล่ะก็
 
บางทีวันนี้ในปีหน้า
 
อาจจะแตกต่างจากที่คิดไว้อีกก็ได้นะ
 
และตัวฉันตอนนั้น
 
จะกำลังมีความสุขอยู่หรือเปล่า?
.
.
.
 

ในวันที่ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่นี่
 
ฉันจะยิ้ม
 
และมีความสุข
 
เพื่อที่ถ้าหากว่าตัวเองในปีหน้า
 
มีโอกาสได้ย้อนกลับมาอ่านล่ะก็
 
เธอจะได้รู้


 
ว่าตัวเธอเองกำลังมีความสุขอยู่นะ
 
 
และบางทีถึงจะจำไม่ได้
 
ถึงจะกำลังเศร้า
 
แต่เธอจะยิ้มออกมาได้อย่างแน่นอน

.
.
.
.


นี่
 
ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก ๆ เลยล่ะ
 
ไม่เป็นไรนะ
 
ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร"
 
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 1c7e0215084036aa45bbe9498d519265
 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------






ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

Narin's Comment:
ชอบไอเดียการเขียนภารกิจแบบไดอารี่ 30 วินาทีมากครับ
เลือกได้ฉลาดและเหมาะสมกับตัวละครมาก ถึงแม้ว่าบันทึก
แต่ละวันจะไม่ยาวนัก แต่ก็ทันให้ได้ซึมซับความรู้สึกของ
ตัวละคร ทั้งความเศร้าของการจากลา การกลัวการเริ่มต้น
ทั้งคำและภาพที่ใช้ก็ต่างเกื้อหนุนกัน ดันอารมณ์ออกมาได้
อย่างเต็มเปี่ยม ถือเป็นภารกิจเปิดตัวที่สมจริงมากครับ

ต่อจากนี้ผมหวังว่าแอนจะได้มีช่วงเวลาที่ดีในโรงเรียน
ของเรา จะรอชมพัฒนาตัวละครไปทีละเล็กละน้อยนะครับ
มันไม่เป็นไรที่จะเศร้า ไม่เป็นไรที่จะหม่นหมองไปบ้าง
เพราะการเริ่มต้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่ผมหวังว่า
พวกเราที่นี่จะทำให้แอนได้สัมผัสกับ 'ความสุข'
ไปด้วยกันในทุกๆวัน วันละนิดละหน่อยนะครับ

ผมสังเกตและคิดว่าแอนน่าจะไม่ค่อยถนัดด้านการลงสี
เท่าไหร่ แต่ไม่ได้แปลว่ามันไม่สวยนะครับ มันสวยแล้ว
แค่มันยังไปได้มากกว่านี้อยู่ ยังไงถ้าสนใจปีนี้เรามาลอง
ค่อยๆพัฒนาในจุดนี้ไปด้วยกันนะครับ รอชมรูปสีสวยๆ
ที่เข้ากับลายเส้นของแอนอยู่นะ!!

ป.ล.แต่รูปพลุก็ลงสีสวยมากแล้วนะ จริงๆนะ!!
avatar
ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 12:16
พัทยาจ๋า เดียร์มาแล้ววว:

ปิดเทอมนี้ คุณพ่อและคุณแม่ของเดียร์ไม่สะดวกที่จะมารับ และด้วยความอยากเที่ยว เดียร์เลยขอคุณพ่อและคุณแม่ ไปเที่ยวพัทยาคนเดียว(แต่ต้องรายงานสถานการณ์เสมอ)

คุณพ่อจัดการจองที่พักติดทะเลให้กับเดียร์ เพื่อให้สะดวกต่อการไปไหนมาไหน

“แน่ใจนะลูก ว่าจะไปคนเดียว ให้เพื่อนไปด้วยไหม”
“เพื่อนๆ เดียร์เขาก็ยุ่งๆกันอะค่ะแม่ ไม่เป็นไรหรอก เดียร์ดูแลตัวเองได้ แข็งแรงจะตาย”
“อะจ้า คนเก่งของแม่ ดูแลตัวเองด้วย อย่าไปทำร้ายใครเขาล่ะ”
“โถ่ แม่ก็ เห็นเดียร์เป็นคนยังไงเนี่ย เดียร์ออกจะบอบบาง ใสซื่อบริสุทธิ์”
“ไม่เอาหน่าเดียร์ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆโลกคงจะสงบสุขขึ้นเยอะเลยแหละ”
“โหย แม่อ่ะ”
“เอาเถอะๆ ดึกแล้วรีบนอนได้แล้วเราอ่ะ เดี๋ยวตกรถนะ”
“ค่าๆ นอนแล้วค่าาาาา ฝันดีนะคะ รักแม่น้า”
“จ้าๆ ฝันดีจ้า”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
วันรุ่งขึ้น

“สายแล้ววววว” เดียร์วิ่งขึ้นรถไฟด้วยความรวดเร็ว
“เฮ้อ เกือบตกรถแล้วไหมล่ะ” หลังจากได้หย่อนก้นแล้ว เดียร์ก็ถอดหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

‘ต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปนะ…’
.
.
.
.
.
.
.
.

@พัทยา

เดียร์เช็คอินเข้าโรงแรม เอาของเก็บเข้าห้อง พร้อมกับเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำ เพื่อไปว่ายน้ำ และแน่นอนสระว่ายน้ำย่อมมีอะไรน่าสนใจแน่นอน •,,•

@สระว่ายน้ำโรงแรม

‘ลั้ลลา~ ผู้ชายจ๋า เดียร์มาแล้ววว’
“เห๊!!! ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ยยยยยยย”
“ทำไมแทนที่จะมีหนุ่มๆหล่อๆโสดๆถึงกลับมีแต่คู่รักล่ะเนี่ยยยยย ทำอะไรไม่ได้เกรงใจคนโสดเลย ฮือออออ”

ภาพปลากรอบ:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 2resemt

‘ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย อยู่ตรงนี้ทำไมก็ไม่รู้~’

เจ็บนี้จำไปจนตาย:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 2uy2j2s

เดียร์เดินไปพร้อมกับเบะปากรัวๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 23.50 @ดาดฟ้าโรงแรม

ขณะที่ทุกคนเฮฮาในคืนสุดท้ายของปีกันอยู่นั้น เดียร์ได้หลบความวุ่นวายขึ้นมาชมวิวบนดาดฟ้าของโรงแรม

“เงียบสงบดีจังเลย นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้อยู่คนเดียวเงียบๆแบบนี้” เดียร์นั่งลงพร้อมกับแหงนมองท้องฟ้าเวลาค่ำคืน
“อีกไม่นานก็จะขึ้นปีใหม่อีกแล้วสินะ เร็วจังเลย ปีนี้เจออะไรมาเยอะเหมือนกันแฮะ”

ข้างล่างเริ่มส่งเสียงนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ เดียร์ลุกขึ้นเพื่อไปยืนรอดูพลุ
“เห็นพลุแล้วคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย” น้ำใสๆเริ่มออกมาจากตาของเดียร์อย่างห้ามไม่ได้
“พ่อกับแม่ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ…”
“ทิชชู่ไหมครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆเดียร์ โดยมีมือข้างหนึ่งยื่นทิชชู่ให้กับเดียร์
“ขอบคุณค่ะ”
“พลุสวยดีนะครับ”
“นั่นสิคะ” เดียร์หันหน้าไปเพื่อหาต้นเสียง แต่เมื่อหันกลับไป กลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย แล้วต้นเสียงของชายหนุ่มเมื่อครู่

เป็นใครกันล่ะ…

Memory:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... B892ec




ผู้ที่ทำภารกิจได้ยอดเยี่ยมกว่ามาตรฐาน (80%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-14  A - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีทับทิม สื่อถึงความหรูหรา มีมูลค่า +80 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,250,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง

Narin's Comment:
ไม่นึกนะเนี่ยว่าเดียร์จะออกไปเที่ยวคนเดียว
เป็นมุมที่แปลกตาดีจัง ปกติจะเห็นเดียร์มีบท
ร่วมกับเพื่อนฝูงตลอดเวลา บางทีการได้มีเวลา
อยู่กับตัวเองบ้างก็เป็นเรื่องผ่อนคลายเหมือนกัน
สินะครับ

ผมชอบรูปพลุมาก เดียร์น่าจะลองมาเอาดีทาง
สายทัชได้นะครับ ไหนๆก็ได้มาแล้ว ไม่แน่ใจ
ว่าเดียร์ชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างงานมือ
กับงานคอม แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็ยังพัฒนา
ต่อไปได้อีกกันทั้งคู่

ปีใหม่นี้ผมรอดูอะไรใหม่ๆจากเดียร์อยู่นะครับ
อยากเห็นเดียร์ลองฝึกฝีมือด้านใดด้านหนึ่งดู
สักตั้ง จะเป็นเรื่องลายเส้นก็ได้ ลงสีก็ได้
ถ้าเดียร์อยากลองผมก็พร้อมจะช่วยเสมอนะ

Blue' Bear
INFO.Supha
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
-2% Grade Exp.

Star Piece337
CHIPS+11 M 672 K 13

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Supha11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue1560/2220Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (1560/2220)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 21:06
คุณพ่อกับทริปพาลูกไปสวนสนุก:
“เฮ้อ ทำอะไรดีนะ”

แม็ซลอบถอนหายใจพลางเอ่ยลอยขึ้นมาๆ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียง
ภายในห้องพักของเขา สัปดาห์ที่สองของช่วงปิดเทอมโรงเรียนก็ยังเงียบเหงา
นักเรียนยังคงทยอยกลับบ้านอยู่เรื่อยๆ แม็ซเองก็เพิ่งกลับจากการไปเยี่ยม
คุณแม่เมื่อสามวันก่อนและตอนนี้เขาก็เบื่อมาก ทำแทบทุกอย่างจนไม่รู้จะ
ทำอะไรแล้ว
อยากให้เปิดเทอมเร็วๆ จังเลยนะ…


ก๊อก ก๊อก
จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น แม็ซหยุดงอแงแล้วหันไปมองรุ่นพี่ที่นอนเตียง
ข้างๆ ซึ่งสุภะเองก็มองตอบเช่นกัน พวกเขานิ่งเงียบอยู่นานจนกระทั่งเสียง
นั้นดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง สุภะเลยปิดหนังสือในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิด

เมื่อประตูถูกผลักออกเขาก็พบกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง เธอนั่งอยู่บน
รถเข็นคนป่วยและในแขนก็มีตุ๊กตากระต่ายสีเหลืองกอดไว้ ดวงตาสีมรกต
เพียงข้างเดียวสบตากับเขา ก่อนที่เสียงเล็กของเด็กสาวจะดังขึ้น

“พี่สุภะ...ใช่ไหมคะ”


ใคร!?
นั่นคือคำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม จากคำถามดูท่าเธอจะรู้จักเขา
แต่เขาเนี่ยสิ...กลับจำไม่ได้เลยว่าเคยไปรู้จักกับเด็กสาวคนนี้ตอนไหน
แต่จะให้นิ่งเงียบและปิดประตูใส่ก็คงไม่ได้หรอก ยอมตอบตามน้ำไปละกัน

“ครับ มีอะ..”
“ดีจังเลย ในที่สุดก็หาพี่ชายเจอ!”

ทว่ายังไม่ทันที่สุภะจะพูดจนจบประโยค เด็กสาวปริศนาก็กระโจนเข้ามา
กอดเอวของเขาแน่นพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ เล่นเอาคนที่ยังไม่
ทันได้ตั้งตัวสับสนไปหมด
พี่ชาย? เดี๋ยวสิเขาไปมีน้องสาวตอนไหนกัน!?

เด็กหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เด็กสาวพูด เธออ่านสีหน้านั้นออก
จึงอมแก้มป่อง พลางเอ่ยต่อว่า “พี่จำหนูไม่ได้เหรอคะ หนูรัตนาไง”


ทันทีที่ชื่อของเด็กสาวถูกเปล่งออกมาสุภะก็ถึงบางอ้อในทันที รัตนาเป็นเด็ก
พิการจากสถานสงเคราะห์ซึ่งเคยมาตรวจสุขภาพที่โรงเรียนควิ้นท์สี่ปีก่อน
ตอนนั้นโรงเรียนยังไม่ย้ายที่ และก็เป็นเขาซึ่งยังเป็นแค่นักเรียนมอหนึ่งหน้าใหม่
ที่จำใจต้องรับหน้าที่พี่เลี้ยงจำเป็น ดูแลเธอตลอดสามสัปดาห์
ถึงรัตนาตาบอดข้างซ้ายและไม่มีขาทั้งสองข้าง แต่เธอก็สามารถสร้างปัญหา
วุ่นวายให้เขาได้ไม่หยุดหย่อน

ยอมรับว่าเธอเปลี่ยนไปมากจากตอนนั้น เธอมีรถเข็นเป็นของตัวเองแล้วด้วย



“หาผมเจอได้ยังไง”เด็กหนุ่มถาม
“หลังจากได้ข่าวว่าโรงเรียนควิ้นท์ย้าย หนูก็หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
พี่สาวที่ดูแลหนูบอกว่าหนูควรจะโตมากกว่านี้ หนูรอจนหนูเก้าขวบก็เลย
ขอให้พี่สาวพามา”
“แล้วห้อง…”
“อ๋อ!” รัตนานึกออก “หนูถามคุณลุงที่อยู่ข้างล่างน่ะค่ะ”
“คุณลุง?” คนฟังทวนคำอย่างไม่เข้าใจ เธอจะหมายถึงครูหรือยามไหมนะ
เด็กสาวพยักหน้า “ก็คุณลุงผมดำๆ ที่ใส่ชุดสีดำทั้งตัว อ้อ! เขาหลับตาเดิน
ได้ด้วยนะคะแถมยังชี้ทางมาหอพักถูกด้วย คุณลุงคนนั้นสุดยอดมากเลยค่ะ”

เด็กหนุ่มได้ฟังก็พยักหน้ารับเพราะรู้ทันทีว่าคำพูดเหล่านั้นหมายถึงใคร ถ้าผอ.
มาได้ยินเข้าจะทำหน้าอย่างไรนะ…



หลังจากที่คุยอยู่สักพักสุภะก็พารัตนาเข้าไปทำความรู้จักกับแม็ซ
น่าแปลกที่แม็ซกับรัตนาคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว
จนสุภะเองก็แอบแปลกใจราวกับเตี๊ยมกันมา แต่เขาก็ไม่ได้เอะใจมากมาย
ปล่อยให้รัตนาเที่ยวชมบรรยากาศภายในห้องพักโดยไม่พูดอะไร

ด้วยความที่อุตส่าห์ดันด้นเดินทางเพื่อมาพบกับพี่ชาย อีกห้าชั่วโมง
เธอก็ต้องกลับสถานสงเคราะห์ตามที่ได้สัญญากับพี่สาวเอาไว้
รัตนาจึงใช้โอกาสนี้ชวนสุภะกับแม็ซไปเที่ยวสวนสนุกที่เปิดใหม่ด้วยกัน
พี่สาวเคยบอกเธอเรื่องนี้

หลังจากที่ได้ฟังแม็ซก็รู้สึกสนใจขึ้นมา..
“ผมอยากไปด้วยคนฮะ แล้วพี่สุภะล่ะ”แม็ซเอ่ยอย่างเห็นด้วย
ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากคนข้างๆ
“ไม่ครับ…” เด็กหนุ่มรีบสวนทันควัน “มันร้อน”
“แต่ว่าหนูอยากไปสวนสนุกนี่นา พี่แมวน้ำก็จะไปด้วย” รัตนาแย้ง
“เอ่อ...แม็ซต่างหากฮะ” แม็ซแอบแก้คำพูดให้เด็กสาว

“น่านะ นะๆๆๆๆๆๆ” เด็กสาวขอร้องพลางส่งสายตาลูกอ้อน


สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ยอมตอบตกลงจนได้ แม็ซกับรัตนาพากันร้องเฮ
ด้วยความดีใจยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งก็มิปาน สุภะมอง
ทั้งคู่อย่างเอือมๆ
อย่างน้อยคงต้องมีเสียตังค์กันบ้างล่ะงานนี้…



ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงสวนสนุกตอนสิบโมงกว่า
ถึงแม้จะเป็นเวลาที่ยังเช้ามาก แต่สวนสนุกแห่งนี้กลับอัดแน่นไปด้วย
ผู้คนมากมาย ไม่ต่างอะไรกับในตัวเมืองที่เต็มไปด้วยมนุษย์เงินเดือน
นับล้านคนซึ่งเดินสวนทางกันไปมาด้วยควางเร่งรีบ หวังจะไปทำงานให้ทัน

หลังจากซื้อตั๋วสำหรับเล่นเครื่องเล่นตรงทางเข้า รัตนากับแม็ซก็พากันวิ่งเข้า
ไปในสวนสนุกโดยไม่มีแม้แต่รอคนซื้อตั๋วให้อย่างสุภะเลยสักนิด
เด็กหนุ่มมองอย่างเอือมๆ ก็เงินเราเปล่าว้า...ไม่มีคิดจะรอกันเลยนะ

ทำไมแลดูเหมือนคุณพ่อพาลูกสองคนมาเที่ยวสวนสนุกเลยแฮะ


“อ๊ะ! รถไฟเหาะ!” รัตนาร้องเสียงดังลั่น พลางชี้ไปยังเครื่องเล่นเบื้องหน้า
ที่ขึ้นชื่อว่ามีความหวาดเสียวที่สุดและก็น่ากลัวที่สุด สุภะมองตามนิ้วของ
เด็กสาวก็เป็นต้องขอถอยทัพ ถึงเขาจะไม่เคยเล่นแต่เท่าที่ดูจากคนที่เคย
เล่นมา บอกเลย...มันไม่น่าลองสักนิด!
ขนาดตอนนี้เขายังได้ยินเสียงกรีดร้องลอยมาอยู่เลย…

“น่าสนุกนะฮะ” แม็ซมองด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่สุภะก็ไปเล่นด้วยกันนะ”
ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้สวนกลับสักคำ เขาก็ถูกรุ่นน้อง (ที่บัดนี้เหลืออายุ
เพียงสองขวบ) ลากแขนให้ตามไปด้วย

สุภะพยายามปฏิเสธ แต่ด้วยความที่แม็ซเป็นคนตัวใหญ่กว่าบวกกับ
โรคที่เป็นอยู่เลยทำให้สุภะต่อต้านไม่ค่อยได้นัก รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มายืน
อยู่ตรงหน้าเจ้าเครื่องเล่นอันน่ากลัวนี้แล้ว…
เด็กหนุ่มถึงกับเหงื่อแตก


มีกฏห้ามให้คนกล้ามเนื้ออ่อนแรงขึ้นเล่นไหม!!




“วู้วว สนุกจังเลยย”
รัตนาว่าอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่พวกเขาได้พากันไปเล่นเครื่องเล่นอีก
มากมายอย่างบ้านผีสิง เรือไวกิ้ง ม้าหมุนหรือจะเป็นชิงช้าสวรรค์
เธอกับแม็ซรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกันมาก ต่างกับอีกคนที่เหนื่อยจน
สายตัวแทบขาดและตอนนี้ก็กำลังพากันนั่งพักข้างทาง

รัตนามองแม็ซที่คอยลูบหลังให้รุ่นพี่แล้วก็แทบอมยิ้มไว้ไม่อยู่
เธอสังเกตเห็นอัสดงที่ค่อยๆ คล้อยลงจากเหนือหัวพลางครุ่นคิดกับตัวเอง
อีกสองชั่วโมงเท่านั้นที่เธอจะสามารถเก็บเกี่ยวความทรงจำที่ดีกลับไปได้

เด็กสาวทำท่าจะเอ่ยปากชวนทั้งสองไปเล่นเครื่องเล่นต่อไปด้วยกัน
แต่ทว่าก็มีมาสคอตชุดกระต่ายสีชมพูตัวใหญ่เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับ
ยื่นใบปลิวบางอย่างมาให้ตรงหน้า เด็กสาวรับมาพลางกระพริบตาปริบๆ


ค...คุณกระต่าย!!


เด็กสาวกรีดร้องในใจก่อนจะกระโจนเกาะเจ้ามาสคอตตัวนั้นแล้วลูบไล้
ขนของมันอย่างสนอกสนใจ ถึงเธอจะตัวเล็กกว่ามันมากแต่เธอก็มีพลัง
เกาะติดที่เหนียวหนึบยิ่งกว่าตุ๊กแกสองตัวรวมกันเสียอีก! แม็ซพยายาม
เข้าไปแกะเธอออก ก่อนจะรับเด็กสาวเข้ามากอดในอ้อมแขน

สักพักเจ้ามาสคอตชุดกระต่ายก็ถูกถอดหัวออก เผยให้เห็นชายวัยกลาง
คนหน้าตามาดเท่คนหนึ่งอยู่ในนั้น รัตนาถึงกับเงียบ ความคิดที่เคยมีต่อ
มาสคอตตัวนั้นเริ่มเปลี่ยนไป


เฮือก! คุณกระต่ายกินคุณลุง!!


“ดูท่าเด็กคนนั้นจะชอบเจ้ากระต่ายนะ” ชายหนุ่มเอ่ยทัก
“ก็คงงั้นแหละฮะ” แม็ซตอบ
“พี่แมวน้ำ คุณกระต่ายตัวนั้นกินคุณลุงเข้าไปด้วย บอกให้มันคาย
ออกมานะ” รัตนาว่าพลางทำหน้าคล้ายจะร้องไห้
“ฮ่าๆๆ” คุณลุงได้ฟังก็หัวเราะ “เดี๋ยวคุณกระต่ายก็คายแล้วล่ะ”


ชายหนุ่มว่าก่อนจะถอดชุดกระต่ายออก

“ลุงจะให้ยืมใส่ก็ได้นะ แต่แลกกับช่วยลุงแจกใบปลิว”
“ใบปลิวเหรอฮะ?” แม็ซทวนคำ พลางชะเง้อมองใบปลิวในมือของรัตนา
“อืม” ชายหนุ่มตอบรับ “เป็นใบปลิวที่เขียนแผนผังของสวนสนุกแห่งนี้น่ะ
ถ้าแจกใบปลิวกองนี้หมด ลุงจะให้ตุ๊กตาคุรกระต่ายไปกอดนอนก็ได้นะ”
“จริงเหรอคะ!?” รัตนาโพล่งขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้ไม่มีอะไร
น่าสนใจมากเท่าข้อเสนอของคุณลุงอีกแล้ว “พี่แมวน้ำๆๆๆ”

เด็กสาวหันมาส่งสายตาขอร้องอ้อนวอน แม็ซถึงกับเหงื่อตกเพราะคิดว่า
ถ้าขืนใส่ชุดที่หนาแบบนั้นคงจะร้อนตายแน่ๆ แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่า
ยังมีอีกคนที่สามารถเป็นแพะรับกรรมได้อีกนี่นา…


“ให้พี่สุภะใส่ไงฮะ” แม็ซเสนอ
“อ๊ะ! จริงด้วย” เด็กสาวปิ๊งไอเดีย “ให้พี่สุภะใส่ดีกว่าเนอะ”


เมื่อตกลงและเห็นด้วยร่วมกัน กรรมก็ตกมาอยู่ที่เด็กหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้
สุดท้ายเขาก็ถูกจับยัดใส่ชุดกระต่ายสีชมพูตัวเบ้อเร่อพร้อมทั้งยัดเยียด
ให้แจกใบปลิวกองใหญ่ที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าสองวันจะหมดไหม

ส่วนแม็ซก็คอยช่วยพยุงรุ่นพี่พาเดินไปแจกจ่ายให้แก่คนที่เดินผ่านมา
และรัตนาน่ะเหรอ...เกาะเขาแน่นเป็นปลิงทะเลเชียวล่ะ




กว่าจะแจกใบปลิวจนหมดก็ปาไปเกือบสี่โมงเย็น ชายหนุ่มกลับมา
เอาชุดมาสคอตคืนพร้อมกับมอบตุ๊กตากระต่ายให้เด็กสาวตามข้อตกลง
รัตนาดีใจมาก เธอเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินจากไป

“หนูสนุกมากเลย กลับโรงเรียนกันเถอะค่ะ” เธอหันไปบอกกับพี่ๆ
“ไม่เล่นต่อแล้วเหรอฮะ” แม็ซแอบทำหน้าเสียดายเล็กน้อย มือก็ช่วยพัด
ให้ความเย็นกับรุ่นพี่ที่ตอนนี้จะลงแดงตายคาม้านั่งอยู่แล้ว
รัตนาได้ฟังก็ส่ายหัว “พี่สาวมารับหนูแล้วล่ะค่ะ หนูต้องกลับแล้ว”

เมื่อรัตนาบอกเช่นนั้นพวกเขาก็จำใจต้องกลับ เธอบอกไว้ว่าพี่สาวจะ
ไปรอเธอที่หน้าป้อมรักษาความปลอดภัย และก็เป็นอย่างที่เธอบอก
เมื่อพวกเขาไปถึงก็มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นคนจากสถานสงเคราะห์
กำลังรออยู่


“รัตน์!”
ทันทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์และเห็นเงาของเด็กสาว
จากที่ไกลๆ ก็รีบตรงเข้าไปหาและกอดเธอเอาไว้แนบแน่นราวกับกลัว
ว่าจะหายไป แต่เด็กสาวรู้ดีว่าอ้อมกอดนี้ มันเต็มไปด้วยความห่วงใย
มากขนาดไหน

“ขอโทษนะคะที่มาช้า หนูไปเที่ยวกับพวกพี่ชายมา”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แต่รัตน์ปลอดภัยพี่ก็ดีใจแล้ว” หญิงสาวยิ้ม “กลับบ้าน
เรากันเถอะ”

“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนค่ะ” รัตนารั้งแขนของพี่สาวที่ทำท่าจะเข็นรถเข็นของเธอ
เอาไว้ ก่อนที่เธอจะหันไปหาสุภะและแม็ซเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่าง
เป็นครั้งสุดท้าย


“วันนี้สนุกมากเลย ดีใจที่ได้ไปเที่ยวกับพี่สุภะและก็พี่แม็ซนะคะ”
รัตนาเอ่ย ในที่สุดเธอก็เรียกชื่อแม็ซถูกสักที

“ถ้าหนูจะกลับมาหาอีก...ได้ไหมคะ”
“ได้สิฮะ” แม็ซตอบทั้งรอยยิ้ม ส่วนสุภะทำเพียงแค่พยักหน้า


รัตนาเผยรอยยิ้มกว้างทันทีที่รู้ว่าทั้งสองคนจะยังคงต้อนรับเธอเสมอ
เธอหวังว่าถ้าเธอได้กลับมาอีกครั้ง เธอก็อยากจะรู้จักกับทุกคนในโรงเรียน
รวมทั้งคุณลุงหลับตาเดินคนนั้นที่บอกทางเธอด้วย และก็คงจะดีถ้า
ได้มาเจอกับพี่ชายอีกครั้ง

เด็กสาวหันไปมองสุภะ เธอยิ้มให้อีกครั้งซึ่งมันดูอบอุ่นมากที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา
ก่อนที่รัตนาจะชูนิ้วก้อยขึ้นมาข้างหนึ่ง เธอไม่ลืมคำพูดหนึ่งที่อยากจะบอกกับ
พี่ชายหรอกนะ คำพูดนั่นน่ะ...

ในขณะที่เด็กสาวกำลังเอ่ยออกมา สายลมเย็นก็พัดเอื่อยเบาๆ


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 2n1gmbt

“อื้ม”
เด็กหนุ่มถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนจะยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยสัญญากับคนตรงหน้า


ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนสุภะกับแม็ซจะขึ้นห้องพักไป ก็คือภาพของหญิงสาว
ที่เข็นรถเข็นคนป่วยออกจากโรงเรียน บนรถเข็นนั้นมีเด็กสาวนั่งอยู่
ในมือของเธอมีตุ๊กตากระต่ายสองตัวซึ่งตัวหนึ่งได้มาจากสถานสงเคราะห์
และอีกตัวได้มาจากพี่ชาย

แม้อัสงดงจะค่อยๆ ลาลับจากขอบฟ้าแล้วก็ตาม หากแต่รอยยิ้มยังคง
แต้มแต่งอยู่บนใบหน้าเล็กไม่หายไปไหน...

กำเนิดรัตนา - http://qcommu.board.st/t609-topic#7346

แถมๆ:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Rtdudx
คุณกระต่ายผู้น่าสงสาร..

ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy14  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ

Narin's Comment:
หวานมากกก บรรยากาศคลุ้งกลิ่นหวานอบอุ่นนี่คืออะไรรร
เหมือนพ่อและลูกทั้งสองคนจริงๆครับ ปกติสุภะมักจะมีบท
กับเพื่อนในวัยเดียวกันหรือรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า พึ่งเคยเห็น
ในมุมเวลาที่เป็นพี่ใหญ่สุด เป็นพี่ชายที่อบอุ่นมากเลย ถึง
จะไม่ได้พูดอะไรมากมายแต่ก็ยอมตามใจน้องๆทุกอย่าง

ชอบการที่นำน้องรัตนาจากกิจกรรมมาเล่นครับ ถ้วยเงิน
นี้สำหรับไอเดียการใช้รัตนาโดยเฉพาะเลย พอลองย้อน
กลับไปอ่านภารกิจแรกๆของสุภะตอนที่เจอรัตนาครั้งแรก
เห็นเลยว่าสุภะมีพัฒนาการทางด้านคาแรคเตอร์มากขนาด
ไหน ตอนนี้เติบโตมาเป็นพี่ชายที่ดีแล้วนะครับ

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 1942223513

ผมมีความรู้สึกว่าสแตนด์ดาร์ดส่วนบุคคลด้านการวาด
ของสุภะได้หยุดอยู่กับที่มาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ
อย่างรูปนี้ที่เป็นสแตนด์ดาร์ดงานสแตมป์ S รู้สึกว่า
มันสุดเต็มที่แล้ว ผมก็แนะนำไม่ถูกเหมือนกันว่าควร
จะไปทางไหนดี เพราะว่านี่ก็สวยมากที่สุดเท่าที่ผม
จะนึกออกแล้ว ถ้าภารกิจไหนนึกสนุกลองหาแนว
ทางใหม่ๆเล่นดูได้นะครับ อาจจะลองเปลี่ยนอุป-
กรณ์ดูบ้าง ชำนานสีไม้แล้วอาจจะลองสีชนิดอื่น
หรือลงสีในคอม สีหมึก เปลี่ยนชนิดปากกาตัดเส้น

แต่ถ้าชอบสีไม้แล้ว ไม่อยากเปลี่ยนอุปกรณ์จริงๆ
ก็ไม่เป็นไรนะครับ อยากให้ได้ทำในสิ่งที่ชอบ
gotspinner
INFO.Rin Sukho
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
-3% Grade Exp.

Star Piece483
CHIPS+8 M 459 K 254

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Rin11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue910/2425Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (910/2425)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 21:37
หนาวนี้ ที่บ้านฉัน

ชักชวน:
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า สาดส่องผ่านกระจกเข้ามากระทบหน้าคนที่กำลังมีความสุขกับการที่อยากจะนอนตื่นสายในช่วงปิดเทอม อากาศหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาคมมันทำให้เธออยากจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ แต่ความคิดที่อยากจะนอนตื่นสายๆ ซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ก็ถูกรบกวนด้วยเสียงๆ หนึ่ง
.
.
ติ๊ง!... เสียงเตือนแชทเฟสบุคดังขึ้น ผู้เป็นเจ้าของไอแพดสีส้มมีรูปกล้วยติดอยู่ ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่
.
.
“อือ…” เสียงที่ฟังดูอู้ขี้เกียจเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เธอเอื้อมมือควานหาแว่นที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเอามาใส่ แล้วเอื้อมมือไปหยิบไอแพดมาเปิดอ่านข้อความทั้งที่ยังหลับตาอยู่
ดวงตาหลังกรอบแว่นค่อยๆ ลืมขึ้น ‘ทำไมมันมัวๆ มองไม่ค่อยเห็นนะ ลืมตาไม่ค่อยจะขึ้นด้วย’ เธอคิดในใจพลางยกมือซ้ายมาขยับแว่นออกเล็กน้อยแล้วใช้มือขวาขยี้ตา ซึ่งตามมาด้วยขี้ตาแห้งกรังที่หลุดติดมือออกมา
.
.
“ปิดเทอมนี้กลับบ้านไหม” ข้อความที่ถูกส่งมาปรากฏบนหน้าจอไอแพด เมื่อรู้ว่าผู้ที่ส่งข้อความมานั้นเป็นใคร ทำให้รินหายจากอาการสะลึมสะลือไปเป็นปลิดทิ้ง แล้วรีบพิมพ์ตอบกลับไป
.
“กลับสิๆ พอดีเลยปิดเทอมนี้ไม่รู้จะไปไหน ดีที่พี่จ๋าทักมาถาม กลับบ้านดีกว่า ^_^ // เพิ่งตื่นแหะๆ”
.
“ที่บ้านเรากำลังหนาวเลย พี่กำลังนั่งทำข้าวจี่ อยากกินไหม อยากกินต้องกลับบ้านนะ 55555” คู่สนทนาส่งข้อความมาพร้อมกับรูปภาพที่กำลังนั่งข้างกองไฟ ในมือถือไม้ที่เสียบปั้นข้าวเหนียวสีเหลือง
.
“โอวววววววววววววววววววว อยากกินซะแล้ว เดี๋ยวจะรีบกลับบ้านไปกินเลย”
.
“ชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้านเราด้วยก็ได้นะ อยากเห็นเพื่อนๆ ของรินน่ะ”
.
“ชวนใครดี ทุกคนกลับบ้านกันหมดเลย พี่กรกับพี่ไทระก็กลับบ้านแล้ว -3-”
.
“ซะงั้น…”
.
“โอเค ไม่มีก็ไม่เป็นไร จะกลับมาวันไหนโทรมาบอกพี่นะหรือทักแชทมาก็ได้ พี่จะได้เตรียมตัวไปรับที่ บขส”
.
“ค่า โอเค เดี๋ยวรินอาบน้ำแล้วออกไปหาอะไรกินก่อนนะ แล้วเจอกัน ”
.
“โอเคๆ” พี่ชายจบบทสนทนาลงพร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์เป็นรูปจุ๊บๆมาปิดท้ายอีกที
.
‘ไอ่พี่จ๋าบ้า ซิสค่อน’ รินวางไอแพดไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว
.
‘จะออกไปกินอะไรที่ไหนดีนะ? อ่ะ! จริงสิ วันนี้มีงานเลี้ยงที่ครูไมค์จัดให้เด็กๆ ที่ริมสระว่ายน้ำนี่ อาบน้ำเสร็จแล้วเดี๋ยวแวะไปดีกว่า เผื่อมีอะไรให้กินฟรี อิอิ’
.
……………..

“[สวัสดีค่าครูไมค์ ขยันจังเลยนะคะเตรียมงานแต่เช้าเลย]” เสียงเด็กสาวที่ค่อยๆ ย่องมาทางด้านหลังของครูไมค์ที่กำลังง่วนอยู่กับการประดับลูกโป่งบนซุ้มดังขึ้น พร้อมกับจับไปที่เอวของครูไมค์
.
“อ่าว! ริน มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลย” ครูไมค์ตกใจนิดๆ กับการทักทายของเธอ
.
“[ยังไม่มีเด็กๆ มากันหรอคะ เห็นครูไมค์เตรียมงานอยู่คนเดียว]”
.
“เด็กๆ จะมาช่วงสายๆ ซักหน่อยนู้นล่ะ แต่เดี๋ยวอีกซักหน่อยครูจีจี้ก็จะมาช่วยแล้ว ไหนๆ เธอก็มาแล้วมาช่วยครูเป่าและจัดลูกโป่งหน่อยสิ”
.
“[ได้เลยค่า]” รินตอบรับความช่วยเหลืออย่างยิ้มแย้ม
.
.
โครกกกกกกกกกกกกกกก……. เสียงท้องร้องของใครคนหนึ่งดังขึ้น
.
.
“[แหะๆ โทษทีค่ะ เสียงท้องรินเอง ยังมาได้กินข้าวเช้าเลย]”
.
“หืม… เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอ งั้นเอาไข่ม้วนที่ครูทำไปกินสิพอดีครูทำมาแจกเด็กๆ เยอะน่ะ” ครูไมค์ยื่นไข่ม้วนยาวที่ห่อด้วยกระดาษเหมือนห่อม้วนโรตีให้กับรินหนึ่งห่อ
.
“[ว้าว! ขอบคุณค่า ไข่ม้วน! รินชอบกินนะ]” รินรับมาด้วยท่าทางดีใจ
.
“ดีใจที่เธอชอบ กินรองท้องไปก่อนนะ”
.
“[ว่าแต่ทำไมครูไมค์ทำรูปร่างเหมือนโรตีอาบังจังเลยล่ะคะ]” รินมองดูม้วนไข่ม้วนด้วยท่าทางสงสัย
.
“ถ้าตัดเป็นชิ้นเล็กครูคิดว่าคงจะไม่สะดวกต่อการแจกกับเด็กๆ หลายคนน่ะ และอีกอย่างครูอยากลองทำแบบผสมๆ ให้เหมือนกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่ไข่ม้วนจ๋าแบบญี่ปุ๋นดูน่ะ มันเลยออกมาเป็นห่อม้วนแบบโรตีอาบังนี่ล่ะ 555555 นี่ครูตื่นตั้งแต่ตีสี่ลุกขึ้นมาทำเลยนะ”
.
“[โห ขยันจังเลยค่ะ ครูไมค์ใจดีจังไม่เหมือนกับตอนที่เคยเห็นปกติ]”
.
“เอิ่ม… เรื่องนั้นช่างมันเถอะน่า ครูก็แค่อยากทำเพื่อเด็กๆ เท่านั้น” ครูไมค์เบินหน้าหนีจากรินพยายามซ่อนเขินอาย
.
‘หุหุ ครูไมค์ซึนเดเระ’
.
“ห… หัวเราะยิ้มอะไรของเธอน่ะรีบกินแล้วมาช่วยครูจัดลูกเร็ว”
.
“[ค่า ^__^]”
.
.
.
.
หลังจากรินกินไข่ม้วนเสร็จ และช่วยครูไมค์จัดลูกโป่ง รินก็เริ่มบทสนทนาเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเกินไป
.
“[เสร็จงานเลี้ยงครูไมค์ไม่กลับบ้านหรือไปเที่ยวที่ไหนเหรอคะ?]”
.
.
ครูไมค์สะอึกและเงียบไปครู่หนึ่ง รินเห็นสีหน้าครูไมค์เธอก็ไม่กล้าจะถามอะไรต่อ
.
.
“สำหรับฉันจะกลับบ้านหรืออยู่ที่โรงเรียนก็เหมือนกันล่ะ แต่ฉันเลือกที่จะอยากอยู่ที่โรงเรียนมากกว่า” ครูไมค์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
.
“[เอ่อ ขอโทษนะคะ ถ้าหนูถามอะไรที่มันทำให้ครูไมค์ไม่สบายใจ]”
“อือ ไม่เป็นไรหรอก อันที่จริง ปิดเทอมทั้งนอกจากจะกลับบ้านหรืออยู่ที่โรงเรียนแล้ว ฉันก็อยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนซักที่บ้าง แต่ไม่รู้จะไปไหนนี่สิ”
.
“[อ่ะ! จริงสิ! ถ้าครูไมค์ว่าง ไม่รู้จะไปไหน หลังเสร็จงานเลี้ยง ถ้ายินดีไปด้วยลองไปเที่ยวที่บ้านหนูที่จังหวัดเลยไหมคะ พอดีหนูจะกลับบ้านและพี่ชายหนูอยากให้หนูชวนเพื่อนไปด้วยแต่ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้ว]”
.
“หืมมมมมมม ว่าไงนะ จังหวัดเลยหรอ น่าสนดีนี่” ครูไมค์ลากเสียงยาวพลางหันมาองมาทางริน
.
“[ที่บ้านหนูมีสวนนะคะ มีสระน้ำ ปลูกอะไรไว้มากมายเลย ช่วงนี้อากาศหนาว เย็นกำลังดีเลย จะปีใหม่แบบนี้ลองไปสัมผัสบรรยากาศหนาวดูไหมล่ะคะ]” สีหน้าครูไมค์ดูสดชื่นขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินคำบอกเล่าของริน
.
“เดี๋ยวครูขอคิดดูในช่วงระหว่างงานเลี้ยงนี้ก่อน เดี๋ยวจะให้คำตอบหลังงานเลี้ยงเสร็จนะ”
.
“[ได้ค่ะ หนูจะรอคำตอบนะคะ แต่คิดว่าครูไมค์ควรจะไปนะ อยากให้ครูไมค์ได้รู้จักกับพี่ชายของหนู ครูไมค์น่าจะเข้ากับพี่ชายหนูได้ดี]”
.
“ซาหวาดดีค่า คุยอาไรกันอยู่หรอคะ น่าซาหนุกจัง” เสียงของครูสอนดนตรี จิคาโกะ ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มทักทายให้กับทั้งสองคน
.
“อ่าว จี้จังมาพอดี รินกำลังชวนฉันไปเที่ยวที่บ้านต่างจังหวัดของรินน่ะ” ครูไมค์พูดพร้อมโบกมือทักทางครูจิคาโกะ
.
“ว้าว ปายเที่ยวที่บ้านรินจังเหรอ อยู่ที่จังหวัดไหนล่ะ น่าสนใจจัง” ครูจิคาโกะดูท่าทางดีใจแล้วหันไปทางริน
.
“รินลองชวนครูจีจี้ไปด้วยสิ เผื่อเธออยากไปด้วย” ครูไมค์ลองเชื้อเชิญให้รินชวนครูจิคาโกะดู
.
.
แล้วรินก็ชวนและเล่าเรื่องการไปเที่ยวบ้านของเธอให้ครูจิคาโกะฟัง ครูจิคาโกะดูตื่นเต้นมาก เพราะเธอก็อยากลองเที่ยวต่างจังหวัดในประเทศไทยในช่วงปิดเทอมหน้าหนาวดู และดูเหมือนเธอจะตอบตกลงกับรินด้วย ครูไมค์ก็ฟังรินเล่าอีกรอบไปพร้อมกันและท่าทางของครูไมค์ก็ดูจะเหมือนกับครูจิคาโกะด้วย
.
.
“พี่ไมค์จาไปด้วยกันไหมคะ? ลองไปเที่ยวบ้านต่างจังหวัดของลูกศิษย์ดู น่าจาซาหนุกดีนะคะ” หลังจากได้รับคำเชื้อเชิญเพิ่มเติมจากครูจิคาโกะ ครูไมค์ก็ยิ้ม
.
“เธอไม่ต้องรอคำตอบตอนจบงานเลี้ยงแล้วล่ะริน เธอได้คำตอบตอนนี้จากครูเลย ตกลงครูไปด้วย”
.
.
หลังจากจบคำตอบของครูไมค์ เด็กๆ ก็เริ่มทยอยมางานเลี้ยงกันทีละคนสองคน และไม่นานงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นและจบลงด้วยความสนุกสนาน
……….

พบเจอ:
แสงแดดยามเช้ากระทบกับกระจกหน้ารถทัวร์ที่กำลังแล่นเข้าเทียบชานชาลา เสียงเครื่องยนต์คลางเบาๆ และตามมาด้วยเสียงเบลกและประตูรถทัวร์ก็เปิดออก ผู้โดยสารแต่ละคนต่างทยอยลงจากรถและเดินไปเอาสัมภาระ
.
.
ชายหนุ่มสวมเสื้อม่อฮ่อมสีดำ บนคอของเขาพันด้วยผ้าพันคอผ้าไหมลายเหมือนผ้าขาวม้าสีแดงคล้ำสลับขาว สวมกางเกงขายาวสีเทา ตัดผมสกินเฮด ยืนยิ้มและโบกมือให้กับคนที่อยู่หลังกระจกในรถทัวร์ ก่อนที่รถทัวร์จะวิ่งเข้าจอดเทียบชานชาลา
.
“[นั่งไงพี่ชายของริน]” เสียงของรินดังขึ้นบอกกับครูไมค์และครูจิคาโกะ
.
หลังจากผู้โดยสารลงจากรถแล้ว ชายหนุ่มรีบวิ่งตรงมาที่น้องสาวของตนหมายจะทักทายช่วยขนสัมภาระ
.
“[สวัสดีจ้าพี่จ๋า ฮี่ๆ]” รินไหว้สวัสดีพี่ชายพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
.
“สวัสดีริน… สวัสดีครับผมก๊อต พี่ชายของริน เอ่อ… นี่คือเพื่อนของรินหรอครับ” ชายหนุ่มรับสวัสดีน้องสาวแล้วหันไปสวัสดีครูไมค์และครูจิคาโกะพลางหันหน้าแบบงงๆ ไปมาไปที่รินและครูทั้งสองคน
.
“[อ้อ! พี่จ๋า นี่คือครูไมค์สอนวิชาพละและครูจิคาโกะครูชาวญี่ปุ่นสอนวิชาดนตรี]” รินแนะนำครูทั้งสองให้กับพี่ชายรู้จัก
.
“สวัสดีครับ/ค่ะ” ครูไมค์และครูจิคาโกะสวัสดีทักทายชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
.
“ส… สวัสดีครับ เห็นรินบอกว่าเพื่อนๆ กลับบ้านกันหมดแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคุณครูมาเที่ยวแทน แหะๆ” ชายหนุ่มรับสวัสดีจากครูทั้งสอง พลางหัวเราะกับสิ่งที่ตนเองคิดไว้ว่าก่อนหน้าว่าทั้งสองเป็นเพื่อนของรินแต่ทั้งสองดูเหมือนจะอายุเยอะกว่ารินมาก
.
“ว้าววววว… นี่หรอจางหวาดเลยปราเทศไทย อากาศเย็นสดชื่นดีจัง ฉานอยากเห็นและอยากสามผัสมานานแล้ว” หญิงสาวมองดูไปรอบๆ ด้วยแววตาเป็นประกายใคร่รู้ พลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
.
ภาพท่าทางที่ดูสดใสและสำเนียงที่พูดไทยไม่ค่อยจะชัดของครูจิคาโกะนั้นทำให้เกิดแรงสะเทือนเป็นจังหวะถี่ เลือดสูบฉีดจนทำให้ใบหน้าแดงขึ้นกะทันหันกับใครบางคน จนสายตาใครคนนั้นจับจ้องที่ครูจิคาโกะเหมือนตกอยู่ในภวังค์
.
“[พี่จ๋า… พี่จ๋า พี่จ๋า    ไอ่ พี่ จ๋า !!!!!!!!!!]” เสียงเดซิเบลของเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์
.
“อ่ะๆ !!! ว่าไงๆ หืมๆ ใช่ๆ กระเป๋าๆ ป่ะๆ รีบไปกันเถอะ พ่อกับแม่รออยู่ที่บ้านแล้ว แม่น่าจะทำกับข้าวไว้ต้อนรับใกล้เสร็จแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางหยิบกระเป๋าด้วยท่าทีลุกลี่ลุกลนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าได้แบกกระเป๋าทั้งหมดของทั้งสามคนเดินดุ่มๆ ไปที่รถที่ขับมาจากบ้าน
.
.
‘หืมมมมมมมมม!!!’
“หืมมมมมมมมม!!!”
.
.
รินและครูไมค์เปร่งเสียงออกมาพร้อมกัน (***รินพูดไม่ได้ก็จริง แต่สามารถเปล่งเสียงบางคำออกมาได้ เช่น หืม อา อ้อ***) รินทำหน้าสงสัยส่วนครูไมค์ยิ้มน้อยๆ เหมือนรู้อะไรบางอย่าง ทั้งสองพลางมองสลับไปมาระหว่างผู้ที่กำลังแบกของรุงรังไปที่รถและครูจิคาโกะ ครูจิคาโกะพอสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จากทั้งสองก็ทำหน้าหน้ามึนๆ คล้ายสงสัยว่า ‘ฉันทำอะไรผิดปกติไปอย่างนั้นหรอ?’
.
.
…โมเอะนักแล… (-//////- ) เสียงความรู้สึกดังขึ้นเบาๆ ภายในใจของใครบางคน

……….



แก้ไขล่าสุดโดย gotspinner เมื่อ Tue 31 Jan 2017, 22:12, ทั้งหมด 4 ครั้ง
gotspinner
INFO.Rin Sukho
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
-3% Grade Exp.

Star Piece483
CHIPS+8 M 459 K 254

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Rin11

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue910/2425Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (910/2425)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 21:48
กินข้าว:
จำนวนรอบการหมุนของล้อรถค่อยๆ ลดลง ตัวรถค่อยๆ หยุดต้านกระแสลม สองล้อหน้าเบนทิศทางเลี้ยงเข้าผ่านแนวต้นตะไคร้ที่ปลูกเรียงกันเป็นรั่วหน้าบ้าน เจ้ารถยนต์หยุดการเคลื่อนที่ด้วยการบังคับของเจ้านายมัน
.
คลึก! ประตูรถถูกเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นไอหอมๆ ของข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ เสียงกระทบกันของครกกับสากดังเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากในครัว พร้อมกับกลิ่นจี๊ดจ๊าดของมะนาวผมสมกับปลาร้า จากที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในครัว ลอยมาเตะจมูกของผู้มาเยือนทั้งสามและหนึ่งผู้นำพา
.
.
“[แม่จ๋า!!!!!]” หลังจากเปิดประตูรถ รินรีบวิ่งตรงไปที่ครัว
.
เด็กสาวโอบมือทั้งสองจากทางด้านหลังกอดไปที่เอวของผู้ที่เธอเตะโกนเรียกชื่อ มือของผู้ที่ถูกกอดค่อยๆ ละจากครกกับสากมาสัมผัสที่มือน้อยๆ ของผู้กอด และค่อยๆ หันตัวมา
.
.
“ริน” เด็กสาวเงยหน้ายิ้มให้กับแม่คล้ายจะตอบในใจกับคำเรียกชื่อนั้น
.
.
ทั้งสองกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกของทั้งสองคนเหมือนกับหลุดไปอยู่อีกโลก..............
.
.
“เอ่อ... ริน แม่ว่าเดี๋ยวเราเตรียมสำรับข้าวกันดีกว่านะ ส้มตำแม่ยังตำค้างไว้อยู่เลย” ผู้เป็นแม่เห็นลูกสาวกอดแน่นอยู่นานจนแม่เรียกสติคืนได้
.
‘อื้อ!’ รินตอบรับ น้ำตาเม็ดน้อยๆ พราวอยู่ที่ปลายหางตาของเธอนิดๆ
.
“เดี๋ยวรินไปช่วยปูเสื่อและมายกกับข้าวออกไปที่แคร่นะ” รินได้ฟังก็พยักหน้าตอบรับและรีบวิ่งไปหยิบเสื่อออกไปปูที่แคร่หน้าบ้าน ทันทีที่เด็กสาวหยิบเสื่อและเดินพ้นหน้าประตูครัวออกมา บุคคลตรงหน้าที่เธอเห็นทำให้เธอทิ้งทุกอย่างและวิ่งตรงไปหาคนๆนั้น
.
‘อ้า!!!!!’ รินร้องตะโกนพร้อมกับวิ่งไปกอดชายคนหนึ่งและทำเหมือนที่ทำกับแม่
.
.
พ่อของรินเพิ่งกลับมาจากรดน้ำผักที่สวนข้างบ้าน ยังไม่ทันจะตั้งตัวลูกสาวที่เขาเคยสร้างโปรแกรมพิมพ์แปลงเสียงให้ก็โผเข้ามากอด มือสากๆ ของพ่อค่อยๆ ลูบไปบนหัวของลูกสาวด้วยความเอ็นดู
.
.
“แหม ทำเหมือนไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีเลยนะ เอาล่ะๆ เดี๋ยวขอพ่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เปียกๆ งี้ ยังกล้ากอดพ่อนะ” ผู้เป็นพ่อยิ้มและค่อยๆ จับที่ไหล่ของลูกออก
.
“เอ้า! กอดกันให้หายคิดถึงก่อน แล้วค่อยกินข้าว ก๊อตมาปู่เสื่อยกกับข้าวไปหน่อยเร็ว” ผู้เป็นพี่ชายขณะนั้นก็ยุ่งอยู่กับการขนสัมภาระของผู้มาเยือนลง “คร้าบ!” เสียงตอบรับดังขึ้นและตามมาด้วยการปฏิบัติ
.
“เดี๋ยวเชิญนั่งที่แคร่กินข้าวกันก่อนนะครับครูไมค์ครูจิคาโกะ” เสียงชายหนุ่มตะโกนบอกครูทั้งสองก่อนหายเข้าไปในครัว
.
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณพ่อคุณแม่” ครูทั้งสองกล่าวคำสวัสดีทักทายก่อนจะไปนั่งรอที่แคร่
.
.
หลังจากนั้นไม่นานกลับข้าวทุกอย่างก็ถูกวางบนแคร่พร้อมที่จะให้ทุกคนได้อร่อยกัน ต่างคนต่างสวัสดีกันและแนะนำตัวเองให้แต่ละคนได้รู้จัก และเตรียมพร้อมที่จะกินข้าวกัน
.
.
“ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอให้ทุกๆ คน กินข้าวอย่างมีความสุข” ทุกคนพนมมือพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณข้าว ครูไมค์และครูจิคาโกะเห็นทุกคนทำก็ทำตาม
.
“เปนคอบคัวที่น่ารักจังเลยนาคะ ฉันชอบจังเลย เดี๋ยวฉันลองทำบ้างนาคะ” ครูจิคาโกะประทับใจภาพการขอบคุณข้าวมาก
.
.
อาหารวันนี้แม่ทำ แกงขี้เหล็ก(ของโปรดพ่อ) ซุปหน่อไม้ ส้มตำของ(โปรดรินและก๊อต) ไข่เจียว ปลาช่อนย่างและมีผักสดจิ้มน้ำพริก(ของโปรดแม่ต้องมีทุกมื้อ)
.
“มีแต่ของน่าอร่อยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ หอมด้วย เดี๋ยวมื้อหน้าผมขอช่วยทำด้วยนะครับ ผมอยากลองทำอาหารอีสานบ้าง” ครูไมค์เสนอตัวช่วยทำอาหาร
.
“ได้สิคะ” คุณแม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม
.
.
ขณะที่บทสนทนาเริ่มขึ้น ชายหนุ่มคนหนึ่งในวงก็ไม่รีรออะไรและ หลังจากกล่าวคำขอบคุณข้าวเสร็จ เขาก็ลงมือ ‘จก’ ข้าวเหนียวแล้วก็ลงมือจัดการอาหารตรงหน้า แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเพราะพ่อกับแม่ก็เข้าใจว่าลูกชายหิวมากเพราะบ่นหิวตั้งแต่เช้ามืด เพราะตื่นเพื่อไปรับน้องสาว
.
.
“[แหม พี่จ๋ากินไม่รอรินเลย]” ถึงรินจะทักไปแบบนั้น พี่ชายก็ไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มเคี้ยวข้าวแก้มตุ้ยให้กับน้องสาว รินเห็นแบบนั้นก็ลงมือกินบ้าง
.
“[กับข้าวฝีมือแม่ ยังอร่อยเหมือนเดิมเลย ส้มตำฝีมือแม่ไม่เคยตก]” มือหนึ่งปั้นข้าวเหนียว มือหนึ่งพิมพ์ไอแพดไปด้วย พร้อมกับซี๊ดปากเพราะความแซ่บของส้มตำฝีมือแม่
.
“อืม... อืม... อืม.......” ครูไมค์ค่อยๆ พิถีพิถันจกปั้นข้าวเหนียวและค่อยๆ ชิมกับข้าวทีละอย่างประมาณว่าค่อยๆลิ้มรสชาติและแยกแยะส่วนผสมของอาหาร
.
ทางครูจิคาโกะหลังจากจกข้าวเหนียวขึ้นมาก็ลองชิมข้าวเหนียวเปล่าๆ ดูก่อน ประมาณว่าเธอจะลองชิมเปรียบเทียบข้าวเหนียวอีสานว่าจะเหมือนข้าวญี่ปุ่นไหม และหันซ้ายหันขวาว่าจะกินอะไรก่อนดี สุดท้ายเธอก็เลือกชิมแกงขี้เหล็กก่อนเพราะเห็นหน้าตาและสีคล้ายๆ สาหร่าย ทันทีที่ลิ้มสัมผัส สีหน้าเธอหยีๆ นิดๆ และพยายามค่อยๆ กลืนมันลงคอ
.
“แหะๆ ขมจังเลยนาคะ ฉันไม่เคยกินมันเลย มันคืออะไรหรอคะ” แม่เห็นหน้าตาของครูจิคาโกะเลยรินน้ำยื่นให้
.
“ขอโทษด้วยนะคะ มีแต่อาหารอีสานทั้งนั้นเลย พอดีไม่คิดว่าจะมีคุณครูมากับรินด้วยก็เลยไม่ได้ทำกับข้าวอย่างอื่นไว้เผื่อให้ อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ เผื่อในครัวน่าจะมีของที่คุณครูกินได้” แม่กล่าวขอโทษพร้อมทำท่าจะลุกขึ้นเข้าไปในครัวหาอาหารอย่างอื่นมาให้ครูจิคาโกะ
.
“ไม่เปนไรค่ะ ถึงฉันจะเป็นคนญี่ปุ่น แต่ฉันชอบเมืองไทย อยากลองกินอะไรของที่นี่เหมือนกัน บางอย่างฉันอาจจะไม่เคยกินแต่ฉันก็ไม่ได้คิดว่ารสชาติมันแย่ เพียงแค่มันขมนิดหน่อยเท่านั้นเอง ก็ยังมีกับข้าวอย่างอื่นที่ฉันคิดว่าน่าจะกินได้นาคะ” (แกงขี้เหล็กจะมีรสชาติขม จะขมน้อยขมมากก็ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของน้ำที่เปลี่ยนตอนต้ม ถ้าเปลี่ยนน้ำต้มหลายรอบก็จะขมน้อยลง แม่ทำให้ขนน้อยเผื่อให้รินกินด้วย) ครูจิคาโกะยิ้มให้กับแม่และลองชิมผักจิ้มน้ำพริกดู ทั้งที่ไม่ชอบผัก(คะน้า) แต่ก็คิดว่าอยากลองสิ่งที่ตัวเองกินไม่ได้ดู คราวนี้สีหน้าครูจิคาโกะประมาณว่า อืม... สุโค่ยยยยย! ด้วยฝีมือตำน้ำพริกระดับเทพของแม่ ไม่นานผักสดและน้ำพริกก็ถูกครูจิคาโกะจัดการไปเกินครึ่ง
.
.
“แหม ชอบเหมือนกันเลยนะคะคุณครู” แม่ยิ้มเมื่อเห็นครูจิคาโกะหยิบผักจิ้มน้ำพริกอย่างเอร็ดอร่อย และแม่ก็กินบ้างพลางคุยกับครูจิคาโกะกันอย่างสนิทสนมราวกับเป็นรุ่นอายุคราวเดียวกัน
ฝ่ายพ่อจัดการซดแกงขี้เหล็กคนเดียวจนจะหมดถ้วย
.
.
.
ขณะที่ทุกคนกำลังอร่อยอยู่กับอาหาร ภายใต้ผมสีรุ่งจี๊ดจ๊าด ขอบตาของเขามีน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออกมา พร้อมเสียงสะอื้นไห้ รินเห็นอย่างนั้นจึงละมือจากการกินแล้วมองมาที่ครูไมค์
.
.
“[เป็นอะไรหรอคะครูไมค์]” รินถามขึ้น สีหน้าของครูไมค์ทำให้รินนึกถึงสีหน้าตอนที่เธอถามว่า “[เสร็จงานเลี้ยงครูไมค์ไม่กลับบ้านหรือไปเที่ยวที่ไหนเหรอคะ?]” มันเป็นสีหน้าเดียวกันต่างกันเพียงแค่ครั้งนี้มีน้ำตาที่เริ่มอาบเต็มใบหน้าของครูไมค์ ทำให้รินเงียบไม่ถามต่อและส่ายหน้าให้กับทุกคนที่คิดจะถามเช่นกันประมาณจะบอกว่า ถ้าครูไมค์อยากจะพูดก็คงพูดเอง
.
“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เสียบรรยากาศ พอได้กินอะไรอร่อยๆ บรรยากาศครอบครัวแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงความหลังน่ะ” ครูไมค์เงยหน้าปาดน้ำตาและยิ้มน้อยๆ ให้กับทุกคน
.
“อร่อยดีนะครับแกงขี้เหล็กกับส้มตำนี่ ถึงจะขมๆ หน่อย แต่ว่าอร่อยๆ ดี เอ่อ... ภาษาอีสานเขาเรียกอะไรน้า ขมๆ อร่อยๆ นัวๆ ผมเคยอ่านเจอในหนังสือ อืม................... อ้อ! ‘อ่ำหล่ำ’ ใช่ๆ มันอร่อยๆ ขมๆ ตัดกัน เข้ากันได้อย่างดี ปลาช่อนนี่ก็ย่างหอมได้ที่ ซุปหน่อไม้นี่ผมก็เพิ่งเคยได้กินครั้งแรก ตอนแรกน้ำว่าจะเป็นซุปแบบน้ำแต่นี่เป็นแบบยำ ผักสดนี่คุณพ่อปลูกเองสินะครับ ยุดยอดเลย” ครูไมค์พูดบรรยายรสชาติอาหารหลังจากที่ชิมอาหารแต่ละอย่างอย่างพิถีพิถัน
.
.
“ยังมีของที่สุดยอดกว่านี่รออยู่ครับครูไมค์ เดี๋ยวเย็นนี้แม่ไม่ต้องทำกับข้าวนะ ผมจะขอจัดการอาหารมื้อเย็นให้กับทุกคนเอง คิดว่าครูไมค์ก็คงอยากจะลองทำด้วย” ก๊อตพี่ชายรินเสนอตัวทำอาหารด้วยท่าทางร่าเริงหมายจะทำให้ครูไมค์หายจากอาการเศร้า
.
“หือออออ อาไรหรอคะ ฉันน่าจะกินด้วยได้รึป่าว จะเป็นอาหารอีสานแบบไหนนะ” ครูจิคาโกะได้ยินแบบนั้นก็หวังว่าจะได้กินอาหารอีสานอร่อยๆ แบบที่ตัวเองกินได้ง่ายขึ้น หลังจากที่จัดการผักสดกับน้ำพริกกับแม่จนเกลี้ยง
.
“อะ... เอ่อ... ครู ครูจิ จิ... ” ชายหนุ่มได้ยินเสียงใคร่รู้ของครูจิคะโกะพยามยามจะพูดออกมาแต่... -////////-
.
“ฮะ ฮะ ฮะ เรียกจีจี้ก็ได้ค่ะ เราอายุเท่ากัน จะได้สนิทกันไว้” ครูจิคาโกะหัวเราเบาๆ
.
“คะ ครับ ครูจิคา.. เอ้ย! จีจี้กินได้แน่นอนครับ อร่อยด้วย ผมจะทำสุดฝีมือเลย” ชายหนุ่มพูดพลางหลบสลับสบสายตา
.
“อ้อ! เรียกฉันพี่ไมค์ด้วยก็ได้นะ เราอายุห่างกันแค่ปีเดียว” ครูไมค์ยิ้มพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
.
“โอเคครับพี่ไมค์ คืนนี้เรามาทำ ‘ข้าวจี่’ กินกัน นั่งรอบกองไฟสัมผัสบรรยากาศหนาวบ้านเรากัน!!!”
.
“[พี่จ๋า รินจะทำด้วย ของโปรดรินเลย]” รินพูดขึ้นหลังจากดื่มน้ำเสร็จ
.
“พ่อก็จะทำด้วย!”
.
“แม่ก็จะทำด้วย!”
.
“โอวววว งั้นผมขอลองทำด้วย” ครูไมค์เสนอตัวทั้งที่ไม่รู้ว่ามันต้องทำยังไง
.
“เอ๋? ทำได้ทุกคนเลยหรอคะ งะ งั้นฉันขอลองทำด้วยคน แหะๆ” ครูจิคาโกะเห็นว่าทุกคนทำได้เลยคิดว่าน่าจะง่ายเลยอยากลองทำ
.
“แหม ผมว่าจะโชว์ฝีมือทำให้ทุกคนกินซะหน่อย... โอเคๆ งั้น! คืนนี้ เรามาแข่งทำข้าวจี่กัน!!!”
.
.
.
และแล้วกับข้าวมื้อเช้าก็จบลง ทุกคนช่วยกับเก็บสำรับกับข้าว สายๆ ทุกคนช่วยกันปลูกผักที่สวนข้างบ้าน เกือบเที่ยง แม่ รินและครูจิคาโกะช่วยกันเก็บผักมาเพื่อเตรียมทำกับข้าวเที่ยง ครูไมค์ช่วยทำสวนได้อย่างดีเพราะเคยทำมาก่อนแลกเปลี่ยนความรู้และคุยกันเข้ากันได้ดีอย่างสนิทสนมกับพ่อและก๊อต พอกับข้าวเสร็จทุกคนก็ล้อมวงกันกินข้าวเหมือนตอนเช้า บรรยากาศเฮฮาแบบบ้านๆ
.
.
หลังกินข้าวเสร็จพ่อเดินขึ้นไปบนบ้านแล้วลงมาพร้อมกับแคนและกีต้าร์
.
.
‘อ้า!’ รินรีบวิ่งไปขอกีต้าร์กับพ่อแล้วมานั่งที่แคร่เหมือนเดิม
.
นักดนตรีทั้งสองพร้อม ก๊อตกระแอมขึ้นเบาๆ เตรียมที่จะร้องเพลง เป็นจังหวะพอดีที่แม่และครูจิคาโกะเก็บสำรับกับข้าวเสร็จพอดี ทุกคนนั่งล้อมวงที่แคร่ เสียงแคนของพ่อค่อยๆ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงกีต้าร์ของริน สายลมพัดมาเบาๆ พอเย็นสบาย ก๊อตเริ่มบรรเลงถ้อยคำเป็นเสียงเพลงออกมาจากลำคอ แม่ปรบมือช่วยเป็นจังหวะให้ ครูจิคาโกะเป็นอย่างนั้นก็ปรบมือช่วยอีกแรง ครูไมค์ไม่ได้ทำอะไรแต่นั่งหลับตานิ่งๆ กระดิกเท้าตามจังหวะเพลง เหมือนคล้ายๆ ว่ากำลังหลับตาฟังเพลงให้ลึกซึ้ง ครูจิคาโกะก็ขอยืมกีต้าร์รินมาเล่นและร้องบ้างบางเพลง เป็นเพลงสตริงญี่ปุ่นฟังสบายๆ บรรยากาศเป็นไปอย่าง ‘ม่วนซื่น’ จนเวลาล่วงเลยถึงตอนเย็น ทุกคนก็แยกย้ายกันทำภารกิจส่วนตัวอาบน้ำแต่หัวค่ำเพราะถ้าเลยหลังจากนี้คงไม่มีใครกล้าที่จะเสี่ยงชีวิตกับน้ำแม้แต่ขันเดียวเป็นแน่ และพร้อมเตรียมตัวสัมผัสบรรยากาศหนาวยามค่ำคืน
.........................................
ค่ำคืน:
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆ ถูกแทนด้วยโทนสีมืดของยามค่ำคืนที่มาพร้อมกับอากาศหนาวเย็น กลิ่นควันไฟอ่อนๆ จากกองไฟที่พ่อเป็นคนสุมขึ้นมาผสมกับกลิ่นไอข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ คละคลุ้งไปทั่วบ้าน ทุกคนนั่งบนขอนไม้ที่เรียงล้อมรอบกองไฟ โดยในมือพ่อกำสองแคนเป่าบรรเลงเป็นทำนองเพลงพื้นบ้าน บนตักของรินถูกวางลงด้วยกีต้าร์สีน้ำตาลลายไม้ มือของเธอค่อยๆ จับคอร์ดและดีดสายให้เกิดเสียง แม่กับครูจิคาโกะช่วยกันปรบมือให้จังหวะ ครูไมค์ก็นั่งหลับตากระดึกเท้าตามจังหวะเพลง ขาดแต่คนร้องที่กำลังง่วงอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำข้าวจี่อยู่ในครัว
.
.
หลังจากบรรเลงจบไปหนึ่งเพลง นักร้องค่อยๆ ยกกระติ๊บข้าวเหนียว ถ้วยใส่ไข่ที่ปรุงแล้ว พร้อมไม้ไผ่สำหรับเสียบปิ้งข้าวจี่ เดินออกมาจากครัวตรงมาที่วงดนตรีเล็กๆ ข้างกองไฟ วางอุปกรณ์วัตถุดิบลง
.
.
“เอาล่ะ แบทเทิ้ล สตาร์ท! ต่อไปเป็นการแข่งขันทำข้าวจี่ วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่จกข้าวเหนียวออกมาปั้นเป็นก้อนรีๆ ขนาดเล็กกว่ากำปั้นนิดหน่อย แล้วเสียบกับไม้ไผ่ จากนั้นทาเกลือนิดๆ แล้วไปย่างกับถ่านไฟให้ข้าวด้านนอกกรอบเหลืองนิดหน่อย แล้วนำไปชุบไข่และนำมาย่างอีกรอบให้ไข่สุก เป็นอันเสร็จ หรือถ้าใครชอบไข่ก็ชุบไข่รอบสองได้และย่างให้สุกอีกรอบ ฟังดูอาจจะง่ายนะแต่เทคนิคต่างๆ การปั้น การย่าง ที่ดีจะช่วยให้ข้าวจี่อร่อยขึ้น หึหึๆ การทำข้าวจี่น่ะเป็นศิลปะชั้นสูงแขนงหนึ่งเทียบเท่าโขนเลยก็ว่าได้เลยนะ เอาล่ะเริ่มลงมือกันเลย!” ก๊อตค่อยๆ ยืนบรรยายวิธีการต่างๆ อย่างภาคภูมิใจ กินเวลาไปพักหนึ่งจนลืมสังเกตว่า…
.
.
“[อร่อยจังเลย ฝีมือการทำข้าวจี่ของรินก็เทพใช้ได้เลยนะ]” ข้าวจี่สุกหอมเหลือง เอาเข้าไปเขี้ยวตุ่ยๆ อยู่ในปากรินพอดีที่ก๊อตบรรยายจบ
“อ้าวเฮ้ย! ทำตั้งแต่ตอนไหนเนี่ยริน” ผู้บรรยายรู้สึกเสียเซลฟ์นิดๆ เมื่อเห็นน้องสาวทำข้าวจี่เสร็จไปแล้วแถมยังอร่อยด้วย ยืนยันได้จากครูจิคาโกะที่กำลังเคี้ยวตุ่ยๆ แล้วบอกว่าอร่อยเพราะรินแบ่งให้ชิม
“[ก็ทำพร้อมกับตอนที่พี่บรรยายนั่นล่ะ มันจะไปยากอะไรปั้นๆ ข้าว ทาเกลือ แล้วย่างถ่าน ชุบไข่ ถ่านก็ออกจะแรงแป๊ปเดียวก็สุกแล้ว อิอิ]” รินบอกกับพี่ชายพลางจกข้าวเหนียวปั้นที่สองเพื่อที่จะทำข้าวจี่ปั้นต่อไป ครูไมค์และครูจิคาโกะก็เริ่มลงมือทำบ้าง
“เอาน่าๆ ก๊อต เรามาทำกันเถอะ ไม่ต้องคงต้องแข่งกันแล้ว ใครทำเสร็จก็มาแบ่งกันชิมว่ารสชาติเป็นยังไงกันดีกว่า” แม่เห็นท่าเสียเซลฟ์ของก๊อตจึงได้พูดขึ้น
“นั่นสินะ ฮ่าๆๆๆ” เสียงของพ่อหัวเราะผสมกับคำพูดของแม่ ในขณะที่พ่อก็กำลังย่างข้าวจี่อยู่เหมือนกัน
“เดี๋ยวฉันทำแล้วลองชิมและพิจารณาฝีมือของฉันหน่อยนะก๊อต” ครูไมค์พูดขึ้นขณะกำลังชุบไข่
“โถ่ นึกว่าจะได้แข่งโชว์ฝีมือซะหน่อย” ก๊อตทำหน้าเซ็งๆ แล้วนั่งลงจกข้าวเหนียวขึ้นมาปั้น
“ของฉันเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวก๊อตช่วยชิมของฉันหน่อยนะคะ” ครูจิคาโกะเพิ่งย่างข้าวจี่เสร็จใหม่ๆ ส่งให้ก๊อตชิม
.
ก๊อตรีบหันขวับไปทางครูจิคาโกะแล้วทุกอย่างก็นิ่งไป ทุกคนเงยหน้าขึ้นจากการทำข้าวจี่และหันไปทางก๊อต เพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น
.
“อ่ะ เอ่อ ก๊อต... ก๊อตคะ จะไม่ ลองชิมข้าวจี่ของฉันหน่อยหรอคะ?” ครูจิคาโกะพูดตะกุตะกักเมื่อเห็นท่าทีนิ่งๆ ของก๊อต และทำสีหน้างงๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่าเมื่อสายตาทุกคนมองมาที่ตัวเองหลังจากมองไปที่ก๊อตเสร็จ
“[ไอ่พี่จ๋า ฮึ่ม!!!]” รินเพิ่มวอลุ่มเสียงจากไอแพดแล้วเอาไปแนบใส่หูของพี่ชาย
ก๊อตสดุ้งนิดๆ เมื่อได้สติ จึงค่อยๆรับข้าวจี่ของครูจิคาโกะมาชิม
“อื้ม! อร่อยมากเลยครับ ขนาดทำครั้งแรกยังทำได้อร่อยขนาดนี้ ย่างได้กรอบพอดี ชุบไข่สองรอบด้วย”
“ดีใจนะคะที่ก๊อตชอบ” ครูจิคาโกะยิ้มให้ก๊อตอย่างใจดี
ก๊อตส่งส่วนที่เหลือให้กับครูจิคาโกะแล้วก้มหน้าค่อยๆ กินข้าวจี่และย่างข้าวจี่ของตนต่อไป
“ของพ่อเสร็จแล้ว”
“ของแม่ก็เสร็จแล้ว”
“ของผมก็เสร็จแล้ว” เสียงของพ่อ แม่และครูไมค์ดังขึ้นเรียงยกันตามลำดับ
“ไหนๆ ขอฉันลองชิมของทุกคนหน่อยนะคะ” ครูจีจี้อยากลองชิมข้าวจี่ของทุกคนหลังจากกินของตนหมดแล้ว
“เอ่อ ของผมก็เสร็จแล้วเหมือนกัน” ก๊อตแบ่งข้าวจี่ออกเป็นห้าชิ้นเท่าๆ กันและส่งให้กับทุกคนชิม เพราะก๊อตทำปั้นยาวเลยสามารถแบ่งได้ถึงห้าคน
“[อื้ม!!! ของพี่จ๋านี่อร่อยจัง]” รินทำท่าทีอร่อยมากกว่าปกติ
“ใช่ๆ ของก๊อตอร่อยมากจริงๆ” ครูจิคาโกะพูดเสริมขึ้น
“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ และตามด้วยรอยยิ้มของแม่
“อืมๆ ผมต้องจำสูตรไปลองทำที่โรงเรียนบ้างแล้วล่ะ” ครูไมค์พูดขึ้นขณะหลับตาเคี้ยวข้าวจี่ตุ่ยๆ
.
.
แล้วทุกคนก็มองหน้ากันแล้วยิ้มน้อยๆ ให้กัน พ่อหยิบแคนที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมาพยักหน้าให้กับริน รินเห็นอย่างนั้นก็เหมือนรู้กัน หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเตรียมพร้อม
เสียงแคนบรรเลงขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงกีต้าร์ของริน จนท่อนอินโทรก๊อตก็เริ่มเปล่งเสียงจากลำคอเป็นคำร้องออกมา บรรยาศกาศเหน็บหนาวยามค่ำคืน เคล้าด้วยเสียงดนตรีเบาๆ ข้างกองไป ทำข้าวจี่อุ่นๆ กินกันไปเรื่อยๆ บรรยากาศเป็นไปอย่างชิวๆ เรียบง่าย เสียงดนตรีพื้นบ้านกับคำร้องพื้นบ้าน… (บรรยากาศแบบนี้ผู้เขียนสุดจะบรรบายจริงๆ ลองนึกภาพบรรยากาศหรือลองไปสัมผัสเองละกันนะ 55555)
.
.
.
เพลง ปั้นข้าวเหนียว (ร้องเป็นภาษาอีสาน)
“ตื่นแต่เซ้าแม่นั่งเฝ้าอยู่คีไฟ พ่อเหน็บตอกไปมัดข้าวอยู่กลางนา ลูกสาวของแม่ตื่นถะแม๊อิหล่า ตะเว็นสวยมาเจ้าสิบ่ทันโรงเรียน
ปั้นข้าวเหนียวกับซิ้นหลอดในติ๊บน้อย ลูกกะคอยสะพายไปอ่านเขียน เดินประจำจากนาไปโรงเรียน ใส่เสื้อเหี่ยนบ่ได้เปลี่ยนมาหลายปี
ลูกจากบ้านมาศึกษาเมืองไกล แต่ยังจำได้กับความหมายที่มี ให้เจ้านี้แก่นเหนียวแน่นอิหลี มั่นในความดีคือจั่งปั้นข้าวเหนียว คันเข้าตั้งใจสิไปทางหน้า อย่าลืมบ้านนาให้สองตาเจ้าเหลียว เจ้าใหญ่มานั้นย่อนปั้นข้าวเหนียว บ่เหนียวบ่แน่นมันบ่แม่นลูกข้าวเหนียว
ปั้นข้าวเหนียวของแม่แต่ครานั้น ได้สร้างสรรค์เส้นทางให้ลูกเทียว มือแม่ปั้นมาโดนจนมือเหี่ยว ลูกข้าวเหนียวขอสัญญา ว่าบ่ลืมบ้านเฮา”

.
.

.
.
จบเพลง รินยื่นกีต้าร์ให้กับครูจิคาโกะเล่นแทน มือเปลี่ยนจากจับคอร์ดและดีดกีต้าร์มาเป็นปาดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาหลังกรอบแว่น
รินค่อยๆ ลุกขึ้นและขอเปลี่ยนที่นั่งกับครูจิคาโกะเพื่อที่จะได้นั่งข้างแม่ เธอก้มหน้าซุกลงที่ตักของแม่ สองมือโอบกอดไปที่เอวแล้วก็นิ่งอยู่อย่างนั้น
ภาพที่เกิดตรงหน้าหลังจากจบเพลง คงไม่ต้องบรรยายอะไรทุกคนก็คงจะเข้าใจความรู้สึกรินได้จนเนื้อเพลงเมื่อกี้นี้
.
.
“เอ่อ ผมขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมครับ” ครูไมค์พูดขึ้นทำลายความเงียบก่อนที่ครูจิคาโกะจะเริ่มเล่นเพลงต่อไป
.
ทุกคนนั่งนิ่งสายตาจับจ้องมาที่ครูไมค์เตรียมรับฟังสิ่งที่ครูไมค์อยากจะพูด…
.
…แล้วครูไมค์ก็เล่าถึงครอบครัวของตนเอง และขอโทษทุกคนเมื่อตอนเช้าที่เขาร้องไห้ออกมา เพราะพอได้มาเที่ยวบ้านของริน บรรยากาศครอบครัวแบบนี้ทำให้เขาคิดถึงความหลังจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ครูไมค์ร้องไห้อีกร้องอยู่ครูหนึ่งแล้วปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมา เป็นจังหวะที่พอดีรินก็เงยหน้าขึ้นมาจากตักของแม่แล้วเช่นกัน…
.
.
“ขอบคุณทุกคนที่รับฟังผมนะครับ เอาล่ะเรามาสัมผัสบรรยากาศเย็นๆ ในค่ำคืนนี้ด้วยกันเธอ จีจี้จัง!” หลังพูดจบครูไมค์พยักหน้าให้กับครูจิคาโกะ แล้วครูจิคาโกะก็เริ่มบรรเลงกีต้าร์
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะประสานกับเสียงดนตรีกันเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย เปลวไฟยังคงทำหน้าที่ลุกโชนและเปล่งแสงออกมาให้ความอบอุ่นแก่ผู้คนที่อยู่รายล้อม  ข้าวเหนียวในกระติ๊บค่อยๆ ถูกจกออกมาทำข้าวจี่จนหมดกระติ๊บ ยิ่งดึกอากาศก็ค่อยๆ เย็นลง แต่ยังมีไออุ่นจากกองไฟที่เป็นตัวตัดอุณหภูมิที่อยู่แวดล้อม และมีสิ่งๆ หนึ่งที่อบอุ่นกว่าและทำให้ทุกคนนั่งอยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุขแม้อากาศจะหนาวเย็นเท่าไร นั้นคือ ความอบอุ่นที่เกิดจากทุกๆ คน ที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 302x4kg




ผู้ที่ทำภารกิจได้เพอร์เฟ็คสูงกว่ามาตรฐานมาก (100%)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-18  S - CLASS STAMP
ตราประทับระดับสูงสุดในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีนิลสุดแสนจะคลาสสิก มีมูลค่า +100 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้เพอร์เฟ็คเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +1,500,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy13  GOLDEN HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศทองคำแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

Narin's Comment:
สิ่งหนึ่งที่รินทร์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในภารกิจนี้คือความ
'ใส่ใจตัวละคร' ที่นำมาใช้ โดยปกติแล้วจุดนี้มักจะเป็นจุดที่รินทร์
พลาดบ่อยที่สุด คือเขียนคาแรเตอร์อื่นที่ไม่ใช่คาแรคเตอร์ของตัวเอง
ไม่ค่อยถนัด มีข้อมูลหรือนิสัยที่ไม่ตรงบ้างเป็นบางส่วน แต่ครั้งนี้
รินทร์เขียนทั้งครูไมค์และครูจี้ออกมาได้ดีมากๆ แถมถึงแม้จะมี
คาแรคเตอร์ใหม่ออกมาอีกสองคน(คุณพ่อกับคุณแม่) รินทร์ก็
ยังคุมเรื่องอยู่ ทุกคนมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนเป็นองค์-
ประกอบสำคัญของเรื่อง ถือว่าทำการบ้านมาดีมากครับ

ขอให้ใส่ใจรายละเอียดตัวละครอื่นๆเช่นนี้ต่อไป เพราะหลายที
ตัวละครประกอบนี่แหละที่จะเข้ามาทำให้ตัวละครของเราโดดเด่น
บทรินทร์ครั้งนี้มาในมาดน้องสาวคนเล็กสุดในกลุ่ม ซึ่งก็เขียน
ออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดู จะสังเกตว่ารินทร์จะไม่เหมือนตอนอยู่
ที่โรงเรียนซะทีเดียว มีการส่งเสียงด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคย
ทำที่โรงเรียนมาก่อน แสดงออกถึงความสนิทสนมของครอบครัว
เก็บรายละเอียดเล็กน้อยตรงนี้ได้ดีมากครับ

งานนี้เป็นงานที่ละเอียดมากทั้งด้านเนื้อหา การเขียน และรูปวาด
ที่คุมโทนออกมาอบอุ่นมาก ถ้าอยากจะให้ติบ้างนิดหน่อยละก็
มือซ้ายของพี่ก๊อต นิ้วเรียวไปเล็กน้อยนะครับ แต่นอกนั้นสวยมาก!!

อันที่จริงแอบอินไปกับครูไมค์เป็นพิเศษ รับรู้ถึงอารมณ์ของแกอย่าง
ชัดเจนมากจนแอบน้ำตาคลอๆตาม ความรู้สึกโหยหา ความรู้สึกที่
ได้แต่มองสิ่งที่ตัวเองไม่มีแล้ว สื่อออกมาได้อย่างงดงามมากจริงๆ

ป.ล.ครั้งหน้าเว้นบรรทัดให้ผมอีกนิ๊ดดดนึงน้า น่าจะอ่านง่ายขึ้น
เยอะเลย

ป.ล.2 ถ้วยทองให้สำหรับการบรรยายบรรยากาศต่างจังหวัด
โดยละเอียดและให้ความรู้
dedog
ClassLv.12
INFO.Jinn
ศ.ภาควิชาศิลปะ
-7% Grade Exp.

Star Piece1620
CHIPS+122 M 43 K 467

มีโอกาสเพิ่ม +5% Star Piece ที่ได้รับจากภารกิจหลัก | +3.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS ต่อเดือน

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Left_bar_bleue255/559Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Empty_bar_bleue  (255/559)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Award Re: Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน...

on Tue 31 Jan 2017, 23:59
Spoiler:

วันนี้เป็นวันคริสมาสต์

และแน่นอนว่าเป็นวันปิดเทอมด้วย

ปกติแล้วในช่วงปิดเทอมผมมักจะอยู่ช่วยงานร้านอาหารของที่บ้านที่เพิ่งเปิดรีสอร์ตเพิ่มขึ้นมาด้วย ช่วงปลายปีเช่นนี้งานรีสอร์ทค่อนข้างวุ่นวายเพราะเป็นช่วงไฮท์ซีซั่น นักท่องเที่ยวทั้งไทยทั้งต่างชาติหลั่งไหลเข้ามามากมาย เรียกได้ว่าเป็นช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะกว่าประชากรทั้งจังหวัดรวมกันซะอีก
แต่วันนี้ผมไม่ได้อยู่ช่วยงานที่บ้าน เมื่อคืนคุยกับเพื่อนไว้ว่าเช้านี้ผมจะไปสถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่ที่แค่พูดชื่อมันออกมา ในตอนเช้าผมก็มีราชรถสีขาวพร้อมพลขับหัวทองมาจอดรับถึงที่

ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงจุดหมาย
สถานสงเคราะห์
สถานสงเคราะห์เดียวกับที่เคยมาอยู่ที่โรงเรียนตอนผมอยู่มัธยม

สถานสงเคราะห์วันนี้ถูกประดับประดาไปด้วยธงราวและสายรุ้ง มีโต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดไว้ตรงสนามหญ้าขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่บริเวณหน้าสถานสงเคราะห์ใกล้กับลานจอดรถ มีกล่องของขวัญ ต้นคริสมาส และเปียโนหลังหนึ่งวางอยู่บนเวทีตรงสนามหญ้านั้น คนเยอะกว่าที่เคยเห็นตอนมาในวันธรรมดา
“เหมือนจะมีปาร์ตี้” แม็กพูดขึ้นตอนที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว
“นั่นสินะ” ผมตอบรับคำเขาแล้วหันไปมองบรรยากาศ

ตอนที่พวกเราลงจากรถ พวกเด็กๆในสถานสงเคราะห์กำลังต่อแถวเดินมาที่สนามหญ้าโดยมีหญิงสาวผมทองคนหนึ่งเป็นคนชี้บอกว่าใครต้องไปทางไหน ท่าทางเหมือนจะเป็นคนคอยดูแลเด็กๆ เมื่อมองดีๆจริงรู้ว่าใต้แขนเสื้อสีแดงนั้นไม่มีแขน
แม็กเองก็เหมือนจะเห็นเธอแล้ว เขาหันมาพยักพเยิดกับผม
“อลิเซียอยู่นั่น”
“เห็นแล้ว” ผมตอบกลับไป ยังคงมองเธออยู่ สาวน้อยของผมกำลังปลอบเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้
เธอโตแล้ว และยังคงอยู่ที่นี่ เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากเด็กในสถานสงเคราะห์กลายเป็นคนดูแล
สาวน้อยของผมโตพอที่จะดูแลใครต่อใครได้แล้ว

ผมยิ้มและยังคงมองเธออยู่

แต่เจ้าลิงไม่ใช่คนนิ่งพอที่จะยืนมองใครได้นานๆ เขาป้องปากเรียก

“อลิเซีย”

...........................................

ฉันหันไปตามเสียงเรียก
มองเห็นผู้ชายผมทองคนหนึ่งกำลังโบกมือให้
ก่อนจะมองเห็นผู้ชายผมดำอีกคนที่ยืนข้างๆ
แม้ตัวสูงขึ้น ผมยาวขึ้น แต่ดวงตานั้น รอยยิ้มนั้น ใบหน้านั้น ทำไมฉันจะจำไม่ได้
“พี่จิณณ์”
ฉันเรียกใครซักคนที่อยู่ใกล้ๆมาดูแลไมค์ที่กำลังร้องไห้
แล้วฉันก็วิ่งไปหาเขา พี่ชายตัวโตของฉัน
รอยยิ้มบางๆที่แต้มอยู่บนริมฝีปากนั้นกว้างขึ้น อ้าแขนรอฉันที่โถมตัวไปกอด ร่างสูงนั้นเซไปเล็กน้อย
“ยัยตัวเล็ก” เสียงอ่อนโยนกลั้วหัวเราะดังอยู่เหนือหัว “ตัวหนักเหมือนกันนะเรา”
ฉันกอดเขา เขาเองก็กอดฉัน อ้อมแขนนั้นอบอุ่นจนฉันไม่อยากให้มันคลายออก เรากอดกันค้างอยู่แบบนั้นนานทีเดียว

“หนูคิดถึงพี่จังเลย” ฉันบอกเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขา ฉันยังคงจำได้ พี่ชายตัวโตของฉันหูไม่ได้ยิน
“พี่ก็คิดถึง” เขาบอกด้วยรอยยิ้ม

ฉันหันไปทักทายพี่แม็กเวล เกือบลืมไปแล้วว่าพี่เขาอยู่ตรงนี้ พี่แม็กเวลเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
ฉันพาพวกเขาเข้าไปในงานเลี้ยง วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีมาจัดปาร์ตี้เล็กๆให้กับเด็กๆที่สถานสงเคราะห์ มาแจกของขวัญและเลี้ยงข้าวกลางวัน พี่จิณณ์กับพี่แม็กที่เตรียมของมาแจกเช่นกันจึงเอาของไปรวมกับผู้ใหญ่ใจดีด้วยเลย

ฉันแยกตัวจากพวกพี่ๆเพื่อมาดูแลเด็กๆ และอีกไม่นานก็จะถึงช่วงที่ฉันต้องโชว์พิเศษแล้ว

"เดี๋ยวหนูมานะคะ" ฉันบอกพี่ชายทั้งสองคน พวกเขาพยักหน้า ตอนนั้นบนเวทีมีการแสดงของเด็กๆอยู่

...........................................

เสียงเปียโนดังขึ้นตอนที่จิณณ์หันมาคุยกับผม
ท่วงทำนองที่แสนไพเราะเรียกให้ผมหันไปมองทางเวที จิณณ์เห็นผมหันก็หันมองตามไปด้วย

เป็นสาวน้อยของจิณณ์ที่กำลังใช้เท้าของเธอพรมลงบนคีย์เปียโน

จิณณ์มองอลิเซีย ท่าทางตั้งใจราวกับจะประทับภาพนี้เอาไว้ในใจ

เมื่อเพลงจบ อลิเซียลุกขึ้นโค้งคำนับและลงจากเวที
จิณณ์ถึงได้ละสายตาจากเวทีและหันมาถามผม "เพราะมั้ย"
"เพราะมาก" ผมบอก "อลิเซียเก่งมากเลย"
"น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้ยิน" รอยยิ้มนั้นเศร้า แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น เขาก็ยิ้มกว้าง "อลิเซียของฉันเก่งอยู่แล้ว"

ผมได้แต่ยิ้มขำๆ ไม่ได้ว่าอะไรกับท่าทางเหมือนคนเห่อลูกสาวของเพื่อน

.......................................

งานเลี้ยงจบลงแล้ว

และตอนนี้ก็เย็นมาก ผมกับแม็กกำลังจะกลับแล้ว

ผมบอกลาอลิเซียอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกอดเธอเอาไว้ กอดแน่นและนานกว่าครั้งไหนๆ

ก่อนลากันก็กระซิบบอก "แล้วเจอกันใหม่นะ"


Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... 11s16jt





C. ผู้ที่ทำภารกิจได้ตามมาตรฐานทั่วไป (50%+)

Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-sym-13  C - CLASS STAMP
ตราประทับระดับกลางในหมวดภารกิจทั่วไป มีลักษณะเป็นดาวสีมรกต สื่อถึงความมั่นคง มีมูลค่า +50 Grade Exp. จะได้รับเมื่อปฎิบัติภารกิจได้ปานกลางเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Q-item14  +900,000 Spirit Point
ไอเทมเพิ่มแต้มสะสม Spirit Point ตามปริมาณที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็น CHIPS ได้ในภายหลัง
Lesson 52 : ปิดเทอมนี้ ฉัน... Trophy14  SILVER HONOR DEGREE TROPHY
ถ้วยเกียรติยศเงินแท้ มอบให้แด่ผู้ที่สามารถปฎิบัติภารกิจหรือร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นได้น่าประทับใจผู้อำนวยการ

Narin's Comment:
เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมากเลยครับ ดีใจที่ยังจำน้องอลิเซียได้
แถมยังกลับไปเยี่ยมเยียนเสียด้วย ชอบพัฒนาการของตัวละคร
ทั้งของจิณณ์เองและน้องอลิเซีย เวลาผ่านไปแป็ปเดียวก็โตกัน
ขนาดนี้แล้วเนอะ เวลาผ่านไปไวจริงๆ

ถ้วยเงินสำหรับไอเดียการนำตัวละครจากกิจกรรมมาใช้นะครับ

จริงๆแล้วงานครั้งนี้ถือว่าตอบโจทย์ภารกิจได้ครบแล้ว แต่ตาม
สแตนด์ดาร์ดส่วนบุคคลของคุณแล้วถือว่าอยู่น้อยกว่าเกณฑ์
พอสมควรเลย จะรอชมการคัมแบคในครั้งต่อไปนะครับ!!

สิ่งที่ผมอยากเห็นจากคุณจิณณ์ปีนี้คืองานภาพสวยๆที่เน้น
อารมณ์ของภาพ ภาพสีน้ำสวยๆและลายเส้นฟูลสเกลที่ยัง
พัฒนาต่อไปได้อีก (จิบิน่ารักมากแล้ว แต่ถ้าอยากพัฒนา
ด้วยก็ย่อมได้แน่นอนครับ)
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
2012 © QUAINT | Powered by CHAIRMANS ®